30 ตุลาคม 2024
2 K

ศัพท์ 1 คำ ตีความได้หลากหลายตามมุมมองของผู้ฟัง คำว่า ลักชัวรี (Luxury) เองก็เช่นกัน หลายคนคิดถึงความราคาแพง เข้าถึงยาก แต่บางคนก็มีมุมมองต่างไปจากนั้น

สำหรับการย่างเข้าปีที่ 20 ของสยามพารากอนที่หลายคนว่าหรูหรา ตอนนี้พวกเขาอยากจะพาทุกคนไปสู่ประสบการณ์ ‘New World of Luxury’ ตีโจทย์ความลักชัวรีเสียใหม่ และมองว่าไม่มีอะไรจะหรูหราไปกว่าการนำ ‘ศิลปะ’ เข้าไปเติมเต็มมิติชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนอีกแล้ว

เพื่อที่สุดของสุนทรียภาพอย่างที่ตั้งใจ จึงเชิญ 9 ศิลปินระดับแนวหน้าทั้งไทยและนานาประเทศมาสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยสำหรับสยามพารากอนโดยเฉพาะ แล้วนำเสนอใน ‘Siam Paragon’s World Art Collective’

พวกเขาหวังว่า The Ultimate Arts Experience with ONESIAM จะเกิดขึ้นจริง ที่นี่จะเป็นพื้นที่แห่งศิลปะร่วมสมัยใจกลางสยาม มีงานของเหล่าศิลปินไทยและศิลปินโลกที่ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกวัน และต่อจากนี้ผู้ที่มาเยือนจะค่อย ๆ รู้สึกสนิทชิดเชื้อกับศิลปะมากขึ้น จนกลายเป็นพลเมืองของโลกศิลปะในสักวัน

หากคุณได้ผ่านไปช็อปปิ้งก็อาจจะสังเกตเห็นบ้าง ตอนนี้ชิ้นงานของเหล่าศิลปินถูกติดตั้งที่มุมต่าง ๆ ของสยามพารากอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

และนี่คือลายแทงที่ทุกคนจะไปตามรอยได้เลย พร้อมเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับชิ้นงาน

ชั้น M

สมมติว่านี่คือวันเสาร์ตอนบ่ายโมง และคุณอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันที่สยามฝั่งร้อนมาแล้ว เมื่อเดินผ่านทางเชื่อม BTS คุณก็จะมาโผล่ที่ชั้น M ชั้นที่เด็กสยามใช้ลานน้ำพุและช็อป Hermès เป็นจุดนัดเจอกัน

ประติมากรรมสำริด ‘Cascading Melody’ โดย John Helton (USA) จะเป็นชิ้นงานแรกที่คุณได้พบ กลางทางเดินระหว่างช็อป Louis Vuitton และ Tiffany & Co. แม้ขนาดไม่ได้ใหญ่โต แต่ก็ยืนหนึ่งในเรื่องจังหวะจะโคนและความสมดุล

โดยศิลปินอย่างจอห์น ผู้จบการศึกษาจาก Parsons School of Design สถาบันศิลปะอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาและอันดับ 2 ของโลก ตั้งใจที่จะสื่อถึงความเป็นนิรันดร์ รวมถึงพลังงานของโลกอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ชั้น 1

ขึ้นบันไดเลื่อนมาอีกชั้น จะเจอกับชั้น 1 ที่มีชิ้นงานศิลปะเยอะที่สุดในห้าง

และผู้ที่รอตอนรับคุณอยู่ในส่วนที่ผู้คนนั่งพักเหนื่อยก็คือ ‘น้องมะม่วง’ เด็กสาวหน้าคุ้นที่มาพร้อมกับเงาของตัวเอง

ผลงาน ‘UOY AM I’ หรือ ‘ไอ แอม ยู’ สื่อถึงภาพสะท้อนมุมมองที่ตัวเรามีต่อโลก เปรียบเสมือนการส่องกระจก ซึ่งเจ้าของผลงานก็คือ วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักเขียนการ์ตูน-แอนิเมชัน ศิลปิน และนักดนตรี ผู้โด่งดังในประเทศญี่ปุ่น

ไม่ไกลจากน้องมะม่วง เราจะพบกับงานอีกอารมณ์อย่าง ‘คิดถึง’ หรือ ‘Missing’ โดย นฤทธ์ธรณ์ เศรษฐ์คุณารัฐ ซึ่งไม้และ Fiberglass สื่อถึงความเหงาและความโดดเดี่ยว โดยเจ้าของชิ้นงานเป็นประติมากรไทยระดับตำนาน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และโดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์สมัยใหม่

เดินตรงไปอีกนิด ยังไม่ทันพ้นระยะสายตา จะพบกับ ‘Red Bubble’ ของ Donghoon Oh ศิลปินชาวเกาหลีใต้จากเมืองคยองจูที่ถ่ายทอดรูปร่างคนโดยเล่นกับรูปทรงกลม ได้รับแรงบันดาลใจจากฟองสบู่ที่เด็ก ๆ เป่าที่ลอยอยู่ในอากาศไม่นานแล้วก็หายไป ราวกับความจริงและภาพลวงตาใกล้กันนิดเดียว

การสร้างสรรค์ร่างคนและสัตว์ด้วยทรงกลมเป็นเอกลักษณ์ของ Donghoon Oh อยู่แล้ว และงานฟองสบู่สีแดงเตะตานี้ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามากทีเดียว

ชั้น 2

ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะพบกับอีกงานของคนไทย ‘ไม่มาไกลเพื่อถอยหลัง’ ของ อินสนธิ์ วงศ์สาม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ชาวลำพูน ผู้เดินทางเข้าเมืองมาเรียนกับ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร

ประติมากรรมไม้ชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเมื่อครั้งที่อินสนธิ์ขี่สกูตเตอร์ตามลำพัง หวังมุ่งหน้าไปยังเมืองฟลอเรนซ์ บ้านเกิดของอาจารย์ที่เคารพ ซึ่งด้วยระยะทางกว่า 20,000 กิโลเมตร ระหว่างทางเขาพบกับอุปสรรคมากมาย แต่ก็ตัดสินใจต่อสู้กับจิตใจตัวเองจนไปถึงที่หมาย

“คำว่าแพ้หรือถอยหลังจะต้องไม่เกิดขึ้น ถ้าเลือกที่จะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้” และนี่ก็คือแนวคิดเบื้องหลังการทำงานของเขา

ดูงานจนอิ่มใจแล้วก็เลี้ยวเข้า Asia Books ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินดูหนังสือก่อนจะไปต่อกันที่ชั้นต่อไป

ชั้น 3

ชั้น 3 เป็นที่ตั้งของประติมากรรมเหล็กหล่อนาม ‘The Way it Shapes You’ ที่สื่อถึงโลกในอุดมคติที่ทั้งสมดุลและงดงามของ Pieter Obels ประติมากรชาวดัตช์ 

ปีเตอร์ท้าทายขอบเขตของวัสดุ เขาทำให้เหล็กที่ดูหนักหน่วงกลับกลายเป็นวัสดุที่อ่อนช้อย ลื่นไหล ดังจะเห็นได้จากความออร์แกนิกของรูปทรงและเส้นสายที่โค้งต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ 

ศิลปินทำงานอย่างอิสระโดยไร้ผู้ช่วย โดยตั้งใจสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนโยนของจักรวาล บทกวี การสนทนา การแสวงหาข้อตกลง และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของสรรพสิ่ง

บอกเลยว่าชิ้นนี้ยิ่งมองยิ่งเพลิน ไม่แพ้งานอื่น ๆ ที่ชิ้นใหญ่กว่าเลยแม้แต่นิด

ชั้น 4

‘Dylie’ ยมทูตจิ๋วผู้มองโลกในแง่ดี โดย JWON เป็นประติมากรรม Fiberglass ตั้งอยู่ที่กลางชั้น 4 ของสยามพารากอน คาแรกเตอร์ Dylie เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความน่ารักของเด็กน้อยกับยมทูตที่เป็นตัวแทนของความมืดมิด 

JWON มีชื่อจริงว่า สรายุทธ คุระแก้ว เป็นนักวาดภาพ นักออกแบบคาแรกเตอร์ และศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในวงการ Art Toy และของสะสม โดยฝากผลงานคอลแล็บไว้มากมาย เช่น Crybaby, Go Astro Boy Go!, WASA, PLAYMOBIL และการออกแบบลายรถยนต์ Hyundai (IONIQ Lab)

ในเวิ้งใกล้กัน หน้า SCBX NEXT TECH เงยหน้าขึ้นนิด คุณจะพบกับ ‘Vortex’ ของ Miguel Chevalier

Vortex ไม่ได้เป็นประติมากรรมเช่นเดียวกับชิ้นงานอื่น แต่เป็น Generative Virtual Reality Work ออกแบบมาเพื่อจอโค้งของสยามพารากอน มีทั้งเส้นบาง เส้นหนา พันเกี่ยวทาบทับ เคลื่อนไหววิ่งตามกันไปมา โดยเจ้าของผลงานตั้งใจสื่อถึงพลังสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ และวงแหวนแห่งศิลปะที่หมุนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ชั้น 5

จริง ๆ แล้ว ยังไม่ทันถึงชั้น 5 ดี งานชิ้นสุดท้ายในสยามพารากอนนี้สังเกตได้ตั้งแต่ชั้น 4 

ดู Vortex แล้วเงยหน้าขึ้นอีกสัก 30 องศา คุณจะพบกับ ‘Aurora’ โดย Pascal Dombis บริเวณช่องแสงของสยามพารากอน

Aurora ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงเหนือที่หลายคนอยากเดินทางไปชมด้วยสายตาของตัวเอง ผลงานนี้ประกอบด้วยแผ่นเลนติคูลาร์ (Lenticular) แผ่นพลาสติกที่มีผิวสัมผัสเป็นลูกฟูกถี่ ๆ ทั้งหมด 24 แผ่น และซ้อนภาพไว้ด้วยกันได้มากมาย ทำให้เกิดมุมมองที่เต็มไปด้วยมิติ 

แผ่นเลนติคูลาร์แต่ละแผ่นมาจากการนำสีตั้งต้น 1 สี มาผสมกับสีขาวและสีดำ ด้วยการป้อนข้อมูลเส้นสีแนวดิ่งทั้ง 3 สีลงในระบบอัลกอริทึม ซึ่งศิลปินตั้งใจจะใส่ข้อมูลให้มากจนเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค และเกิดผลลัพธ์เป็นการไล่สีซ้อนกันอย่างคาดเดาไม่ได้

Pascal Dombis เป็น Visual Artist ระดับโลกชาวฝรั่งเศสที่โดดเด่นด้านการใช้กระบวนการดิจิทัลและระบบอัลกอริทึมมาทำงานศิลปะ ตั้งแต่ยุค 90 จนถึงปัจจุบัน เขาได้จัดแสดงงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น Palais-Royal ในปารีส และ งาน Venice Biennale of Art ในอิตาลี รวมถึงในบราซิล สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ และจีน

ดู Aurora จากชั้น 4 คุณจะเห็นแบบหนึ่ง ระหว่างขึ้นบันไดก็เห็นเฉดสีค่อย ๆ เปลี่ยนไปแบบหนึ่ง ไปยืนที่ชั้น 5 ก็เห็นอีกแบบหนึ่ง

ได้เห็นงานระดับโลกแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มที่ออกจากบ้านมาแล้ว

นอกจากที่สยามพารากอน คุณจะพบกับ Art Toy Installation ขนาดโอเวอร์สเกล ได้ที่ห้างสรรพสินค้าบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย ดู Aurora หนำใจแล้วก็ไปเจอ RainbowKido ได้ที่ชั้น G ของสยามเซ็นเตอร์ จากนั้นก็พบกับ Gundam Base ที่ชั้น 1 พร้อมด้วย Exclusive Showcase – Siam Center x Benzilla ที่กระจายอยู่ทั่ว ตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย เดินเล่นไปสังเกตไปก็สนุกดีไม่น้อย

และหลังจากนี้ จะมีผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง Jamie Hayon จาก Hayon Studio เป็น Standing Art Sculpture ขนาดใหญ่ แต่รายละเอียดจะเป็นยังไง และตั้งอยู่ตรงไหน ทางศูนย์การค้าขออุบไว้ก่อน

“ประสบการณ์ New World of Luxury นี้ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ลักชัวรีหลากมิติที่ไม่ได้ตีกรอบอยู่แค่สินค้าและการช็อปปิ้งอีกต่อไป แต่จะกำหนดนิยามและเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์ประสบการณ์ Luxury ใหม่ที่แตกต่าง น่าตื่นตา และไม่เหมือนใคร” ชนิสา แก้วเรือน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ลักชัวรีใหม่นี้จะตื่นตาจริงหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่นักเดินห้างอย่างคุณเป็นผู้ตัดสิน เรายืนยันได้แค่ว่าการมีงานศิลปะดี ๆ ให้ชื่นชมในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องจ่ายเงิน จะดีต่อใจและการพักผ่อนในวันหยุดของทุกคนแน่นอน

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ