ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน คุณนึกถึงเมืองอะไร
พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดฮิตที่เรารู้จักกันดี แต่นอกจากสถานที่เที่ยวเด็ด ๆ มากมาย ความพิเศษมากของที่นี่ คือเราเดินทางท่องเที่ยวกันแบบยั่งยืนได้ ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสารพัดรุ่นพร้อมจุดชาร์จจาก ‘Pattaya Decarbonized Sustainable City’ โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ยั่งยืนและปราศจากมลภาวะของโตโยต้า
บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่เจ้านี้ตั้งใจมุ่งสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอน โดยหนึ่งในวิธีการที่น่าสนใจ คือการสร้าง ‘เมืองจำลอง’ เพื่อทดลองการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด โดยโตโยต้ามีเมืองจำลองที่เป็นเมืองต้นแบบสำหรับอนาคตอยู่ในหลายประเทศ และพัทยาคือผู้โชคดีสาขาประเทศไทย
การเปลี่ยนเมืองให้ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องเล็ก โตโยต้าทำอย่างไรและเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ลองมาสำรวจเมืองจำลองที่ชื่อพัทยาไปพร้อมกัน

Multi Pathway กลยุทธ์สร้างการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดสำหรับทุกคน
จากการเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกมาอย่างยาวนาน โตโยต้ามองว่าศัตรูที่แท้จริงขององค์กรไม่ใช่แบรนด์รถอื่นในตลาด แต่คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยมาจากการเดินทาง
Multi Pathway Strategy คือกลยุทธ์ของโตโยต้าเพื่อต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจนี้ ด้วยการสร้างการเดินทางที่ใช้พลังงานสะอาดให้หลากหลาย ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม
สิ่งสำคัญที่จะทำให้กลยุทธ์สำเร็จ คือโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับยานยนตร์พลังงานสะอาด และโอกาสในการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์
นั่นคือที่มาของการสร้าง ‘เมืองจำลอง’ เพื่อทดลองวิ่งรถยนต์พลังงานสะอาดและทดลองตั้งจุดชาร์จรองรับ อย่างไรก็ตาม เมื่อลงมือทำจริง การเนรมิตเมืองจำลองที่มีการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นก็เต็มไปด้วยความท้าทาย
หัวใจสำคัญอันดับแรก คือต้องสร้างความเข้าใจกับคนในชุมชน รวมถึงองค์กรท้องถิ่นที่กลายมาเป็นพันธมิตรขับเคลื่อนร่วมกัน

โตโยต้าติดกระดุมเม็ดแรกด้วยการรวมพลังจากคนพัทยา จากนั้นเมื่อคนในชุมชนเอาด้วย องค์กรภาครัฐท้องถิ่นเอาด้วย ขั้นต่อมาคือการสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ ในพัทยา ดีลกับแอปพลิเคชันท่องเที่ยวและเดินทาง รวมถึงจับมือกับผู้ประกอบการโรงแรมท้องถิ่นในการให้บริการ
มากกว่านั้น พวกเขายังสร้างสถานีไฮโดรเจนแห่งแรกของประเทศไทย โดยร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำด้านพลังงานอย่าง PTT – BIG – OR
โตโยต้าร่วมมือเปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicles) ที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการเติมไฮโดรเจนของรถยนต์โตโยต้าเป็นอย่างมาก
พัทยา เมืองท่องเที่ยวที่มีการเดินทางยั่งยืน
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อมก็เข้าสู่การใช้งานจริง โดยชาวพัทยารวมถึงนักท่องเที่ยวจะได้ใช้บริการการเดินทางหลากหลายรูปแบบจากโตโยต้า และได้ดูแลโลกไปพร้อมกัน
รถโตโยต้าคันจิ๋วรุ่น C+pod รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ถูกนำมาใช้เป็น Car-sharing เพื่อให้ทุกคนได้เดินทางอย่างคล่องตัว จะขับไปเที่ยวคาเฟ่ นั่งร้านอาหารแสนอร่อยในซอยหน้าหาด หรือจะขับชิลล์ชมบรรยากาศทะเลบนถนนเส้นเลียบหาดก็ได้ แถมยังมาพร้อมกับความสะดวกสบายที่ช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษทางอากาศอีกด้วย



โดยรถยนต์โตโยต้ารุ่น C+pod รถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกแบบมาสำหรับ 2 ที่นั่ง เน้นไปที่การเดินทางระยะสั้นในพื้นที่ใกล้เคียง ตอบโจทย์เรื่องความประหยัดและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ใครสนใจอยากใช้งาน เพียงเป็นลูกค้าโรงแรม Hard Rock Pattaya และโหลดแอปพลิเคชัน KINTO SHARE digital key เท่านี้ก็ใช้บริการได้ฟรี ขับขี่ไปทั่วเมืองพัทยาได้เลย ระหว่างการใช้งานก็นำรถไปชาร์จตามสถานีของโตโยต้าได้

นอกจากนั้น ใครจะมาเที่ยวกับเพื่อนหลายคนก็ไม่เหงา เพราะโตโยต้าได้นำรถยนต์พลังงานทางเลือกรุ่น Lexus UX 300e รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และ Prius Prime รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ให้บริการการเดินทางในระยะทางที่ไกลขึ้น ใครมีแพลนจะเที่ยวจุดเช็กอินไฮไลต์อย่างสวนนงนุช เขาชีจรรย์ แสมสาร ไปจนถึงเข้าเขตระยอง ก็ใช้บริการได้ด้วยการจองผ่านแอปพลิเคชัน HAUP

ขณะที่การเดินทางจากสนามบินก็ทำได้อย่างราบรื่นและรักษ์โลก เพราะทีมโตโยต้านำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงรุ่น Mirai มาใช้เป็น U-Tapao Airport Limousines ให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจระหว่างสนามบินอู่ตะเภากับเมืองพัทยา รวมไปถึงการเดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ นักเดินทางที่บินไปลงสนามบินอู่ตะเภาก็จะมีโอกาสได้ใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดได้ง่าย ๆ
จะประยุกต์ใช้โมเดลให้เข้ากับบริบทพื้นที่ทั้งที รถสองแถวสาธารณะท้องถิ่นคือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ ทีมโตโยต้าได้นำรถสองแถว Hilux Revo-e เป็นกระบะไฟฟ้าที่ดัดแปลงเป็นรถสองแถวจำนวน 12 คัน ให้บริการครอบคลุมพื้นที่พัทยาในราคาเดียว 10 บาทตลอดสาย ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา และได้สร้างความฮือฮาและความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนต่อคนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก


ใครสนใจ โบกมือเรียกสองแถวที่เมืองพัทยาได้ตามเส้นทางดังต่อไปนี้
สาย 4 : ท่าเรือแหลมบาลีฮาย-ที่ว่าการอำเภอบางละมุง
สาย 5 : หมู่บ้านเจริญรัตน์พัฒนา (สุขาวดี) – นาจอมเทียน
สาย 7 : พัทยาเหนือ-พัทยากลาง
ในอนาคต ทางโตโยต้ามีแพลนจะเปิดบริการรถเช่าพร้อมคนขับ ด้วยตัวรถ bZ4X รถไฟฟ้า 100% ประเภท BEV อีกด้วย
Pattaya Decarbonized Sustainable City ผลลัพธ์ที่ดีต่อใจ ดีต่อโลก
กว่า 60 ปีที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้น นอกจากนวัตกรรมรถยนต์คุณภาพ โตโยต้ายังมุ่งสร้างความสุขให้กับสังคมด้วย
กำไรทางเม็ดเงินก็สำคัญ แต่คุณภาพชีวิตผู้คนนั้นสำคัญกว่า ในยุคสมัยนี้ เราจึงได้เห็นโตโยต้าตั้งใจและเอาจริงในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน เพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ตั้งแต่โตโยต้าดำเนินโครงการ Pattaya Decarbonized Sustainable City กับท้องถิ่นในปี 2020 ได้สร้างอิมแพกต์ในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 โตโยต้าตั้งเป้าว่าจะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตัวร้ายนี้ได้ถึง 4,225 ตัน รวมแล้วเท่ากับการปลูกต้นไม้ 444,734 ต้น หรือเท่ากับป่าใหญ่ 1 ผืน
การเปลี่ยนเมืองแห่งหนึ่งให้กลายเป็น ‘เมืองจำลอง’ ที่มีการเดินทางอย่างยั่งยืนทั่วเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โตโยต้าก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การมุ่งสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยโครงการใหญ่อย่างการเปลี่ยนเมืองนั้นทำได้จริง
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเมืองพัทยา อย่าลืมลองสัมผัสความเป็น Pattaya Decarbonized Sustainable City ด้วยตัวเองดูสักครั้ง
