4 ตุลาคม 2024
751

ปัญหาขยะจะไม่จบที่รุ่นเราแน่ ๆ หากเราชวนเด็กมามีส่วนช่วยคิดวิธีแก้ปัญหา อาจทำให้ได้ความคิดใหม่ ๆ ที่เราคาดไม่ถึง

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการ ‘e-Waste HACK BKK 2024’ งานที่ผู้ใหญ่ชวนเด็กช่วยคิดวิธีพลิกฟื้นขยะอิเล็กทรอนิกส์ในกรุงเทพฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

งานนี้เป็นความร่วมมือหลายฝ่ายมาก ได้แก่ ทรู คอร์ปอเรชั่น, สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ บริษัท เอสเค เทส ไทยแลนด์ จำกัด 

คนทั่วไปอาจจะรู้สึกว่านี่เป็นโครงการที่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์มากนัก ความจริงคือผู้ใหญ่ใจดีของทุกองค์กรตั้งใจทำงานนี้สุด ๆ และคัดสรรมาอย่างดี เช่น เหตุผลที่เชิญสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนเพราะเป็นประเทศที่แยกขยะ e-Waste ได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้านเทคโนโลยีและ AI ก็เลือกเชิญผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาสอนน้องแบบเข้มข้น แม้จะไม่ชนะแต่ก็ได้ประสบการณ์กลับไปอย่างเต็มเปี่ยม

โครงการเพิ่งประกาศผู้ชนะไปไม่นาน เราได้ 3 ทีมระดับ ม.ปลาย และ 3 ทีมจากระดับอุดมศึกษา โดยโจทย์ที่ทุกทีมได้รับ คือการรีไซเคิลชิ้นส่วน e-Waste เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ และแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้ใน 4 ด้าน คือการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสาธารณสุข 

น้อง ๆ แก้ปัญหาของเมืองใหญ่อย่างไรบ้าง ขอชวนผู้ใหญ่ลองมาอ่านไอเดียของพวกเขากัน

ผลงานผู้ชนะระดับ ม.ปลาย

ไอเดียพัฒนาเครื่องฟอกอากาศ สู่เครื่องดักจับคาร์บอน

ทีม One Day Miracle plus+

โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี

ใน e-Waste มีชิ้นส่วนที่แปลงสภาพเป็นเครื่องฟอกอากาศได้ แต่น้อง ๆ จากทีม One Day Miracle plus+ โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มคุณสมบัติด้วยเครื่องดักจับคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยี Direct Air Capture (DAC) 

ฟอกอากาศนั้นดีอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์นี้เพิ่มประสิทธิภาพในภาคการผลิตให้สะอาดขึ้นได้ด้วย เครื่องชิ้นนี้นำไปใช้ในกระบวนการผลิตเป็น Ethylene ภาคอุตสาหกรรมเคมีและพลาสติก ลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาด้วย

ไอเดียพัฒนาเครื่องกรองฝุ่น PM 2.5

ทีม Undustrial

โรงเรียนชลกันยานุกูล จังหวัดชลบุรี

เครื่องกรองฝุ่น PM 2.5 จำเป็นกับทุกบ้านตอนนี้ ค่าตัวไม่ถูกนัก น้อง ๆ จากทีม Undustrial คิดวิธีสร้างเครื่องกรองที่ปรับความสามารถในการกรองอากาศตามค่าฝุ่นได้อัตโนมัติ 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมแอปพลิเคชันติดตามค่าฝุ่นตามสถานีรถประจำทาง และระบบแจ้งเตือนค่าฝุ่นที่หน้าจอ Widget มือถือ ไม่ต่างจากเครื่องกรองจากแบรนด์ชั้นนำ

ไอเดียพัฒนาตู้คลินิกเพื่อชุมชนอัจฉริยะ

ทีม XTremeX

โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โครงการ วมว., โรงเรียนสิริรัตนาธร, โรงเรียนอุดมศึกษา กรุงเทพฯ และ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี

ไอเดียนี้เก๋ตรงที่นำตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ถูกทิ้งมาเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์ พัฒนาตู้ตรวจสุขภาพเบื้องต้น วัดอุณหภูมิ ส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน จ่ายยาเบื้องต้น และคุยกับแพทย์ได้ทาง Video Call 

ทั้งหมดนี้ทำเพื่อแก้ปัญหาลด e-waste เพราะอุปกรณ์รีไซเคิลได้ทั้งหมด อีกข้อคือแก้ปัญหาบางชุมชนเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ลดระยะเวลาการเดินทางไปสถานพยาบาลด้วย

ผลงานผู้ชนะระดับอุดมศึกษา

Intelligence Bin ถังขยะอัจฉริยะ

ทีมปั๊กกะป๊อก

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ถังขยะนี้แยกขยะเองได้ด้วยระบบกล้องจับภาพ มี AI ที่แยกประเภทขยะรีไซเคิลได้เอง ไม่ต้องเปลืองแรงคน มีระบบแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ในเขตเมื่อขยะเต็มถังผ่าน Google Maps เพื่อส่งคนมาเก็บขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องขับรถวน แก้ปัญหาขยะล้นเมืองได้ดีขึ้น 

ความพิเศษของถังขยะนี้ คืออุปกรณ์ทุกชิ้นนำมาจากการรีไซเคิล e-Waste ทั้งหมด โดยที่ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยกว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากต่างประเทศเลย

BKK BIN+

ทีม IoT E-Waste

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผลงานชิ้นนี้คล้ายกัน แยกขยะได้ด้วยระบบกล้องจับภาพ มี AI ช่วยแยกขยะได้ 4 ประเภท คือขยะเปียก ขยะทั่วไป ขวดพลาสติก กระป๋อง และขวดแก้ว 

สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือระบบแลกแต้มรับรางวัลเมื่อแยกขยะได้ มีระบบแจ้งเตือนเมื่อขยะเต็ม ทั้งหมดนี้เพื่อให้การแยกขยะทำได้ดีและสะดวกขึ้น

AI EYE 

ทีม AiHUB

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผลงานชิ้นนี้เป็นระบบตรวจสอบความปลอดภัยบนท้องถนน เริ่มจากการสร้างกล้องเพื่อตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร ควบคุมไฟด้วยระบบอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังเพิ่มอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับระบบของสำนักการจราจรและขนส่งของกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

อุปกรณ์ทั้งหมดรีไซเคิลมาจาก e-Waste ทั้งหมด มีการทดลองใช้ในสี่แยกที่การจราจรติดขัดจริง ใช้งานได้ดี ระบบ AI และ Software ที่ใช้ยังเป็นระบบที่คนไทยคิดขึ้นเอง เรียนรู้ระบบจราจรของบ้านเราได้ดีกว่าระบบของต่างประเทศที่นำเข้ามาใช้ในปัจจุบัน 

ความในใจจากผู้ชนะ

โครงการนี้รับสมัครเด็กในวงกว้าง ไม่ได้ประกวดอย่างเดียว แต่มีการอบรมเรื่อง e-Waste การจัดการขยะ และการใช้เทคโนโลยีโดย Mentor ที่มีประสบการณ์สูง มาจากองค์กรร่วมจัดทุกหน่วยงาน 

ในการแข่งระดับอุดมศึกษา 3 ทีมสุดท้ายมีโอกาสได้มาพรีเซนต์ต่อหน้ากรรมการและสื่อมวลชน จนได้ผู้ชนะ ได้แก่ ทีมปั๊กกะป๊อก จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

The Cloud มีโอกาสได้คุยกับน้อง ๆ ทั้ง 3 คนในทีม ได้แก่ บาส-โยธิน นันต๊ะเสน, อะตอม-ปิยังกูร สารภาค และ เนยเนย-ธิดาลักษณ์ เมืองแพน ทั้งหมดยังเป็นนักศึกษา มีงานต้องส่ง มีวิชาต้องสอบ การมาร่วมโครงการที่แสนท้าทายนี้จึงได้ฝึกทักษะการจัดการของน้อง ๆ ทั้ง 3 ไปในตัว 

ผลงาน Intelligence Bin เลือกแก้ปัญหาคัดแยกขยะรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะขยะกลุ่มนี้มีราคา ขายต่อได้ ถ้าพัฒนาระบบก็สร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้ด้วย 

โครงการนี้มีการคัดเลือกทีมเป็นรอบ ๆ จากรอบแรก 10 ทีม มีการแข่ง Hackathon จนเหลือ 3 ทีมสุดท้าย ระหว่างรอบก็มีการฝึกและอบรมจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 2 เดือน

เรื่องที่ท้าทายบาส อะตอม และเนยเนย มากมี 3 ข้อ ข้อแรก คือโครงการนี้ต้องคิดเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาดและการสื่อสารด้วย ไม่ได้คิดแค่ไอเดียเพื่อประดิษฐ์ของ แต่ต้องรู้จักการพรีเซนต์ให้คนเชื่อ เพิ่มโอกาสในการพัฒนาด้วย เรื่องนี้ทีมก็ได้เรียนรู้และคิดวิธีสื่อสารแบบที่ไม่เหมือนใคร เช่น ต้องทำแอนิเมชันเพื่อเล่าวิธีการทำงานของอุปกรณ์ให้กรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเห็นภาพชัดกว่าการดูแค่โมเดล 3 มิติ

อีกข้อคือการต้องนำขยะ e-Waste มาสร้างอุปกรณ์ เรื่องนี้ท้าทาย เพราะเราไม่รู้ว่าขยะในตลาดจะมีมากน้อยแค่ไหน ทีมงานต้องกะเก็งกันเองว่าในตลาดตอนนี้น่าจะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบไหนมากที่สุด และต้องมีการทดสอบทุกชิ้นว่าใช้งานได้ ข้อนี้สำคัญ เพราะโครงการนี้เป้าหมายคือการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าสร้างงานใหม่แต่ไม่ลด e-Waste ก็เหมือนสร้างขยะเพิ่ม ไม่มีประโยชน์ใด ๆ 

สุดท้ายคือการได้ลองฝึก AI ในการทำงานจริง เรื่องนี้ทีมไม่เคยมีใครทำมาก่อน ได้มีโอกาสมาลองในงานนี้ครั้งแรก ถือเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากต่อการปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต

โดยรวม e-Waste HACK BKK 2024 เป็นงานที่ผู้ใหญ่ทำ ชวนเด็กมามีส่วนร่วมช่วยคิด เพื่อพัฒนาโลกให้น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ