16 ตุลาคม 2025
822

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในช่วง 26 กันยายน – 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา คึกคักไปด้วยผู้เข้าร่วมกว่า 9 แสนคน ทั้งที่รับชมทางออนไลน์ และมาเยือนในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 หรือ SX2025 ตลอด 10 วันและปิดฉากลงอย่างสวยงาม

ไม่ใช่เพียงแค่คนไทย งานในครั้งนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก ในฐานะ ‘มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ โดย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) พร้อมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา รวมทั้งภาคประชาสังคมและองค์กรระหว่างประเทศ 

The Clould มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญของงานนี้ กับเรื่องราวใหม่ ๆ บนความมุ่งมั่นตั้งใจเดิมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และเธอยินดีถ่ายทอดให้ฟังผ่านบทความนี้

เริ่มต้นจากธีม ‘Sufficiency for Sustainability พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเรียงร้อย เชื่อมโยง และถ่ายทอดผ่านทุกองค์ประกอบของงาน เพื่อสร้างการตื่นรู้ ตระหนักถึงความสำคัญ มองความพอเพียงอย่างเข้าใจ และปรับให้เข้ากับบริบทของยุคสมัยมากยิ่งขึ้น

“ในวันเปิดงาน SX2025 มีการเสวนาที่น่าสนใจมาก เราคุยกันว่าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้จะนำไปใช้กับโลกธุรกิจได้อย่างไร จะนำไปใช้กับงานชุมชนต่างประเทศได้จริงหรือไม่ จริง ๆ แล้วนี่คือหลักธรรมาภิบาล หรือ Governance ที่เราพูดถึงกัน มีความเป็นสากลอยู่แล้ว

 “มีการตีความคำว่า พอเพียง หรือ Sufficiency ที่เชื่อมโยงกับคำว่า พอ หรือ Enough คือถ้าเรารู้จักพอ เราก็จะไม่ทำอะไรที่เกินตัว ไม่บริโภคเกินกว่าที่ควรจะเป็น” ต้องใจอธิบาย

ผู้จัดงาน SX2025 นำหลักคิดของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปพูดคุยในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง และยกระดับสู่การมอบรางวัล SEP (Sufficiency Economy Philosophy) Award เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนทั่วโลกได้เรียนรู้และนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ประโยชน์ โดยมอบให้กับทีมที่เข้าสู่รอบสุดท้ายของ Enactus World Cup 2025 มีเงินรางวัลสูงถึง 9,100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทางผู้จัดงานจะมอบให้ต่อเนื่องทุกปีจนถึงปี 2030 ตามที่ตั้งใจเอาไว้

“หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเปรียบเสมือนศีล 5 ถ้าโลกนี้ไม่มีศีล 5 โลกก็จะวุ่นวาย เบียดเบียนกัน ลองนึกถึงโลกที่คนไม่รักษาสัจจะดูว่ามันจะเป็นอย่างไร หรือถ้าคุณบริหารธุรกิจแต่ไม่ใช้องค์ความรู้ ไม่มีจริยธรรม ทำอะไรเกินตัว ก็จะอยู่กันไม่ได้” ต้องใจเสริม

เวทีสำหรับเยาวชน คือเรื่องใหม่ในปีนี้ที่ผู้จัดตั้งใจสะท้อนมิติความร่วมมือในเวทีต่างประเทศ โดยจับมือกับ Enactus องค์กรไม่แสวงหากำไรจากสหรัฐอเมริกา เชื่อมโยงเด็กนักเรียน ผู้นำด้านการศึกษา และผู้ประกอบการเข้าด้วยกันภายใต้เครือข่าย 35 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อศึกษาทำความเข้าใจวิถีชีวิตที่แตกต่าง และนำไปสู่การริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลง 

ในงาน SX2025 นี้ Enactus World Cup 2025 presented by ThaiBev เป็นการประกวดโครงการที่มีเยาวชนจาก 32 ประเทศ รวมแล้วกว่า 2,000 คนเข้าร่วม มาแข่งขันกัน 2 วันเต็ม โดยเด็กกลุ่มนี้จะได้เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการที่พัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และเยี่ยมชมงาน SX2025 อย่างครบถ้วน

ผู้คว้าแชมป์การแข่งขัน Enactus World Cup 2025 คือมหาวิทยาลัยเซนต์แมรี ประเทศแคนาดา ด้วยโครงการวิสาหกิจเพื่อสังคม Square Roots ช่วยเหลือผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกินจากฟาร์ม และ Alaagi พัฒนาวัสดุทดแทนพลาสติกจากสาหร่ายทะเลที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ยังมีทีมจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี University of Münster ได้รับรางวัล SEP Award จากโครงการ Seads นวัตกรรมหญ้าทะเลที่ช่วยดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าพืชทั่วไปถึง 5 เท่า โดยใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาช่วย ต่อยอดไปสู่ธุรกิจให้เช่าซื้อหุ่นยนต์และอาหารคุณค่าสูงจากหญ้าทะเล

เนื้อหาในงาน SX2025 เน้นความเป็นสากลและเชื่อมกับเวทีโลกมากขึ้น มีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งเวทีหลัก เวทีพันธมิตร และงานสำหรับภาคธุรกิจ (B2B) โดยมีองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาร่วมทำงานถึง 14 องค์กร มีพื้นที่จากตัวแทนประเทศต่าง ๆ มาจัดแสดงเพิ่มมากขึ้น เช่น ประเทศจีนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ปัญญาประดิษฐ์ และสิ่งแวดล้อม ขณะที่กลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group มาร่วมหารือเพื่อผลักดันเรื่องการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่ต้องอาศัยการทำงานกับภาครัฐร่วมด้วยเพื่อเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งกระบวนการ จากเดิมที่เน้นไปที่การทำธุรกิจโดยตรงสู่ผู้บริโภค (B2C) เพิ่มบทบาทของธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ที่เกี่ยวเนื่องกันในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากจุดที่ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง สู่การปรับตัวของธุรกิจขนาดเล็กให้เข้ากับกระบวนการธุรกิจขององค์กรขนาดใหญ่ 

“สิ่งที่เราเพิ่มขึ้นมาในปีนี้ก็คือบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของงาน มีงานเสวนาและการประชุมมากขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้กับกลุ่มองค์กร มีเนื้อหาที่เจาะลึก เฉพาะทางมากขึ้น ทั้งฝั่งที่เป็นธุรกิจกับธุรกิจ และฝั่งของธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) ด้วย” 

ภายในงาน จัด TSCN Business Partner Conference 2025 เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานของพันธมิตรทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เริ่มจากกลุ่มผู้ก่อตั้งจาก 10 องค์กร จากนั้นแต่ละองค์กรส่งซัพพลายเออร์ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ทำธุรกิจที่เป็นตัวอย่างที่ดีด้านความยั่งยืนมาร่วมประกวด โดยปีนี้มีผู้ได้รับรางวัล SX TSCN Sustainability Award 36 ราย 

“สิ่งที่เราพยายามทำเรื่องแนวปฏิบัติหรือ Code of Conduct ให้ชัดเจน คือถ้าอยากทำมาค้าขายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ของ TSCN คุณต้องมีหน้าตาประมาณนี้ หมายถึงต้องมีแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ก็จะได้เข้ามาอยู่ในรายชื่อซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานของเรา” ต้องใจเล่า

หนึ่งในไฮไลต์ของงาน SX ทุกปี คือร้านอาหารชื่อดังและร้านอาหารฝีมือเชฟ ที่มารวมตัวกัน 163 ร้าน กับแนวคิด World Food Collaborations ที่ต้องใจบอกว่าถึงจะไม่ใช่มหกรรมอาหารก็ใกล้เคียงมาก โดยจัดคู่กับตลาดสินค้าคุณภาพที่สนับสนุนงานฝีมือและเศรษฐกิจชุมชน 

ทางผู้จัดงาน SX2025 ต้องหมั่นตรวจตรา ตรวจสอบผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การขายไปถึงการคัดแยกขยะ โดยที่ไม่เก็บค่าเช่าสถานที่แม้แต่บาทเดียว

“อาหารเหลือทิ้ง เราก็นำไปแยกอย่างถูกวิธี มีเครื่องบริการที่จุดทิ้ง เราตรวจสอบได้ว่าสร้างขยะกี่ร้อยกิโลกรัมต่อวัน เราพยายามลดทั้งบรรจุภัณฑ์และของเสียจากอาหารด้วย นอกจากนี้ ยังเก็บข้อมูลจากยอดขายสินค้าในงานเพื่อนำมาเปรียบเทียบว่าเราทำได้ดีขึ้นหรือไม่ ในงานเราก็มีลงนาม MOU เรื่องบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิลกันด้วย ”

ภายใต้โครงการ SX Waste Management ผลลัพธ์การคัดแยกขยะทุกประเภทออกมาเป็นเป็นตัวเลขชัดเจน แบ่งเป็นเศษอาหาร (Food Waste) 9,173 กิโลกรัม ขวด PET 105,452 ขวด กระป๋องอะลูมิเนียม 48,733 กระป๋อง ขวดแก้ว 17,565 ขวด และกล่องกระดาษลูกฟูก 11,966 กล่อง

ขยะส่วนอื่นนำไปผ่านกระบวนการเผาเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 36 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

เป็นไปไม่ได้ที่การขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้ เพียงเพราะการจัดงานขนาดใหญ่เพียงครั้งเดียว ทำโดยองค์กรเดียว แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในทุกระดับที่จับมือกัน เริ่มจากตระหนักถึงปัญหา มองเห็นหนทางข้างหน้า และก้าวต่อไปบนหลักการเพื่อความยั่งยืน

มีผู้เปรียบเทียบไว้ว่าภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญนั้นเสมือนผู้ลงมือทำ (Doer) โดยมีการสนับสนุนของผู้บริโภค (Consumer) และมีภาครัฐเป็นผู้ประสานและอำนวยความสะดวก (Facilitator) ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเองขาใดขาหนึ่ง เพียงแต่ว่าสัดส่วนการลงมือลงแรงนั้นอาจจะต่างกัน

“จริง ๆ ไม่มีสูตรตายตัวค่ะ ที่ยุโรป ภาครัฐเขาออกมานำชัดเจนมาก ภาครัฐเขาเข้มแข็ง ไม่ใช่ในแง่การเมือง แต่หมายถึงด้านข้อมูลและการบริหารประเทศ หลักการในการบริหารประเทศเขาค่อนข้างชัด และกฎระเบียบกับการบังคับใช้กฎหมายสร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง ๆ

“ส่วนในฝั่งภูมิภาคแถวบ้านเรา รัฐบาลสิงคโปร์เขานำอย่างโดดเด่น เวียดนามก็เช่นกัน แต่ของไทยอาจต่างออกไป ความชัดเจนของแกนและความต่อเนื่องของนโยบายอาจจะยังต้องทำเพิ่ม ดังนั้น คนที่ลงมือทำส่วนใหญ่คือภาคเอกชนที่ทำไม่น้อยกว่า 50% ของเรื่องพวกนี้ เราเข้าใจบริบทของประเทศไทย เพียงแต่ถ้าเอกชนทำ ก็อยากให้รัฐบาลรับลูก อาจจะทำสัก 35% ก็ได้ค่ะ แล้วที่เหลือประมาณ 15% ก็เป็นการปรับตัวของผู้บริโภค” ต้องใจสรุปได้น่าสนใจ

นี่คืองานที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และกำลังมุ่งหน้าสู่ SX2026 ที่จะไม่จำกัดเพียงแค่ 10 วันของการจัดงาน แต่ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจและผลลัพธ์ตลอดทั้งปี เมล็ดพันธุ์แห่งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่หว่านไว้ในใจเยาวชนและผู้เข้าร่วมงาน จะยังคงเติบโต งอกงาม และผลิบานมากขึ้นในทุก ๆ ปี

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน