12 ธันวาคม 2024
855

ทุกครั้งที่เดินเข้าร้าน Karmakamet เราจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปยังโลกอีกใบแสนสงบและรื่นรมย์ เช่นเดียวกับการมาเยือนในวันนี้

เรารู้จัก Karmakamet ในฐานะแบรนด์เครื่องหอมไทยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง คุ้นตากับร้านโทนสีดำอันแสนลึกลับ และคุ้นเคยกับกลิ่นหอมมากมายที่พาเราหวนนึกถึงความทรงจำในวันเก่า รวมทั้งได้ยินเรื่องราวของแบรนด์มาหลายหน

แต่ความจริง 3 ข้อที่ เอท-ณัทธร รักษ์ชนะ ผู้ก่อตั้ง Karmakamet เล่าให้เราฟังคราวนี้ นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

หนึ่ง ความตั้งใจแท้จริงของเขาไม่ใช่การทำเครื่องหอม 

สอง กลิ่นโปรดของเขาไม่ใช่กลิ่นหอม แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้

สาม แคมเปญ Living with Joy ของแบรนด์ปีนี้ไม่ได้จบแค่ช่วงปีใหม่ แต่เป็นประตูสานต่อสู่สิ่งที่เขาตั้งใจไว้ในข้อแรก และโปรเจกต์ใหม่ของ Karmakamet ที่ฟังแล้วเราก็ตื่นเต้นตามไปด้วย 

ท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยมายังโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งเรากำลังนั่งสนทนา เอทเล่าย้อนว่าแนวคิด Living with Joy ครั้งนี้ไม่ได้เริ่มมาจากความหอมหวานรื่นรมย์ แต่มาจากความขื่นขมเมื่อต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต 

ตกตะกอนจากความไม่แน่นอนในชีวิต

หากคุณกำลังทุกข์ใจจากความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจต้านทาน กำลังเหนื่อยล้ากับการวิ่งตามความคาดหวังของสังคม หรือรวดร้าวกับการพลัดพรากจากลา เขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น 

“แรก ๆ เราก็พร่ำบ่นอยู่นาน แต่แล้ววันหนึ่ง พอนอนหลับไปแล้วฝันถึงวัยเด็ก เรายืนอยู่ที่ประตูเหล็กหน้าบ้าน มีหมาวิ่งเข้ามา หมาตัวนั้นชื่อหมี ที่จริงมันจากเราไปนานแล้ว แต่ในฝันมันวิ่งเข้ามาลอดหว่างขาแล้วมองหน้าเรา พอตื่นขึ้นมา ตอนนั้นมันสั่นสะเทือนใจตรงที่ว่า เออว่ะ ชีวิตคืออะไร ให้เราเกิดมา แต่แล้ววันหนึ่งก็พรากทุกอย่างที่รักออกไป”

เหตุการณ์วันนั้นทำให้เอทตัดสินใจไปปฏิบัติธรรม วันเวลาผ่านไป เขาค่อย ๆ มองเห็นและยอมรับความเป็นจริงมากขึ้น จนค้นพบว่าหลายครั้งที่คนเราไม่อนุญาตให้ตัวเองได้รื่นรมย์กับชีวิต จนกว่าสิ่งรอบข้างจะเป็นไปอย่างใจหวัง หลายคราวที่คนเรามักโหยหาความสงบจากภายนอก จนหลงลืมการกลับมาทำความเข้าใจและหวนสู่ความสงบภายในจิตใจตัวเอง ความคิดเหล่านี้จึงค่อย ๆ ตกตะกอนออกมาเป็นแคมเปญ ‘Living with Joy’ ที่ว่าด้วยความรื่นรมย์อย่างเข้าใจโลกและเข้าใจตัวเอง รวมถึงการสื่อสารว่ากลิ่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของความหรูหราไกลตัว แต่มันคือของขวัญจากธรรมชาติของผู้คนอย่างเสมอกัน

รื่นรมย์จากภายใน

แนวคิด Living with Joy สะท้อนออกมาตั้งแต่เซตของขวัญปีใหม่ทั้ง 6 ชุดที่ใช้กล่องสีทองอร่าม ขณะที่ภาพบ้านในฉากหลังนั้นแสนเรียบง่ายและออกจะเป็นโทนสีหม่น ๆ เสียด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ต้องการให้กล่องสีทองสะท้อนความหรูหราอู้ฟู่ แต่อยากสื่อสารว่าท่ามกลางความธรรมดาในฉากหลังเหมือนชีวิตของเรานั้น เราต่างมีสิ่งที่ทรงคุณค่าและยอดเยี่ยมซ่อนอยู่ภายในตัวเอง 

“เราสนใจสิ่งที่อยู่ในใจคนหรือความสุขที่อยู่ข้างในใจของคนธรรมดามากกว่า” เอทอธิบาย

คลิปวิดีโอของ Karmakamet ในช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยภาพเครื่องหอม ท่ามกลางบ้านที่ไม่ได้ตกแต่งหวือหวา ทว่ากลับรู้สึกสงบใจ

“วิดีโอที่ปล่อยออกไปถ่ายทำที่บ้านเราทั้งหมด แต่ที่เห็นนั้นเป็นแค่การเริ่มต้น ซึ่งเราจะมีเฉลยตอนจบ ฉะนั้น ตอนนี้ภาพจะดูเศร้า ๆ ดูเหงาหน่อย แต่ก็ดูมีความสุขผสมอยู่ ขณะเดียวกันก็มีถุงพลาสติกสีแดงใบหนึ่งลอยอยู่ท่ามกลางสายลม เหมือนชีวิตเรา บางทีเราเอาของใส่เข้าไปแล้วบอกว่า นี่แหละชีวิตฉัน แล้วเราก็ปิดปากถุงไว้ แต่เราอยากให้ลองเปิดปากถุงออกมา พอลมมันเข้าไปในถุง มันก็จะลอยขึ้น แล้วเราจะรู้ว่าเราควบคุมอะไรภายนอกไม่ได้ บางทีเราปล่อยให้ทุกอย่างเคลื่อนไปแบบที่มันเป็นบ้างก็ได้” 

การก้าวข้ามความทุกข์จากสิ่งที่ไม่แน่นอนในชีวิต ไม่ได้ทำให้เขานึกถึงแคมเปญของแบรนด์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เขาฉุกคิดได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะลงมือทำในสิ่งที่อยากทำเสียที

โลกของกลิ่น ไม่ได้มีเพียงความหอม

“ความตั้งใจตอนเริ่มทำ Karmakamet ไม่ใช่การทำเครื่องหอม” เอทเฉลยสิ่งที่เขาไม่ได้บอกใครมานาน และเพิ่งจะเล่าออกสื่อเป็นครั้งที่ 2 

“จริง ๆ เราอยากทำเรื่องกลิ่น ซึ่งไม่ได้มีแค่ความหอม โดยเฉพาะตัวเราเองที่ไม่ได้ชอบกลิ่นหอมทั่วไป แต่เราชอบกลิ่นอับของไม้”

เอทเป็นคนสุไหงโกลก เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งสายฝน เขาจึงโตมากับภาพยามเช้าที่ออกวิ่งไปกับพ่อแล้วได้กลิ่นไม้ยางที่ขึ้นราอยู่บ่อย ๆ 

“กลิ่นนั้นลอยอยู่ในอากาศ คนใต้จะชินกับกลิ่นชื้นหรือกลิ่นอะไรทำนองนี้ เวลาเราดมแล้วคิดถึงบ้าน รู้สึกอบอุ่นใจ เราเลยชอบกลิ่นนี้” ความหลงใหลในกลิ่นเฉพาะเหล่านี้ไม่เคยจางหายไป และเขาเชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่ผูกพันกับกลิ่นแตกต่างกัน ความรื่นรมย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลิ่นหอมทั่วไปเพียงเท่านั้น 

“ในชีวิตจริง เรามีกลิ่นเฉพาะที่ชอบและพาเราย้อนกลับไปในอดีตได้ แต่เราจะเข้าถึงสิ่งนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเวลาอันเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้กลับไปในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสงบสุขเดิมนั้นของตัวเองได้” 

หลังจากทำแบรนด์เครื่องหอมมา 20 กว่าปี เอทมองว่ายุคนี้ผู้คนเริ่มเข้าถึงและสนใจเรื่องกลิ่นมากกว่าเมื่อก่อน และเป็นยุคที่คนเปิดรับความหลากหลาย ให้ความสำคัญกับการเข้าใจและยอมรับในตัวเอง จึงนับเป็นจังหวะที่ดีที่จะขยับขยายสู่ก้าวต่อไปในปีหน้า

“ยุคนี้มี Perfumer รุ่นใหม่ ๆ เก่ง ๆ เกิดขึ้นเยอะมากและเราอยากสนับสนุนเขา ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจเดิมตั้งแต่แรกของเราเลย เราจึงอยากสร้างสถานที่ที่เติมเต็มจินตนาการและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของผู้คน มันยากและต้องใช้พลังอีกมาก แต่คิดว่าตอนนี้ยังพอมีแรงที่จะทำ

“เราอยากเป็นที่ที่คนมาอยู่กับกลิ่นได้ทั้งวันโดยไม่มีใครมาจับจ้องหรือรบกวน แล้วก็ส่งเสริมผู้คนให้เขาได้เจอบ้าน พื้นที่นามธรรมอันสงบสุขที่ซ่อนอยู่ในชีวิตเขานั้นด้วยตนเอง”

เพราะกลิ่นนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลและเป็นกุญแจที่ไขพาเราไปสู่ความทรงจำส่วนตัว การมีพื้นที่ดังกล่าวจึงเปิดโอกาสให้เราได้หยุดนิ่ง ใช้เวลาเชื่องช้าเดินทางเข้าไปสำรวจความคิด ความรู้สึก และความทรงจำ พบเจอบ้านที่แท้จริงของตัวเอง ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและผลักให้เราต้องก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา

Living with Joy จึงไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญประจำเทศกาลของ Karmakamet และมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าความสนุกสนานต้อนรับปีใหม่ ซึ่งสถานที่แห่งนั้นจะหน้าตาเป็นแบบไหน Karmakamet จะสื่อสารเรื่องนี้ออกมาอย่างไรอีกบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงจะตั้งตารอคำตอบนี้เช่นเดียวกันกับเรา

Website : karmakamet.co.th/living-with-joy-2

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล