เจ้าเหมียวสีเทาหลบมองอยู่หลังพุ่มไม้
ไม่ไกลกัน ลุงป้ายืนสนทนาอย่างออกรสบนระเบียงบ้านเล็ก ๆ ริมน้ำ เด็กน้อยที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนหันมามองด้วยความสนอกสนใจ บ้างก็โบกมือทักทายผู้คนแปลกหน้าบนเรือลำนี้
นี่คงเป็นเสน่ห์ของการเดินทางช้า ๆ เลียบคูคลองขนาดย่อม
สายน้ำที่เรากำลังสัญจรอยู่คือคลองบางลำพูเชื่อมไปจนถึงคลองโอ่งอ่าง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรทั่วไป แต่เรามีโอกาสได้ลงเรือชมวิวสองข้างทางในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ‘ลำนำนที วารีสมโภช’ ที่กลุ่ม ปตท. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชนบางลำพู และบริเวณเขตพระนคร ซึ่งกิจกรรมภายในงานบอกเล่าถึงความผูกพันของผู้คนกับสายน้ำ และการพัฒนาคูคลองในบ้านเราเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน โดยมีตั้งแต่การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ทริปล่องเรือชมวิถีชุมชนคลองบางลำพู การฉายหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติฯ เรื่อง คาเฟ่ และ รูปวาดจากอนาคต ไปจนถึงการแสดงแสงสีเสียงสุดพิเศษ เรื่อง’พรจากสายน้ำ’ ด้วยเทคนิค Immersive 3D Mapping ชวนให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของสายน้ำในย่านรัตนโกสินทร์อย่างเต็มอิ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายจรดค่ำ
หากย้อนเวลากลับไป คลองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘คลองรอบกรุง’ ที่ขุดขึ้นมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เพื่อใช้บ่งบอกขอบเขตเมืองและใช้เป็นเส้นทางสัญจรของผู้คน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งย่านเมืองเก่าในปัจจุบัน
แม้บรรยากาศรอบข้าง รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์และยังคงอยู่มายาวนาน คือสะพานข้ามคูคลองทั้งสองฟากฝั่ง ซึ่งเราอยากหยิบยกเรื่องราวของ 7 สะพานบนลำน้ำสายเล็ก ๆ นี้มาเล่าสู่กันฟัง
นอกจากจะมีการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังบ่งบอกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้ดีทีเดียว
01 สะพานนรรัตน์สถาน
สะพานแห่งแรกที่เราเดินทางมาถึง คือสะพานนรรัตน์สถาน สำหรับข้ามคลองบางลำพู
แรกเริ่มเดิมทีที่นี่เป็นสะพานไม้ซึ่งไม่คงทนนัก จนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนจากสะพานไม้เป็นเหล็กโค้งรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ โดยยังคงเป็นพื้นไม้และชักเปิด-ปิดให้เรือสัญจรผ่านได้ สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตที่ยังสัญจรด้วยเรือบนลำน้ำแห่งนี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนสัญจรทางน้ำน้อยลง เมืองขยายตัวมากขึ้น สะพานนรรัตน์สถานจึงถูกบูรณะใหม่ให้กลายเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังคงเปิดใช้งานมาจวบจนปัจจุบัน
สะพานที่ดูเรียบง่ายแต่แข็งแรงแห่งนี้ดูจะรับกับสองข้างทางที่ปรับปรุงจากคันดินมาเป็นอิฐสีน้ำตาลและเขตขอบรอบรั้วสีแดง พร้อมตึกแถวเรียงรายทั้งเก่าและใหม่สลับกันไป จนเรียกได้ว่าเป็นภาพบางลำพูที่ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

02 สะพานเฉลิมวันชาติ
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเบา ๆ เราพบกับสะพานถัดไปที่มีลวดลายคล้ายเชือกที่ถักทอกันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสีเหลืองอ่อนช่วยให้บรรยากาศอึมครึมโดยรอบดูสดใสขึ้นมา
ที่นี่คือสะพานเฉลิมวันชาติ หรืออีกชื่อที่หลายคนคุ้นหู คือสะพานวันชาติ เพราะก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติไทย ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม บริเวณโดยรอบจึงเต็มไปด้วยร้านรวงที่จำหน่ายสินค้าประเภทธงชาติและตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ สอดคล้องไปกับชื่อสะพานแห่งนี้

03 สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
เมื่อผ่านสะพานวันชาติมาไม่นาน เราก็เดินทางมาถึงช่วงปลายของคลองบางลำพู
บริเวณติดกับป้อมมหากาฬ เราจะพบสะพานผ่านฟ้าลีลาศที่หลายคนคุ้นตาหากเคยนั่งเรือคลองแสนแสบหรือขับรถมาเยือนย่านพระนคร แต่การออกแบบดูจะต่างไปจาก 2 สะพานก่อนหน้า เพราะผสมผสานศิลปะตะวันตก ทั้งโครงเหล็กสีเขียวเข้มกับลวดลายดอกทานตะวัน พร้อมเสาหินที่ปลายสะพานที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างงดงาม นอกจากนี้ยังมีชื่อที่ไพเราะสอดคล้องกัน 3 สะพาน นั่นคือสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานผ่านพิภพลีลา และสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
04 สะพานมหาดไทยอุทิศ
ไม่ไกลจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เราจะเห็นสะพานขนาดเล็กพร้อมประติมากรรมนูนต่ำสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์
หากเข้าไปดูใกล้ ๆ จะพบว่าเป็นรูปปั้นสตรีที่กำลังอุ้มเด็กและชายที่เอื้อมมือไปแตะไหล่เด็กอีกคน โดยทุกคนต่างมีท่าทีก้มหน้าร้องไห้เพื่อสะท้อนถึงความเศร้าโศก ซาบซึ้ง และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 โดยสะพานแห่งนี้เกิดขึ้นจากการอุทิศเงินของเหล่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในยุคสมัยดังกล่าว จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ ‘สะพานมหาดไทยอุทิศ’ นั่นเอง

05 สะพานสมมตอมรมารค
เรือแล่นต่อมาใกล้กับประตูผี เราพบกับสะพานสีขาวอีกแห่งที่มีลวดลายโค้งมนงดงาม พร้อมกับชื่อ ‘สพานสมมตอมรมารค’ (อ่านว่า สะ-พาน-สม-มด-อะ-มอน-มาก) ที่หลายคนอาจชะงักระหว่างกวาดสายตาและพยายามอ่านออกเสียงคำนี้
สมัยก่อนสะพานแห่งนี้เป็นเพียงสะพานไม้โครงเหล็กที่ผู้คนต่างเรียกกันว่า สะพานเหล็กประตูผี เพราะเป็นสะพานที่เคยใช้ขนถ่ายศพสามัญชนจำนวนมากในช่วงที่กาฬโรคระบาดอย่างหนัก ก่อนจะถูกบูรณะใหม่ให้เป็นสะพานปูนปั้นเสริมโครงเหล็ก รับกับยุคสมัยที่ผู้คนนิยมสัญจรทางถนน พร้อมสลักชื่อ ‘สมมตอมรมารค’ บนป้ายสะพาน โดยมีที่มาจากชื่อของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ นั่นเอง

06 สะพานดำรงสถิต
จุดต่อมาคือสะพานสีขาวสะอาดตาที่มีชื่อว่า ‘ดำรงสถิต’ บ้างก็เรียกว่า สะพานเหล็กบน
เดิมทีสะพานแห่งนี้ก่อสร้างด้วยไม้และใช้ข้ามมายังประตูสามยอด ซึ่งเป็นแหล่งโรงละคร ลิเก และแหล่งบันเทิงของหลวงในอดีต
แต่เมื่อการจราจรเริ่มแน่นขนัด เมืองเริ่มขยายตัว จนบริเวณนี้กลายเป็นแหล่งการค้า สะพานดังกล่าวจึงได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กตามความนิยมในยุคนั้น พร้อมตั้งชื่อใหม่ว่า ‘สะพานดำรงสถิต’ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับวังของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นั่นเอง

07 สะพานภาณุพันธุ์
หากใครได้เดินทางมาเยือนคลองโอ่งอ่าง คงจะพอคุ้นชื่อกับสะพานสุดท้ายที่เราเดินทางไปเยือน นั่นคือสะพานภาณุพันธุ์ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายถนนเยาวราชและสร้างขึ้นในยุคสมัยเดียวกับสะพานดำรงสถิต ทั้ง 2 สะพานจึงมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกัน
เอกลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างนี้ คือตัวสะพานที่เป็นเสาสีขาวขนาดเล็กเรียงรายทอดยาวเป็นแนวตรงให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มั่นคง ซึ่งหากใครได้เดินทางมาเยือนในยามค่ำคืน คงจะเห็นภาพสะพานแห่งนี้ตัดกับแสงไฟนวลตา ดูโดดเด่นสวยงามไปอีกแบบ

การได้แล่นเรือช้า ๆ ผ่านแต่ละจุดในการเดินทางครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ทันสังเกตเมื่อนั่งรถราซึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงเรื่องราวในอดีต ชื่อสะพานที่สื่อถึงเหตุการณ์หรือบุคคลสำคัญ แม้แต่การออกแบบสะพานที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละยุคสมัย
นอกจากสะพานทั้ง 7 แห่งนี้แล้ว เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายจุดในย่านเมืองเก่าและคูคลองบ้านเราที่ซ่อนเรื่องราวสนุก ๆ ไว้บนรายละเอียดเล็กน้อย รอให้คุณได้เดินทางไปสัมผัส และนี่คือสิ่งที่ทาง ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟื้นฟูสายน้ำและคูคลองให้กลับมาสดใส ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนริมสองฝั่งคลองให้มีสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 กลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกับบริษัทครอบครัวขนส่ง สำนักงานเขตพระนคร จัดกิจกรรม ‘ลำนำนที วารีสมโภช’ ขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ณ สวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุ เพื่อชวนให้ประชาชนได้สัมผัสและเรียนรู้การฟื้นฟูคูคลอง สร้างโอกาสพัฒนาอาชีพและส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะมีผู้ร่วมงานตลอด 3 วัน กว่า 7,500 คน จากกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือเส้นทางพิเศษคลองบางลำพู การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การฉายหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติฯ เรื่อง คาเฟ่ และ รูปวาดจากอนาคต ไปจนถึงการแสดงแสงสีเสียง เรื่อง พรจากสายน้ำ

