10 ตุลาคม 2025
3 K

การครบรอบ 75 ปีของ Snoopy และผองเพื่อน Peanuts คือวาระที่แฟน Snoopy ทั่วโลกตื่นเต้น 

หนึ่งในแลนด์มาร์กของการเฉลิมฉลองก็คือที่ River City Bangkok ในนิทรรศการ ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ 

นิทรรศการ Snoopy ถูกจัดหลายครั้ง นี่คือครั้งที่แฟน ๆ บอกว่า ‘ครบ’ และ ‘เคารพ’ ต้นฉบับที่สุด

เราได้พูดคุยกับทีมงานของ River City Bangkok อย่าง Toby Lu, Director of Sales & Marketing, บีมบีม-พิมพาภรณ์ พงษ์วรศักดิ์ Senior PR & Copywriter, ถุงแป้ง-นิชาพัฒน์ พิพัฒน์วัฒนารมย์ Marketing Communication Manager และ มายด์-วิชิตา งามทับทิม Sales Manager เพื่อถอดบทเรียนและความตั้งใจที่ซ่อนอยู่หลังการทำงานยาวนานกว่า 1 ปีเต็มสำหรับนิทรรศการนี้

ตลอดการคุย เราได้ยินคำว่า “มันยากมาก ๆ” “เราตั้งใจมาก” “ไม่เคยทำมาก่อน” บ่อยมาก 

ไม่ว่าคุณจะได้ไปดูนิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art มาแล้ว หรือจะตามไปชมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ที่ RCB Galleria 1 – 2 ชั้น 2 River City Bangkok เราหวังว่าบทสนทนานี้จะทำให้คุณเห็นพลังของนักสร้างสรรค์ที่อยากนำเสนองานศิลปะให้เข้าถึงผู้คน และเห็นเบื้องหลังการทำงานกับผู้จัดการลิขสิทธิ์ ให้ได้งานที่ทั้งถูกต้องและถูกใจ 

จุดเริ่มต้นและโอกาสที่ไม่ธรรมดา

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นอย่างไร ทำไมถึงได้มาจัดที่ไทย

Toby : ครั้งนี้ไม่เหมือนงานทั่วไปครับ ปกติเราต้องไปขอสิทธิ์จากเจ้าของ IP (Interectual Property หรือทรัพย์สินทางปัญญา) และสิทธิ์นั้นจะมาพร้อมข้อกำหนดมากมาย แต่คราวนี้ฝั่งผู้ถือลิขสิทธิ์ Snoopy และแก๊ง Peanuts เดินมาหาเรา พร้อมไอเดียตั้งต้นว่า อยากให้ไทยมีบทบาทมากกว่าเป็นเจ้าภาพเฉย ๆ อยากให้มีศิลปินไทยเข้ามามีส่วนร่วมและออกแบบนิทรรศการนี้ร่วมกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยทำมาก่อนเช่นเดียวกัน

มีอะไรที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของ IP นี้บ้าง

ถุงแป้ง : การเชิญศิลปินไทย 10 คนมาร่วมสร้างงานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่การ Tribute แต่เป็นการสร้างร่วมกับ IP จริง ๆ ซึ่งเราคัดเลือกจากศิลปินที่รัก Snoopy อยู่แล้ว และสะท้อนบุคลิกหลากหลายของ Peanuts ให้มาทำงานร่วมกัน 

สอง คือการให้แฟนคลับส่งของสะสมเข้าร่วมแสดง เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชม ปกติ IP ระดับนี้ไม่อนุญาต แต่ครั้งนี้เขายอมให้ ทำให้เห็นเลยว่าเขาใส่ใจแฟนคลับมาก 

บีมบีม : How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art มีการโปรโมตแบบจัดเต็มมากกว่านิทรรศการปกติ อย่างการทำบอลลูนไปตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ การจัดแถลงข่าวบนท่าเรือ หรือ Exclusive Display ในสถานีรถไฟฟ้า MRT เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นทั้งกับ River City Bangkok และ Peanuts Worldwide 

ปกติ IP คลาสสิกแบบนี้มีข้อกำหนดที่ละเอียดมาก แต่ครั้งนี้เขาเปิดให้เราเสนอไอเดียทั้งในนิทรรศการและการโปรโมต ทุกอย่างที่เราเสนอได้รับการอนุมัติแม้จะใช้เวลานาน และต้องทำการบ้านเยอะมากในการอธิบายสิ่งสำคัญให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยเข้าใจ

มีเคล็ดลับอะไรให้ เจ้าของ IP อนุมัติทุกอย่าง

ถุงแป้ง : เราอธิบายเหตุผล ความเชื่อมโยงกับเนื้อหาหลัก แล้วสนับสนุนด้วยข้อมูลทางสถิติและการรีเสิร์ช หลังจากที่เขาได้เห็นงานที่เราทำตอนเปิดงาน เขาบอกเลยว่า ถ้าจะทำอะไรเพิ่มก็ทำได้เลย ไม่ต้องส่งให้อนุมัติแล้ว เป็นความไว้วางใจที่ทีม River City Bangkok ภาคภูมิใจมาก

Go Above and Beyond

นิทรรศการนี้สำคัญกับ River City Bangkok อย่างไร

Toby : นิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art เป็นไฮไลต์ของเราในปีนี้ เราอยากเป็นพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ ให้งานศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน และเป็นโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานร่วมกับศิลปินจากทั่วโลก และเป็นโอกาสให้แฟน ๆ Snoopy และแก๊ง Peanuts จากทั่วทั้งภูมิภาคมองเห็นเรา 

ถุงแป้ง : นิทรรศการนี้เป็นโอกาสให้เราสะท้อนความเป็น River City Bangkok ที่นำเสนองานศิลปะด้วยความคิดสร้างสรรค์ แม้แต่การโปรโมตเพื่อขายบัตร เราก็ใส่การเล่าเรื่องเข้าไปเพื่อสะท้อนความเป็น River City Bangkok 

คอนเซปต์หลักของนิทรรศการนี้คืออะไร

บีมบีม : ธีมของการจัดครั้งนี้คือ ‘Snoopy By The River: A Bangkok Sawasdee’ ให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยน Snoopy แต่เพื่อโอบรับเขาเข้าสู่บริบทแบบไทย ๆ โดยไม่เสียตัวตน 

ตัวตนของ Snoopy เป็นยังไง

บีมบีม : กฎเหล็กของ Peanuts Worldwide คือการเคารพต้นฉบับ ทุกอย่างตั้งแต่ท่าทางของ Snoopy ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ต้องอยู่ในโลกที่สร้างโดย Charles M. Schulz มาก่อนเท่านั้น ทำใหม่หรือเพิ่มเติมอะไรไม่ได้ 

แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย การสื่อสารของทุกนิทรรศการก็จะใกล้เคียงกันมาก เราจึงหาวิธีเล่าเรื่องที่ใส่ความเป็นไทยเข้าไป เพื่อทำให้นิทรรศการนี้แตกต่างจากที่ไต้หวันซึ่งจัดเป็นที่แรก และที่อื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิกที่ กำลังจะไปจัดด้วย

นอกจากการทำงานกับผู้ถือลิขสิทธิ์แล้ว มุมที่ทำงานกับสปอนเซอร์เป็นอย่างไรบ้าง 

ถุงแป้ง : จริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เราหาสปอนเซอร์มาสนับสนุน และทาง IP ก็ไม่ได้บังคับว่าต้องหาสปอนเซอร์ แต่เราอยากใช้โอกาสนี้ทำให้นิทรรศการศิลปะและไลฟ์สไตล์การดูงานศิลปะเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงอยากร่วมมือกับแบรนด์เพื่อเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง เราเสนอไปเกือบ 40 แบรนด์ สุดท้ายได้ 7 พาร์ตเนอร์หลัก และอีก 10 แบรนด์มาทำของที่ระลึก รวมแล้ว 17 แบรนด์ 

หลักคิดคือแบรนด์ต้องมีการร่วมสร้าง Experience ด้วย ไม่ใช่แค่มีโลโก้บนผนัง ตัวอย่างเช่นชาตรามือที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ก็ได้มี Snoopy ที่ถือชาไทยเป็นบอลลูนล่องมาเป็นฉากเปิดตัวตอนงานแถลงข่าว ซึ่งเราใช้ Snoopy ที่เป็นงานศิลปะของ Tuagomstudio กว่าจะได้เห็น Snoopy ถือชาไทย ต้องใช้เวลาคุยกว่า 4 เดือน ส่งอนุมัติ 150 รายการ แต่ผลลัพธ์คือภาพที่ทุกคนพูดถึง 

คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก Snoopy ผ่านของที่ระลึก นิทรรศการนี้ออกแบบของที่ระลึกอย่างไร และเจอความท้าทายอะไรบ้าง

มายด์ : งานเราเป็นงานท้าย ๆ ที่ได้ทำของที่ระลึกครบรอบ 75 ปี Snoopy และทาง IP มีข้อกำหนดว่า ต้องใช้ภาพจาก Library เท่านั้น ทำให้การทำของที่ระลึกให้แตกต่างเป็นความท้าทายหลัก แต่ก็ได้ทางออกโดยการนำงานของศิลปินไทยมาทำเป็นของที่ระลึก ซึ่งทาง IP ชอบแนวคิดนี้มาก ๆ และอนุญาตให้ทำ 

ความท้าทายต่อมา คือการรีเสิร์ชทั้งฐานแฟนคาแรกเตอร์และฐานแฟนของศิลปินว่าชอบของที่ระลึกแบบไหน ก่อนจะนำเสนอและผลิตออกมา การอนุมัติแต่ละขั้นตอนใช้เวลาประมาณหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เจอความท้าทายอีกข้อคือเวลาในการผลิตที่กระชั้นชิด ต้องขอบคุณศิลปินทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 

วางแผนการโปรโมตนิทรรศการนี้อย่างไรบ้าง 

บีมบีม : Peanuts เป็นการ์ตูนที่แทบไม่เคยอยู่ในสื่อกระแสหลักของประเทศไทย ส่วนใหญ่คนเห็นมันเป็นคาแรกเตอร์น่ารัก ๆ ตามที่ต่าง ๆ และแปลกใจที่ได้รู้ว่ามันอายุ 75 ปีแล้ว 

การโปรโมตนิทรรศการจึงอยากทำให้ Snoopy และแก๊ง Peanuts เข้าไปอยู่ในชีวิตคนมากที่สุด ทั้งการวางเรื่องราวตั้งแต่การปล่อยวิดีโอ เรียกความสนใจว่าจะอะไรกำลังจะเกิดขึ้นที่ River City Bangkok ก่อนจะปล่อย Key Visual จัด Exclusive Display ที่สถานี MRT พหลโยธิน รวมทั้งงานแถลงข่าวที่ทุกคนได้เห็น Snoopy ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นการบอกว่านิทรรศการเริ่มขึ้นแล้ว รวมทั้งการติดตั้งบอลลูนผลงานศิลปินไทยตามที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ 

ถุงแป้ง : ทั้งหมดนี้ ทีมงาน River City Bangkok ออกแบบกันเอง ไม่มีการจ้างทีมนอก และถือเป็นครั้งแรกที่เราออกแบบงานนอกพื้นที่ จึงต้องประสานงานกับคนมากมาย แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้อยู่ในสายตาคนมากมายเช่นกัน

สร้างอิมแพคและสร้างความหมาย

นิทรรศการนี้ตอบความต้องการหรือแก้ไขปัญหาของวงการศิลปะอย่างไรบ้าง 

บีมบีม : เมื่อ 3 – 4 ปีก่อน ศิลปะไม่ได้เป็นที่นิยมขนาดนี้ และศิลปินก็ไม่ได้มีโอกาสส่องแสงมากนัก ศิลปินหลายท่านที่มาในงานนี้จัดงานกับเราเป็นที่แรก ๆ ความท้าทายในตอนนี้คือมีผู้จัด Curator และศิลปินที่มากขึ้น โอกาสการจัดงานก็มีมากขึ้นตามไปด้วย โจทย์ของเราคือทำอย่างไรให้แตกต่าง และงานนี้เปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์วิธีที่จะพาศิลปะไปใกล้ชิดคนมากขึ้น ผ่านคาแรกเตอร์ซึ่งเป็นที่รักอยู่แล้ว

ถุงแป้ง : โลกสมัยนี้มันเร็วมาก มีนิทรรศการเยอะ คอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียก็เยอะ ทุกคนใช้ชีวิตไว สิ่งที่เราทำในนิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art

คือให้คนได้ใช้เวลาดำดิ่งลงไปในโลกของ Snoopy ให้ลองใช้เวลากับงานศิลปะที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว เพราะ River City Bangkok อยากเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้หยุดแล้วเข้ามาในอาณาเขตของศิลปะจริง ๆ 

อะไรคือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้

มายด์ : การสื่อสารคือหัวใจ ทั้งในทีมและกับพาร์ตเนอร์ มันช่วยลดแรงเสียดทานไปมาก

ถุงแป้ง : อย่าทำแค่ 100% จริง ๆ เราไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ แต่เราเองที่เป็นฝ่ายกดดันทุกคน พอคนที่ดูแล IP ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องความตั้งใจของชาร์ลส์ให้ Snoopy อยู่มาได้นานถึง 75 ปีมาเห็นงานเรา เขายิ้มตลอดเลย แล้วบอกว่า ขอบคุณมากนะ ขอบคุณที่ทำงานหนักขนาดนี้ เราดีใจมาก อยากให้ทุกคนในทีมมาเห็นเหมือนกันว่าเขาชอบมันแค่ไหน 

การทำให้คนที่อยู่กับสิ่งนี้มาตลอดชีวิตการทำงานแล้วได้มาเห็นสิ่งนี้ แล้วรู้สึกว่านี่มันดีกว่าที่คิด แป้งคิดว่าเป็นก้าวที่ใหญ่มาก อยากให้ทุกคนภูมิใจไปพร้อมกัน เพราะทุกความเครียด อดหลับอดนอน ไฟล์ที่ทำกันเป็นร้อย ๆ ไฟล์ มันคุ้มค่าแล้ว 

บีมบีม : เราได้เปิดหูเปิดตา ปกติแล้วเราไม่ได้คิดอะไรใหญ่ขนาดนี้ พองานนี้ให้โอกาส ก็อยากทำให้คนที่มาดูประทับใจ คุ้มค่าเงินที่เสียไป พวกเราเพิ่งรู้ด้วยซ้ำว่าเด็กผู้ชายในเรื่องชื่อ Charlie Brown แล้วก็เพิ่งรู้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้ชื่อ Peanuts ตอนทำงานนี้เราเลยต้องฟังทุกคน มีหลายอย่างที่คนอื่น ๆ เสนอมา จากที่ไม่ได้อินมาก ยิ่งรู้จักก็ยิ่งรัก โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่าทำไมถึงเข้มงวดกับ IP มากขนาดนี้ ก็เพราะมีคนที่รู้สึกกับ IP นี้มาก ๆ 

Toby : สำหรับผม นี่คือการยืนยันว่าไทยทำสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งต่อเจ้าของลิขลิทธิ์ ต่อศิลปินไทย และต่อผู้ชม คำว่า ‘ภูมิใจ’ จากเจ้าของลิขสิทธิ์คือกำลังใจที่ดีที่สุดครับ

ในฐานะแฟนคลับ Snoopy และแก๊ง Peanuts เรารู้สึกขอบคุณค่าย Peanuts Worldwide และ River City Bangkok มาก ๆ ที่พาเสน่ห์ความคมคายและเรื่องราวของคาแรกเตอร์ที่รักมาให้สัมผัสถึงที่กรุงเทพฯ อย่างคราฟต์และเข้มงวด เพื่อให้คนไทยพบกับตัวตนที่แท้จริงและเคารพความตั้งใจของชาร์ลส์ นักวาดที่เชื่อในความพิเศษของเรื่องธรรมดา และทำให้ผู้อ่านเชื่อมโยงผ่านตัวละครต่าง ๆ ได้เสมอ 

นิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art ที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่การฉลองวันเกิดปีที่ 75 ของ Snoopy แต่เป็นการพิสูจน์ว่า การเคารพต้นฉบับทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลึกขึ้นอย่างไร พาร์ตเนอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ของที่ระลึกพูดภาษาเดียวกับ IP การทำงานข้ามวัฒนธรรมผ่านข้อมูลและความเชื่อใจ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะทีม River City Bangkok เลือกจะทำให้ยากกว่าที่จำเป็น เพื่อให้คนดูช้าลง ยิ้มกว้างขึ้น และรู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาคุ้มค่าที่ได้แบ่งเวลาให้เจ้าหมาบีเกิลหน้ามึนและผองเพื่อน 

ตามไปชม ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ นิทรรศการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของ Peanuts ที่มาพร้อมกับเจ้าหมาน้อย Snoopy และคาแรกเตอร์ขวัญใจแฟน ๆ ทั่วโลก 

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ RCB Galleria 1 – 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่นี่ 

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographers

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง

กฤตภาส ตั้งงามจิตต์

ตอนกลางวันเป็นช่างภาพ ตอนกลางคืนเป็นนักตบลูกขนไก่ ส่วนกาแฟ... เพิ่งเริ่มคบกันแบบไม่ค่อยไว้ใจ