25 ธันวาคม 2024
1 K

เราเคยเชื่อว่าซานตาคลอสเป็นแค่ตัวละครชายชราชุดแดงหน้าตาใจดีที่ปรากฏอยู่ในเพลงคริสต์มาส 

แต่คงต้องพับเก็บความคิดนั้นไปหลังจากที่ได้มาคุยกับ ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ทุกคนอาจรู้จักเธอในฐานะอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้พยายามเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยให้เป็นมิตรกับเด็ก บางคนอาจรู้สึกว่าเธอเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ที่ประเทศฟินแลนด์ แต่วันนี้เรามาคุยกับครูจุ๊ยในฐานะนักแปลหนังสือเด็ก Joulupukki สู่ ซานตาคลอส ฉบับภาษาไทย

ซานตาคลอสเป็นของใคร

ในขณะที่หลายประเทศแถบสแกนดิเนเวียต่างอ้างสิทธิ์ว่าเป็นบ้านเกิดซานตาคลอส แล้วทำไมหลายคนถึงเชื่อกันว่าคุณลุงซานต้ามาจากฟินแลนด์ล่ะ 

“ฟินแลนด์มีการทำเรื่องซานตาคลอสอย่างจริงจังมาก ขึ้นเหนือไปที่ Lapland ก็มี Santa Claus Village ซึ่งข้างในมีกิจกรรมเต็มไปหมด” ครูจุ๊ยเล่าให้ฟัง ก่อนจะเล่าประสบการณ์ตอนที่เธอไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนให้ฟัง 

“ตอนวันคริสต์มาส จุ๊ยได้จดหมายจากซานตาคลอส เราตื่นเต้นมากว่าจดหมายนี้มาจากไหน” ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เธอก็เฉลยว่าที่จริงแล้วเจ้าของจดหมายที่ว่าก็คือครอบครัวโฮสต์ที่ไปใช้บริการส่งจดหมายจากซานต้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในหมู่บ้านซานตาคลอส

อีกหนึ่งไฮต์ไลต์ของที่นี่คือการเข้าไปถ่ายรูปและพูดคุยกับซานตาคลอสตัวจริงเสียงจริง เพราะคุณลุงชุดแดงคนนี้ทักทายเราได้มากกว่า 20 ภาษาเลยล่ะ จากนั้นต่อด้วยการแวะไปช้อปปิ้งของกระจุกกระจิกที่ร้านค้าของเหล่าเอลฟ์ 

“นอกเหนือจากอาคารสถานที่และบริการ สิ่งที่ทำให้เรื่องซานตาคลอสของฟินแลนด์หนักแน่นก็คือเรื่องเหล่านี้” ครูจุ๊ยพูดพร้อมกับชี้ไปที่หนังสือ 3 เล่มที่เธอพกติดมือมาด้วย โดยทั้งหมดเป็นงานเขียนของ เมาริ กุนนัส (Mauri Kunnas)

ซานตาคลอสของ Mauri Kunnas

เมาริ กุนนัส เป็นนักเขียนและนักวาดหนังสือเด็กชื่อดังของฟินแลนด์ หนังสือที่สร้างชื่อเสียงให้เขาคือ Joulupukki เล่มที่ครูจุ๊ยหยิบมาคุยกับเราในวันนี้ ซึ่งถูกแปลไปกว่า 30 ภาษาทั่วโลก และเธอเป็นคนที่ 2 ที่แปลเป็นภาษาไทย

ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีแค่ภาพวาดที่สวยงามและเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ แต่ยังซ่อนเรื่องราวส่วนตัวและจินตนาการของนักเขียนเอาไว้ด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ เมาริ กุนนัส เล่าเรื่องซานตาคลอสที่อยู่ในความทรงจำและวัยเด็กที่เขาเติบโตมา ตัวอย่างเช่น คุณพ่อของเขาเป็นช่างไม้ ในหนังสือจึงมีภาพโรงไม้ที่ถอดแบบมาจากห้องทำของเล่นของคุณพ่อ และหากสังเกตดี ๆ ของเล่นที่ปรากฏในหนังสือก็ล้วนแต่เป็นของเล่นเก่าที่เขาเคยเล่นในวัยเด็ก

แม้หนังสือ Joulupukki จะจัดอยู่ในหมวดหนังสือเด็ก แต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าครองใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกันกับ เมาริ กุนนัส ทันทีที่เปิดหนังสือ ผู้ใหญ่ทั้งหลายจะเหมือนได้กลับสู่วัยเด็กผ่านภาพวาดที่ซ่อนรายละเอียดราวกับภาพถ่ายเก่า 

ซานตาคลอสของครูจุ๊ย

You look like a Santa – คือสิ่งที่เด็กหญิงกุลธิดาในวัย 16 พูดกับคุณพ่อโฮสต์ตอนเจอหน้ากันครั้งแรก และนั่นนำมาสู่ความรู้ใหม่ว่าคนฟินแลนด์ไม่ได้เรียกลุงซานต้าแบบคนไทย 

“คำแรก ๆ ที่คุณพ่อโฮสต์สอนจุ๊ยคือคำว่า Joulupukki มาจากคำว่า joulu- แปลว่า คริสต์มาส และ pukki- แปลว่า ลุง หรือก็คือลุงคริสต์มาส 

“คริสต์มาสที่นี่ก็เหมือนสงกรานต์บ้านเรา เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ของครอบครัว คริสต์มาสจะพาทุกคนในบ้านมาเจอกัน และไม่ได้เจอกันธรรมดา เพราะทุกคนต้องมอบของบางอย่างให้กันด้วยนะ” ครูจุ๊ยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เธอเล่าว่าคนฟินแลนด์ใส่ใจกับการให้ของขวัญคริสต์มาสมาก พวกเขาจะทำการบ้านอย่างหนักว่าอีกฝ่ายอยากได้อะไร เพื่อมอบของขวัญที่มีความหมายให้แก่กัน

“ตอนนั้นจุ๊ยอยากไปรัสเซียมาก อยากไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คุณแม่โฮสต์จึงไปบอกกับเพื่อนบ้าน แล้วเขาก็รวมเงินกันมาให้เราซื้อตั๋วไปทริปรัสเซียจริง ๆ” เธอยิ้มกว้างแล้วพูดต่อ

“คริสต์มาสคือเทศกาลกิน!” ครูจุ๊ยหัวเราะ “วันที่ 24 กิน 25 ก็กินอีก” ครูจุ๊ยพูดติดตลกแต่หมายความตามนั้นจริง ๆ บ้านของชาวฟินแลนด์ในช่วงคริสต์มาสจะกิจกรรมที่ขาดไม่ได้คือการอบขนมปังขิงและทำพุดดิ้งข้าวหม้อใหญ่ จากนั้นก็รอดูว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เมล็ดอัลมอนด์ในถ้วยไป 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายบ้านชอบทำด้วยกัน คือตามหาต้นสนแล้วนำมาประดับไฟและของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นต้นคริสต์มาส – ใช่ ชาวฟินแลนด์ใช้ต้นคริสต์มาสที่ทำมาจากต้นสนสด ๆ 

ส่วนเด็ก ๆ ก็จะตื่นเต้นกับการรอคอยเปิดประตูบ้านต้อนรับซานตาคลอส โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ซ่อนอยู่ในชุดสีแดงนั้นอาจจะเป็นคุณลุง คุณน้า หรือคุณอาของพวกเขาเอง 

ซานตาคลอสของเด็ก ๆ

ครูจุ๊ยเริ่มหยิบหนังสืออีก 2 เล่มขึ้นมาเล่าให้ฟังแบบสั้น ๆ ไปพร้อมกับเปิดภาพประกอบให้เราดูทีละหน้า 

“หนังสือ 2 เล่มนี้สะท้อนว่าการศึกษาดีไม่ใช่เพราะระบบดีอย่างเดียว แต่เพราะฟินแลนด์เป็นประเทศที่เข้าใจเด็กเป็นอย่างดีด้วย” 

ของขวัญ 12 ชิ้นแด่ซานตาคลอส เล่าเรื่องราว

หนังสือ ของขวัญ 12 ชิ้นแด่ซานตาคลอส เล่าเรื่องราวของเอลฟ์จิ๋วที่พยายามจะมอบของขวัญ 12 ชิ้นให้ซานตาคลอส แต่กลับเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดขึ้นตลอดทาง อ่านแล้วเราอาจจะขำขันให้กับความซุ่มซ่ามเด๋อด๋าของเอลฟ์ตัวน้อย แต่หากมองลึกลงไป จะพบว่าหนังสือเล่มนี้ซ่อนความอ่อนโยนของซานตาคลอสเอาไว้ เพราะลุงซานต้าไม่ได้ตำหนิหรือโกรธเคืองเอลฟ์จิ๋วเลยแม้แต่น้อย แต่กลับหัวเราะให้กับความผิดพลาดเหล่านั้นตลอด

“บรรยากาศในเล่มนี้หนาวมากเลยนะ แต่อ่านแล้วกลับรู้สึกอบอุ่นมาก” พูดจบครูจุ๊ยก็หยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นมาเล่าต่อ

ซานตาคลอสกับกลองมนตรา เล่าเรื่องราวของเด็กน้อยที่ส่งจดหมายหาซานตาคลอส แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ เลยเก็บความโกรธแค้นเอาไว้จนโตเป็นผู้ใหญ่ เขาเริ่มก่อความวุ่นวายให้กับหมู่บ้านซานตาคลอส ทั้งเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพริก ขโมยแสงเหนือบนท้องฟ้า และปล่อยไวรัสป่วนคอมพิวเตอร์ จนสุดท้ายเมื่อได้รู้ความจริงว่าจดหมายที่เคยส่งไปติดค้างอยู่ที่ไปรษณีย์ ความเข้าใจผิดทั้งหมดจึงคลี่คลาย 

ซานตาคลอสกับกลองมนตรา สอนเราว่า ต่อให้คุณโตเป็นผู้ใหญ่ แต่คุณก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอก แต่สุดท้ายคุณก็จะผ่านมันไปได้แหละ”

ภาพจำของแต่ละคนเกี่ยวกับซานตาคลอสนั้นช่างแตกต่างหลากหลาย ประโยคนี้เขียนอยู่หน้าท้ายของหนังสือ เป็นข้อความจาก เมาริ กุนนัส ถึงผู้อ่านทุกคน 

เราฉุกคิดได้ว่าเดิมทีเราเองก็มีภาพจำของซานตาคลอสอีกแบบอย่างที่บอกไปตอนต้น แต่หนังสือทั้ง 3 เล่มของ เมาริ กุนนัส และเรื่องเล่าของครูจุ๊ยในวันนี้ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปเล็กน้อย 

สำหรับเรา ซานตาคลอสไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างหน้าตาเหมือนชายชราใส่ชุดแดง แต่คือผู้ใหญ่ใจดีที่เข้าใจความผิดพลาด ตั้งใจมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ ในวันคริสต์มาส และถ้าเป็นเช่นนั้น ฟินแลนด์ซึ่งจริงจังกับเทศกาลคริสต์มาสไม่แพ้ใคร ก็น่าจะเป็นบ้านเกิดของคุณลุงซานตาคลอสจริง ๆ อย่างที่หลายคนเชื่อ

Writer

กันติยา วิวัฒน์ทักษิณ

หน้าหมวยแต่พูดสเปน นอนไม่หลับถ้าไม่มีหมอนข้าง สิ่งสุดท้ายที่จะทำก่อนโลกแตกคือนอนกอดแมวส้มที่บ้าน

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง