1 กรกฎาคม 2025
748

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 (Isan Creative Festival 2025) กลับมาแล้วเด้อ!

ปีนี้มาในธีมจ๊วด ๆ อย่าง ‘อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD’ ให้ทุกคนได้ซอมเบิ่ง Soft Power อีสาน มากกว่า 200 โปรแกรม 7 รูปแบบกิจกรรม ผ่านดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร และงานออกแบบ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่รุ่มรวยด้วยโอกาส จัดขึ้นวันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ใน 4 พื้นที่หลักทั่วขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, ชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ และชุมชนสาวะถี 

หากคุณตั้งต้นที่ TCDC ขอนแก่น จะมองเห็นป้ายรถเมล์สร้างใหม่ หากคุณเดินเข้าไปอีกหน่อยจะเห็นเก้าอี้รูปทรงแปลกตาวางเรียงรายรอให้หย่อนก้นนั่ง หากคุณก้มมองดูลวดลายของมันใกล้ ๆ จะพบว่ามันทำมาจากสายไฟเบอร์ออฟติก แถมที่นั่งทรงกลมก็คือโรลเก็บสายไฟเบอร์อีกต่างหาก! 

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้โครงการ Sawathi Goods ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) ร่วมกับ AIS 3BB Fibre3 นักออกแบบมากฝีมือ และช่างท้องถิ่น แปลงโฉมสายไฟเบอร์ออฟติกเหลือทิ้งให้เป็นวัสดุจักสาน ร้อยเรียงกันเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดเก๋ไก๋จนจำภาพเดิมแทบไม่ได้

หากคุณหลวมตัวนั่งบนเก้าอี้ จะเห็นรถสองแถวสีเขียวแจ๋นแหลนแล่นมาแต่ไกล เพราะเทศกาลอีสานสร้างสรรค์มีบริการรถรับส่งทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. 

เราขอแนะนำให้คุณกระโดดขึ้นรถสาย 3 เกาะราวไว้ให้ถนัดมือ แล้วตามไปดูจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ที่ชุมชนสาวะถีว่ามันเป็นจังใด๋!

คนเดียวหัวหาย สององค์กรขับเคลื่อนชุมชน

ล้อหยุดหมุนที่ป้ายวัดไชยศรี ชุมชนสาวะถี หน้าตาผิดแปลกจากป้ายที่ TCDC มองผิวเผินเหมือนสร้างจากตะแกรงเหล็ก แต่หากมองดูดี ๆ จะเห็นว่ามันเป็นสายไฟเบอร์อีกแล้ว!

คำถามว่าสายไฟเบอร์เหล่านี้มาจากไหน ธยานนท์ วิเศษจิตเลิศ Head of BB Area Management 3 จาก AIS 3BB Fibre3 เล่าว่าเป็นสายไฟเบอร์ออฟติกเหลือใช้ หลังเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ไปยังบ้านของลูกค้า เป็นสายขนาดเล็กสุด มีอายุการใช้งานยืนยาวเป็นสิบปี นำมาประยุกต์ใช้กับงานจักสานได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ AIS 3BB Fibre3 เรื่องการเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทให้ได้รับโอกาสเท่าเทียมเมืองใหญ่

ภายในสายไฟเบอร์ 1 เส้น ประกอบด้วยฉนวนกันไฟ สลิงที่ช่วยให้สายไฟเบอร์ขึงตึง ไม่ขาด และใยไฟเบอร์ออฟติกขนาดเล็กเท่าเส้นผม ลองจินตนาการดูว่าการนำสายไฟเบอร์ทั้งเส้นไปรีไซเคิลนั้นยากขนาดไหน จะให้หลอมก็คงผสมรวมกันหมด แต่น้อยคนจะยอมแยกขยะด้วยการนั่งกรีดสายไฟเบอร์เล็กเท่าเส้นผม

กอปรกับ สักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น ยอมรับว่าที่ผ่านมา CEA มักเลือกทำงานกับย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปีนี้พวกเขาอยากพูดเรื่องโอกาสของคนอีสาน โดยพยายามเลือกหมู่บ้านธรรมดา ๆ แต่มีต้นทุนดี ผนวกเข้ากับการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ 

ทำให้คนอีสานเองรับรู้ว่าหากเลือกกลับบ้านเกิด จะมีโอกาสดี ๆ รอพวกเขาอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องกลับมาอาศัยอยู่ในย่านเศรษฐกิจของจังหวัดเพียงเท่านั้น

ชุมชนสร้างสรรค์สาวะถี (SAWATHI HOME PROUD) คือชุมชนต้นแบบที่มีต้นทุนทางศิลปวัฒนธรรม ชาวบ้านรักษาภูมิปัญญา งานหัตถกรรม อาหาร กิจกรรมร้องรำทำเพลง และสิมวัดไชยศรีแห่งนี้ก็เป็นที่ตั้งของภาพจิตรกรรมฝาผนังฮูปแต้มเลื่องชื่อ 

ผู้อำนวยการฯ ยก 2 ประเด็นมาอธิบายให้เราฟังว่าทำไมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาส

ประเด็นแรก คือตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานว่ากราฟวัยแรงงานของอีสานเป็นกราฟหัวดิ่ง สวนทางกับวัยผู้สูงอายุ นั่นแปลว่าภาคอีสานกําลังจะขาดวัยแรงงานในเร็ววันนี้ 

ประเด็นที่ 2 คือตัวเลขของกลุ่มคนกลับบ้านหลังวิกฤตโควิด-19 มีจำนวนมากกว่า 300,000 คน ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่า 300,000 คนนั้นกลับมาประกอบอาชีพอะไร การมีอยู่ของเทศกาลสร้างสรรค์จึงเปรียบได้กับขุมทรัพย์ของไอเดียมากมาย ให้หยิบไปต่อยอดเป็นทางเลือกใหม่ของตัวเองได้ในอนาคต

สามคนไว้ลาย สี่คนพร้อมลุย

เมื่อวิสัยทัศน์ของ AIS 3BB Fibre3 และ CEA ตรงกัน อาจารย์ขาม จาตุรงคกุล นักออกแบบผู้ก่อตั้ง KOHO studio เชี่ยวชาญด้านการต่อยอดวัสดุเหลือใช้จากสิ่งรอบตัว จึงเข้ามามีบทบาท เขาเล็งเห็นว่าสายไฟเบอร์ออฟติกเหลือใช้นี้ไม่ควรนำไปแปรสภาพ แต่ควรเปลี่ยนหน้าที่ และป้ายรถเมล์คือคำตอบ 

ไอเดียแรกของอาจารย์ขามคือการนำสายไฟเบอร์ออฟติกมาสานเป็นเสื่อ ฟังดูน่าตื่นเต้นดี แต่ไอเดียที่ 2 อย่างกระติ๊บข้าวเหนียวสนุกกว่า 

“โจทย์คือทําป้ายรถเมล์อยู่ที่ TCDC และชุมชนสาวะถี ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์อะไรนะที่พาสิ่งหนึ่งจากจุดหนึ่งมาอีกจุดหนึ่งได้โดยสวัสดิภาพ ผมมองว่าคนอีสานขาดกระติ๊บข้าวไม่ได้ เพราะต้องการเอาข้าวเหนียวร้อน ๆ มากินอีกที่

“นอกจากนี้ กระติ๊บข้าวยังเป็นตัวแทนของความอบอุ่น ความเหนียวแน่น ความเป็นชุมชน สอดคล้องกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของ AIS 3BB Fibre3 ที่อยากโอบอุ้มทุกคน มันเลยมีความหมายมากกว่าการทำป้ายรถเมล์ธรรมดาขึ้นมา”

ถัดไปคือหน้าที่ของเทคนิคการสร้างสรรค์ ติดอยู่อย่างเดียวคือวิสาหกิจชุมชนสาวะถีทำเป็นแต่ตะกร้าจ่ายตลาด แต่สิ่งที่พวกเขาเก่งกาจคือการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต

ลุงแอ๊ด-ธนกฤต วงศ์โพธิสาร ผู้นำวิสาหกิจชุมชนสาวะถีคือตัวอย่างที่ดีที่สุดของประโยคด้านบน

ปัญญา – ประดิษฐ์

เดิมลุงแอ๊ดเป็นประธานชุมชนในเขตเทศบาลขอนแก่น พบรักกับ แม่มณีจันทร์ สาวงามจากบ้านสาวะถี เมื่อลุงแอ๊ดเกษียณจากการเป็นพนักงานบริษัทในเมือง จึงกลับมายังชุมชนและเรียนรู้ทักษะการจักสานจากคุณย่าที่สานตะกร้าจ่ายตลาดขายด้วยเชือกมัดกระสอบ

พอทำเป็นแล้วก็เริ่มคิดต่อยอดให้ถูกใจกลุ่มลูกค้าในเมือง โดยหาวิิธีสานลวดลายต่าง ๆ นอกเหนือจากลายไทยดั้งเดิมจากอินเทอร์เน็ต เปลี่ยนมาใช้หวายเทียมและเพิ่มเติมสีสันให้สินค้า จนอาจารย์ขามเห็นครั้งแรกแล้วประทับใจมาก เพราะตะกร้าของลุงแอ๊ดมีลวดลายดอกไม้แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ จึงออกปากชักชวนมาทำงานร่วมกัน

แม้ลุงแอ๊ดจะชำนาญการจักสานแค่ไหน แต่พอถึงคราวเห็นสายไฟเบอร์ออฟติก 3 กระสอบก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่ามันจะออกมาเป็นป้ายรถเมล์ได้ยังไง

ไป ๆ มา ๆ หนุ่มใหญ่ก็นึกถึงการสานชะลอมลายตะแหลว ลองนำสายไฟเบอร์สานเข้ากับโครงเหล็ก แม้จะใช้แทนหวายเทียมได้จริง แต่อาจารย์ขามก็ออกไอเดียให้ผสมหวายเทียมสีน้ำตาลเข้าไปด้วย มองดูเหมือนไม้ไผ่ เมื่อใช้ทั้งพลาสติกและสายไฟเบอร์ที่มีความเหนียวมาก ผนังป้ายรถเมล์จึงออกมาแข็งแรงสุด ๆ

ลุงแอ๊ดบอกว่าความยากอยู่ที่ใยแก้วในสายไฟเบอร์ เมื่อสัมผัสแล้วผิวจะเป็นผื่นคัน ต้องใส่เสื้อแขนยาวและสวมถุงมืออยู่ตลอด อีกทั้งยิ่งสาน สายไฟเบอร์จะยิ่งรัดแน่น ต้องใช้คีมเหล็กช่วยดึงทีละเส้นอย่างระมัดระวัง เขาจึงใช้เวลากว่า 20 วันในการสร้างผนังทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียว

ถัดมาคือเก้าอี้เหล็กโค้งทั้ง 4 ตัว ไม่ใช่ฝีมือลุงแอ๊ดนะ แต่เป็นฝีมือแม่ลูกจากบ้านโคกแปะ มีทักษะการเย็บหมวก เย็บกระเป๋า แต่ไม่เคยสานอะไรมาก่อน เมื่ออาจารย์ยื่นแบบเก้าอี้พร้อมสายไฟเบอร์ออฟติกให้จึงได้การส่ายหัวกลับมาเป็นคำตอบ เว้นเสียแต่เทคโนโลยีอีกเหมือนกันที่ทำให้พวกเขาเข้าถึงทักษะอื่น ๆ จนเพิ่มพูนศักยภาพของตัวเองได้ เก้าอี้รอรถนี้จึงนับเป็นการสานครั้งแรกในชีวิต แถมยังเป็นการกระโดดไปใช้วัสดุใหม่อย่างสายไฟเบอร์อีกต่างหาก

พอทำป้ายรถเมล์สาวะถีเสร็จแล้ว อาจารย์ขามก็ร่วมกันคิดกับลุงแอ๊ดว่าโรลสายไฟเบอร์ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง เกิดเป็นเก้าอี้สตูล 2 สไตล์ ตั้งอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้า TCDC ขอนแก่น อย่างที่เราเล่าไปข้างต้น 

แบบแรก ใช้ทักษะช่างสาน ด้วยการสานหวายเทียมเป็นลายดอกไม้ ไขว้ด้วยสายไฟเบอร์ออฟติกสีดำ ออกมาเป็นเก้าอี้ทรงกระติ๊บข้าว หน้าตาทันสมัย 

แบบที่ 2 ใช้ทักษะช่างไม้ ด้วยการประกบโรลสายไฟเบอร์ออฟติก 2 อันเข้าด้วยกัน เสริมด้วยโครงไม้ และใช้สายไฟเบอร์ออฟติกขึงเป็นลวดลายให้ทนทานยิ่งขึ้น 

โดยสตูลมีความสูง 45 เซนติเมตร ส่วนวงกลมก็หน้ากว้าง 36 เซนติเมตร ตรงตามมาตรฐานเก้าอี้ที่เรานั่งกันอยู่พอดิบพอดี

แม้ต่างคนต่างไม่รู้จักวัสดุใหม่อย่างสายไฟเบอร์ออฟติกมาก่อน แต่นักออกแบบช่วยให้ความรู้ชาวบ้าน ชาวบ้านช่วยประดิดประดอยให้นักออกแบบ สะท้อนให้เห็นความร่วมมือที่อยากผลักดันภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีมูลค่า

“ชาวบ้านมีความสามารถมาก แต่ไม่ได้เจอกับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ โจทย์นี้ของ CEA และ AIS 3BB Fibre3 จึงน่าสนใจ ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องงานออกแบบเพื่อลดโลกร้อนมากขึ้นด้วย” อาจารย์ขามกล่าว

สาวะถีเวรี่กู๊ดส์

“ความสำเร็จของการสร้างสรรค์และการพัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน ชุมชน เป็นโอกาสที่ทำให้เราเห็นว่านอกจาก AIS 3BB Fibre3 จะสนับสนุนสายไฟเบอร์ออฟติกที่ไม่ได้ใช้งาน ให้ชาวบ้านใช้เป็นวัสดุในการเพิ่มมูลค่าสินค้า การขยายโครงข่ายบริการอินเทอร์เน็ตสู่ชุมชน ยังเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากโซเชียลมีเดีย ทำให้ท้องถิ่นพัฒนาขึ้น

“เราจะนำสิ่่งประดิษฐ์ของชาวบ้านไปสู่งานบ้านและสวน สร้างให้เกิดการรับรู้ มองเห็นผลงาน อาจนำพานวัตกรรมใหม่ ๆ มาสู่พวกเขา” ธยานนท์เล่าถึงการทำงานขั้นต่อไปของ AIS 3BB Fibre3 

สำหรับภาคอีสาน แค่ศรีสะเกษจังหวัดเดียวก็มีค่ายเพลงที่มีศิลปิน 30 กว่าค่าย ยังไม่นับวงหมอลํา กลุ่มคนทำงานคราฟต์ก็กําลังเติบโต อาหารอีสานรสจัดจ้านก็ถูกปากคนไปทั่วโลก แต่ต้องยอมรับว่าหากขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น ๆ ชุมชนที่เต็มไปด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมก็พัฒนาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้

จากชุมชนเล็ก ๆ ที่อยู่กันอย่างสงบเงียบ โปรเจกต์ Sawathi Goods เรียกให้พ่อ ๆ แม่ ๆ ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยเช้ง เปิดหมู่บ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมแบบเต็มอิ่ม ทั้งอาหารตามฤดูกาล นิทรรศการหมอลำใกล้ฉัน จำหน่ายสินค้าทำมืออื่น ๆ รวมถึงชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านรูปแบบใหม่ รับประกันว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมา 

ด้านผู้อำนวยการ CEA กล่าวว่า เขาตั้งใจทํางานที่ชุมชนสาวะถี 3 ปี เพื่อแน่ใจว่ากระบวนการออกแบบกระจายไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของชุมชนอย่างครบถ้วน สมกับเป็นโปรเจกต์ต้นแบบให้เครือข่ายอื่น ๆ เกิดการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน มากยิ่งขึ้น 

เพราะสิ่งที่ CEA เชื่อมาตลอด 20 ปีคือนักสร้างสรรค์ที่ดีต้องมาจากเมืองที่ดี พวกเขาจึงไม่ได้ให้ความสำคัญแค่นักออกแบบหรือธุรกิจสร้างสรรค์ แต่ต้องพัฒนากายภาพของเมืองไปพร้อมกันด้วย 

ทั้งคู่เปิดเผยว่าการทำงานร่วมกันของ AIS 3BB Fibre3 และ CEA ต่อจากนี้เป็นโปรเจกต์ที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีศิลปวัฒนธรรมจับต้องได้มากมาย มีรูปแบบการใช้ชีวิตโดดเด่น และจะช่วยผลักดันให้ชาวบ้านภาคภูมิใจในสินทรัพย์ของตัวเองด้วยเทคโนโลยี

“การส่งเสริมให้ชุมชนมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเทคโนโลยีช่วยประยุกต์สิ่งที่มีอยู่ให้ร่วมสมัยได้ ทำให้พวกเขาเกิดการเปลี่ยนตัวเองและเรียนรู้ เราอยากเห็นเยาวชนรุ่นใหม่สนใจและภูมิใจกับบ้านเกิดมากกว่าเข้าไปหางานทำในเมือง

“เมื่อมีความภาคภูมิใจในตัวเองก็จะมีแรงจูงใจให้พัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” ธยานนท์ปิดท้าย

หากใช้สายไฟเบอร์ออฟติกสานเพียงอย่างเดียวเก้าอี้คงแข็งโป๊ก และหากใช้หวายเทียมสานเพียงอย่างเดียวเก้าอี้ก็คงไม่ทนทานเท่า 

ผลลัพธ์ของการพึ่งพาอาศัยกันนี้จึงออกมามั่นคง แข็งแรง และเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

กานต์ ตำสำสู

หนุ่มใต้เมืองสตูลที่มาเรียนและอาศัยอยู่อีสาน 10 กว่าปี เปิดแล็บล้างฟิล์ม ห้องมืด และช็อปงานไม้ อยู่แถบชานเมืองขอนแก่น คลั่งไคล้ฟุตบอลไทยและร็อกแอนด์โรล