โตโยต้าเป็นองค์กรที่จริงจังเรื่องความยั่งยืนและมีเป้าหมายมุ่งสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอน
ก่อนหน้านี้เราได้เห็นวิธีการไปสู่ความยั่งยืนจากภายนอก ตั้งแต่การสร้างชีวพนาเวศ ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน จนถึงการทำโครงการ Pattaya Decarbonized Sustainable City ทดลองเปลี่ยนเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาให้เป็นเมืองยั่งยืนด้วยรถพลังงานสะอาด
ในครั้งนี้ เราจะพาคุณมาดูการเดินทางสู่ความยั่งยืนจากภายใน นั่นคือตัวโรงงานผลิตรถยนต์ของโตโยต้า โดยยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์รายนี้มีแนวคิดสร้างผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำหรือ Life Cycle Assessment ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดหาชิ้นส่วน กระบวนการผลิต การขนส่งและจัดจำหน่าย ไปจนถึงการกำจัดผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นอายุการใช้งานอย่างถูกวิธี ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือกระบวนการผลิตภายในโรงงานนี่เอง
ประตูโรงงานของโตโยต้าไม่ใช่ว่าใครก็เปิดเข้าไปได้ เพราะฉะนั้น คว้าโอกาสดีนี้ แล้วมาเรียนรู้วิธีผลิตสินค้าอย่างยั่งยืนฉบับโตโยต้าไปพร้อมกัน


Daily Kaizen
ลดใช้พลังงานแบบเรียบง่าย เริ่มได้ที่ตัวพนักงาน
การก้าวสู่ความยั่งยืนภายในโรงงานโตโยต้าเริ่มจากวิธีการเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่า Daily Kaizen โดย Kaizen เป็นศัพท์ภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
หลักการของ Kaizen คือการที่เรามองหาโอกาสที่จะปรับปรุงงานให้ดีขึ้นได้ในทุกวัน และนั่นหมายความว่า ถ้าพนักงานโตโยต้าพบวิธีการที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตยั่งยืนขึ้น ก็เสนอต่อหัวหน้าได้ทันที

นอกจากวิธีการที่พนักงานค้นพบและเสนอเอง โตโยต้ายังมีตัวช่วยเป็นระบบที่เรียกว่า Karakuri หรือระบบกลไกไม่ใช้พลังงาน เช่น รอก พื้นเอียง คาน และสปริง โดยจุดเด่นของ Karakuri คือลดการใช้พลังงาน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งแปลว่า ถ้าเกิดปัญหา พนักงานก็แก้ไขได้ด้วยตัวเอง

การก้าวสู่ความยั่งยืนของโตโยต้าจึงเรียกได้ว่าเริ่มต้นจากวิธีการที่มีต้นทุนต่ำ แต่ทำให้ทุกคนในองค์กรได้มีส่วนร่วม และเกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
Green Technology
ปรับปรุงเทคโนโลยีให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากปรับปรุงด้วยวิธีเรียบง่ายอย่าง Kaizen แล้ว โตโยต้ายังมุ่งปรับปรุงเทคโนโลยีภายในโรงงานให้เป็นเทคโนโลยีสีเขียว ตั้งแต่เปลี่ยนวิธีพ่นสีรถยนต์ จากเมื่อก่อนที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก มาเป็นการพ่นสีแบบแห้ง ไปจนถึงใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรพลังงานต่ำ อาทิ การใช้อุปกรณ์ขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานน้อยกว่าอุปกรณ์แบบเดิม


ภายในโรงงานของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เจ้านี้จึงไม่ใช่แค่มีพนักงานและระบบที่ช่วยให้องค์กรก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ไปสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย
Green Energy
เปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์
ไม่เพียงใช้วิธี Kaizen และหาทางเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โตโยต้ายังสนใจเรื่องที่มาของพลังงานภายในโรงงาน
จากที่เคยใช้พลังงานจากน้ำมัน องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์แทน โดยติดตั้งเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในรูปแบบโซลาร์รูฟและโซลาร์ฟาร์ม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในสายการผลิตของโรงงานโตโยต้าทั้ง 3 แห่ง
โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา สายการผลิตของโตโยต้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนถึง 16.5% ของพลังงานทั้งหมดแล้ว นับเป็นก้าวที่มั่นคงเพื่อไปสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนที่องค์กรแห่งนี้ตั้งเป้าไว้


และทั้งหมดนี้คือกระบวนการผลิตสุดยั่งยืนของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยต้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นความคิดครบ ตอบโจทย์ทุกมิติ
ทีมงานของโตโยต้าอธิบายเพิ่มด้วยว่า การเปลี่ยนภายในโรงงานสู่ความยั่งยืนนั้นเน้นที่ประสิทธิภาพ ต่อให้บางขั้นตอนมีการลงทุน เช่น การติดโซลาร์เซลล์ องค์กรก็คิดคำนวณดีแล้วว่าผลตอบแทนด้านความยั่งยืนคุ้มค่า นอกจากนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนยังต้องมีการตั้งเป้าหมายและการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี
กระบวนการผลิตที่ยั่งยืนของโตโยต้าจึงนับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับธุรกิจที่ต้องการยั่งยืนจากภายใน
