ระยองเป็นจังหวัดอันดับต้น ๆ ที่ The Cloud แวะเวียนไปหา
ไม่ใช่แค่หาดสวย น้ำใส หรือมีทำเลทอง แต่ระยองอุดมไปด้วยกลุ่มคนสร้างสรรค์มากมายน่าทำความรู้จัก
กว่า 40 ปีที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัด พวกเขาจะพา The Cloud ไปตามหาสิ่งมหัศจรรย์ในระยองกัน
เราออกเดินทางกับ SCGC แต่เช้าตรู่ เพื่อไปทำความรู้จักกับโมเดล ‘มหัศจรรย์ชุมชน’ เดินหน้าสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยหลักพึ่งพาตนเอง ต่อยอดการสร้างอาชีพอย่างมีคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจะได้พบกับพลังมหัศจรรย์ของ 3 ชุมชน 3 ช่วงวัย ได้แก่ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มสตรี และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนมีวิธีคิดเพื่อการสร้างอาชีพ ดังนี้
หนึ่ง การคิดพึ่งพาตนเอง พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาศักยภาพอยู่เสมอ สอง ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต สาม สร้างโอกาส สร้างอาชีพให้กับผู้อื่น และสี่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม SCGC กล่าวต้อนรับเราว่า ระยองเป็นจังหวัดที่มีภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเข้มแข็ง มีกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านเพราะเป็นพื้นที่ติดชายหาด มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ เสน่ห์อีกอย่างของจังหวัดนี้คือโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้เป็นอย่างดี
SCGC ทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตยิ่งขึ้น อาทิ การจัดตลาดนัดชุมชนภายในโรงงาน ใช้บริการต่าง ๆ จากท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมอาชีพผ่านการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน น้ำทิพย์เปิดเผยว่า SCGC ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ไปมากกว่า 56 ล้านบาทใน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งโมเดลมหัศจรรย์ชุมชนจะผลักดันให้สินค้าในชุมชนมีจุดแตกต่าง เพราะนอกจากคุณภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและรักษ์โลก ตอบโจทย์ ESG อีกด้วย
“ถ้าสินค้าเป็นที่รู้จัก มีความแตกต่าง คนก็อยากซื้อหาไปใช้ เศรษฐกิจชุมชนก็จะดีขึ้นตามไปด้วย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่ามกลางแสงแดดที่ทักทายเราอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก
โชคยังดีที่ได้เครื่องดื่มดับร้อนจากวิสาหกิจชุมชนแรก ฝีมือการชงของ ประไพ คชรินทร์ อดีตครูวัยเกษียณที่หันมาเอาดีด้านการเลี้ยงชันโรง

มหัศจรรย์พลังผู้สูงวัย
วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา

เราเริ่มต้นกันที่ตำบลทับมา บ้านในสวนของป้าประไพ ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ อากาศร้อนแต่ไม่อบอ้าวด้วยร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่ ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยกล่องเลี้ยงชันโรง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่างานหลักของป้าคืออะไร
เครื่องดื่มดับร้อนในมือมีชื่อว่า ‘Mee Chan Dee Blessing’ มีรสชาติเปรี้ยวจี๊ดของเสาวรส ผสมความหวานของน้ำผึ้งชันโรง บวกกับโซดาซาบซ่า เรียกให้คนอ้าปากหาวนั้นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้ ป้าเล่าว่า SCGC ช่วยคิดชื่อของเครื่องดื่มนี้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ เขาส่งมาให้หลายชื่อ ป้าและสมาชิกชอบชื่อนี้ เพราะมีชันดี คือชื่อแบรนด์ของเรา ส่วน Blessing สื่อถึงการอวยพรให้โชคดี
จากการพูดคุย เราได้รู้ว่าป้าประไพเป็นครูวัยเกษียณที่ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ รอรายได้จากเงินราชการเพียงอย่างเดียว เธอคิดอยากประกอบอาชีพที่คนสูงอายุทำได้ ไม่เหนื่อย เกิดความสุข และยังสร้างประโยชน์ให้สังคม
“ป้าใกล้เดินทางสู่ความตาย ขอมีเงินเก็บเล็ก ๆ ไม่มากมาย ด้วยรายได้ที่เพิ่มมาจากเดิมนิดหน่อย ไม่อยากเป็นภาระใคร” เธอเล่าเรื่องชีวิต
แรกเริ่มป้าคิดถึงการเลี้ยงผึ้ง แต่ลูกชายก็ออกปากห้าม เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย ตัวเลือกต่อมาจึงเป็นสัตว์ประจำพื้นที่อย่างชันโรง


คนระยองเรียกมันว่าแมลงรำคาญ แต่มันรู้จักในอีกชื่อคือผึ้งจิ๋ว ด้วยรูปลักษณ์คล้ายกัน แต่ไม่มีเหล็กใน สำคัญคือคุณประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ของมันทำให้น้ำผึ้งชันโรงมีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปถึง 10 เท่า นอกจากไลเคนจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่บ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ได้ดีแล้ว ชันโรงเองก็ไม่อาจเติบโตได้ในสิ่งแวดล้อมคุณภาพต่ำเช่นกัน
ป้าประไพอาศัยช่วงวิกฤตโควิดศึกษาชันโรงจนทะลุปรุโปร่ง จากการทดลองทำโพรงเทียมเองแล้วไม่เป็นผลในช่วงแรก ครูเกษียณอายุผู้ชอบเผยแพร่ความรู้เป็นชีวิตก็เริ่มเชี่ยวชาญจนรวมกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เชี้ยงชันโรงบ้านทับมาได้สำเร็จ
คำถามคือ ถ้าจะขายชันโรงแต่ขาดงานวิจัยมารองรับ ใครจะเชื่อถือ
นี่เองจึงเป็นจุดที่ SCGC นำผู้เชี่ยวชาญมาต่อยอดองค์ความรู้ นำน้ำผึ้งที่ได้ไปตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมพร้อมสำหรับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ GAP และยกระดับสู่สินค้าประจำจังหวัด ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘มีชันดี’ ซึ่งนำผลผลิตจากชันโรงมาผลิตเป็นสินค้าอื่น ๆ นอกจากน้ำผึ้ง อาทิ เครื่องดื่ม บาร์ขนมพลังงานสูง รวมถึงยาสมุนไพรแผนไทยต่าง ๆ จากสารสกัดพรอพอลิส (Propolis) และเกสรของผึ้งชันโรง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจฯ มีสมาชิกราว 50 ราย สร้างรังให้ชันโรงไปแล้วกว่า 400 รัง จากแต่ก่อนทุกบ้านเห็นชันโรงแล้วอยากจะเอายาฉีด ป้าประไพมีส่วนทำให้ชาวบ้านหันมาอนุรักษ์ชันโรงมากขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยเพาะเองอย่างแต่ก่อน
“วิสาหกิจเล็ก ๆ ของเราเพิ่งสร้างมา 3 ปี แต่มีมือที่โอบอุ้มอยู่ ทำให้หนทางที่ขรุขระราบเรียบขึ้นมาได้” ป้าพูดพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
วันนี้ครอบครัวของป้าประไพอยู่พร้อมหน้า มีสามีคอยแนะนำคุณประโยชน์ของชันโรง ลูกชายสาธิตวิธีการชง Mee Chan Dee Blessing หลานสาวก็คอยให้กำลังใจอยู่ไม่ไกล รายล้อมไปด้วยเพื่อนสมาชิกสูงวัยที่ยังไม่แก่เกินเริ่มต้นใหม่
เหล่านี้ถูกชันโรงยึดโยงเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
มหัศจรรย์พลังหญิง
วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผ้า ชุมชนมาบชลูด

ไปต่อกันที่ตำบลห้วยโป่ง ณ บ้านหลังเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยความสุขของเหล่าเฟมินิสต์รุ่นใหญ่ วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผ้า เจ้าของสโลแกน ‘ทุกรอยเย็บเกิดจากรอยยิ้ม’ นำโดย โต-ประคอง เกิดมงคล ประธานกลุ่มผู้เป็นช่างเย็บผ้ามานานถึง 40 ปี
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ชลูด (Chalüd) เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน พี่โตเล่าว่าตอนนั้นลูกค้าเปลี่ยนจากสั่งตัดเสื้อผ้าเป็นการซื้อสำเร็จ ทำให้ช่างอย่างเธอต้องหาทางออกให้ชีวิต แต่จะให้ลุกขึ้นมาหากินคนเดียวก็กระไรอยู่ จึงชักชวนบรรดาน้อง ๆ ที่เป็นแม่บ้านเต็มเวลาให้มาสร้างรายได้ร่วมกัน แม้สมาชิกบางคนจะมีภาระหน้าที่ต้องดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวหรือเลี้ยงเด็กก็ยังเย็บผ้าที่บ้านได้ เราจึงได้เห็นสาวใหญ่ผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายอาชีพ อย่าง พี่ดำ มือโซเชียลประจำกลุ่ม คอยถ่ายรูป ตัดต่อวิดีโอโปรโมตสินค้าลงเพจก็เคยเป็นดีเจมาก่อน
พี่โตบอกว่าระยองเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มคนทำกระเป๋าเยอะมาก สิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มของพี่โตโดดเด่นกว่าใครคือการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยการใช้เศษผ้ามาเย็บด้วยเทคนิคการต่อผ้าทุกชิ้นในสไตล์เฉพาะตัวของช่างเย็บ ทำให้สินค้าของที่นี่มีแบบเดียวในโลก


ปัญหาคือการเย็บเสื้อผ้าใช้เวลานาน ต้องมารวมตัวกันถึงจะเย็บเสร็จ พวกเธอจึงเปลี่ยนมาเย็บกระเป๋าที่ใช้เวลาแค่วันเดียว โดยมีบ้านของพี่โตเป็นหน้าร้าน ทำให้แบรนด์ Chalüd ของพวกเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้เดือนแรกจะขายได้เพียง 800 บาทก็ตาม
SCGC เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบสินค้า เสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการ การทำการตลาดออนไลน์ และการออกร้านในกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยแนวคิดที่ว่า การทำกระเป๋าไม่ต้องการทักษะเพิ่มเติม แต่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ จึงแนะนำพวกเธอให้รู้จักกับศูนย์การเรียนรู้ภูทอง (Golden Hill Learning Center) ที่โดดเด่นเรื่องงานต่อผ้าด้วยการเย็บมือ จากนั้นพี่โตจึงนำมาต่อยอดและร่นเวลาด้วยการใช้จักรเย็บ บุข้างในด้วยโพลีเอสเตอร์ กันน้ำได้ มีรูปทรงสวยงาม
“ผลงานทุกชิ้นเป็นความภาคภูมิใจที่เราคิดและสรรสร้างขึ้นมา เมื่อเสร็จแล้วจะติดป้ายไว้ว่าใครเป็นคนเย็บ แค่ทุกคนรับรู้ว่ากลุ่มแม่บ้านของเราก็มีความคิด มีความสามารถ เราก็พอใจแล้ว
“ถ้ามีอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงตัวเองได้ ก็มีคุณค่าในตัวเอง” พี่โตทิ้งท้าย ข้างกายเธอมีเครื่องจักรเย็บผ้าที่เคยสร้างรายได้ให้เธอเพียงคนเดียว บัดนี้มันกลายเป็นอุปกรณ์หากินของคนทั้งชุมชน
นอกจากเสื้อผ้ากับกระเป๋าเป็นสินค้าที่ต้องตามแฟชั่น ทำให้พวกเธอต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด วิสาหกิจนี้สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน เกิดการจ้างงานคนทั้งหมู่บ้าน ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย
กระเป๋าของ Chalüd ไม่เพียงมีคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ แต่ความแข็งแกร่งของสาวใหญ่เหล่านี้เป็นอีกเครื่องยืนยันว่าวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผ้าชุมชนมาบชลูด จะยั่งยืนอย่างมั่นคง
ว่าแล้วก็อุดหนุนกระเป๋าฝีมือพี่โตกลับบ้านมาสักใบดีกว่า
มหัศจรรย์พลังคนรุ่นใหม่
วิสาหกิจชุมชนบ้านรลิณ กรีน ลีฟวิ่ง

เดินทางมาเนิ่นนานก็ถึงที่สุดท้าย ณ อำเภอบ้านฉาง อากาศยังร้อนระอุไม่หาย โชคดีอีกแล้วที่ได้น้ำมะกรูดเย็นชื่นใจกับตะลิงปลิงแช่อิ่ม ของดีบ้านรลิณมาดับร้อน
นั่งฟัง ปอ-รัณยณา จั่นเจริญ ลูกสาวคนกลางของบ้านควบตำแหน่งประธานวิสาหกิจชุมชน เล่าถึงจุดกำเนิดของบ้านรลิณในศาลาหลังเล็กหน้าบ้าน คล้ายจะเป็นร้านจำหน่ายสินค้าออร์แกนิกของเธอ เพราะเต็มไปด้วยโหลหมักผลไม้วางรายเรียง ขนาบข้างด้วยขวดปั๊มหลากหลายขนาด และบรรดาน้ำยาอเนกประสงค์จากธรรมชาติ
ปอเล่าว่าเธอเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาให้น้องสาวที่มักแพ้ผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกายอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์สำหรับเด็กหรือเคลมว่าออร์แกนิกมากเพียงไรก็หนีไม่พ้นผดผื่นขึ้นตามตัว กอปรกับเธอเองก็เริ่มสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการเสพข่าวเป็นประจำ ทำให้เธอสนใจหันมาแยกขยะ แปรรูปผักผลไม้ คลุกคลีกับตลาด Eco-friendly และเริ่มศึกษาการทำผลิตภัณฑ์ไว้ใช้เอง ทั้งสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน รวมถึงเครื่องปรุงอาหาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านไปได้เดือนละหลายพันบาท
จากความตั้งใจแรกที่อยากให้ครอบครัวใช้ของดี ปลอดภัย ก็เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจได้ ปัจจุบันเธอมีสมาชิกทั้งหมด 17 คน โดย 16 คนเป็นผู้ส่งวัตถุดิบให้ทั้งหมด


ยกตัวอย่างจากมะกรูดที่เราดื่มอยู่ตอนนี้ ปอเลือกรับวัตถุดิบจากชาวบ้านที่ปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เธอใช้ผิวของมันทำแชมพู คั้นน้ำจากเนื้อใช้ทำน้ำยาอเนกประสงค์ กากที่เหลือก็กรองรวมกันกับเศษใบไม้ใช้ทำปุ๋ยคอก เมื่อย่ำเท้าไปเยี่ยมชมหลังบ้านของเธอจะพบกับแปลงผักสวนครัวขนาดใหญ่ ให้ผลดกดี หรือผลิตภัณฑ์ไหนมีสับปะรดเป็นส่วนผสมก็จะเลือกพันธุ์ทองระยอง ผลไม้ GI ของจังหวัด ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ รวมทั้งบอระเพ็ดที่เกษตรกรบางกลุ่มมองว่าเป็นวัชพืช ขึ้นในป่ารก ไม่มีมูลค่า ก็เก็บส่งมาบ้านรลิณได้ ส่วนที่เห็นว่าบรรดาโหลหมักผลไม้มีสีโทนเหลืองก็ไม่ต้องตกใจไป นั่นเป็นเพราะปอใช้น้ำตาลไม่ขัดสีนั่นเอง
สินค้าของเธอมีทั้งหมด 6 อย่าง 2 วิธีการ ได้แก่ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาอเนกประสงค์ จากการสกัดผลผลิต ใช้บ่อยแค่ไหนมือก็ไม่แห้ง ไม่ทิ้งคราบน้ำบนภาชนะ แต่ขจัดคราบได้เทียบเท่าแบรนด์อื่น ๆ และสบู่ แชมพู น้ำยาบ้วนปาก จากการใช้น้ำหมักที่หมักเป็นเวลา 1 ปี การันตีว่าของเขาดีจริงด้วยการช่วยเหลือจาก SCGC ที่เข้ามาเติมเต็มเรื่องการขอรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้ฮิตติดตลาด
หากท่านใดสนใจลอง เราขอแนะนำว่าน้ำยาบ้วนปากของเธอแน่ไม่แพ้ใคร ปอใส่กานพลู อบเชย และสมุนไพรนานาชนิด ช่วยรักษาแผลในปากได้ดีมาก อีกอย่างคือสบู่สับปะรดที่เราทดลองใช้งานแล้วเรียบร้อย ขอบอกว่าสบู่ของปอไม่ได้มีกลิ่นชัดเหมือนยี่ห้ออื่น ๆ ที่ใส่น้ำหอม แต่ข้อดีของมันคือความสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะแพ้สารเคมีตัวไหน ซึ่งหาได้ยาก
แม้วันนี้จะอากาศร้อนมากเพียงไร อย่างน้อยเราก็อิ่มท้องด้วยของดีจากชุมชน อิ่มใจที่ได้เห็นพวกเธอหยัดยืนสร้างรายได้ให้ตัวเองและช่วยเหลือสังคมไปพร้อมกัน ของ 3 อย่างที่ขนใส่กระเป๋ากลับบ้านไม่ใช่ทุเรียน น้ำปลา หรือกะปิอีกแล้ว
สินค้าวิสาหกิจใหม่ ๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานว่าต่อให้คุณจะตัวเล็กเพียงไหน หากสิ่งที่ทำอยู่มีคุณค่า มันจะถูกมองเห็นในสักวัน และพลังมหัศจรรย์ที่ซุกซ่อนอยู่อาจไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นการร่วมมือกันทำสิ่งดีงามให้ยั่งยืนต่อไป











