12 เมษายน 2025
6 K

ในโอกาสที่งาน World Expo 2025 นิทรรศการระดับโลกซึ่งเป็นดั่งพื้นที่กลางให้ประเทศต่าง ๆ มาโชว์ศักยภาพสู่สากล ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นที่โอซาก้า ภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เราจึงคัดสรร 19 เรื่องราวที่น่าจะช่วยให้ชาว The Cloud เข้าใจการจัดงานและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานได้ดีขึ้น มาเล่าสู่กันฟัง

  1. ญี่ปุ่นเกือบได้จัด World Expo ครั้งแรกในปี 1940

ประเทศญี่ปุ่นเคยเกือบจะได้จัดงาน World Expo ครั้งแรกเมื่อปี 1940 ทว่าโลกเข้าสู่สงครามกันเสียก่อน กำหนดการทีแรกจึงยกเลิกไป และได้มาจัดครั้งแรกจริง ๆ ในปี 1970 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น และครั้งแรกของประเทศในทวีปเอเชียด้วย
(ตั๋วเข้าชมงานที่จำหน่ายไปตั้งแต่ครั้งปี 1940 นำมาใช้เข้างาน Expo ’70 ได้!)

  1. EXPO 2025 OSAKA, KANSAI เป็น World Expo ครั้งที่ 2 ของโอซาก้า แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของญี่ปุ่น 

เนื่องจากงาน World Expo มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ชื่อ Bureau International des Expositions (BIE) มาตั้งแต่ปี 1928 และมีการแบ่งลักษณะงานเป็นหลายระดับ ตามข้อมูลจาก BIE ญี่ปุ่นเคยจัด World Expo ไปแล้ว 2 ครั้ง คือในปี 1970 ที่โอซาก้า และปี 2005 ที่ไอจิ 

ส่วนปี 1975 ที่โอกินาว่าและปี 1985 ที่สึกุบะ ถือเป็น Specialised Expos

และปี 1990 ที่โอซาก้า คืองานพืชสวนโลก หรือ Horticultural International Exhibitions

Expo 2025 นี้ จึงเป็นครั้งที่ 2 ของโอซาก้า และครั้งที่ 3 ของญี่ปุ่น

Expo 2005 ที่ไอจิ
ภาพ : upload.wikimedia.org
  1. ญี่ปุ่นเคยจัดงานแสดงสินค้าระดับประเทศมาตั้งแต่ปี 1877 โดยโอซาก้าได้ร่วมจัด 1 ครั้ง

จริง ๆ ก่อนอังกฤษหรือฝรั่งเศสแข่งกันเริ่มจัด World Expo ขึ้นในปี 1851 ก็เริ่มต้นจากการจัดงานระดับประเทศขึ้นมาก่อน

ญี่ปุ่นได้เข้าร่วม World Expo ครั้งแรกในปี 1867 และหลังจากร่วมงาน Vienna World’s Fair ในปี 1873 ก็เกิดแรงบันดาลใจจะจัดงานงานทำนองเดียวกันนี้ขึ้นในประเทศ งาน National Industrial Exhibition จึงเกิดขึ้น 

3 ครั้งแรกจัดที่โตเกียว บริเวณสวนอุเอโนะ (ปี 1877, 1881 และ 1890)

ครั้งที่ 4 จัดที่เกียวโต บริเวณสวนโอคาซากิ (ปี 1895)

ครั้งที่ 5 จัดที่โอซาก้า (ปี 1903) ตรงแถววัดชิเทนโนจิ-สวนสัตว์เทนโนจิ ปัจจุบันมีหอคอย Tsutenkaku เป็นแลนด์มาร์กนั่นล่ะ

ครั้งที่ 6 ทีแรกวางแผนไว้แล้ว แต่ด้วยเงื่อนไขทางการเงินที่บีบรัดหลังสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (ปี 1904 – 1905) งานจึงถูกยกเลิกไป

  1. ย้อนเวลาสู่ยุค 70 ที่พื้นที่จัดงานในอดีต Expo ’70 Commemorative Park

พื้นที่โดยรวมจากการจัดงาน Expo ’70 ยังเก็บรักษาไว้อย่างดี เปลี่ยนแปลงการใช้งานหลักให้กลายเป็นสวนสาธารณะ เก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้หลายอย่าง

เด่นชัดที่สุดก็ Tower of the Sun แลนด์มาร์กหรือสัญลักษณ์จดจำของงาน Expo ’70 ฝีมือศิลปินคนสำคัญของญี่ปุ่นอย่าง Taro Okamoto (ภายในที่ในงาน Expo ’70 เคยจัดเป็น Theme Pavilion ว่าด้วยต้นไม้แห่งชีวิต ก็ได้บูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่จนเปิดให้ชมได้ในปี 2018) 

อาคารบางหลัง เช่น Steel Pavilion ก็เก็บรักษาไว้ พร้อมทั้งห้องแสดงหลักในสมัยนั้น ปัจจุบันแปลงเป็น Expo ’70 Pavilion เก็บทุกอย่างที่เกี่ยวข้องงานครั้งนั้น เช่น แบบร่าง โมเดล สื่อสิ่งพิมพ์ ยูนิฟอร์ม ของที่ระลึก ชิ้นส่วนอาคาร ฯลฯ (ตัวพาวิเลียนนี้เองออกแบบโดย Kunio Maekawa สถาปนิกโมเดิร์นคนสำคัญของญี่ปุ่น)

ตอนนี้ (จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568) มีนิทรรศการพิเศษ Playback 1970 พาย้อนเวลาผ่านข้าวของ ห้องหับในสมัยนั้น มีการนำวีดิทัศน์การแสดงโชว์ต่าง ๆ ในงาน และสิ่งของจัดแสดงอื่น ๆ ที่ไม่ได้แสดงปกติ เช่น ตู้สินค้าอัตโนมัติหรือคีออสขายของในงาน ภาพสเกตช์แบบที่เกี่ยวกับ Tower of the Sun ฯลฯ

และยังมีจุดที่น่าสนใจควรค่าแก่การเยี่ยมชมอีกมากมาย เช่น Museum of Ethnology (ที่งอกงามจากภารกิจตั้งต้นที่จะทำ Theme Pavilion ภายใน Tower of the Sun), Japan Folk Crafts Museum, Osaka (ที่เป็นหนึ่งใน Pavilion ที่จัดแสดงใน Expo ’70 แล้วไม่ขนของกลับ ไม่ทุบอาคารทิ้ง) โครงสร้างเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น (ที่เรียกว่า Space Frame) ที่เก็บรักษาเอาไว้ส่วนหนึ่ง หรือ Installation Art กลางสระน้ำ ออกแบบโดย Isamu Noguchi 

ส่วนพื้นที่อาคารจัดแสดงส่วนใหญ่ที่รื้อถอนไปหมดแล้ว บัดนี้กลายเป็นสวนป่าและพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว จะเหลือแค่ป้ายแผ่นเหล็กบอกว่าบริเวณไหน เคยเป็น Pavilion อะไรมาก่อน ไว้เป็นอนุสรณ์

บรรยากาศใน Expo ’70 Commemorative Park ที่เห็น Tower of the Sun ตระหง่าน
  1. ธีมหลักของงาน EXPO 2025 เริ่มมาอย่างไร

ทีแรก ทางโอซาก้าตั้งใจเสนอธีมว่า ‘Challenge to Human Health and Longevity’ แต่เมื่อเรื่องไปถึงรัฐบาล ทางคณะผู้เชี่ยวชาญของกระทรวง Ministry of Economy, Trade and Industry เห็นว่าธีมแคบไป ควรปรับให้กว้างขึ้น เพื่อให้ชนะใจบรรดาเหล่าประเทศกำลังพัฒนา (ซึ่งกุมเสียงโหวตจำนวนมาก) 

ผลมาลงเอยที่ ‘สังคมแห่งอนาคต’ หรือ Future Society 

ธีมที่เสนอจึงเป็น Designing Future Society for Our Life

โดยมีคู่แข่งหลักคือฝรั่งเศส มาในธีม ‘Knowledge to be shared, Earth to be protected’ (ฝรั่งเศสเน้นไปที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้นำของ Paris Agreement เพื่อต่อสู้กับโลกร้อน) ฝรั่งเศสยื่นแข่งเป็นรายแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2016 ก่อนจะถอนตัวไปเมื่อรู้ว่าตัวจะได้จัดโอลิมปิกปารีส

  1. องค์ประกอบสำคัญเพื่อตอบโจทย์งาน

หลังการประกาศว่าโอซาก้าได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO 2025 ก็ใช้เวลาอีก 2 ปีพัฒนาความคิดจนออกมาเป็นมาสเตอร์แพลนในปลายปี 2020 ซึ่งประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญ

1) สถานที่ : ตอบโจทย์ Unity in Diversity ด้วย Grand Ring และการจัดวางผังพาวิเลียนแบบกระจายตัว

2) ธีม / เนื้อหา : ตอบโจทย์ด้วย Signature Pavilion ทั้ง 8 Pavilions จากทั่วโลก จากท้องถิ่น และองค์กรเอกชน ด้วยการมีส่วนร่วมและโปรแกรมร่วมสร้าง (Team Expo, Best Practice, Co-Design Challenge)

3) ระบบในงาน : เป็นพื้นที่แสดงหรือทดลอง Future Society Showcase เช่น Carbon Neutral, Digital Technology (เช่น แอปพลิเคชันเสริมต่าง ๆ, Virtual Expo), Next-generation Mobility เพื่อให้ตอบโจทย์แนวคิด ‘People’s Living Lab; A laboratory for a future society’

4) ความบันเทิง : โชว์ต่าง ๆ ในงาน ตามจุดที่มีกิจกรรมซึ่งกระจายตัวอยู่รอบ ๆ 

5) การจัดการ : ใช้ระบบจัดการต่าง ๆ (เช่น ระบบ Flow – ระบบจอง มาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย-ความยั่งยืน) เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้เข้าชมเป็นไปอย่างดีที่สุด ทั้งสบาย ปลอดภัย และยั่งยืน

  1. จากธีมหลัก สู่ธีมรอง และธีมย่อย 

ผมไปเจอตารางนี้จากการบรรยายของ Hiroaki Miyata โปรดิวเซอร์ของ Signature Pavilion ‘Co-Being’ เห็นว่าสรุปโครงทั้งหมดจบในภาพเดียว จึงขอนำมาแชร์ต่อ

ภาพ : www.youtube.com/watch?v=xlEzUQSBlOM

โครงสร้างระบบความคิดของธีม เป็นดังนี้ครับ

ธีมหลัก : ออกแบบ ‘สังคมอนาคต’ เพื่อชีวิตพวกเรา

ธีมรอง : แยกเป็น 3 กล่าวคือ Saving Lives, Empowering Lives, Connecting Lives ใช้แบ่งกลุ่ม Country Pavilion เป็น 3 โซน เช่น ประเทศไทยอยู่ในธีมรอง Connecting Lives

ในธีมรองแตกลงไปอีกเป็น 2 – 3 ธีมย่อย ได้ทั้งหมด 8 ธีมย่อย ใช้จัดกลุ่มกิจกรรมที่เรียกว่า Theme Week อีกที

เครื่องมือ Theme Week ใช้คุมธีมย่อยทั้ง 8 โดยกระจายการจัดแทรกลงไปในช่วง 6 เดือนของงาน เป็นอีกเลเยอร์หนึ่ง ซ้อนบนฐานของกิจกรรมของแต่ละพาวิเลียนและกิจกรรมประจำวันแต่ละช่วงเวลาอีกทีหนึ่ง

  1. ทำความเข้าใจโครงสร้างผังงาน

หากเริ่มจากวงแหวน ภายในคือพาวิเลียนของประเทศต่าง ๆ ทั้งหมด (ซึ่งแยกอีกเป็น 3 กลุ่มตาม 3 ธีมย่อย อยู่ทาง (1) ซ้าย (2) บน (3) ขวา ภายในวงแหวน)

ตรงกลางวงแหวน เป็นป่าแห่งความเงียบ

แกนตรงกลางล่าง จากป่าแห่งความเงียบลงมาสู่วงแหวนด้านที่ติดทะเล จะเป็น 8 Signature Pavilions

ด้านนอกวงแหวน ถูกโอบด้วย Domestic & Private Pavilion แบ่งเป็น 2 ฝั่งตามประตูทางเข้าหลัก คือโซนประตูตะวันออก (รับผู้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเป็นหลัก) กับโซนประตูตะวันตก (รับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ รถบัส)

ซ้ายสุดของงานเลยจากประตูทางตะวันตกไปอีก คือ Future Society Lab และลานกิจกรรมกลางแจ้ง

ภาพ : www.expo2025.or.jp
  1. ภาพจำของวงแหวนไม้ ความหมายของผู้สร้าง และงานในความรับผิดชอบของ Sou Fujimoto

แม้ภาพจำของ Sou Fujimoto จะผูกติดกับ Grand Ring ที่เขาออกแบบ ทว่างานที่แท้จริงของเขาคือ Site Design Producer

อธิบายโครงสร้างคนทำงาน Expo ไว ๆ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ Site Design, Site Operation และ Event

ตำแหน่งดูแลสูงสุดในงานนั้น ๆ เรียกว่า Producer งานของ Sou ก็คือดูแลการออกแบบทางกายภาพทั้งหมดของงาน Expo นั่นเอง (แบบเดียวกับ Kenzo Tange รับผิดชอบตอน Expo ’70)

แนวคิดโดยรวมของการออกแบบพื้นที่และอาคารงาน EXPO 2025 คือ ‘Unity in Diversity’

Sou ตอบโจทย์นี้ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาคารและวงแหวนไม้ของเขา อาคารจัดวางแบบกระจายตัว ดูหลากหลาย คละเคล้า ไม่เป็นระเบียบนัก – Diversity

แต่องค์ประกอบถูกร้อยเชื่อมผ่านวงแหวนไม้ (ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และการใช้งาน) – Unity

เท่ากับตีโจทย์ครบจบ ด้วย 2 องค์ประกอบ

“ผมต้องการทำให้คุณค่าหลักของงาน Expo จับต้องได้ เป็นบางสิ่งที่ผู้คนมีประสบการณ์ได้” เขาเผย “ไม่ใช่แค่ผู้ที่มาชมงานจริง ๆ แม้แต่ผู้ที่ชมงานผ่านสื่อก็อยากให้รู้สึกได้เช่นกัน”

Sou Fujimoto บน Grand Ring ของเขา
ภาพ : sustainable.japantimes.com

“โครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ (Large-scale Wooden Structures) คือวัสดุแห่งอนาคต”

Sou เชื่อเช่นนั้น เขามองว่าญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเรื่องโครงสร้างไม้มายาวนาน สิ่งที่ขาดคือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งหลายประเทศพยายามเร่งพัฒนา ธงของญี่ปุ่นจึงน่าจะเป็น Innovation with Tradition

ในงานโครงสร้างไม้ขนาดมหึมานี้ เขาต้องใช้ผู้รับเหมาร่วม 3 เจ้า แบ่งกันทำคนละด้าน แต่ละเจ้าใช้วิธีการในรายละเอียดต่างกันไป Sou เล่าว่าเมื่อมาแชร์กันก็พบว่ากระบวนการเรียนรู้นี้น่าสนใจมาก

  1. พาวิเลียนไหน อยู่ตรงกลางใจงาน

เวลามองผังงาน เราน่าจะมองเห็นวงแหวนเป็นสิ่งแรก ถัดมาคือพาวิเลียนต่าง ๆ จะมีใครบ้างที่มองเห็นว่าตำแหน่งใจกลางวงแหวนนั้น พาวิเลียนไหนได้ไป

คำตอบคือไม่ปรากฏพาวิเลียนใด แต่เป็นพื้นที่ป่าอยู่ตรงกลางวง สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งอนาคตที่สังคมมนุษย์จะดำรงอยู่ร่วมกันกลมกลืนกับธรรมชาติ หรืออาจจะเรียกว่า ป่าแห่งความเงียบ เป็นเนินเขาขนาดประมาณ 2.3 เฮกตาร์ ตรงกลางมีบ่อน้ำทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เมตร มีต้นไม้พื้นถิ่นของญี่ปุ่นกว่า 1,500 ต้น เช่น Japanese Blue Oak, Japanese Maple, Japanese Snowbell, Sawtooth Oak, และ Jolcham Oak (ส่วนหนึ่งย้ายมาจาก Expo ’70 Commemorative Park) เริ่มลงดินในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปลายปี 2023

ผู้ออกแบบคือ Hiroki Kutsuna ภูมิสถาปนิกแห่ง E-DESIGN ร่วมกับ NIKKEN SEKKEI (ซึ่งได้ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จำลองการเติบโตของต้นไม้ เพื่อให้เมื่อถึงช่วงจัดงานจะได้ป่าที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการที่สุด) Hiroki ยังเป็นผู้ช่วยของ Sou โดยดูแลภูมิทัศน์ทั้งหมดของงานนี้อีกด้วย ในตำแหน่ง Expo Site Design Assistant Producer ส่วน Landscape Design Director

“การสร้างสภาพแวดล้อมแบบ Satoyama (ป่าที่มีการจัดการของมนุษย์บ้าง) ในงาน Expo และสร้างพื้นที่ที่ผู้เข้าชมมองเห็นเฉพาะน้ำ ความเขียวขจี และท้องฟ้า เราหวังว่ามันจะช่วยสะท้อน เอื้อให้ครุ่นคิด และสื่อสารกับธรรมชาติ เป็นฐานให้พินิจถึงสารัตถะแห่งชีวิต นี่คือรากฐานของการออกแบบนี้”

ป่าแห่งความเงียบ
ภาพ : www.expo2025.or.jp
  1. เมื่อ 8 ตัวท็อปจากหลากวงการร่วมกันตีโจทย์ธีมงานผ่าน Signature Pavilion

ถ้าวงแหวนไม้เป็นหัวขบวนในแง่กายภาพ ซิกเนเจอร์พาวิเลียนทั้ง 8 นี้ ก็น่าจะเป็นหัวขบวนในแง่ ‘เนื้อหา’ และเป็นตัวแทนในการตีโจทย์ธีมหลัก

สุดยอด Creator ในด้านต่าง ๆ ของญี่ปุ่น 8 ท่านถูกคัดขึ้นมาพร้อมกับโจทย์ที่เกี่ยวกับสังคม อนาคต และชีวิต ในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งล้ำยุค มาทางปรัชญา จนถึงเรียบง่ายสามัญ

กล่าวคือ Digital Nature หุ่นยนต์แอนดรอยด์ ประกอบรวมและเปลี่ยนโฉม ดุลยภาพแบบพลวัต การดำรงอยู่ร่วม อาหารการกิน ความคิดสร้างสรรค์ การสนทนา

นี่คือความพยายามในการเข้าถึง ‘ชีวิต’ ของ Signature Pavilion ทั้ง 8 อันเป็นไฮไลต์ของงาน EXPO 2025 

ภาพ : english.kyodonews.net
  1. ทำอย่างไรจึงจะสร้างพาวิเลียนที่ ‘กินขยะ’ 

นั่นเป็นความคิดของนักออกแบบความคิดเฉียบคมชัดเรียบง่ายอย่าง Oki Sato แห่ง nendo ที่ได้รับเลือกให้มาเป็น General Producer และ General Designer ของ Japan Pavilion

คำตอบก็คือ ทำให้กระบวนการนั้นประจักษ์ชัดต่อหน้าต่อหน้าผู้ชมเสียเลยสิ

โครงสร้างแบ่งเป็น 3 ส่วน ตามผังความคิดนี้

ในแง่สถาปัตยกรรม ซึ่งออกแบบโดย NIKKEN SEKKEI โครงสร้างอาคาร ใช้วัสดุ CLT (Cross-laminated Timber) เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดต่าง ๆ กัน มาจัดวางเรียงกันเป็นพาวิเลียน ไม่ต้องห่วงว่าจบงานแล้วชิ้นส่วนอาคารจะไปไหน เพราะ ‘ยืม’ มา ยังไงก็ต้องคืน

ภาพ : 2025-japan-pavilion.go.jp
  1. พาวิเลียนรีไซเคิล เพื่อสตรี ออกแบบโดยสตรี ผลักดันโดยสตรี และสนับสนุนโดยสตรี

เป็นการใช้ Japan Pavilion จาก Expo ครั้งก่อนที่ดูไบ มาแปลงเป็น Women’s Pavilion ซึ่งในครั้งนี้ร่วมมือกับ Cartier 

“ความคิดที่จะนำ Facade ของ Japan Pavilion มาใช้อีกครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ตั้งแต่แรก แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะแบบไหนอย่างไร” สถาปนิกผู้ออกแบบอย่าง Yuko Nagayama เล่า

“1 เดือนก่อนที่ Expo ที่ดูไบจะเปิด ขณะที่ฉันยืนอยู่หน้า Japan Pavilion ที่กำลังก่อสร้างอยู่ ภาพที่มันจะถูกทำลายในอีก 6 เดือนข้างหน้าผุดขึ้นในหัว และความรู้สึกท่วมท้นก็ผุดขึ้นภายใน ฉันต้องการนำมันกลับญี่ปุ่น ตอนนั้นยังไม่มีคำยืนยันจากผู้รับที่ต้องการใช้มัน แต่ฉันก็เริ่มติดต่อหาผู้สนับสนุน”

เธอพบกับซีอีโอของ Cartier ประเทศญี่ปุ่น หารือความเป็นไปได้ที่จะจัดทำ Women’s Pavilion ในงาน Expo 2025 ที่โอซาก้า และการจะใช้ Facade นี้อีกครั้ง

เมื่อเห็นพ้องในหลักใหญ่ร่วมกัน เธอเข้าพบ Ministry of Economy, Trade, and Industry เพื่อเจรจาขอการสนับสนุน จนกลายมาเป็นพาวิเลียนรีไซเคิลจาก Expo ครั้งก่อน

  1. ชี้เป้าพาวิเลียนของ Starchitect, Toyo Ito, Kengo Kuma, SANAA ฯลฯ

อาคารที่คนฮือฮาว่าเหมือนแทงทะลุขึ้นไปบนฟ้า คือ EXPO Hall ของ Toyo Ito เขาน่าจะเป็นสถาปนิกคนเดียวที่เคยออกแบบทั้งในปี 1970 (อยู่ในทีมที่ออกแบบ Expo Tower) และ Expo 2025

“ตอนผมวางแนวคิดออกแบบ EXPO Hall ผมมี Tower of the Sun ของ Taro Okamoto อยู่ในใจ”

EXPO Hall

สถาปนิกคนดังที่ออกแบบสนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียวปี 2020 อย่าง Kengo Kuma ออกแบบพาวิเลียนถึง 3 ประเทศ (โปรตุเกส กาตาร์ มาเลเซีย) กับอีก 1 Signature Pavilion (EARTH MART)

โปรตุเกส
กาตาร์
มาเลเซีย
ภาพ : www.expo2025.or.jp

ส่วนพาวิเลียนที่ไร้กำแพง ไร้ประตู ไร้เพดาน และกลมกลืนอยู่กับธรรมชาติ เป็นผลงานของ SANAA ที่ทำให้กับ ‘Better Co-Being’ Signature Pavilion

  1. พาวิเลียนของบางประเทศที่น่าชมเป็นพิเศษ

เจ้าภาพครั้งถัดไปอย่างซาอุดิอาระเบียที่ได้ให้ Foster + Partners ออกแบบ 

บาห์เรน และงานที่เอาเทคโนโลยีการต่อเรือโบราณมาแปลงเป็นพาวิเลียนโครงสร้างไม้ที่น่าสนใจ ของ Lina Ghotmeh สถาปนิกผู้มีเอกลักษณ์บนธีมของ ‘Archeology of the Future’ 

ประเทศหลัก ๆ อย่างอิตาลี เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส กลุ่มสแกนดิเนเวีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฯลฯ

และแน่นอน อย่าพลาดชมพาวิเลียนประเทศไทย กับการจับความเป็นไทยมาใช้อย่างร่วมสมัย และการแก้ปัญหาพื้นที่ทรงแคบอย่างสร้างสรรค์ด้วยกระจก โดยสถาปนิก A49 (รายละเอียดการออกแบบอาคารและนิทรรศการอ่านได้ในบทความที่ The Cloud เคยนำเสนอก่อนหน้านี้แล้ว)

  1. โซนรอบนอกวงแหวน : บริษัทเอกชน ท้องถิ่นคันไซ และการพรางตัวของไต้หวัน 

พาวิเลียนที่อยู่ขนาบรอบนอกวงแหวนไม้ รวมกันระหว่างของบริษัทเอกชนและท้องถิ่น (โอซาก้าและภูมิภาคคันไซ) ที่ตัดสินใจลงสนามมาโชว์ในงานนี้แล้ว น่าสนใจแทบทุกเจ้า 

ขอกล่าวถึง BLUE OCEAN DOME ผลงานที่สร้างจากหลอดกระดาษ (วัสดุเอกลักษณ์ของเขา), ไม้ไผ่ (ที่ต้องเคลือบผิวเพื่อให้ผ่านข้อบังคับการก่อสร้างของญี่ปุ่น) และพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (วัสดุใหม่ที่ทดลองใช้ในครั้งนี้) โดยแต่ละโดมของพาวิเลียนที่มี 3 โดมนี้ใช้เทคนิคแตกต่างกันไปตามแต่ละวัสดุที่กล่าวมา

ภาพ : shigerubanarchitects.com

YOSHIMOTO Pavilion โดย WHY Architects สถาปนิกสัญชาติไทยที่มีผลงานระดับนานาชาติมากมาย

ภาพ : archinect.com

หมายเหตุตรงนี้ว่า ไต้หวันได้ร่วมงาน Expo ด้วย ในนาม TECH WORLD ในส่วน Pavilion เอกชนของญี่ปุ่น

  1. อย่าลืมโซน Future Societies Showcase เพียงเพราะแยกไปอีกฝั่งหนึ่งของงาน

เป็นส่วนที่เกิดขึ้นใหม่พร้อมกับงาน Expo รอบนี้ เพื่อให้ผู้ชมงานได้สัมผัส มีประสบการณ์กับสังคมอนาคตผ่านโชว์เคสต่าง ๆ โดยจัดแสดงเป็น 6 หมวดหมู่ คือ Smart Mobility, Digital, Virtual, Art, Green และ Future Life โปรเจกต์ที่เป็นผลจากการมีส่วนร่วมและร่วมสร้าง เช่น TEAM EXPO, Best Practice, Co-Design Challenge ก็จะจัดแสดงบริเวณนี้ด้วย

ผังโซน Future Society Showcase
ภาพ : www.expo2025.or.jp
  1. ร้านอาหาร ร้านค้า ต่างโชว์แนวโน้มอนาคต หรือร้านเวอร์ชันพิเศษ ร้านของที่ระลึก ที่ทั้งร่วมกันและประชันกัน

ในบรรดาร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ ที่ให้บริการปากท้องในงาน บางร้านทำหน้าที่ไปไกลกว่าแค่นั้น โดยนำเสนอแนวคิดต่ออนาคตผ่านอาหารของตน อาจจะเป็นในแง่เทคโนโลยีหรือความยั่งยืน เข้าไปในสินค้าและบริการด้วย เช่น ซูชิสายพานเบอร์ 1 และเบอร์ 2 อย่าง SUSHIRO กับ KURA SUSHI ใส่ความประมงยั่งยืนไปในชนิดของปลาและแหล่งที่มา หรือร้านสะดวกซื้อ ทั้ง LAWSON, 7-Eleven หรือ Family Mart หรือบางร้านตั้งใจมาโชว์ มาเปิด Concept Store เช่น URBAN RESEARCH หรือการคอลแล็บของ Suntory กับ Daikin หรือร้านเวอร์ชันพิเศษ อย่าง LAWSON Cafe ที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ด้วยการแต่งร้านให้เหมือนสาขาแรกที่เปิดในโอซาก้า

ร้านของที่ระลึกมีทั้งหมด 4 ร้าน โดยแบ่งให้ 4 เจ้าทำกันคนละร้าน กล่าวคือ JR-WEST, Kintetsu, Daimaru Matsuzakaya, Maruzen & Junkudo ติดตามดูกันว่าผลลัพธ์ของสินค้าที่ทำกันออกมาประชันกัน จะน่าตื่นตาแค่ไหน

  1. สำรวจงานสถาปนิกรุ่นใหม่ที่ผ่านการประกวดและซ่อนตัวอยู่ในงาน

ผลงานจากสถาปนิกรุ่นใหม่ที่ผ่านการประกวดและกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งงานมีทั้งหมด 20 จุด ประกอบด้วย ที่นั่งพัก ห้องน้ำ แกลเลอรี เวทีชั่วคราว ฯลฯ ผลงานของพวกเขาผ่านการประกวดแบบและการแข่งขันที่เปิดสาธารณะ (Public Competition) เพื่อสร้างโอกาสให้แก่คนรุ่นถัดไป ทั้งหมดเกิดหลังปี 1980 อายุต่ำกว่า 45 ปี แต่ละโครงการจะเป็นความคิดเชิงทดลอง (Experimental Ideas) ในฐานะข้อเสนอสำหรับสถาปัตยกรรมยั่งยืน (Sustainable Architecture)

Writer

อาทิตย์ โกวิทวรางกูร

ร่ำเรียนมาทางเศรษฐศาสตร์ จัดรายการวิทยุทางธุรกิจ สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ การออกแบบ สถาปัตยกรรม และวิวัฒนาการของเมือง ชอบอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองและมนุษย์