5 พฤศจิกายน 2024
1 K

ภาพเศษซากพลาสติกกองเรียงรายสูงเท่าภูเขาขนาดย่อมจากหลายประเทศ ถูกฉายซ้ำจนติดตา พร้อมคำอธิบายที่พ่วงมา ว่าด้วยผลกระทบมหาศาลของขยะไม่ย่อยสลายเหล่านี้ที่มีต่อสัตว์ทะเล สัตว์บก สัตว์ปีก มนุษย์ และ ‘โลก’ 

ในไทยเองก็ไม่ต่างกัน ข้อมูลจากปี 2022 บอกว่าเราสร้างขยะพลาสติกสูงถึง 1.2 ล้านตันต่อปี และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ซึ่งใช้ขวดพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์หลัก 

ฟังถึงตรงนี้ ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่จะให้ใช้วิธีสุดโต่งอย่างเลิกขายเครื่องดื่มเหล่านี้ไปเลยก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำอัดลมซึ่งเป็นที่นิยมในคนแทบทุกกลุ่มและช่วงวัย 

ทำให้ในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2024 ที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมซ่าที่ครองใจ Gen Z อย่าง เอส โคล่า ซึ่งเล็งเห็นถึงปัญหาขยะพลาสติกที่รวมถึงขยะพลาสติกในทะเลได้ชิงแก้ปัญหาที่ต้นทาง เปิดตัวแคมเปญใหม่แกะขวด เน้นสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในชื่อ ‘เอส โคล่า เปลี่ยนขวดเพื่อโลกที่ดีกว่า ชวน Gen ซ่ารักษ์โลกเริ่มที่ขวด’

โดยเราได้โอกาสสนทนาสั้น ๆ กับ สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด จาก เอส โคล่า เพื่อตอบข้อสงสัยถึงจุดประสงค์และเป้าหมายของแคมเปญนี้

ใครกำลังอยากรู้ว่าแคมเปญนี้มีดีตรงไหน จะแก้ปัญหาแบบใด เราขอชวนทุกคนมาติดตามไปพร้อมกัน

เปลี่ยนขวด เปลี่ยนโลก

“เอส โคล่า เป็นแบรนด์ในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนมาก เราเองก็ตั้งใจดำเนินตามนโยบายของบริษัท และสิ่งที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและอยู่ใกล้ตัว เอส โคล่า ที่สุดก็คือบรรจุภัณฑ์” สุภรณ์ เด่นไพศาล อธิบายจุดเริ่มต้นของแคมเปญ ‘เอส โคล่า เปลี่ยนขวดเพื่อโลกที่ดีกว่า ชวน Gen ซ่ารักษ์โลกเริ่มที่ขวด’ ให้เราฟัง

หลายคนคงเดาได้จากชื่อแคมเปญนี้ว่าเป็นแคมเปญที่ให้ความสำคัญกับการ ‘เปลี่ยนขวด’ เป็นหลัก แต่ต้องอธิบายก่อนว่า การเปลี่ยนในที่นี้ไม่ได้ใช้วัสดุชนิดใหม่ หากเป็นการนำขวดพลาสติกที่เราคุ้นเคยกันมาเข้ากระบวนการผลิตซ้ำเพื่อลดขยะ หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันในชื่อว่า Recycle นั่นเอง

โดยตัวเอกในกระบวนการนี้ คือพลาสติกที่ชื่อว่า rPET (Recycled Polyethylene Terephthalate) หรือก็คือการนำขวด PET บรรจุเครื่องดื่มที่เราคุ้นเคยกันกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลสำหรับ PET โดยเฉพาะ เพื่อทำความสะอาด แยกสี และบดให้เป็นเม็ดพลาสติก จากนั้นนำไปเป่าขึ้นรูปเป็นขวดอีกครั้ง โดยเริ่มต้นใช้ rPET กับสินค้าเอส โคล่า ขนาด 515 มิลลิลิตร เพื่อนําร่องเรื่องความยั่งยืน

ส่วนใครที่อาจจะกังวลเรื่องข้อกฎหมายความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องบอกว่าหายห่วง เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรากฎหมายใหม่ อนุญาตให้ใช้พลาสติกรีไซเคิล rPET เพื่อบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งยังกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่เทียบเท่าหน่วยงานสากล 

เรียกได้ว่าการเปลี่ยนขวดของเอส โคล่า ครั้งนี้เป็นหมุดหมายใหญ่ พร้อมสร้างอิมแพกต์ได้จริงแน่นอน 

และเพื่อให้แคมเปญนี้สร้างประโยชน์สูงสุด ทางเอส โคล่า ร่วมมือกับโครงการเก็บกลับ-รีไซเคิลทำงานเชิงรุก ด้วยการผลิตและติดตั้งตะแกรงสำหรับคัดแยกขยะขวดพลาสติกตามมหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน หรือ Big C Food Park และถูกเก็บกลับโดยขนส่งที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงแต่ใช้การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เพื่อนำขยะพลาสติกกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิล 100% อีกทั้งยังมอบความสะดวกด้วยการติดตั้งจุด Drop Point ที่เน้นเรื่องการปรับพฤติกรรม ให้เกิดการทำซ้ำจนเป็นนิสัย ด้วยการสะสมคะแนนเพื่อรับของรางวัลต่าง ๆ อีกทั้งนำนวัตกรรม AI เข้ามาใช้ในการแยกขยะจากจุด Drop Point นี้ ทำให้ผู้ที่นำขยะมาทิ้งสะดวก ไม่ต้องแยกถุงขยะมาเองก่อนออกจากบ้าน และยังมั่นใจได้อีกว่าขยะจะถูกแยกออกจากกันอย่างถูกประเภทด้วยนวัตกรรม AI และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

โดยใครที่นำขวดไปคืนยังจุดเก็บกลับที่กล่าวมา ก็จะได้แต้มสะสมไว้ลุ้นรางวัลประจำแคมเปญนี้อีกด้วย 

จากคุณวันเสาร์ ถึงเพื่อนร่วมโลกทุกคน

ความน่าสนใจอีกอย่างของแคมเปญนี้ คือแบรนด์แสดงจุดยืนชัดเจนว่าอยากสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z โดยเฉพาะ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ให้ความสําคัญและตระหนักรู้เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว 

แต่ทีมงานของเอส โคล่า เองก็รู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนจะตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม แบรนด์จึงไม่ได้นำเสนอแคมเปญด้วยวิธีเดิม ๆ อย่างการโฆษณาทั้งเสียงและภาพอย่างเดียว แต่เลือกใช้วิธีสื่อสารด้วย ‘คน’ 

นั่นคือการให้ศิลปินหนุ่มขวัญใจ Gen Z ที่มาแรงสุดในชั่วโมงนี้ อย่าง เจฟ ซาเตอร์ หรือ Jeff Satur เจ้าของผลงานเพลงฮิตและบทสำคัญในภาพยนตร์ดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ สื่อสารแคมเปญนี้ให้คนรุ่นใหม่รับรู้

ที่สำคัญ เป็นพรีเซนเตอร์ทั้งทีก็ไม่เป็นเปล่า ๆ เจฟ ซาเตอร์ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนให้ชาว Gen Z รับรู้และเข้าถึงกระบวนการ Upcycling ด้วยการออกแบบกระเป๋า iPad Pounch Case ที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% จำนวน 14 ขวด โดยกระเป๋าจะถูกผลิตแบบแฮนด์เมด 100% เพื่อมอบความยั่งยืนกลับสู่ชุมชน และหมึกที่ใช้พิมพ์เพื่อออกแบบยังเป็นการพิมพ์ผ่านความร้อน ไม่ก่อให้เกิดน้ำเสียลงแม่น้ำ โดยทั้งคุณวันเสาร์และคนทั่วไปนำคะแนนจากการคืนขวด และร่วมลุ้นรางวัลนี้กันได้ตลอดจนสิ้นปี 2025

การหันมาใช้ของจากกระบวนการ Upcycling เป็นต้นทางของการลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และยังเป็นการลดปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เอส โคล่า และ เจฟ ซาเตอร์ อยากให้ Gen ซ่า หันมาร่วมกันทำเพื่อโลก ผ่านแคมเปญ เอส โคล่า เปลี่ยนขวดเพื่อโลกที่ดีกว่า Gen ซ่ารักษ์โลกเริ่มที่ขวด

ทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่าของแคมเปญความยั่งยืนล่าสุดจากเอส โคล่า ที่เปลี่ยนขวดเครื่องดื่มขวดเล็ก ๆ เพื่อสร้างอิมแพกต์ยิ่งใหญ่ และเชื่อมั่นว่าพลังของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนโลกได้จริง ใครสนใจอยากมีส่วนร่วมหรือเป็นคุณวันเสาร์ที่อยากได้ของรางวัลฝีมือ เจฟ ซาเตอร์ ก็อย่าลืมนำขวดไปคืนตามจุดที่กำหนด เพื่อเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง