29 สิงหาคม 2025
422

“ครอบครัวผมมีความเกี่ยวพันกับครอบครัวปิกัสโซ บรรพบุรุษของผมเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ครอบครัวของเขา…” Mario Virgilio Montañez ชายชาวสเปนวัย 59 ท่าทางใจดี ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวชีวิตและหน้าที่การงานที่ผูกพันกับ ปิกัสโซ หรือ Pablo Ruiz Picasso จิตรกรระดับโลกชาวสเปนให้ฟัง

ทำไมเราต้องเดินทางลัดฟ้ากว่า 1,600 กิโลเมตร มาสนทนากับมาริโอถึงมาเก๊า คุณคงเริ่มฉงนว่าชายผู้นี้คือใคร แล้วศิลปินแห่งศตวรรษที่ 20 มีความข้องเกี่ยวหรือมีอิทธิพลต่อชายเบื้องหน้าเราอย่างไร

บทความนี้จะคลี่คลายเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าของคุณ ไปพร้อมกับการพาคุณเดินชมนิทรรศการ ‘Picasso: Beauty & Drama’ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดย SJM Resorts ซึ่งรวบรวมผลงานของปิกัสโซกว่า 140 ชิ้น ตั้งแต่ภาพวาด ภาพพิมพ์ ภาพประกอบ เซรามิกและต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ ถือเป็นหนึ่งไฮไลต์ของ Art Macao: Macao International Art Biennale 2025 ในครั้งนี้

“สวัสดี ผมชื่อมาริโอ เป็นผู้ดูแลกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมของหน่วยงานภาครัฐ และเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของปิกัสโซ (Museo Casa Natal Picasso) ผมมีประสบการณ์ทำงานในพิพิธภัณฑ์นี้มา 36 ปี และเคยเป็นภัณฑารักษ์จัดนิทรรศการมากกว่า 50 ครั้ง” ชายผมแซมสีดอกเลาแนะนำตัว

มาริโอเกิดที่เมืองมาลากา (เมืองเดียวกับปิกัสโซ) ประเทศสเปน เขาเป็นนักเขียน นักวิจัย กวี และนักวิจารณ์ศิลปะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรมของหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลบ้านเกิดของปาโบล รุยซ์ ปิกัสโซ และพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ในนครมาลากา เช่น พิพิธภัณฑ์ Museo Casa Natal Picasso, ศูนย์ศิลปะ Centre Pompidou Málaga และคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์รัสเซีย เขาเดินทางไปบรรยายเรื่องราวของปิกัสโซแล้วหลายเมืองทั่วโลก เช่น เมือง Saint Augustine (สหรัฐฯ), Valparaíso (ชิลี), Lima (เปรู), Santos Lugares (อาร์เจนตินา), อังการา (ตุรกี) และกินชาซา (คองโก)

ซึ่งมาริโอเป็นหนึ่งภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ Picasso: Beauty & Drama ในครั้งนี้

ธีมของนิทรรศการคือการถ่ายทอดวิวัฒนาการของมุมองเรื่อง ‘ความงาม’ และ ‘ดราม่าแห่งชีวิต’ ของปิกัสโซอย่างลึกซึ้ง ราวกับผู้ชมได้ใกล้ชิดถึงจิตวิญญาณของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ขณะเดียวกันก็สะท้อนวิสัยทัศน์ของ SJM ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของมาเก๊าผ่านกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม และขับเคลื่อนแนวคิด ‘Art + Tourism’ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนด้วย

นิทรรศการนี้จัดภายในพื้นที่ชั้น 2 ของโรงแรม Grand Lisboa Palace Resort Macau ภายในนิทรรศการแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 7 ธีมแกลเลอรีที่ทำให้เห็นทุกมิติชีวิตของปิกัสโซ มีพื้นที่กิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Zone) และห้องขายสินค้าที่ระลึก

“ผมใช้เวลาตัดสินใจอยู่ 3 เดือนถึงจะร่วมงานกับ SJM และใช้เวลา 1 ปีเต็มในการเตรียมนิทรรศการ” มาริโอเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น “ทาง SJM Resorts ติดต่อเรามาเพื่อชวนร่วมงาน Art Macau เพราะพวกเขาอยากให้ผมนำสิ่งใหม่ ๆ มาจัดแสดง ผมเลยเสนอว่า จะนำศิลปินร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างปิกัสโซมาจัดแสดง ซึ่งก่อนตอบตกลง ผมตรวจสอบด้านความปลอดภัยและพื้นที่จัดแสดงอย่างละเอียด พบว่าที่นี่มีความพร้อมอย่างมาก ทั้งเรื่องการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และมีระบบแสงที่ดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการจัดนิทรรศการ นี่ทำให้ผมมั่นใจและตัดสินใจจะทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง”

มาริโอเดินขนาบขบวนสื่อมวลชนจากหลายประเทศไปยังห้องจัดแสดงนิทรรศการโดยไม่มีท่าเหน็ดเหนื่อย พวกเราเดินเลี้ยวผ่านต้นส้ม (จำลอง) เข้ามายังห้องจัดแสดงห้องหนึ่งที่กำลังติดตั้งผลงานเซรามิก มาริโอยืนชิดผนังจัดแสดง ชาย 2 คนที่สวมถุงมือกำลังปรับหมุนองศาของแผ่นเซรามิก มาริโอส่งสัญญาณให้ขยับซ้ายนิด ขวาอีกหน่อย จนผลงานศิลปะชิ้นสวยอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ควร ขณะที่สื่อมวลชนยกมือถือและกล้องถ่ายรูปขึ้นมาบันทึกภาพวินาทีสำคัญ มาริโอกำลังยืนทาบอก จ้องมองแผ่นเซรามิกราวผูกพันกับของชิ้นสำคัญนี้มายาวนาน เป็นภาพประทับใจที่เราไม่อาจละสายตา

ขณะนี้บทสนทนากำลังดำเนินอยู่ในห้อง Top Ten ที่จัดแสดงผลงาน 10 ชิ้นเด่นของปิกัสโซที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพด้านศิลปะ ความผูกพันในครอบครัว ความรักในประเพณี และอารมณ์ขันอันเฉียบคมของศิลปินท่านนี้ ส่วนด้านนอกมีทีมงานมากกว่า 10 ชีวิตกำลังเตรียมงานและติดตั้งผลงานศิลปะ

คุณรู้ตัวตอนไหนว่า ปิกัสโซ จะกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตและหน้าที่การงาน

ตอนผมอายุ 6 ขวบ วันนั้นราว 4 โมงเย็น ผมเห็นข่าวทางโทรทัศน์ประกาศว่า ‘ปิกัสโซ ศิลปินชาวสเปนเสียชีวิตแล้วที่ฝรั่งเศส’ พ่อของผมซึ่งทำงานเป็นคนงานในโรงงานบอกผมว่า มาริโอ ดูสิ ปิกัสโซเป็นศิลปินสเปน เขาใช้ชีวิตอยู่ฝรั่งเศสมาหลายปีด้วยเหตุผลทางการเมือง เขาเป็นศิลปินที่พิเศษมาก ลูกควรรู้จักเขาไว้ ในตอนนั้นเอง ผมก็เกิดความคิดขึ้นว่า ต้องรู้จักปิกัสโซให้มากกว่านี้

เมื่อโตขึ้น ผมตัดสินใจเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมาลากา ตั้งอยู่ในเมืองบ้านเกิดของปิกัสโซ และผมได้เดินทางไป Museo Casa Natal Picasso ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า ที่นี่คือบ้านเกิดของปิกัสโซใช่ไหม พวกเขาตอบว่า ใช่ ที่นี่แหละ นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 36 ปีก่อน จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับปิกัสโซ

ทำไมนิทรรศการนี้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของปิกัสโซผ่านธีม ‘Beauty & Drama’

ทีแรกผมเลือกผลงานที่เน้นให้รู้สึกถึงความสุขและความหวัง ผมมองหาชิ้นงานที่สวยงามและน่าประทับใจ แต่เมื่อลงมือทำโปรเจกต์นี้จริง ๆ ผมกลับมองเห็นความดราม่าและอารมณ์ที่ลึกซึ้งซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามของงานศิลปะเหล่านั้น เช่น ภาพผู้หญิงกำลังยิ้ม หากสังเกตจะเห็นความโศกเศร้าในแววตาของเธอ นี่คือความดราม่าที่แทรกซึมอยู่ภายใต้ความงาม หรือภาพสู้วัวกระทิง ถือเป็นผลงานที่ดราม่ามากที่สุดในบรรดา 146 ชิ้นที่นำมาจัดแสดง เพราะภาพนี้สะท้อนความอันตราย ความตาย และอารมณ์ซับซ้อน ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาว่า ทำไมผมนิยามธีมของนิทรรศการนี้ว่า ‘Beauty & Drama’

ช่วงเวลาใดในชีวิตของปิกัสโซที่สะท้อนเรื่องราว Beauty & Drama 

ช่วงเวลาที่สะเทือนใจที่สุดในชีวิตของปิกัสโซ คือตอนที่เขาอายุ 14 ปี น้องสาวของเขา Conchita ป่วยหนักและเสียชีวิตด้วยโรคคอตีบ เหตุการณ์นี้ส่งผลต่อจิตใจเขาอย่างรุนแรง ปิกัสโซสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้น้องสาวของเขารอดชีวิต และสัญญาว่าจะยอมสละสิ่งที่เขารักที่สุด นั่นคือการวาดภาพ หากพระเจ้าช่วยชีวิตเธอไว้ได้ แต่เมื่อไม่มีคำตอบจากพระเจ้า และ Conchita ก็จากไปในที่สุด ปิกัสโซเริ่มตั้งคำถามกับศาสนาและลดความศรัทธาต่อศาสนาคริสต์ เหตุการณ์ครั้งนั้นอาจเป็น ‘โชคชะตา’ ที่นำทางให้เขาเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ สำหรับผม นี่คือช่วงเวลาที่สะเทือนใจและหล่อหลอมตัวตนของเขาอย่างแท้จริง

ส่วนช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของปิกัสโซคือช่วง 20 ปีสุดท้ายของชีวิต เมื่อเขาเข้าสู่วัย 80 และแต่งงานกับภรรยาคนสุดท้าย นั่นคือ Jacqueline Picasso วันหนึ่ง Jacqueline ถามปิกัสโซว่า คุณอยากทำอะไรในช่วงที่เหลือของชีวิต เขาตอบเธอว่า ผมแค่อยากวาดภาพโดยไม่มีใครรบกวน

Jacqueline สัญญาว่าจะปกป้อง ดูแล และให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบกับศิลปะ เธอรักษาสัญญาจนกระทั่งปิกัสโซเสียชีวิต แต่น่าเศร้า 14 ปีหลังจากปิกัสโซจากไป Jacqueline เลือกจบชีวิตด้วยตัวเธอเอง เรื่องราวนี้สะท้อนความรัก ความสูญเสีย และความเป็นมนุษย์ในชีวิตของปิกัสโซได้อย่างลึกซึ้ง

ในฐานะภัณฑารักษ์ คุณอยากให้ผู้ชมที่มาชมนิทรรศการนี้รู้สึกอย่างไร

ผมอยากให้ผู้ชมเห็นว่า ปิกัสโซเป็นเด็กชายที่เกิดในเมืองมาลากา แม้ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลาง แต่เขากลับกลายเป็นศิลปินที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของเมืองและของโลก ในพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดปิกัสโซ (Museo Casa Natal Picasso) ผมมักตั้งคำถามเดียวกันกับผู้เข้าชมเสมอว่า ทำไมเด็กชายคนหนึ่งจากครอบครัวชนชั้นกลางถึงเติบโตมาเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ 

หากศึกษาชีวิตของปิกัสโซ เราจะรู้ว่าเขาเป็นศิลปินที่แสวงหาเสรีภาพอยู่เสมอ ไม่ยึดแบบแผนหรือกรอบของสังคม และเขาเลือกใช้ชีวิตในแบบของตนเองอย่างเต็มที่ ผมยกตัวอย่าง ภาพเหมือนภรรยาและลูกสาวของเขา ปิกัสโซไม่วาดภาพเหมือนตามธรรมเนียมของยุคสมัย แต่ผสมผสานเทคนิคและรูปแบบใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากศิลปินท่านอื่น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงอิสรภาพทางคิดวามคิดและจิตวิญญาณเสรีที่เป็นหัวใจของงานศิลปะของเขา

ตลอด 36 ปี ปิกัสโซมีความหมายกับคุณอย่างไร

ครอบครัวผมมีความเกี่ยวพันกับครอบครัวปิกัสโซ บรรพบุรุษของผมเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ครอบครัวของเขา ลูกสาวของปิกัสโซ (Maya Widmaier-Picasso) เคยเล่าให้ผมฟังว่า วันหนึ่งปิกัสโซกับ Maya กำลังเดินบนถนน พวกเขาเห็นกระดาษเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งตกอยู่บนพื้น ปิกัสโซเก็บมันขึ้นมา ด้วยความที่เขาเป็นคนสูบบุหรี่ จึงพกไม้ขีดไฟติดตัวอยู่เสมอ วันนั้นเขาหยิบไม้ขีดไฟขึ้นมา แล้วพูดกับ Maya ว่า 

ดูสิ ถ้าฉันเขียนชื่อของฉันลงไปบนกระดาษ 30 แผ่น เราจะใช้มันแลกเปลี่ยนเป็นสมุดโน้ตได้ เพราะฉันเป็นคนดัง แต่ถ้าใช้กระดาษ 30 แผ่นนี้แลกเป็นอัญมณี บางทีเราอาจได้จักรยาน และถ้ามีภาพวาด 2 ภาพ เราอาจจะแลกเป็นมอเตอร์ไซค์ได้ หรือถ้ามี 3 ภาพ เราก็อาจจะมีรถ 3 คัน 

แล้วปิกัสโซก็พูดต่อว่า มันดีมากจริง ๆ ที่เป็นคนรวย มีแค่ไม้ขีดไฟในกระเป๋า แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ฉันต้องผ่านความยากจน คำวิจารณ์ และเคยถูกกดขี่เพราะความคิดของฉันเอง ฉันคิดว่าฉันได้จ่าย ‘ราคา’ สำหรับทุกอย่างหมดแล้ว ฉะนั้น มันดีมากเลยที่เป็นคนรวยโดยมีแค่ไม้ขีดไฟอยู่ในกระเป๋า

เรื่องราวนี้คือบทเรียนสำคัญของการไม่ยอมแพ้และการต่อสู้เพื่อยืนยันในสิ่งที่เราเชื่อ

นี่แหละคือเหตุผลว่า ทำไม ปาโบล ปิกัสโซ ถึงเป็นวีรบุรุษของผม

3 ผลงานที่คุณคิดว่าไม่ควรพลาดในนิทรรศการ Picasso: Beauty & Drama

หนึ่ง ภาพเหมือนของ Paloma Picasso ลูกสาวคนสุดท้องของปิกัสโซ ในภาพนี้เราจะเห็น Paloma ในลักษณะคล้ายตุ๊กตา แม้ภาพดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ภาพสไตล์ดูอาลิสม์ (Dualista) แบบที่เราเคยเห็นกันมาก่อน จุดเด่นคือการเล่นกับแสงและเงาอย่างประณีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทดลองรูปแบบใหม่ทางศิลปะของปิกัสโซที่ผู้ชมสังเกตได้เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของภาพ

สอง ผลงานที่มีความดราม่ามากที่สุดในนิทรรศการ เป็นภาพเหตุการณ์ในสนามสู้วัวกระทิง ภายในลานประลอง (Plaza) เราจะเห็นฉากที่ตึงเครียดสูงมาก แม้มองเห็นรายละเอียดได้ยาก หากสังเกตดี ๆ จะพบนักสู้วัวกระทิงบนหลังม้าพร้อมหอกยาว ด้านหนึ่งคือหัววัวและนักสู้ที่ล้มอยู่บนพื้น รอบข้างมีผู้ชมที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น นี่คือฉากที่เปี่ยมด้วยพลัง ความเสี่ยง และความตึงเครียดขั้นสูงสุด

สาม ภาพจากหนึ่งในสมุดสเกตช์ 15 เล่มของปิกัสโซ ซึ่งเขาใช้ในการเตรียมงานชิ้นเอก ‘Girl before a Mirror’ ภาพส่วนใหญ่ในสมุดเป็นภาพผู้หญิงเปลือย แต่ภาพนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน และแฝงความรัก นี่คือภาพเหมือนของเด็กหญิงชื่อ Raymond ซึ่งปิกัสโซเคยรับมาอุปการะเป็นเวลา 3 เดือนเท่านั้น เหตุผลคือในเวลานั้นปิกัสโซกำลังอยู่ในภาวะยากจนที่ปารีส จึงจำเป็นต้องส่งตัว Raymond กลับไปยังสถานพยาบาลที่เธอเคยอยู่ หลังจากนั้น 9 ปี ปิกัสโซได้รับโปสต์การ์ดฉบับหนึ่งที่เขียนว่า ไฮ เปาโล สบายดีไหม ฉันสบายดี ขอส่งความคิดถึงจากเรย์มอนด์

ผมยังไม่รู้แน่ชัดว่าคนที่ส่งโปสต์การ์ดฉบับนั้นเป็น Raymond คนเดียวกันหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมรู้คือ ในช่วงเวลาที่ปิกัสโซสร้างงานนี้ เขามีช่วงเวลาที่สะท้อนถึงความรัก ความอบอุ่น และความอ่อนโยน 

สำหรับผม นี่เป็นหนึ่งในผลงานที่งดงามที่สุด และเป็นภาพโปรดของผมในนิทรรศการนี้

  • Shop 220, ชั้น 2, Grand Lisboa Palace Resort Macau (South Entrance) (แผนที่)
  • นิทรรศการจัดตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568
    เปิดทำการวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00 – 19.00 น., วันศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • Last Admission 1 ชั่วโมงก่อนเวลาปิดทำการ, Guided Tours ภาษาอังกฤษ จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง
  • www.ticketing.sjmresorts.com/picasso-beauty-n-drama

Writer & Photographer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก