สำหรับบางคน สันประเสริฐอาจเป็นเพียงซอยหนึ่งซอยในเขตวังทองหลาง
แต่สำหรับ มาเรียม ชุ่มชื่น และ จริยา สิงห์งาม ที่นี่คือชุมชนคนมุสลิมที่เต็มไปด้วยผู้สูงอายุ ทั้งคนที่รู้สึกเหงา ว่างเปล่า และคนที่ว่างงาน เพราะอายุมาก ทำให้ยากจะเดินทางไปหางานทำไกลบ้าน
มาเรียมจึงคิดทำสิ่งหนึ่งขึ้นมา หรือถ้าจะใช้คำให้ถูก เธอก่อตั้ง ‘วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าผ้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (World Bag)’ ขึ้นมาใน พ.ศ. 2562 ด้วยความคิดตั้งต้นที่อยากสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
“หลังจากก่อตั้งโดยมีน้องมาเรียมเป็นหัวหน้ากลุ่ม เราก็มาคุยกันว่าจะทำผลิตภัณฑ์อะไรดี และจะทำกันได้ไหม” จริยาผู้เป็นประชาสัมพันธ์ช่วยเสริม “เลยตัดสินใจว่าจะทำกระเป๋าผ้า ช่วงนั้นรัฐบาลรณรงค์เกี่ยวกับการลดใช้ถุงพลาสติกด้วย แถมคนในชุมชนก็เย็บผ้าได้”
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นตรงนั้นพร้อมกับชื่อ ‘วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าผ้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (World Bag)’ ที่มีผลิตภัณฑ์ประจำชุมชนเป็นถุงผ้าแฮนด์เมด ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็นลวดลายแบบอิสลาม สวยงามและสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้า เพราะเข้าอบรมและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญใน ‘โครงการชุมชนยิ้มได้’ โดย กลุ่ม ปตท.
อย่างไรก็ตาม การที่ชุมชนหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยผู้สูงอายุกว่า 10 คนลุกขึ้นสร้างผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสียทีเดียว ทั้งเรื่องการสร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ การพัฒนาโปรดักต์ให้มีเอกลักษณ์ การหาพื้นที่ตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่มาเรียมยอมรับว่าบางช่วงทำเอาท้อชนิดเกือบขายจักรทิ้งไปแล้ว
นั่นเองคือตอนที่โฆษณาของโครงการชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท. โผล่ขึ้นมาบนหน้าไทม์ไลน์เฟซบุ๊กและทีวีของจริยา ซึ่งโครงการนี้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ยังคงมีลมหายใจ อีกทั้งยังช่วยเสริมความมั่นคงให้มากพอ จนกระจายรายได้ออกไปยังคนนอกชุมชนได้ด้วย

ชุมชน (ต้อง) ยิ้มได้
สำหรับคนที่ไม่รู้เหมือนผมในทีแรก โครงการชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท. เป็นหนึ่งในโครงการโดย กลุ่ม ปตท. ที่เริ่มต้นจากการรับซื้อผลผลิตที่ล้นตลาดในช่วงวิกฤตโควิด-19 แล้วนำไปแจกจ่ายต่อให้กับกลุ่มลูกค้าและประชาชน ทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานในกลุ่ม ปตท. ได้ช่วยสนับสนุน ก่อนที่ต่อมาจะขยับขยายด้วยการเปิดรับสมัครชุมชนและวิสาหกิจชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมในโครงการ เพื่อช่วยด้านประชาสัมพันธ์ เพิ่มช่องทางการขายให้กับชุมชน และต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้ฉายแววศักยภาพที่มีอยู่ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการเปิดอบรมหัวข้อ ‘ออกแบบสินค้าให้โดนใจ สร้างแบรนด์ที่ใช่ให้ยั่งยืน’ ทางออนไลน์ให้กับชุมชนในเครือข่ายของชุมชนยิ้มได้ รวมถึงให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมรับฟังได้ เกี่ยวกับเรื่องของการสร้างแบรนด์และสร้างมูลค่าให้กับสินค้า โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาสินค้าชุมชนอย่าง อาจารย์โจ้-ภูสิษฐ์ จาตุรงคกุล มาให้คำแนะนำ พร้อมคัดเลือกชุมชนต้นแบบที่มีศักยภาพจำนวน 3 ชุมชน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือวิสาหกิจชุมชนกระเป๋าผ้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (World Bag) ซึ่งพาอาจารย์มายังชุมชนเพื่อร่วมให้คำแนะนำและชุมชนนำไปพัฒนาต่อ

กลับมาที่ชุมชนสันประเสริฐ มาเรียมเองก็เล่าถึงช่วงต้นที่เต็มไปด้วยคำว่าไม่รู้
ไม่รู้จะขายยังไง
ไม่รู้จะไปขายที่ไหน
ไม่รู้กระทั่งจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางไหน
แม้แต่การโพสต์เฟซบุ๊กก็ยังเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับเธอ เพราะหลายครั้งที่กลัวว่าความไม่รู้จะก่อให้เกิดความผิดพลาด กระทั่ง พ.ศ. 2564 พวกเธอตัดสินใจลองสมัครเข้าไปยังโครงการยิ้มได้ ซึ่งเพิ่งเริ่มทำเป็นปีแรก ๆ ในช่วงเวลานั้น
“กลุ่มเรา เวลามีโอกาสอะไรเข้ามา จะไม่ปล่อยให้ลอยไป อย่างการสมัครเข้าร่วมโครงการนี้มันไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย และเราก็ไม่ได้เสียอะไร แต่ในทางกลับกัน หากเราลองสมัครดูแล้วไม่ผ่าน เราก็จะได้นำกลับมาพัฒนาตัวเองต่อเพื่อแก้ปัญหานั้น” มาเรียมเล่าด้วยรอยยิ้มที่แสดงให้เห็นว่าหัวหน้าชุมชนนี้มองโลกในแง่บวก
แน่นอนว่าโครงการมองเห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนสันประเสริฐทำ ได้สนับสนุนโดยการสั่งซื้อสินค้ามาวางจำหน่ายที่ร้านชุมชนยิ้มได้ ที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ และช่วยขยายพื้นที่ทางตลาดให้ชุมชนมาร่วมออกบูทกับทาง ปตท. จนถึงทุกวันนี้

จาก SAN สู่ MARIUM
“ทีแรกเราตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘SAN’ ย่อมาจาก ‘สันประเสริฐ’ แต่บางคนไปอ่าน มันไม่สันน่ะสิ กลายเป็นเสนบ้าง แสนบ้าง” จริยาเล่าด้วยเสียงหัวเราะ
ในส่วนนี้อาจารย์โจ้เข้ามาแนะนำว่าให้ใช้ชื่อของหัวหน้าชุมชนไปเลย จนกลายเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าผ้า by MARIUM’
“เรื่องแบรนด์ มองดูซับซ้อน ไม่ได้ง่ายก็จริง แต่จริง ๆ แค่เส้นผมบังภูเขา พอเราได้รับคำแนะนำจากโครงการเท่านั้นแหละ ใช่เลย!” มาเรียมสรุปด้วยคำคำเดียว
ผมขอให้เธอขยายความคำว่า ‘ใช่เลย’
มาเรียมเริ่มต้นด้วยเรื่องของเอกลักษณ์ของลายผ้า ในช่วงแรกแม้โปรดักต์ที่ออกมาจะทำมือสวยงามมากขนาดไหน แต่ยังขาดความโดดเด่นน่าจดจำ ไม่มีใครรู้ว่าแบรนด์นี้มีลายผ้าอะไรเป็นจุดเด่น และไม่มีใครรู้ว่าจุดเด่นของแบรนด์นี้คืออะไร


เป็นอีกครั้งที่อาจารย์โจ้และโครงการชุมชนยิ้มได้เข้ามาให้คำแนะนำ โดยยึดจากคนในชุมชนนี้ที่มีพื้นฐานในการปักลายอยู่แล้ว รวมถึงเป็นชุมชนที่มีคนมุสลิมกว่า 80% เส้นผมที่บังภูเขาอยู่จึงถูกปัดออกทันที กำเนิดเป็นผ้าลายปักแพตเทิร์นของอิสลาม ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าดีมาก ส่งผลให้ตัวอย่างที่พวกเธอนำมาให้ผมกับช่างภาพดูในวันนี้เหลืออยู่ไม่กี่ใบ
“ลายปักใกล้สูญไปแล้วในชุมชนมุสลิม เพราะไม่มีใครทำต่อ ส่วนใหญ่ก็จะสกรีนหรือรีดลายลงไป ถ้าเราใช้สิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์ อาชีพเดิมก็ไม่หายไป เพราะแต่ก่อนเราเคยปักชุดเจ้าสาว เลยเป็นโจทย์ง่ายสำหรับเรา” มาเรียมอธิบายถึงลายปักแพตเทิร์นอิสลามบนกระเป๋าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์


นอกจากนี้ เดิมทีทำกระเป๋าผ้าลายตามใจฉัน ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนกระเป๋าผ้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (World Bag) มีกระเป๋าหลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือก สิ่งหนึ่งที่พวกเธอเน้นย้ำอยู่เสมอคือทุกชิ้นทำด้วยจักรเย็บผ้า ซึ่งล้วนมาจากสมองที่ต้องคิด มือที่ต้องปัก เท้ากับเข่าที่ต้องขยับ และที่ต้องลงแรงถึงขนาดนั้นเพราะชุมชนนี้ต้องการให้ผลงานทุกชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก ใบนี้อาจมีโคนที่เล็ก ใบนี้อาจมีโคนที่ใหญ่ กลีบดอกที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยไม่เหมือนกัน ถือเป็นเสน่ห์ของงานจักรที่มาเรียมและจริยาภูมิใจนำเสนอสุด ๆ
อีกหนึ่งสิ่งที่พวกเธอให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการ Reuse สิ่งต่าง ๆ
“เศษผ้าที่เหลือ เราก็นำมาตกแต่งเป็นลวดลายสไตล์ของเรา บางคนก็เอาป้ายไวนิลโฆษณามาขอให้เราทำเป็นกระเป๋า อย่างกระเป๋าที่ทำจากเนกไทกับกระเป๋าจากถุงพลาสติกก็เป็นการ Reuse ของที่บางคนมีเยอะเกิน จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย ทั้งที่จริง ๆ ยังนำไปใช้ต่อได้” มาเรียมชี้ให้ดูกระเป๋าที่ทำจากเนกไทเหลือทิ้งและถุงพลาสติกที่อีกกี่ปีก็ไม่รู้กว่าจะย่อยสลาย

นั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นและรู้สึกว่าที่นี่แตกต่างจากชุมชนอื่นที่เคยไปสัมผัสมา นั่นคือภาพของผู้คนในชุมชนที่มารวมตัวกันที่บ้านใหญ่เพื่อทำงาน ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย หรือว่าเรามาผิดวัน ก่อนที่เสียงในหัวจะเตลิดไปไกล มาเรียมกับจริยาก็ได้ช่วยคลายข้อสงสัยนั้น
“เขารับไปทำที่บ้านกัน” มาเรียมตอบสั้น ๆ ได้ใจความ แต่ความจริงแล้วใจความมีมากกว่านั้น เพราะหลังจากที่แบรนด์ของพวกเธอค้นพบเอกลักษณ์จากการช่วยเหลือของโครงการชุมชนยิ้มได้ พวกเธอจึงมีกำลังมากพอจะกระจายรายได้ให้คนนอกพื้นที่ผ่านการจ้างงาน ฉะนั้น ถึงที่นี่จะเรียกตัวเองว่าวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าคนนอกชุมชนก็เข้ามาร่วมได้ด้วย
ปตท. และชุมชนต้องเติบโตควบคู่ไปด้วยกัน
แนวคิดในการช่วยต่อยอดและสนับสนุนของโครงการชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท. หลังจากที่ได้คัดเลือกชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้ว ก็จะมาดูว่าชุมชนนั้น ๆ ปตท. จะเข้าไปช่วยสนับสนุนได้ในรูปแบบใด บางชุมชนอาจเหมาะกับการนำมาวางขายที่ร้านของชุมชนยิ้มได้ซึ่งเป็นเหมือน Outlet ขนาดย่อมตั้งอยู่ที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ บางชุมชนก็เหมาะกับการไปจำหน่ายผ่านการออกบูทในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ปตท. โดยกระเป๋าของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านชุมชนสันประเสริฐก็เป็นหนึ่งในนั้น
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งแนวทางที่ทางโครงการก็จะช่วยโปรโมตผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

อันที่จริงหลังจากสัมภาษณ์มาเรียมกับจริยา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับทีม ปตท. เกี่ยวกับโครงการชุมชนยิ้มได้พอสมควร ผมถามทางทีม ปตท. ว่า อะไรเป็นสาเหตุให้ ปตท. ลุกขึ้นมาทำสิ่งนี้
“จริง ๆ ถ้าว่ากันตามชื่อ เราอยากให้ชุมชนยิ้มได้” หนึ่งในทีม ปตท. เกริ่นขึ้นมา
“การที่เราไปช่วยชุมชนในเรื่องการขาย ไม่ใช่ว่าทำให้มันจบไป แต่เรามีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายจะกลับมาที่เศรษฐกิจชุมชน พวกเขาอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคงและยั่งยืน นั่นแหละคือสิ่งที่เราทำให้เขายิ้มได้
“หรือถ้าว่ากันตามแท็กไลน์ของ ปตท. ในปัจจุบัน คือถ้า ปตท. จะเติบโต เราต้องเติบโตคู่ไปกับชุมชน ถือเป็นหัวใจหลักของเราที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ชุมชนต้องยิ้มได้จริง ๆ”
เสียงหัวเราะปิดท้ายของชุมชนที่ยิ้มได้
“ตอนแรกไม่คิดว่าจะไปได้ถึงขนาดนี้ สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับไปที่โครงการชุมชนยิ้มได้ที่ช่วยเปิดโอกาสให้เรา ส่วนตัวเราเองก็อยากจะพัฒนากระเป๋าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะโลกก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ การตลาดก็เปลี่ยน ค่านิยมของคนก็เปลี่ยน เราต้องปรับตัวไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ โตไปเรื่อย ๆ แต่จะเน้นให้คนในชุมชนทำงานได้ โดยไม่ต้องออกไปข้างนอกเหมือนเดิม เราเอาค่าเดินทางเวลาออกไปข้างนอกมาใช้สำหรับจ้างงานคนเพิ่มเพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึงมากขึ้นดีกว่า” มาเรียมเล่าถึงเป้าหมายของชุมชนในอนาคต
สิ่งสุดท้ายที่เธอฝากไว้ คือความรู้สึกภูมิใจในผลิตภัณฑ์ที่ได้ทำออกมา ในแบรนด์ที่ได้สร้าง และการได้พาชุมชนเดินทางมาถึงจุดนี้ จากเดิมที่กลัวการโพสต์เฟซบุ๊ก ตอนนี้แทบจะทันทีที่ทำเสร็จ เธอจะโพสต์ผลงานลงในเพจทันทีตามคำแนะนำที่ได้จากโครงการ เพื่อที่ลูกค้าจะได้เห็น และหวังว่าจะมีคนสนใจในกระเป๋าผ้าทำมือจากชุมชนที่ตอนนี้ยิ้มได้แล้ว
“สุดท้ายแทบจะทำไม่ทันเลย” มาเรียมยิ้ม

Facebook : ชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท.
