“คำแนะนำข้อหนึ่งของการลงทุน คืออย่าทำเอง”
ใครอ่าน The Cloud คงรู้ว่าเราเล่าเรื่องหน่วยงานที่แนะนำเรื่องการเงินและการลงทุนอยู่บ้าง
ไม่เคยมีใครพูดตรง ๆ แบบนี้
ใครศึกษาเรื่องลงทุน คงเคยได้ยินคำว่า การลงทุนมีความเสี่ยง เป็นคำพูดเชิงแนะนำให้ระวังก่อนจะตัดสินใจลงทุนอะไร โดยมี Mindset ว่าลูกค้าเป็นคนตัดสินใจจิ้มเองว่าจะลงทุนอะไร
แต่สถานการณ์วันนี้ปั่นป่วน ยุ่งเหยิง ยากจะสรรหาคำมาอธิบาย เกิดสภาวะที่เรียกว่า Unknown หรือในตลาดมีปัจจัยแปลก ๆ ที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร
การจะตัดสินใจให้ดี ไม่ได้ต้องการแค่ ‘เวลา’ ในการค้นหาข้อมูล แต่ต้องการ ‘ประสบการณ์’ และความเชี่ยวชาญ เพื่อมองทะลุความซับซ้อน และนี่คือจุดที่ที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนเข้ามาทำหน้าที่ตีความพายุเศรษฐกิจทั้งหมดให้เป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมและใช้ได้จริง
เรานั่งอยู่ในสำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย ข้างหน้าเราคือ K WEALTH CIO Team ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และบริหารความมั่งคั่ง นำทีมโดย คุณศิริพร สุวรรณการ CFA, CFP® ที่มีบทบาทสำคัญเป็น K WEALTH CIO (Chief Investment Officer) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

วันนี้ ศิริพรในบทบาท K WEALTH CIO มาเล่าให้เราฟังว่า K WEALTH คืออะไร และ ทีม CIO ของเธอจะช่วยเราได้อย่างไร ด้วยเป้าหมายต้องการเป็นที่ปรึกษาทางการลงทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่ต้องการสร้างความมั่นคงในทุกช่วงชีวิต
หัวใจของความมั่งคั่งที่ยั่งยืน คือรากฐานการลงทุนที่พร้อมในทุกสภาวะ
เมื่อก่อน ความมั่งคั่งหมายถึงตัวเลขในบัญชีเงินฝากหรือมูลค่าทรัพย์สิน
แต่วันนี้ ความมั่งคั่งในมุมมองของ K WEALTH คือความมั่นคง + การเติบโต + ความมั่นใจ ไม่ใช่แค่ ‘เพิ่มมูลค่า’ แต่ต้อง ‘รักษาและต่อยอด’ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต
ซึ่งศิริพรบอกว่าจะเกิดได้จากการวางกลยุทธ์การลงทุนทั้งแผนระยะใกล้และไกล ที่ K WEALTH เรียกว่าการสร้าง Your Future-Ready Wealth การสร้างความมั่นคงให้กับการลงทุนไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น และตอบโจทย์เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
โดย K WEALTH จะเป็นศูนย์รวมความเชี่ยวชาญในการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมโซลูชันที่ครอบคลุมการเงิน การลงทุน ธุรกิจ และการดูแลคุ้มครอง
โดยมาจากรากฐานสำคัญ 3 ส่วน ให้ลูกค้าพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในโลกการลงทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

เริ่มต้นที่ Wealth Team ที่ผสมผสานกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดการเงินและการลงทุนมากกว่า 20 ปี กับทีมคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนล้วนได้รับคุณวุฒิวิชาชีพมาตรฐานสากล เช่น CFA, CFP®, FRM, CAIA และ CMT โดยล่าสุดได้รับรางวัล Best Private Banking – HNWIs in Thailand จาก The Asset Triple A – Private Capital Awards
ทีม CIO ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์เป้าหมายของลูกค้าในทุกสภาวะตลาด โดยจะทำงานร่วมกับ 2 พันธมิตรระดับโลก (Wealth Partnerships) อย่าง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier ที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน เพื่อมอบโซลูชันการลงทุนที่หลากหลาย และเข้าถึงการลงทุนที่ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังถูกเสริมด้วย AI อัจฉริยะ ‘KEWIN’ ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข่าวสารทั้งในและนอกประเทศแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนให้ลูกค้าปรับพอร์ตได้อย่างถูกจังหวะผ่าน K PLUS

เจาะลึกทีม ‘K WEALTH CIO’ ขุมพลังและมันสมองของ K WEALTH
ชื่อของศิริพรที่พ่วงด้วยตำแหน่ง K WEALTH CIO ถูกวางบทบาทให้มากกว่าการเป็นนักวิเคราะห์ แต่เป็นเหมือน ‘หัวเรือใหญ่’ ที่ออกแบบกลยุทธ์การลงทุนของ K WEALTH ให้มีทิศทางชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตในอนาคตลูกค้า และทันต่อโลกที่เปลี่ยนเร็ว
เพราะตัวเลขที่ดีของอีกคนไม่ได้ดีกับอีกคนเสมอไป CIO ต้องคิดว่าเรากำลังเอาคำแนะนำไปให้ใครใช้
ศิริพรมองว่าการบริหารความมั่งคั่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขผลตอบแทน แต่รวมถึงการสร้างความมั่นใจในชีวิตลูกค้า
K WEALTH CIO Team ภายใต้การนำของศิริพร จึงมองว่า CIO Office เป็นการผสมผสาน Head & Heart
Head คือการใช้ข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญ จากทั้งในและต่างประเทศมาวิเคราะห์ ออกแบบกลยุทธ์ เพื่อให้ทุกโซลูชันอยู่บนฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งและทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง
ส่วน Heart คือการฟังและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ไม่ใช่แค่เป้าหมายทางการเงิน แต่รวมถึงความฝัน ความกังวล และสิ่งที่เขาอยากส่งต่อให้ครอบครัว ในโลกการลงทุน ไม่มีใครการันตีผลตอบแทนได้ 100% แต่สิ่งที่เราจะสร้างความไว้วางใจระยะยาวได้คือแผนที่มั่นคงและยั่งยืน และพร้อมที่จะอยู่กับลูกค้าในทุกสถานการณ์

มองก่อน มองไกล มองเห็นอนาคตที่มั่นคงไปกับลูกค้า
ศิริพรแนะนำทีม K WEALTH CIO ที่มาด้วยในวันนี้ เป็นทีม CIO รุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่นักวิเคราะห์ที่เก่งในการอ่านพอร์ตการลงทุนเท่านั้น แต่ต้องใช้ข้อมูล เทคโนโลยี ผสานอินไซต์ระดับโลกในการออกแบบกรอบการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของลูกค้าได้ เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่ต่อเนื่องและคิดถึงผลระยะยาว
นอกจากนี้แต่ละคนยังมีความเชี่ยวชาญในสินทรัพย์แต่ละประเภท ทำให้เจาะลึกและวิเคราะห์การลงทุนได้อย่างเฉพาะทาง รวมถึงเราทำงานร่วมกันเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นเทคโนโลยี ตราสารหนี้ หุ้นกู้ภาคเอกชน REITs ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือกต่าง ๆ เช่น Hedge Funds จึงพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในโลกการลงทุน


ทีมยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ลูกค้าสงสัยว่าสินทรัพย์แพงขึ้นทุกวัน และมีสินทรัพย์แปลก ๆ อย่างแรร์เอิร์ทและนิวเคลียร์ นักลงทุนหน้าใหม่จึงเริ่มตื่นตัว คิดว่าต้องรีบลงเพราะกลัวตกขบวน บางคนก็ไปถาม AI บางคนเห็นอินฟลูเอนเซอร์ปั่นกระแส เลยตื่นเต้นตื่นตัวยกใหญ่
“วิธีการที่เราทำ คือต้องแยกให้ได้ก่อนว่าอะไรคือข้อมูลจริง อะไรคือข่าวลือหรือกระแส เช็กข้อมูลและอินไซต์จากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก แล้วสุดท้าย Specialist จะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่มีกลยุทธ์เชื่อถือได้
“เวลาเราไปเจอลูกค้า ทุกคนจะบอกว่า ฉันอยากได้กำไรเยอะที่สุด 10 – 15% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ราคาทองคำตลาดโลกปรับขึ้นไปมากกว่า 50% ทุกคนก็จะมีความคิดว่า ฉันอยากได้แบบนั้นบ้าง แต่ไม่เคยมีใครตั้งคำถามกับตัวเองว่า เวลามันลง คุณรับได้เท่าไหร่”
และนี่คือโจทย์สำคัญของ K WEALTH ที่จะต้องทำให้ลูกค้ารู้จักระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้ที่แท้จริงให้มากขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อคำแนะนำอย่างมีระบบกับ RM เพื่อความเข้าใจที่สอดคล้องกันและให้คำแนะนำลูกค้าได้เหมาะสมกับแต่ละระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคนมากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าลงทุนได้อย่างมั่นใจและเตรียมพร้อมกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

“ทุกคนรู้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ที่ผ่านมาเมื่อมีการแชร์กันว่า Bitcoin ขึ้นมาเยอะ ทองคำขึ้นเยอะ มันทำให้เขาละเลยเรื่องความเสี่ยงและรีบเข้าซื้อ โดยไม่รู้ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนจริง ๆ แล้วประกอบด้วยอะไร ความเสี่ยงคืออะไร ถ้าไม่ใช่อย่างที่เราคาดไว้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นวิธีการที่ K WEALTH จะไป คือเราจะต้องให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่ลงทุนด้วย”
นอกจากนี้เรายังทำช่วยให้ลูกค้าเข้าใจเมื่อมันปรับตัวลงแรง และ K WEALTH พร้อมจะอยู่กับนักลงทุนในสถานการณ์เหล่านั้น เพื่อช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ควรทำอย่างไร ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
ในอีกกรณี แม้ผลตอบแทนจะสูงจนหลายคนอาจเผลอตื่นตัวตามกระแสหรือรีบซื้อเพิ่มเพราะกลัวพลาดโอกาส แต่ K WEALTH ก็อาจไม่ได้แนะนำให้ลูกค้าซื้อเพิ่มทุกครั้ง เพราะทีมจะประเมินความเสี่ยงในอนาคตให้ด้วย ในยุคที่อะไรไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ การระวังอนาคตและไม่ไหลไปตามกระแสจึงเป็นทักษะสำคัญของ CIO

3 คำแนะนำเรื่อง ‘ลงทุน’ เริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้
ถ้าให้สรุปบทเรียนที่ทีมนี้อยากมอบให้ผู้อ่านที่สนใจการลงทุน เราสรุปมาได้ 3 ข้อ
หนึ่ง การลงทุนไม่ใช่ทางเลือกอีกแล้ว แต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องทำ
นี่ไม่ใช่เรื่องของความชอบหรือทัศนคติส่วนตัว แต่สถานการณ์รอบตัว ทั้งเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงสวัสดิการอย่างประกันสังคมที่อาจไม่เพียงพอรองรับชีวิตหลังเกษียณ ล้วนทำให้เราต้องเริ่มลงทุน เพราะถ้าหวังพึ่งสวัสดิการอย่างเดียว คงดูแลตัวเองในวัยเกษียณได้ยาก
แต่การลงทุนต้องทำด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง นำมาสู่บทเรียนข้อที่ 2
คนที่เสี่ยงที่สุด คือคนที่ไม่เคยลงทุนเลย
เพราะเมื่อไม่มีประสบการณ์ ก็ยากที่จะเข้าใจว่าความเสี่ยงคืออะไร ยิ่งไม่เคยเจอความผันผวน ก็ยิ่งรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดหรือวิกฤตได้ลำบาก การเริ่มลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงเป็นวิธีเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองก่อนต้องเจอสถานการณ์จริง
ทีมเล่าว่าคนที่เคยเจอวิกฤตหนัก ๆ ตั้งแต่ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ โควิด จะมีสติมากกว่าเมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจัดการความเสี่ยงและอารมณ์ได้ดีกว่าถ้าเทียบกับคนที่ไม่เคยลงทุนเลย
สาม นอกจากลงทุนแล้ว อย่าลืมอุดรอยรั่วค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น บางทีค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจ่ายไปทุกวันแบบไม่ได้คิดอะไร เมื่อรวมกันแล้วก็อาจกลายเป็นเงินก้อนสำหรับลงทุนต่อยอดได้
หลังจากได้พูดคุยกับ K WEALTH CIO เห็นได้ชัดว่าหัวใจของการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เพียงแค่ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือโมเดลการลงทุนเท่านั้น แต่คือการใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อไปสู่จุดที่ลึกซึ้งกว่า นั่นคือ ‘ความเข้าใจเป้าหมายชีวิต’ ของลูกค้า เพื่อสร้างความไว้วางใจและออกแบบโครงสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นบทบาทที่ K WEALTH CIO ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น ‘Lifelong Trusted Advisor’ ภายใต้แนวคิด Your Future-Ready Wealth

Website : www.kasikornbank.com/th/kwealth
