26 สิงหาคม 2025
979

เมื่อ 70 กว่าปีก่อน อาหารการกินของคนรุ่นปู่ย่าตาทวดของเราไม่ได้สะดวกสบายและสะอาดปลอดภัยเท่าปัจจุบัน โดยเฉพาะการดื่มนมในทวีปยุโรป แต่ละบ้านต้องอาศัยเด็กส่งนม (Milk Run) พาสเจอไรซ์มากับขวดแก้ว และต้องรีบทานให้หมดภายใน 7 วัน ยิ่งเก็บไว้นานพานจะบูดเสียเปล่า ๆ

แต่แล้วการดื่มนมของคนทั้งโลกก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ผ่านนวัตกรรมที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการถนอมอาหารแบบ UHT (Ultra High Temperature) และบรรจุภัณฑ์แบบปลอดเชื้อ (Aseptic Carton) ที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงการดื่มนมได้ทุกที่ ทุกเวลา

ที่สำคัญ ยืดวันหมดอายุไปได้นานถึง 1 ปี

เป็นเวลายาวนานกว่า 72 ปีแล้วที่ ‘Tetra Pak’ ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการทำให้อาหารปลอดภัยและเข้าถึงได้ทุกที่ Tetra Pak เป็นบริษัทแรกที่คิดค้นนวัตกรรมด้านอาหารอย่างเทคโนโลยี UHT ตามมาด้วยโซลูชันความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอีกมากมาย 

วันนี้ The Cloud มีโอกาสพูดคุยกับ ป้ำ-ปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะมาบอกเล่าถึงภารกิจที่ต้องการปกป้อง ‘อาหาร ผู้คน โลก’ ผ่าน ‘โครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน’ (The Green Shelter Project) โดยรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำกล่องที่ดื่มหมดแล้วกลับมารีไซเคิล โดยโรงงานรีไซเคิลจะพัฒนาใหม่กลายเป็นวัสดุก่อสร้างที่ทนทาน ทั้งแผ่นหลังคา ผนังจากแผ่นไม้เทียมสังเคราะห์ อิฐบล็อก วงกบประตู ส่งไปช่วยสร้างบ้านสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

และเรายังมีภารกิจที่คุณผู้อ่านมีส่วนร่วมได้ด้วยการเป็น ‘อาสาเก็บกล่อง’ ในงาน Sustrends 2026 อีกด้วย โดยงานจัดวันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ 

ทำไมกล่อง UHT จึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรทิ้งขว้างไปง่าย ๆ ไปหาคำตอบกันเลย

มากกว่ากล่อง UHT

เหตุผลที่กล่อง UHT ช่วยให้เราได้รับประทานของอร่อยอย่างนม นมธัญพืช น้ำผลไม้ กะทิ เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งอาหารที่ผ่านระบบฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (UHT) ได้สะดวก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามบนโลก ก็ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหลัก 3 ชั้น คือ 

ตัวเยื่อกระดาษที่มาจากต้นไม้ในป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่รับรองการจัดการอย่างรับผิดชอบโดยองค์การจัดการป่าไม้ หรือ FSC™ ที่เป็นเยื่อใยยาว

อะลูมิเนียมฟอยล์ที่ป้องกันแสง ออกซิเจน เชื้อจุลินทรีย์ ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปได้ 

ชั้นพลาสติกชนิด PE (Polyethylene) ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างกระดาษและอะลูมิเนียมฟอยล์ 

หลังจากเคลือบซีลรอบกล่อง จะช่วยให้อาหารที่อยู่ในกล่อง UHT เก็บได้นานถึง 1 ปีในอุณหภูมิห้อง ไม่ต้องแช่เย็น และไม่ต้องใช้วัตถุกันเสีย

ความที่กล่อง UHT เป็นวัสดุผสมแบบ 3 เกลอ เมื่อบรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่ส่งมอบอาหารปลอดภัยถึงมือผู้บริโภคแล้ว ก็น่าเสียดายหากกล่อง UHT จะต้องถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบอย่างเดียวดาย จึงกลายเป็นความพยายามของ Tetra Pak ผู้ผลิตที่ให้กำเนิดกล่อง UHT ในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบรับบรรจุภัณฑ์กลับสู่กระบวนการรีไซเคิล

“ความตั้งใจของเราคือการสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนสร้างโครงสร้างในการจัดเก็บเพื่อมารีไซเคิล ในหลาย ๆ ประเทศเราก็ทำได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว มีกฎหมายและมีกรอบโครงสร้างในการจัดเก็บ อย่างทั่วโลกตอนนี้กล่องเครื่องดื่มถูกรวบรวมกลับมารีไซเคิลได้แล้วมากกว่า 1,300 ล้านตันต่อปี คิดเป็นประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปขายทั้งหมด

“ส่วนในเมืองไทย เราได้ดำเนินกิจกรรมรณรงค์จัดเก็บรีไซเคิลมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 20 ปี โดยเรามีส่วนช่วยในการพัฒนานโยบายการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์มารีไซเคิลผ่านการแสดงความรับผิดชอบของผู้ผลิตเอง หรือที่เรียกว่า EPR (Extended Producer Responsibility) เพื่อกระจายความรับผิดชอบให้ทุกคนในห่วงโซ่อย่างเท่าเทียมกัน”

เกิดใหม่ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ Tetra Pak มีส่วนร่วมผลักดันการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบในประเทศไทย โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้บริโภคผ่านโครงการรณรงค์ต่าง ๆ เช่น โครงการ ‘เด็กไทยหัวใจรีไซเคิล’ (พ.ศ. 2551) โครงการ ‘แจ๋วรักษ์โลก’ และโครงการ ‘หลังคาเขียวฯ’ (พ.ศ. 2553 – 2564) จนต่อยอดมาถึงโครงการ ‘เก็บกล่องสร้างบ้าน’ ในปัจจุบัน

บริษัทยังสนับสนุนและช่วยพัฒนาผู้ประกอบการรีไซเคิลในเรื่ององค์ความรู้การรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม UHT ด้วยประสบการณ์ เทคโนโลยี และกระบวนการจากประเทศอื่นมาแบ่งปันให้กับผู้ประกอบการในเมืองไทย

“เราทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ระบบรีไซเคิลนี้เกิดขึ้นให้ได้ จนผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรีไซเคิลที่เป็นพาร์ตเนอร์เราได้อย่างจริงจัง และช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวเศษวัสดุพลาสติกและอะลูมิเนียมที่เหลือ”

ผลลัพธ์จากการนำวัสดุเก่าเข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ กลายเป็นวัสดุใหม่ที่แข็งแรงทนทาน เรียกว่า ‘โพลีอะลูมิเนียม (โพลีแอล)’

“เราส่งต่อเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการรีไซเคิลต่อยอดไปสู่วัสดุก่อสร้างอย่างแผ่นหลังคา ผนังจากแผ่นไม้เทียมสังเคราะห์ อิฐบล็อก และวงกบประตูที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงมีการพัฒนาหลังคารุ่นใหม่ซึ่งหน้าตาดูเป็นแบบอุตสาหกรรมมากขึ้น ด้านหนึ่งเป็นวัสดุอะลูมิเนียม และอีกด้านเป็นวัสดุรีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่ม”

เรียกได้ว่า Tetra Pak เป็นผู้บุกเบิกทางด้านการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน (Lead Sustainability Transformation) ในเรื่องสิ่งแวดล้อม การหนุนหลังระบบรีไซเคิลด้วยใจที่มีความรับผิดชอบอย่างจริงจัง เพราะเมื่อไม่มีใครเริ่มทำ Tetra Pak ลุยไปกับผู้ประกอบการรีไซเคิลพัฒนา ‘วัสดุใหม่’ คนแรกไปเลย

มุงหลังคา-สร้างบ้าน

Tetra Pak เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เพื่อผลักดันระบบรีไซเคิลในไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนจัดตั้งเครือข่าย ‘หลังคาเขียว’ ที่เริ่มจับมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัท บีเจซี-บิ๊กซี, รายการ ทีวี 360 องศา และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นแกนหลักในการร่วมจัดตั้งโครงการรับบริจาคกล่องบรรจุภัณฑ์ UHT มารีไซเคิลต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี

“ในยุคนั้นโรงงานรีไซเคิลทำแค่เฉพาะหลังคา เราเลยเชิญชวนทุกคนที่ร่วมทำบุญโดยการบริจาคกล่อง UHT นี่แหละ เราบริจาคหลังคาให้ผู้ที่ประสบอุทกภัย โดยที่ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเป็นองค์กรหลักในการคัดเลือกให้ว่าควรจะบริจาคให้กับองค์กรไหนหรือว่าชุมชนไหนเป็นพิเศษ”

จนกระทั่งใน พ.ศ. 2565 ความมุ่งมั่นในการผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของ Tetra Pak เริ่มผลิดอกออกผล ผ่านการมีพันธมิตรที่รีไซเคิลเศษพลาสติกและอะลูมิเนียมได้ จนมีวัตถุดิบรีไซเคิลจนมีปริมาณมากพอ ทำให้ Tetra Pak และภาคีเครือข่ายยกระดับโครงการขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้ชื่อ ‘โครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน (The Green Shelter Project)’ 

วัสดุก่อสร้างพร้อม พันธมิตรพร้อม ทีมก่อสร้างพร้อม จึงเกิดการสร้างบ้านต้นแบบ เป็นบ้านบริจาคที่จังหวัดสุพรรณบุรีให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากการประสบอุทกภัยและผู้ยากไร้

นอกจากนี้ มีการขยายกลุ่มเครือข่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บางจาก, เครือข่ายผู้ประกอบการรีไซเคิล และสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ที่ช่วยรับเรื่องคำร้องในการขอบริจาคอย่างเป็นระบบมากขึ้น

“ตั้งแต่เริ่มโครงการเก็บกล่องสร้างบ้าน เรารวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมารีไซเคิลได้เกือบ 150 ตัน โดยปีที่ผ่านมามีคนมาบริจาคกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วมากกว่า 42 ตัน จากจุดรับกล่องของพันธมิตรกว่า 150 แห่ง และนำไปรีไซเคิลเป็นวัสดุก่อสร้างที่ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทกภัยใน 5 จังหวัด รวม 28 ครอบครัว และโรงเรียนอีก 2 แห่ง”

ความใจบุญของคนไทยเป็นกำลังใจให้ Tetra Pak มูลนิธิฯ และกลุ่มพันธมิตร 13 รายในโครงการ มีแรงทำโครงการเก็บกล่องสร้างบ้านต่อไปอีก 3 ปี เริ่มวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2571 นี้

อาหาร ผู้คน โลก

แม้ว่าคนจะรู้จัก Tetra Pak ในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในกล่อง UHT แต่ความจริงแล้วบริษัทมีเป้าหมายอยากให้ผู้คนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและครบถ้วนด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เน้นที่การจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ผ่านการ ‘ปกป้องทุกคุณค่า’ ที่ครอบคลุม 5 มิติหลัก คืออาหาร สภาพภูมิอากาศ การหมุนเวียนทรัพยากร ธรรมชาติ และความยั่งยืนทางสังคม

“เรามีความรับผิดชอบในฐานะผู้นำด้านอาหาร ไม่ใช่เพียงทำให้อาหารเดินทางถึงมือผู้คนอย่างครบถ้วนด้วยสารอาหาร แต่ยังต้องมั่นใจด้วยว่าทุกขั้นตอนของเราไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อสิ่งแวดล้อม 

“ ‘อาหาร’ คือหัวใจหลักที่อยู่แก่นกลางที่เราสร้างคุณค่าได้มากที่สุด วงที่ล้อมรอบคือ ‘โลกของเรา’ และวงกว้างสุดคือ ‘ผู้คน’ ซึ่งหมายถึงทุกคนที่รายล้อมเรา ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ชุมชน ลูกค้า หรือผู้บริโภค”

อาสาเก็บกล่อง

การรีไซเคิลกล่อง UHT จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มี ‘อาสาเก็บกล่อง’ อย่างพวกเราชาวผู้บริโภคคอยส่งกล่องคืนเข้าระบบ และจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีพันธมิตรที่ทำหน้าที่เป็นจุดรับกล่อง UHT แบบ Drop-off กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ทั้งใน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และปั๊มน้ำมันบางจากสาขาที่เข้าร่วมโครงการ 

นอกจากนี้ ยังส่งกล่อง UHT มาทางไปรษณีย์ได้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่) โดยมีเงื่อนไขคือต้องแกะ-ล้าง-เก็บ พับให้เรียบร้อยก่อนส่ง และในบางช่วงของปีทางบริษัทจะช่วยสนับสนุนค่าส่งไปรษณีย์หรือแวะรับกล่อง UHT ตามบ้านให้เลย (อาสาเก็บกล่องต้องสะสมกล่อง UHT ใช้แล้วให้ได้อย่างน้อย 0.5 กิโลกรัมขึ้นไป) 

“เราขอบคุณเขาจริง ๆ ขอบคุณอาสาเก็บกล่องทุกคนที่ช่วยส่งกล่องเครื่องดื่มกลับมา และเห็นประโยชน์จากการรีไซเคิลได้จริง ๆ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าอาสาเก็บกล่องทุกคนมีความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้สังคม โครงการนี้ดำเนินการมาเกือบ 15 ปี เราจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าขาดอาสาสมัครที่ช่วยเก็บกล่องมาบริจาค เราอยากให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าได้ร่วมทำบุญด้วยกัน และยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับครอบครัวและชุมชนของตัวเองอีกด้วย”

Sustrend 2026

ความพิเศษของโครงการ ‘เก็บกล่องสร้างบ้าน’ ปีนี้ จะยกขบวนมาตั้งบูทในงาน Sustrends 2026 ภายใต้ธีมงาน ‘อาสาสมัคร’ ​​เพราะปี 2026 เป็นปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยงานจัดในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ กรุงเทพฯ จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมกันเป็นอาสาเก็บกล่อง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นวัสดุสำหรับสร้างบ้านให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติและชุมชนที่ขาดแคลน

ว่าแล้วก็เตรียมตัว เตรียมกล่อง แล้วไปเจอกันที่งาน Sustrend 2026 ได้เลย!

Website : www.tetrapak.com

Writer

ชลธาร นราตรี

นักหัดฟัง ผู้ชอบทำอาหารในบางเวลา ชอบกินเต้าหู้ นั่งมองแสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าและยิ้มให้กับสายลมตรงหน้า ชอบถ่ายรูป เดินทักทายธรรมชาติ กอดต้นไม้ใหญ่ และอารมณ์ดีเมื่อได้กินไอติม

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง