0
คุณอยู่ฝั่งไหนของสงคราม
“ไทยอยู่ข้างไหนในสงครามนี้”
นักข่าว The Jerusalem Post สำนักข่าวภาษาอังกฤษระดับหัวแถวของอิสราเอลยื่นไมค์ถาม คุณบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ หรือ ทูตแดนนี่ ในงานเลี้ยงรับรอง ‘Festival of Light : Charm of Thai Heritage’ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ปี 2025
ผมยื่นคำถามนั้นให้ตัวเองบ้าง ในฐานะสื่อมวลชน ผมเดินทางมาอิสราเอลในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้เพื่อเล่าเรื่องอะไร
และผมอยู่ฝั่งไหน
ทูตแดนนี่ตอบคำถามในมุมของนักการทูต ส่วนผมตอบในมุมของคนวงนอกที่ไม่ได้เข้าใจความซับซ้อนของปัญหาจนกล้าตัดสิน
คำตอบของเราไม่ต่างกัน

1
เรื่องของคน
ผมเดินทางมากรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ตามคำเชิญของทูตแดนนี่ ท่ามกลางสถานการณ์แบบที่จะเรียกว่าปลอดภัยคงไม่ใช่ แต่บอกว่าอันตรายก็ไม่เชิง
ผมแวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของอิสราเอลมีผู้โดยสารเกือบเต็มลำ และมีปริมาณผู้โดยสารวัยจิ๋วเยอะอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ที่นั่งใกล้ ๆ ผมเป็นพ่อแม่กับลูกตัวน้อย 3 คน มองออกไปตรงทางเดินก็เห็นคุณแม่หลายคนกระเตงลูกเดินเล่นสวนกันไปมา
ข้อมูลปีก่อน ชาวอิสราเอลมีลูกเฉลี่ยบ้านละ 2.9 คน ส่วนข้อมูลปีนี้ จำนวนประชากรชาวยิวกลับไปแตะ 10 ล้านคนอีกครั้งเป็นหนแรกหลังจากถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ช่วงปี 1940 จนเหลือแค่ 3.5 ล้านคน
ก่อนเดินทางมา ผมศึกษาประวัติศาสตร์ของชาวยิว อิสราเอล และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องราวช่างละเอียดอ่อน ต่างฝ่ายต่างเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ โดยมีเหตุผลอันชอบธรรมมาสนับสนุน
ผมไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อตัดสินหรือเลือกข้าง
แต่อยากเล่าเรื่อง ‘คน’ ที่อยู่ท่ามกลางสงคราม
นี่ไม่ใช่ข่าวต่างประเทศที่ฟังดูไกลตัว แต่เป็นเรื่องราวที่อยู่ใกล้ชิดเรากว่าที่คิดเยอะ

2
ระบบที่ช่วยให้อยู่กับความไม่สงบ
ระยะทางจากท่าอากาศยานเบน กูเรียน มุ่งหน้าสู่กรุงเทลอาวีฟไกลพอที่จะคุยเรื่องเหตุการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน หรือ สงคราม 12 วัน ที่เมืองหลวงของอิสราเอลโดนโจมตีทางอากาศ ได้อย่างออกรส
ผมอยากรู้ว่าระเบิดลงกลางเมืองจริงไหม และสร้างความเสียหายแค่ไหน
คุณท็อป-เสฏฐพล พชรพสิษฐ์กุล ที่ปรึกษา (ฝ่ายสารนิเทศและกงสุล) นักการทูตผู้มารับผมที่สนามบิน เปิดรูปในโทรศัพท์ให้ดูอย่างรวดเร็ว เพราะเหตุการณ์ผ่านไปยังไม่ถึง 2 เดือน อพาร์ตเมนต์ของเขาโดนระเบิด ในความหมายตามนั้นจริง ๆ
มิสไซล์ถูกส่งมาจากอิหร่านที่อยู่ห่างออกไปราว 1,500 กิโลเมตร มีเป้าอยู่ที่อาคารของกองทัพ แต่พลาดไปไม่กี่ร้อยเมตรมาลงที่อพาร์ตเมนต์ของคุณท็อป โชคดีที่ระบบรักษาความปลอดภัยไอรอนโดมยิงสกัดได้ สิ่งที่ปะทะกับตึกจึงเป็นแค่สะเก็ดระเบิด แต่ดูจากสภาพห้องที่เละเพราะแรงระเบิดแล้ว น่าสงสัยว่าทำไมตึกถึงไม่ถล่ม และไม่มีผู้เสียชีวิตเลย
“ทุกคนหลบภัยอยู่ใน Shelter” คุณท็อปบอก
ญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวบ่อยจนมีมาตรฐานการสร้างอาคารเพื่อป้องกันความเสียหายจากแผ่นดินไหวอย่างไร อิสราเอลก็มีมาตรฐานในการสร้างอาคารเพื่อป้องกันภัยจากระเบิดอย่างนั้น
อพาร์ตเมนต์ทุกยูนิต บ้านทุกหลัง สำนักงานทุกแห่ง ร้านอาหารทุกร้าน ร้านสะดวกซื้อทุกที่ ต้องมี Shelter อธิบายง่าย ๆ มันคือห้องที่เอาไว้ใช้หลบระเบิด ผนังหนาเป็นพิเศษ ประตูแข็งแรงแบบตู้เซฟ มีหน้าต่างพิเศษเป็นเหล็กหนาที่ดึงมาปิดได้ ยุคเก่าเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ใช้เข้าไปหลบชั่วคราว แต่บ้านยุคใหม่สร้างให้เป็นห้องนอนห้องหนึ่ง ห้องนอนแขกที่ผมนอนในบ้านของ คุณสกลวัฒน์ ทองเจริญ อัครราชทูตที่ปรึกษา ก็ทำหน้าที่เป็น Shelter ของบ้าน
ตัวอาคารเองต้องมีการใส่วัสดุพิเศษเพื่อเสริมความแข็งแรงไม่ให้ถล่ม ชั้นที่แข็งแรงและปลอดภัยที่สุดคือชั้นล่าง

เมื่อมีการโจมตีทางอากาศ แอปพลิเคชันจะส่งเสียงเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในพื้นที่นั้น โดยจะแผดเสียงดังค่อยตามความรุนแรงของการโจมตี เมื่อได้ยินเสียงทุกคนต้องรีบไปหลบใน Shelter ที่นี่มีกฎหมายว่า เมื่อมีเสียงไซเรนดัง ทุกร้านที่อยู่ริมถนนต้องเปิด Shelter ของตัวเองให้คนนอกเข้ามาหลบ
การโจมตีมักมาคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันชาบัต (Shabbat) ที่ครอบครัวมารวมญาติพบปะสังสรรค์ประจำสัปดาห์ หรือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดนั่นเอง
9 ใน 10 คนที่ผมคุยด้วยไม่เคยเจอระเบิดกับตัว พวกเขาล้วนเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไอรอนโดม และเชื่อว่าจะปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางอากาศ
ส่วนคุณท็อปบอกว่า ตอนนี้เวลาได้ยินเสียงไซเรนหรือเสียงปิดประตูแรง ๆ ดังปั้ง! เขายังกลัวอยู่เลย เขาย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์แห่งใหม่แล้ว เขาเลือกย่านที่ห่างไกลจากพื้นที่ของกองทัพ
“พื้นที่ที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด” คุณท็อปว่าแบบนั้น

3
รักเมืองไทย
ไทยกับอิสราเอลมีสัมพันธ์ทางการทูตยาวนาน 71 ปี
เจ้าฟ้าหลายพระองค์เสด็จเยือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ที่นี่ช่ำชองเรื่องการพลิกฟื้นพื้นดินที่แล้งระดับทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวด้วยระบบเกษตรแบบน้ำหยด ผู้เชี่ยวชาญจากอิสราเอลก็เคยเดินทางไปช่วยพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งอย่างหุบกะพงที่จังหวัดเพชรบุรีเมื่อหลายสิบปีก่อน
ชาวอิสราเอลชอบไปเที่ยวประเทศไทยมาก เหตุผลหนึ่งคือคนไทยไม่ได้ต่อต้านชาวยิว คนอิสราเอลทุกคนที่ผมได้คุยด้วยเคยไปประเทศไทย รักเมืองไทย และดีใจที่ได้เจอคนไทย
ผมถามชาวอิสราเอลหลายคนว่า ร้านอาหารต่างชาติที่ได้รับความนิยมที่สุดในอิสราเอลคืออาหารไทยจริงอย่างที่ผมได้ยินมาไหม ทุกคนยืนยันว่าจริง คนชอบมากกว่าอาหารอิตาเลียน ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่นแน่นอน
ตอนนี้ EL AL Israel Airlines สายการบินแห่งชาติอิสราเอลมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ – เทลอาวีฟ วันละ 2 เที่ยวบิน ซึ่งเต็มตลอด และเร็ว ๆ นี้กำลังจะมี Arkia Airlines เปิดเส้นทางบินตรงเพิ่ม จากข้อตกลงนี้ การบินไทยก็มีสิทธิ์เปิดเที่ยวบินตรงได้เช่นกัน เหล่านักการทูตมองว่า นอกจากโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังเป็นระบบขนส่งที่จะช่วยอพยพคนไทยกลับประเทศหากเกิดความไม่สงบด้วย
อย่างที่ทราบกันว่า อิสราเอลเต็มไปด้วยสตาร์ทอัพและคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีซึ่งหยิบคอมพิวเตอร์ไปกางทำงานที่ไหนก็ได้ในโลก ช่วงโควิด-19 ชาวอิสราเอลที่ติดค้างอยู่ที่เกาะพะงันได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของเกาะแห่งฟูลมูนปาร์ตี้ให้กลายเป็นที่ทำงานของชาว Digital Nomad ก่อนที่ชาวเทคฯ จากอิสราเอลจะตามมานั่งทำงานแบบยาว ๆ ที่ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
ความพิเศษของนักท่องเที่ยวอิสราเอล คือมีอัตราการกลับมาเที่ยวซ้ำสูงมาก ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลไปเยือนเมืองไทยถึง 400,000 คน ใช้จ่ายเงินต่อทริปเฉลี่ยคนละ 83,000 บาท กดเครื่องคิดเลขได้ว่า นักท่องเที่ยวอิสราเอลส่งเงินเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวของไทยราวปีละ 30,000 ล้านบาท
“ผมขอโทษแทนชาวอิสราเอลที่ทำตัวไม่เหมาะสมด้วย” อิมรี คัลมัน อัลวีฟ (Imri Kalmann Alviv) ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำอิสราเอล ขอโทษที่เพื่อนร่วมชาติของเขาทำตัวไม่น่ารักจนเป็นข่าวใหญ่ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อไม่นานมานี้
เขาอธิบายว่า เยาวชนชาวอิสราเอลทุกคนทั้งชายหญิงเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมต้องเป็นทหาร 3 ปี พอปลดประจำการมักจะใช้เวลาว่าง 1 ปีก่อนกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศพร้อมกับเงินจำนวนมากที่ได้รับมาตอนเป็นทหาร ไทยคือฐานที่มั่นที่พวกเขาชอบมาก ทั้งไปเพื่อเที่ยวไทยและใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเพื่อบินไปเที่ยวประเทศรอบ ๆ
“พวกเขาคือวัยรุ่นที่เพิ่งเคยออกจากประเทศครั้งแรก เขาอาจจะทำตัวไม่ดีกับคนท้องถิ่น โดยเฉพาะคนไทยซึ่งมีวัฒนธรรมที่ต่างออกไป” อิมรีบอกว่าพอเห็นข่าวนี้เขารีบหาทางสื่อสารกับชาวอิสราเอลว่า ถ้าจะไปเที่ยวที่ไทย อะไรคือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ผ่านช่องทางของ Sawasdee Club ชมรมคนรักเมืองไทยที่รวมตัวกันเพื่อแบ่งปันเรื่องราวของเมืองไทย
“ผมน่าจะเป็นทูตที่ทำงานสบายที่สุด เพราะไม่ต้องพยายามทำให้คนที่นี่รักเมืองไทย ทุกคนรู้จักและรักเมืองไทยอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายว่าไทยแลนด์ไม่ใช่ไต้หวัน เขาเคยไปเมืองไทย ประทับใจที่ท่องเที่ยว คนไทย อาหารไทย และวัฒนธรรมไทย ผมไม่ต้องทำอะไรเพื่อให้คนอิสราเอลรักเมืองไทยเลย” ทูตแดนนี่กล่าวพร้อมยิ้มสยาม

4
การเดินทางของความหวัง
เมื่อถึงตัวเมือง ท่านทูตแดนนี่ก็พาผมขึ้นรถอีกคันมุ่งหน้าไปยังชุมชนเกษตรกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิสราเอลมาอย่างยาวนาน มีทั้งที่เรียกว่า คิบบุตซ์ (Kibbutz) และโมชาฟ (Moshav) เป็นความสัมพันธ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การอยู่เป็นชุมชนที่แบ่งปันกันทุกอย่าง สหกรณ์ ไปจนถึงองค์กรธุรกิจ
เนฟ มิฟทาห์ (Neve Mitakh) ที่เราเดินทางไปเป็นโมชาฟขนาดเล็กทางตอนใต้ของอิสราเอล ที่นี่มีสวนขนาดใหญ่ที่ปลูกต้นไม้จัดสวนขายทั้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไปจนถึงไม้พุ่มขนาดกลาง ต้นไม้ที่เห็นก็ไม่ค่อยต่างจากเมืองไทย เขาว่าต้นที่ขายดีที่สุดคือยี่เข่ง
ทูตแดนนี่อธิบายว่า อิสราเอลมีแรงงานในประเทศไม่เพียงพอ ไทยเข้ามาช่วยในส่วนของแรงงานภาคเกษตร ค่าแรงประมาณเดือนละ 60,000 บาท เสียภาษีราว 5 – 6 เปอร์เซ็นต์ จ่ายค่าที่พัก ประกันสังคม สุขภาพ เจ็บป่วยนายจ้างก็ส่งหมอมาดูแล เรื่องสื่อสารไม่เป็นปัญหานัก พูดฮิบรูไม่ได้ก็ใช้แอปพลิเคชันช่วยแปลได้
“อิสราเอลอนุญาตให้แรงงานภาคเกษตรทำงานได้ 5 ปี 3 เดือน แล้วต้องกลับประเทศไป กลับมาทำงานอีกไม่ได้ แต่หลังสงคราม 7 ตุลาคม ปี 2023 ครั้งนั้นมีคนไทยเสียชีวิต แรงงานไทย 7,000 – 8,000 คนอพยพกลับประเทศ ส่งผลกระทบอย่างมากกับความพยายามของอิสราเอลที่ต้องการพึ่งพาตัวเองด้านอาหารให้ได้ จึงต้องหามาตรการจูงใจให้แรงงานกลับมา เลยให้สิทธิกับแรงงานต่างชาติที่ทำงานภาคเกษตรครบ 5 ปี 3 เดือน ให้กลับมาทำงานต่อได้อีกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือที่คนงานเรียกว่า Track 2” ทูตแดนนี่ปูพื้นฐานก่อนจะพาผมไปเจอแรงงานไทยในสวนแห่งนี้

“สวัสดีครับ” เจ้าของสวนชาวอิสราเอลทักทายเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ จากนั้นเขาพูดต่อเป็นภาษาอังกฤษ “ผมชอบเมืองไทย ชอบคนไทย ผมไปเมืองไทยทุกปี” ที่นี่จ้างแรงงานชาวไทยเป็นหลัก เพราะหลังจากที่ลองใช้บริการหลาย ๆ ชาติแล้ว เขาว่าคนไทยดีที่สุด “คนไทยทำงานดี ทำงานได้เยอะ รับผิดชอบ ทำงานละเอียด ไว้วางใจได้”
คนงานที่ผมเจอเล่าว่า เขาทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน ทำงานหนัก แต่ก็ได้รับการดูแลจากนายจ้างที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วงสงคราม 12 วัน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พวกเขาสรุปกันว่าไม่กลับ เพราะสงครามไม่ได้กระทบพวกเขาโดยตรง และทุกคนดูจะเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของไอรอนโดม
คนงานทั้งหมดเดินทางมาด้วยความหวัง ตั้งใจมาทำงานเก็บเงิน แต่ละเดือนได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ส่งให้ที่บ้านเกือบหมด ผ่านแอปฯ โอนเงินของธนาคารด้วยภาษาไทย เสียค่าธรรมเนียมครั้งละร้อยกว่าบาท ส่วนใหญ่จะส่งให้ภรรยาไม่ก็ส่งให้ครอบครัว ผมถามเขาว่า มีไหมที่ส่งให้ภรรยาแล้วพอกลับไปภรรยาก็หนีไปมีคนใหม่แล้ว
“เยอะครับ ไม่ได้มีแค่นั้นนะ ส่งให้ญาติบางทีก็ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร กลับไปไม่มีเงินเหลือเลย ผมเห็นคนที่เขาลง TikTok ว่าทางบ้านติดต่อมาทีไรมีแต่ขอเงิน ไม่เคยถามสักคำว่าเหนื่อยไหม อันนี้ก็เจอกันทั่วไปนะครับ” แรงงานไทยเล่า
“นี่ก็เป็นหน้าที่ของสถานทูตที่ต้องพยายามแนะนำว่า ให้ส่งเข้าบัญชีตัวเองบ้าง” ทูตแดนนี่เสริม “ที่อิสราเอลมีแรงงานไทยราว 50,000 คน 90 เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคเกษตร ถ้าส่งเงินกลับบ้านคนละ 20,000 บาทต่อเดือน เท่ากับเรามีรายได้จากอิสราเอลปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ความจริงน่าจะเยอะกว่านั้น เพราะคนงานแต่ละคนส่งเงินกลับบ้านเกือบหมด นี่คือเงินที่อัดฉีดเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นในไทยในวันที่เราพยายามหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก”

5
ขึ้นห้าง
ทูตแดนนี่ยังไม่พาผมกลับเข้าเมือง เขาพาไปเยี่ยมแรงงานไทยอีก 3 แห่ง ได้แก่กลุ่มที่เรียงผักในตลาดเกษตรกร เรียงของในซูเปอร์มาร์เก็ต และทำงานในห้างขายต้นไม้ขนาดใหญ่
ทั้งหมดตอบใกล้เคียงกัน พวกเขามาที่นี่เพื่อเก็บเงิน เขาว่าทำงานหนัก แต่ก็สบายเพราะทำงานในห้องแอร์ นายจ้างดูแลดีมาก นายจ้างให้เกียรติ ระบบประกันสังคมก็ทำให้การรักษาพยาบาลต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย ส่วนสงครามดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะโอกาสที่จะดวงแตกโดนระเบิดตกใส่นั้นน้อยมาก


เรื่องอาหารการกินก็ทำกินเอง ที่นี่มีซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าจากประเทศไทยทั้งเล็กทั้งใหญ่ กระจายอยู่หลายที่ เป็นร้านที่ขายดิบขายดีเพราะมีลูกค้าหลักเป็นชาวอิสราเอล ขายดีจนผู้ผลิตเครื่องปรุงหลายรายจากประเทศไทยเตรียมผลิตเพื่อส่งมาขายเอง ขณะนี้อยู่ในช่วงปรับสูตรเล็กน้อยให้เป็นโคเชอร์ (Kosher) หรือผ่านมาตรฐานตามหลักศาสนายูดาห์เพื่อที่จะวางขายในห้างคาร์ฟูร์ได้
ทูตแดนนี่บอกว่า ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ อิสราเองยิ่งชอบแรงงานจากประเทศไทย และกำลังจะนำเข้าแรงงานมาทำงานในคาร์ฟูร์อีก 800 คน ซึ่งไม่ได้เป็นแค่พนักงานเรียงสินค้าแล้ว แต่จะเป็นแคชเชียร์และคนแล่เนื้อด้วย
“พวกเราไม่มีใครชอบสงครามหรอก มันไม่ได้อันตรายมากก็จริง แต่ก็ไม่ได้ปลอดภัย ผมก็ไม่ได้เข้าข้างฝั่งไหนนะ ผมอยากให้สงครามสงบ จะได้ทำงาน ใช้ชีวิตกันตามปกติ” แรงงานไทยที่ทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ตทิ้งท้าย

6
เสียงจากประชาชน
เมืองเทลอาวีฟมีทูตกว่าร้อยประเทศมาประจำการ เป็นเมืองที่สำคัญมากในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใช้เป็นเวทีขับเคลื่อนงานพหุภาคีที่มีประสิทธิภาพได้ งานเลี้ยงรับรองเย็นนี้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ จึงเป็นงานสำคัญ นักดนตรีที่จะมาโชว์ในงานก็สำคัญ
เพจ Royal Thai Embassy, Tel Aviv (ทุกเรื่องเมืองยิว) มีเนื้อหา 2 ส่วนที่ไม่ค่อยเกี่ยวกันนัก ส่วนหนึ่งเล่าความร่วมมือของสถานทูตกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อีกส่วนเป็นเรื่องแรงงานไทยในอิสราเอล เวลาทูตแดนนี่ไปเยี่ยมแรงงาน เขามักจะทิ้งท้ายด้วยการบอกให้ติดตามเพจและแจกเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว เพื่อใช้เป็นช่องทางติดต่อเวลามีปัญหา แต่เมื่อคนงานมาไถดูเพจของสถานทูต จะเจอเนื้อหาที่ดูเหมือนอีกโลกที่เขาไม่ได้รู้สึกมีส่วนร่วม
วันหนึ่งทูตแดนนี่ไปเยี่ยมแรงงานซึ่งเป็นช่างเชื่อมในโรงงานของบริษัท Chemo Aharon ถือเป็นแรงงานมีฝีมือเช่นเดียวกับกลุ่มเชฟ ซึ่งกลุ่มนี้มีเงินเดือน 100,000 บาท ขึ้นไป นายจ้างเล่าว่าบริษัทเขาซื้อเครื่องดนตรีให้พนักงานเล่นเพื่อสันทนาการ ได้ยินดังนั้นทูตแดนนี่เลยขอให้วงของแรงงานไทยวงนี้มาเล่นในงานเลี้ยงรับรองคณะทูต ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกที่สถานทูตจัดงานเลี้ยงรับรองคณะทูตด้วยวงดนตรีที่เล่นโดยแรงงานที่ทำงานในประเทศนั้น

“ผมอยากบอกพวกเขาว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับพวกคุณนะ ไม่ใช่แค่ส่งเงินเข้าเศรษฐกิจไทยปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่อยากให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เขามาทำงานอย่างถูกต้อง ด้วยความสามารถ เขาควรภูมิใจ”
ท่านทูตย้ำว่าหน้าที่ของสถานทูตคือเตรียมแผนอพยพให้กับคนไทย ถ้าถึงจุดที่อันตรายก็ควรกลับ ขณะเดียวกัน ถ้าประเมินแล้วว่าสถานการณ์ยังปลอดภัย ก็พยายามเชื่อมแรงงานคุณภาพชาวไทยให้ได้เจอกับนายจ้างคุณภาพที่อิสราเอล เพราะยังมีโอกาสอีกหลายอย่างที่รอเราอยู่

7
งานนักการทูต
งานเลี้ยงรับรองวันนี้จัดบนสนามหญ้ารอบทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ด้านนอกมีบูทอาหารโดยร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในเทลอาวีฟ 5 ร้าน มีโชว์รำไทย โชว์มวยไทย โชว์ลอยกระทง เพื่อโปรโมตให้นักท่องเที่ยวไปไทยช่วงปลายปี และเปิดบ้านต้อนรับแขกทุกท่าน อันประกอบไปด้วย นาย Aviv Ezra รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (ฝ่ายการเมือง) คณะทูตของประเทศเอเชียแปซิฟิก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานรัฐและเอกชนของอิสราเอล และคณะทูตของประเทศที่เป็นคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of Intangible Cultural Heritage) ภายใต้ UNESCO
ทูตแดนนี่ใช้งานนี้ดำเนินภารกิจอีกอย่าง นั่นคือนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ไปแล้วให้ทุกคนได้สัมผัส
และนำเสนอแนวทางการแต่งชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งรัฐบาลไทยได้เสนอคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อให้พิจารณาในปี 2026


8
“ไทยอยู่ข้างไหนในสงครามนี้”
ผมรอฟังคำตอบจากทูตแดนนี่
“เราอยู่ข้างประชาชน จุดยืนของไทยคือสนันสนุน Two-state Solution (แนวทาง 2 รัฐ ที่ให้อิสราเอลและปาเลสไตน์มีสถานะเป็นรัฐเอกราชอย่างเท่าเทียม) สถานการณ์ปัญหานี้ซับซ้อนมาก เราต้องทำความเข้าใจ ต้องฟังทุกฝ่าย ประเทศไทยไม่ได้อยู่ฝั่งไหน”
ทูตแดนนี่อธิบายว่า ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างไทยกับอิสราเอลในรอบ 71 ปีที่ผ่านมาไม่มีปัญหา แต่ก็มีการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งของอิสราเอล และเราก็ไม่อยากมีปัญหากับคู่ขัดแย้งของอิสราเอล เราไม่ได้เลือกอยู่ข้างอิสราเอล
หลังจากการให้สัมภาษณ์ครั้งนั้นไม่นาน รัฐบาลไทยก็แสดงให้เห็นว่า นอกจากประชาชนแล้ว เราก็ยังยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ด้วยการที่กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีทางอากาศต่อรัฐกาตาร์
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิสราเอลที่แน่นแฟ้นที่สุด คือความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน
“แรงงานไทยยังอยู่ที่นี่ คนอิสราเอลก็ยังไปเที่ยวประเทศไทย และความสัมพันธ์ทางการทูตก็ยังดำเนินไป” ทูตแดนนี่มองว่า ไม่ว่าความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นอย่างไร แต่ประชาชนชาวไทยกับอิสราเอลยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้
เป็นความสัมพันธ์ที่ยังคงมีความหมาย ท่ามกลางความวุ่นวายที่เราต่างหวังว่าจะคลี่คลายได้โดยเร็ว

