9 ธันวาคม 2025
1 K

หลายคนที่มาเดิน One Bangkok อาจรู้สึกว่าที่นี่ใหญ่มากจนเดินหลง แต่แท้จริงแล้วโครงการนี้ยังเปิดไม่ครบทุกส่วน และทุกส่วนที่ว่ามานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ ‘ห้างสรรพสินค้า’ อีกด้วย

เพราะพื้นที่ทุกส่วนของ One Bangkok ผ่านกระบวนการคิดมามากกว่า 10 ปี คำว่า ‘ห้าง’ จึงไม่อาจอธิบายทุกส่วนของโครงการได้ เนื่องจากห้างและอาคารสำนักงานที่เป็นศูนย์รวมบริษัทชั้นนำเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนพื้นที่ศิลปะและพื้นที่สีเขียวก็เป็นองค์ประกอบหลักของโครงการเช่นกัน 

การจัดเตรียมพื้นที่และผลงานศิลปะก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ One Bangkok ทำ เพราะเขาจับมือกับ The Contextual สตูดิโอที่เชี่ยวชาญด้าน Service Design งานออกแบบแขนงหนึ่งที่ทำเพื่อยกคุณภาพของประสบการณ์การใช้บริการให้ดียิ่งขึ้นในหลากหลายมิติ

“Service Design คำนี้เกิดขึ้นหลังจาก Branding เพราะถ้าแบรนด์ดีแล้วแข็งแรงแล้ว แล้วต้องทำอะไรต่อ ต้องพัฒนาอะไรต่อ Service Design จึงเข้ามาเสริม Branding ด้วยการออกแบบบริการ คือการทำให้คนรู้สึกพึงพอใจในการใช้บริการ ในการเป็นลูกค้า การออกแบบบริการไม่ใช่แค่คนบริการอย่างเดียว แต่เป็นการเข้ามาอัปเกรดการบริการให้ดีขึ้นในมิติใดมิติหนึ่ง” ธนัฏฐา โกสีหเดช Service Design Director ของทีม The Contextual อธิบายถึงหน้าที่และความหมายของ Service Design

โดยการออกแบบประสบการณ์นั้นสร้างขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่รูป รส กลิ่น เสียง หรือสัมผัส แต่อาจเป็นการสร้างความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจ สร้างบรรยากาศโดยรอบที่สนุกสนานรื่นเริง สร้างชุดข้อมูลที่สื่อสารออกมาเข้าใจง่าย หรือสร้างลำดับวิธีการที่สะดวกสบายต่อการใช้งาน โดยรวมก็เพื่อยกระดับประสบการณ์และทำให้ลูกค้าพึงพอใจจนอยากกลับมาใช้บริการในพื้นที่อีกครั้ง

ซึ่งทาง One Bangkok ก็เล็งเห็นถึงความสำคัญในส่วนนี้ เพราะเขาอยากผลักดันให้โครงการเป็นมากกว่าห้าง เป็นมากกว่าอาคารสำนักงาน แต่อยากเป็นพื้นที่กิจกรรม เป็นพื้นที่สาธารณะที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ และน่าประทับใจให้กับผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการ

วันนี้เราจึงชวนทีมจาก One Bangkok และ The Contextual มาล้อมวงพูดคุยถึงแนวคิดที่อยากผลักดันให้ศิลปะได้อยู่ร่วมกับผู้คนในพื้นที่สาธารณะ

เมื่อโครงการไม่ได้เป็นเพียงห้าง

“One Bangkok ใช้หลักการ Heart Centric ในการออกแบบ โดยไม่ได้คำนึงถึงแค่พฤติกรรมของผู้มาที่มาเยือน แต่คำนึงถึงประสบการณ์และความรู้สึกพวกเขาจะได้รับไปด้วย” จูน-ชนิดาภา ปัญญาพลเสรี Assistant Vice President ฝ่าย Strategic Branding และ Art & Culture ของโครงการ One Bangkok เล่าถึงแนวคิดที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 10 ปีก่อนที่เธอเข้ามาทำโครงการนี้

ในพื้นที่กว่า 108 ไร่ มีหลายส่วนที่เป็นเรียกว่า ‘พื้นที่เปิดโล่ง’ และคำว่าเปิดโล่งนี่แหละที่ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นอะไรก็ได้ แต่จุดประสงค์ที่ One Bangkok เลือกที่จะมอบให้พื้นที่นี้เป็น คือการทำหน้าที่พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ เพื่อจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมส่งเสริมแรงบันดาลใจ และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้คนที่แวะเวียนเข้ามา 

“เราไม่ได้อยากเป็นแค่โครงการใจกลางเมือง แต่อยากเป็น ‘เมืองกลางใจ’ ของทุกคน การจะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องมอบอะไรให้กับผู้ที่มาเยือน ไม่ว่าจะมาช้อปปิ้ง ทำงาน เดินเที่ยว เดินสวน พักผ่อน หากได้แรงบันดาลใจกลับไป ที่นี่ก็อาจจะเป็นเมืองกลางใจของเขาได้”

นี่จึงเป็นภารกิจหลักของแผนก Art & Culture ที่มีหน้าที่ผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ One Bangkok โดยเฉพาะ แถมยังเป็นทีมที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นก่อสร้างโครงการ ศิลปะจึงอยู่ในทั้งแนวคิดและหัวใจของทีมออกแบบเสมอมา พื้นที่เปิดโล่งกลางโครงการจึงกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่ผลักดันให้ศิลปะเข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง โดยไม่มีอะไรมากั้น

Public Art Collection

งานศิลปะส่วนหนึ่งจัดแสดงอยู่บนพื้นที่เปิดโล่งกลางโครงการ บางส่วนนำไปจัดแสดงอยู่ด้านใน บางส่วนจัดแสดงอยู่ด้านนอก งานแต่ละชิ้นก็คัดสรรมาจากทั้งศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติ โชว์เทคนิคหลากหลายทั้งประติมากรรม เพนติ้ง และดิจิทัลอาร์ต รวม ๆ แล้วมีทั้งหมดกว่า 27 ชิ้น และในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกถึง 40 ชิ้น 

การคัดเลือกงานศิลปะแต่ละชิ้นมาจัดแสดงผ่านการศึกษาและคำนวณมาอย่างดี โดยเฉพาะแนวคิดในการสร้างสรรค์งานที่ต้องสอดคล้องกับบริบทและเรื่องราวของพื้นที่ รวมถึงต้องคำนวณขนาดและน้ำหนักในทางวิศวกรรมด้วย เช่น ผลงานที่เป็นแลนด์มาร์กของ One Bangkok อย่าง It Is, It Isn’t ของ Tony Cragg ก็คิดตั้งต้นจากพื้นที่ ก่อนที่ทีม Curator จะไปเฟ้นหาศิลปินที่ทำผลงานตรงตามบริบทนั้น ๆ

โดยพื้นที่จัดแสดงเป็นลานขนาดใหญ่มากที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่รอบข้าง ผลงานที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่จึงต้องเป็นประติมากรรมที่หากตั้งไว้ตรงไหนจะต้องไม่ถูกกลืน แต่ก็ไม่โดดเด่นเกินสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งผลงาน It Is, It Isn’t ก็ตอบโจทย์ทุกข้อและมีคอนเซปต์ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ด้วยรูปทรงแบบ Free Form คล้ายโครงหน้ามนุษย์ บวกกับวัสดุสเตนเลสแบบ Marine Grade ที่หาไม่ได้ในประเทศไทยและวัสดุยังมีคุณสมบัติสะท้อนสิ่งที่อยู่โดยรอบได้ จึงเหมาะวางในจุดเปิดโล่งและมีคนเดินพลุกพล่าน ให้คนแวะมองว่ารูปทรงที่แท้จริงของงานนี้คืออะไร ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับการตีความจากประสบการณ์ของแต่ละคน

Audio Guide เพื่อนร่วมทางพาชมงานศิลปะ

ด้วยแท้จริงแล้วโครงการ One Bangkok มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้ถูกเอ่ยหรือเป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากนัก ทำให้ทีม Art & Culture อยากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในโครงการ โดยเฉพาะผลงานศิลปะ Public Art Collection ที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ จึงเกิดเป็น Audio Guide ชิ้นแรกของ One Bangkok

ซึ่งทีมที่มารับหน้าที่ออกแบบ Audio Guide ก็คือทีม The Contextual ที่มีประสบการณ์การทำ Audio Guide จากเทศกาลงานออกแบบ Bangkok Design Week 2024 นับเป็นผลงานต้นแบบที่พาคนไปเดินดูงานออกแบบตามจุดต่าง ๆ แล้วสแกน QR Code เพื่อฟังคอนเซปต์งานแต่ละชิ้น

โดยหลังจากที่ทีม Art & Culture ของ One Bangkok ได้ลองไปฟัง Audio Guide ผลงานของทีม The Contextual ก็เกิดไอเดียอยากนำ Audio Guide มายกประสบการณ์ให้ผู้คนเข้าใจโครงการมากขึ้น ด้วยการเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของ One Bangkok ในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติแรกเริ่มเดิมทีของพื้นที่ แนวคิดการออกแบบของสถาปนิกที่มีความสลับซับซ้อน แต่ทำเพื่อตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่ม ระบบความยั่งยืนที่วางไว้เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน โดยมีแก่นหลักเป็นการเล่าเรื่องและชี้ชวนดูผลงานศิลปะ Public Art Collection ที่โอบล้อมและกระจัดกระจายไปในแต่ละจุด

กลายเป็น Audio Guide ชุดแรก หรือ Walking Route ที่มีความยาวเพียงแค่ 30 นาที พาเราออกไปเดินทอดน่อง ให้เราได้สำรวจทุกซอกทุกมุมของโครงการ โดยที่เรากดหยุดระหว่างฟังเพื่อซึมซับบรรยากาศขณะเดินผ่านสถานที่จริงได้ด้วย

นอกจากนี้ผลงานศิลปะแต่ละชิ้น ก็จะมี Audio Guide ประจำจุดที่เรียกว่า Art Spot คอยเล่าคำบรรยายของงานศิลปะแต่ละชิ้นโดยย่อ ทั้งคอนเซปต์ ประวัติศิลปิน ตั้งคำถามชวนสำรวจความคิด เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

“สิ่งที่ทำร่วมกับทีม The Contextual ไม่ใช่แค่กิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นโปรแกรมที่อยู่กับ One Bangkok ไปตลอด เราทำ Audio Guide ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลัง เพื่อให้คนเข้าใจโครงการของเราได้ดียิ่งขึ้น” คุณจูนเล่าถึงโจทย์แรกเริ่มที่ทีมของเธอและ The Contextual ตั้งใจทำให้ Audio Guide อันแรกนี้เป็นเหมือน Introduction ของโครงการ

ผลงาน Audio Guide ชิ้นนี้จึงกลายมาเป็นผลผลิตจากการทำ Service Design เพราะการมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยกัน ก็เหมือนยกระดับประสบการณ์ของผู้ที่เข้ามาใช้บริการใน One Bangkok ให้เขาได้รู้ว่าที่นี่ผ่านเรื่องราวมากมายกว่าจะกลายเป็น ‘เมืองกลางใจ’

“ใน Audio Guide พูดตั้งแต่ต้นเลยว่า อยากให้คุณค่อย ๆ เดิน เรากำลังจะเดินทอดน่องชมโครงการกัน เพราะเราอยากให้คนใช้เวลากับสิ่งนี้เยอะขึ้น ไม่ใช่แค่การนำทางเท่านั้น” ภิรญา รวงผึ้งทอง Managing Director พูดถึงการเขียนเนื้อเรื่องใน Audio Guide ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในโจทย์จาก One Bangkok 

รวมถึงมีการบอกจุดหมายระหว่างทางไปด้วย เพื่อทำความเข้าใจกับคนฟังว่า ถ้าเดินเร็วก็ให้หยุดรอก่อน หรือถ้าเดินช้า จะได้รู้ว่าจุดหมายถัดไปคืออะไร 

เนื้อหาด้านใน Audio Guide ทางทีม The Contextual ก็ย่อยมาให้เข้าใจง่าย พร้อมชวนคุยถึงจุดน่าสนใจที่ซ่อนอยู่ตลอดทาง ตั้งคำถามให้คนฟังลองคิดตามว่าเห็นผลงานศิลปะชิ้นนี้แล้วนึกถึงอะไร คิดเห็นอย่างไร และงานชิ้นนี้สัมพันธ์กับตัวตนของเราอย่างไร

“คนที่มาโครงการส่วนมากเดินด้านในกันอยู่แล้ว เราเลยอยากดึงให้คนออกไปสำรวจด้านนอก ให้เห็นและรู้จักโครงการนี้ในมิติที่หลากหลายขึ้น โดยที่มีจังหวะการเดินที่ออกแบบมาเพื่อเส้นทางนี้โดยเฉพาะ ถ้าในอนาคตมีเส้นทางอื่น เราก็ต้องออกแบบให้เป็นไปตามเส้นทางนั้นเช่นกัน” ธันยธรณ์ มูลวัง Service Designer อธิบายถึงการวางเส้นทางใน Audio Guide ที่เน้นไปตรงโซนด้านนอกและการออกแบบจังหวะการเดินที่ต้องทดลองเดินกว่า 30 ครั้งถึงจะออกมาเป็นผลงานที่เหมาะกับคนส่วนมากที่สุด

และด้วยคอนเซปต์เพื่อนร่วมทาง ทีมจึงเลือกใช้น้ำเสียงในการเล่าให้น่าฟัง ให้ความรู้สึกสนุกสนานกว่าสารคดี แต่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไปจนเหมือนโฆษณา ซึ่งตอนนี้มีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนให้เลือกฟัง 

คุณจูนยังเล่าให้ฟังอีกว่า Audio Guide นี้เป็นเพียงแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น เพราะในอนาคตก็จะมี Audio Guide สำหรับเส้นทางอื่น ๆ เช่นกัน อย่างที่ทีมกำลังพัฒนากันอยู่ก็คือเส้นทางเพื่อสำรวจความยั่งยืนรอบโครงการ พาคนไปดูพืชพรรณไม้ที่คัดสรรมาวางตามจุดต่าง ๆ เช่นเดียวกับงานศิลปะที่มีการคิดอย่างถี่ถ้วนมาแล้วเช่นกัน

Artventure กิจกรรมเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์

และอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เป็นผลงานจากทีม The Contextual คือการสร้างสรรค์กิจกรรมในพื้นที่ของโครงการ One Bangkok เกิดเป็นกิจกรรม Artventure ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครอง ออกไปตามล่าผลงานศิลปะ หรือ Public Art Collection ที่จัดแสดงอยู่รอบโครงการ เพื่อทำภารกิจสุดสร้างสรรค์ที่คิดมาจากศิลปะแต่ละชิ้น ก่อนจะนำมาแลกของรางวัลสุดพิเศษกับทางโครงการ

“เรามีโจทย์เป็นเด็ก จึงใช้หลักการเดียวกับโปรเจกต์อื่น ๆ เริ่มต้นจากทำความเข้าใจก่อนว่าต้องนำเสนอเรื่องอย่างไรให้เด็กสนใจ ให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับงานศิลปะ และย่อยเนื้อหาให้เด็กเข้าถึงได้ ผู้ปกครองและคนทั่วไปก็เข้าถึงได้เช่นกัน” วรางคณา ลิมศุภนาค Service Design Strategist เล่าถึงการออกแบบกิจกรรม Artventure เพื่อเด็กและผู้ปกครอง 

กิจกรรม Artventure เริ่มต้นจากกิจกรรมแรก Public Art Quest ที่มีการ Pre Lauch ในช่วงวันเด็กต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งความท้าทายในการสร้างกิจกรรมนี้ก็มาจากการศึกษาพฤติกรรมเด็กวัย 4 – 9 ปีที่เริ่มมีพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์

แต่เด็ก ๆ ในวัยนี้ส่วนมากไม่อยู่นิ่ง ทางทีมจึงต้องออกแบบกิจกรรมที่เน้นให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วม และไม่จำกัดกรอบที่ตายตัว โดยจะมีทั้งการวาดรูประบายสี ไปจนถึงการตั้งคำถามกับเด็ก ๆ ซึ่งทั้งหมดคือคำถามทั่วไปที่เขาพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

ถือเป็นการย่อยศิลปะให้เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงสร้างทักษะการสังเกตในการชมงานศิลปะให้กับเด็ก ๆ เพื่อบ่มเพาะเมล็ดแห่งความคิดสร้างสรรค์ และสร้างกิจกรรมให้เด็กและผู้ปกครองได้ใช้เวลาร่วมกัน

เพราะทีม One Bangkok และ The Contextual ไม่ได้ออกแบบกิจกรรมนี้มาเพื่อสร้างศิลปินรุ่นจิ๋ว แต่ตั้งใจบ่มเพาะใจรักในงานศิลปะให้เด็ก ๆ ฝึกให้พวกเขาใช้ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกสังเกต ฝึกสมาธิ ฝึกดื่มด่ำสำรวจทั้งตัวตนของงานศิลปะและตัวตนของตนเองผ่านกิจกรรม

“ตอนเริ่มทำกิจกรรมในช่วงงานวันเด็กเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ผลลัพธ์ที่เซอร์ไพรส์ เด็ก ๆ ตีความงานไปได้ไกลกว่าที่เราจินตนาการไว้ เช่น มีงานชิ้นหนึ่งมาจากปิ่นโต เราเลยตั้งคำถามว่า ปิ่นโตมี 3 ชั้น น้อง ๆ จะเลือกเก็บอะไร มีเด็กคนหนึ่งเขียนว่า เก็บน้องชาย เพราะเขารักน้องชายมาก กลายเป็นโมเมนต์ที่น่ารักและอบอุ่นหัวใจ” คุณจูนย้อนถึงกิจกรรมแรกเริ่มที่เดิมทีมีเพียง 4 ภารกิจ เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นโครงการ ซึ่งตอนนี้ Public Art Collection เริ่มทยอยติดตั้งผลงานชิ้นใหม่ในโครงการแล้ว สำหรับกิจกรรม Artventure ในอนาคตก็จะมีให้เล่น ได้วาดลวดลายปลดปล่อยจินตนาการกันมากขึ้นอย่างแน่นอน ติดตามกันไว้ได้เลย 

Writer

สาริณ ส่งเกรียงไกร

นักเขียนที่อยากเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา เผื่อพื้นที่ให้สะสมความรู้ผ่านบทความบ้าน เมือง งานออกแบบ และศิลปะ

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง