28 กุมภาพันธ์ 2025
3 K

เราอาจเคยทราบกันมาเกี่ยวกับหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏในพื้นที่ภาคอีสานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการขุดค้นพบโครงกระดูกไดโนเสาร์หรือร่องรอยแหล่งอายธรรมบ้านเชียง เหล่านี้ล้วนเป็นข้อบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตและผู้คนในดินแดนแห่งนี้มานานนับพันปี จนกล่าวได้ว่าพื้นที่ภาคอีสานของเรานั้นเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมของผู้คนในพื้นที่อุษาคเนย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหามากมาย เช่น อารยธรรมเกลือสินเธาว์อีสานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่ยึดโยงอยู่กับภูมิปัญญา และ ‘วัฒนธรรมปลาร้า’ ที่มีคติความเชื่อท้องถิ่นในการใช้สอยทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างชาญฉลาด 

เมื่อผู้เขียนจะได้มีโอกาสเข้ามาทำการศึกษาวิจัยในพื้นที่แหล่งมรดกโลกภูพระบาทนั้น คำถามที่เคยมีเกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปของพื้นที่อีสานก็ปรากฏชัดขึ้น และในวาระที่ภูพระบาทได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งนับเป็นแห่งที่ 5 ของประเทศไทย และทำให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัด 2 มรดกโลก ในวันนี้ผู้เขียนจึงอยากมาเล่าว่า ‘ภูพระบาท’ มีสิ่งพิเศษอะไร ทำไมถึงได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

01 สถาปัตยธรรมที่สร้างสรรค์จากปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา

การยกตัวของเปลือกโลกเมื่อหลายล้านปีมาแล้วก่อให้เกิดเทือกเขาภูพานที่ทอดยาวในแนวขวางจากทิศตะวันออกไปตะวันตก นอกจากจะแบ่งภาคอีสานออกเป็น 2 ส่วนแล้วนั้น ปรากฏการณ์นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อเกิดอารยธรรมที่สำคัญแหล่งนี้ จากการยกตัวของเปลือกโลกในครั้งนั้นทำให้เกิดการเก็บกักน้ำทะเลปริมาตรมหาศาล ซึ่งต่อมากลายเป็นผลึกเกลือที่เก็บกักอยู่ใต้แผ่นดินอีสาน อันเป็นที่มาของวัฒนธรรมเกลืออีสานอันทรงคุณค่า เปรียบเสมือน ‘ทองคำขาว’ ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อีกนานแสนนาน 

และในช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์เดียวกันนี้ น้ำทะเลจำนวนมหาศาลที่อยู่เหนือแผ่นเปลือกโลกที่กำลังยกตัวก็ไหลเทลาดลง ชะเอาหน้าดินกับชั้นหินออกไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้เกิดลักษณะทางภูมิประเทศที่มีลักษณะเฉพาะ และทิ้งร่องรอยปรากฏเอาไว้ให้เราได้พบเห็นจนทุกวันนี้ 

แม้ว่าจะมีหลายพื้นที่ในเขตเทือกเขาภูพานที่ลักษณะของภูมิประเทศลักษณะนี้ แต่ภูพระบาท กลับเป็นพื้นที่เดียวที่มีรูปลักษณะทางกายภาพผิดแปลก ดูเหนือธรรมชาติ กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ จึงไม่น่าแปลกในเลยที่บริเวณภูพระบาทแห่งนี้จะมีร่องรอยว่ามีผู้คนเข้ามาใช้สอยพื้นที่อย่างต่อเนื่องยาวนานนับพันปี หากแต่รูปแบบการใช้งานพื้นที่กลับมุ่งเน้นในรูปแบบของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่ ผู้คน และความเชื่อ 

02 จากธรรมชาติ สู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางความเชื่อ ‘เหนือ’ ธรรมชาติ

จากร่องรอยที่ปรากฏในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท พบว่ามีผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่นี้มายาวนานนับพันปี โดยหลักฐานที่ปรากฏในเชิงประจักษ์ คือภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบกระจายอยู่ตามเพิงหินต่าง ๆ กว่า 40 แห่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า ภาพเขียนสีเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี และอาจเป็นส่วนหนึ่งของคติความเชื่อหรือการประกอบพิธีกรรมของผู้คนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 

ลักษณะของภาพเขียนสีที่พบแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มภาพแสดงวิถีชีวิตของคน กลุ่มภาพเขียนรูปสัตว์ และกลุ่มภาพเขียนลายเส้นเรขาคณิต แสดงให้เห็นถึงความเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ครั้งนั้น

ต่อเนื่องมาด้วยการปรากฏร่องรอยของการปรับแต่งภูมิทัศน์บริเวณเพิงหินเดิมและพื้นที่โดยรอบให้กลายเป็นศาสนสถานเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งต่อมามีการเรียกชื่อศาสนสถานต่าง ๆ ในพื้นที่ตามเรื่องราวหรือตำนานนิทานพื้นบ้านเรื่อง อุสาบารส อันรู้จักกันดีในท้องถิ่นอีสานตอนบนรวมถึงดินแดนสองฝั่งโขง 

หากแต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก คือหลักฐานที่ปรากฏถึงวิวัฒนาการซึ่งเป็นประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาอีสาน อันเป็นการจัดการพื้นที่ทางภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างผู้คน ความเชื่อทางศาสนา และพื้นที่

การปรากฏของเสมาหินอีสานในพื้นที่ภูพระบาท เป็นร่องรอยของวิวัฒนาการของแนวคิดและคติความเชื่อในยุคที่รับเอาพุทธศาสนาเข้ามา การกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อาจจะพัฒนามาจากวัฒนธรรมหินดั้งเดิม โดยเสมาหินอีสานที่พบที่ภูพระบาทนี้มีความสมบูรณ์ แท้ และยังคงตั้งอยู่ในที่ตั้งเดิม อีกทั้งยังมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลา พัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงทางด้านรูปทรง ขนาด และเทคนิคการแกะสลักหินอย่างต่อเนื่อง

03 จากวิเวกสถาน สู่ศูนย์กลางของภิกษุสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี

ด้วยความเหมาะสมในด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและการที่ภูพระบาทถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มานานนับพันปี จากร่องรอยการดัดแปลงสภาพของเพิงหินและภูมิทัศน์แบบเดิม การขุด เจาะ สกัด สภาพของพื้นที่เดิมให้มีความเหมาะสมกับการเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้รองรับในการปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของผู้คนมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีวิวัฒนการการปรับเปลี่ยนคติความเชื่อไปตามช่วงเวลา จวบจนเมื่อมีการรับพุทธศาสนาเข้ามาในพื้นที่ ประกอบกับเรื่องราวของ ตำนานอุรังคธาตุ ที่กล่าวถึงการเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทบนเนินเขานี้ ดังปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น รอยพระพุทธบาทบัวบกและรอยพระพุทธบาทบัวบาน อันเป็นที่มาของชื่อ ภูพระบาท จวบจนปัจจุบัน 

จากกลุ่มศาสนสถาน สู่กลุ่มพุทธศาสนสถาน และลานมณฑลพิธีที่รายล้อม กำกับความเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยหลักเสมาหินอีสาน ส่งผลให้ภูพระบาทเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางจาริกแสวงบุญของผู้ที่แสวงหาความสงบตามคติความเชื่อของพุทธศาสนา ดึงดูดให้เดินทางสู่พื้นที่แห่งการปฏิบัติศาสนกิจ โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือสายพระป่านักปฏิบัติ ผู้เคร่งครัดในธุดงควัตร จนอาจกล่าวได้ว่าภูพระบาทในอดีตอาจคล้ายกับ ‘วัดป่า’ หรือสำนักสงฆ์ในปัจจุบันนั่นเอง ดังมีบันทึกหลักฐานร่วมสมัยที่ว่า มีพระเกจิอาจารย์มากมายที่เคยเดินทางมาเพื่อฝึกฝนการปฏิบัติตนในพื้นที่พุทธวิเวกสถาน ณ ภูพระบาท แห่งนี้

04 พื้นที่ ผู้คน และชุมชน 

แม้จะปรากฏหลักฐานว่ามีการเข้าใช้พื้นที่บริเวณภูพระบาทมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หากแต่ร่องรอยเหล่านั้นกลับชี้ให้เห็นว่า ภูพระบาทถูกใช้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามคติ ความเชื่อของผู้คนในแต่ละห้วงเวลาเท่านั้น หากแต่เพราะการที่พื้นที่บริเวณภูพระบาทมีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย ทำให้ในบริเวณโดยรอบเนินเขาแห่งนี้มีหลักฐานแสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของชุมชนต่าง ๆ มาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ดังเห็นได้จากภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สื่อให้เห็นว่ามีทั้งฝูงวัวและฝูงช้างในพื้นที่แห่งนี้ 

สำหรับกลุ่มผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่โดยรอบพื้นที่ภูพระบาทในปัจจุบันนั้น ประกอบไปด้วยผู้คนที่มาจากหลากหลายกลุ่มชาติพันธ์ุ เช่น ไทยพวน ลาวเวียง ลาวครั่ง จีน ญวน ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณโดยรอบของภูเขาศักดิ์สิทธิ์หลายระลอก แม้ว่าจะมีความหลากหลาย แต่ก็ปรับวิถีชีวิตวัฒนธรรมเข้าหากันได้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทุกกลุ่มล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาธรรมชาติร่วมกัน และจากการที่ภูมิประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำไร่ ทำนา ทำสวน ผู้คนในชุมชนนี้จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ 

05 ธรรมชาติ พืชพรรณ และสัตว์ป่า

นอกจากความเข้มข้นของหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งมีความสำคัญในระดับมรดกโลกแล้วนั้น หากเราพาตัวเองเดินเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะพบกับบรรยากาศความงามที่เรียบง่าย เนื่องด้วยภูพระบาทตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ผสมระหว่างป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าผลัดใบผสม จึงเต็มไปด้วยไม้ยืนต้น ไม้ดอก และพืชสมุนไพรมากมาย ลักษณะของพืชพรรณ-บรรยากาศที่พบในพื้นที่จึงแปรเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาของปี 

จากความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์ ทำให้เกิดการค้นพบพืชชนิดใหม่บนโลกขึ้นที่ภูพระบาทเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือ ‘ต้นครามอุดร’ และ ‘มุกอุดร’ โดยจะพบเห็นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี

และครั้งหนึ่งเคยปรากฏภาพเขียนสีรูปวัวกับช้างในเพิงหินที่ภูพระบาท แต่ในปัจจุบันสัตว์ประจำถิ่นที่พบ คือแมลง นก ไก่ป่า กระรอก งูนานาชนิด หมาป่า เป็นต้น

บทสรุปความสัมพันธ์

คน ธรรมชาติ และพื้นที่ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สัมพันธ์กันเสมอ เพราะคนต้องอยู่อาศัยท่ามกลางธรรมชาติ ภายใต้ข้อจำกัดและขีดความสามารถของตนเองในแต่ละยุคสมัย เพราะคนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และคนก็เป็นผู้คิดค้นระบบที่อ้างอิงสิ่งเหนือธรรมชาติ 

ด้วยเหตุผลใดก็ตาม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่มรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของประเทศไทยเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ของการที่คนต้องโน้มเอียงเข้าหาธรรมชาติ โดยการสร้างปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะแล้วยกย่องให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจเพียงเพราะต้องการหาคำตอบหรือที่พึ่งพิงบางอย่างเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตน แต่อีกนัยหนึ่งอาจแฝงไปด้วยการความอ่อนแอและยอมรับในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่มนุษย์เอาชนะไม่ได้ 

ภาพ : อินทราชัย มาสม

ขอขอบพระคุณ
  • คุณนภสินธุ์ บุญล้อม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี
  • เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี
  • หนังสือภูพระบาท มรดกอีสานและมรดกโลกทางวัฒนธรรม ของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณสุรพล ดำริห์กุล 
  • หนังสือนำชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กรมศิลปากร

Writer

ศราวุฒิ ปิ่นทอง

นักออกแบบความคิดด้านศิลปะเชิงวัฒนธรรม สถาปนิก และอาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปะการออกแบบเชิงวัฒนธรรม คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร