5 เมษายน 2025
1 K

หนังสือภาพบนโลกใบนี้มีเนื้อหาหลากหลาย แตะไปถึงทุกประเด็นในหลายแง่มุม สำหรับเด็ก หนังสือภาพทำหน้าที่นำพาโลกทั้งใบมาสู่หัวใจของพวกเขา มอบประสบการณ์ผ่านเรื่องเล่าที่เข้าไปทำงานกับความคิด พาพวกเขาไปพบเจอสถานการณ์มากมายแบบที่ไม่ต้องเผชิญเองก็ได้ แต่ฝากตัวเราเข้าไปให้ตัวละครช่วยเป็นเกราะกำบัง เพื่อใช้เวลาสะท้อนความคิด ความรู้สึกต่อเรื่องราวเหล่านั้น

พลังของภาพในหนังสือภาพยังทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวแนบความรู้สึกสู่ผู้อ่าน ถ้อยคำอาจทำหน้าที่ทั้งเล่าเรื่อง เป็นส่วนเสริมภาพ หรือจะไม่มีคำก็ได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้น หนังสือภาพจึงเป็นสื่อสำหรับทุกคนที่จะดื่มด่ำดำดิ่งไปในเรื่องราว พูดคุยกับมัน รู้สึกกับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเรื่องที่บางทีเราไม่ค่อยคุยกัน เรื่องที่ชวนอึดอัดใจ อธิบายถึงมันได้ยาก อย่างเช่นความตาย หนังสือภาพคือเครื่องมือที่ดีมาก ๆ ให้เราทุกคนได้ใช้เพื่อเข้าใจความตายให้มากขึ้น

ในงาน Death Fest 2025 ที่ผ่านมา เราเลือกหนังสือเกือบ 40 เล่มไปเป็นตัวแทนพูดคุยกับทุกคนเรื่องความตาย การพลัดพรากสูญเสีย และความสัมพันธ์ อันเกี่ยวข้องวนเวียนอยู่ในชีวิต หนังสือเหล่านั้นเป็นของสะสม เป็นคลังเอาไว้ให้เราหยิบมาเปิดอ่านเมื่อต้องการตั้งหลักหรือคลี่คลายสิ่งที่อยู่ในใจ หนังสือเหล่านั้นพูดเรื่องที่ยากให้เข้าใจได้ทั้งง่ายและลึกซึ้ง มอบหลายแง่มุมที่บางทีเราก็นึกไม่ถึง ประเด็นเรื่องความตายเลยเป็นไปได้หลากหลายหนทาง หลากหลายน้ำเสียง หลากหลายอารมณ์ ไม่ซ้ำกันเลย 

ขอยกหนังสือ 10 เล่มต่อไปนี้มาพูดคุยต่อเนื่องเบื้องหลัง เผื่อใครอยากหามาอ่านอีกรอบ มาเก็บสะสม ช่วงนี้ก็มีงานสัปดาห์หนังสืออยู่พอดี คิดว่ายังพอทันให้ได้ไปตามหา

01
พบกันวันคิดถึง (いつでも会える)
เรื่องและภาพ : คิคุตะ มาริโกะ
สำนักพิมพ์ : คัมปาย อิมเมจจิ้ง
สถานะ : หาซื้อค่อนข้างยาก

ผมเคยคิดว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ทำไม ทำไมนะ ทำไมมิกิจังจึงหายไป…

คำถามที่ใสซื่อนี้มาจากเจ้าชิโระ หมาน้อยสีขาวที่กังวล สงสัย วุ่นวายใจว่าทำไมมิกิจังเพื่อนเล่นของเขาถึงหายไป ออกไปดมกลิ่นหาที่ไหนก็ไม่เจอ ความหมายของความตายสำหรับเจ้าหมาน้อยคือการไม่ได้เจอกันอีก เรียบง่ายเพียงเท่านั้น 

หนังสือ พบกันวันคิดถึง (いつでも会える) พูดถึง ‘ความรู้สึก’ ที่เกิดขึ้นเมื่อคนสำคัญของเราจากไป อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และจริงใจ ผ่านตัวละครหมาน้อยชิโระ คำสั้นที่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ เช่น รู้สึกสนุก รู้สึกดีใจ รู้สึกเศร้า อยากเจอเหลือเกิน ลูบหัวผมหน่อย ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องทำให้ยืดยาว เจ้าหมาน้อยได้มอบบทเรียนสำคัญให้กับเรา นั่นคือการรู้ตัวรู้ตน รู้เท่าทันความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายใน เพื่อยอมรับ เข้าใจความจริงสิ่งที่เกิด ก่อนจะคลี่คลายอารมณ์เหล่านั้นผ่านหนทางต่าง ๆ ที่เหมาะกับเรา 

02
ความรักของโอเวน
เรื่อง : แมเรียน เดน เบาเออร์
ภาพ : จอห์น บัตเลอร์
สำนักพิมพ์ : แฮปปี้คิดส์
สถานะ : ยังพอหาซื้อได้

โอเวนเป็นลูกฮิปโปแคระเหมือนเจ้าหมูเด้ง แต่สิ่งที่ต่างคือโอเวนไม่มีแม่โจน่าให้เดินตามต้อย ๆ แม่ของเขาถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดลอยออกสู่ทะเล พรากสองแม่ลูกให้จากกันตลอดกาล โอเวนพลัดหลงห่างไปจากบ้าน ที่แห่งนั้นไม่มีแม่น้ำที่เขาเคยเล่น ไม่มีเพื่อนหรือญาติที่เขาคุ้นหน้า และไม่มีแม่ 

ที่นั่นโอเวนได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าคือตัวอะไร เขารู้เพียงว่าเขาต้องการความอบอุ่นมั่นคง เขาจึงเดินโซเซเข้าไปหา แล้วซุกตัวลงแอบอิงข้าง ๆ เจ้าสิ่งนั้น… มะเซ เต่ายักษ์อายุมากกว่าร้อยปี โอเวนอยู่กับมะเซ เดินตามมะเซต้อย ๆ ไม่ว่ามะเซจะไปทางไหน โอเวนก็จะมองหา ตามหามะเซจนเจอ การได้เห็นว่ามะเซยังอยู่ตรงนั้นเสมอเมื่อเขามองหา นำพาความรู้สึกอุ่นใจมาให้แก่เขา 

นิทานเรื่อง ความรักของโอเวน เขียนขึ้นจากเรื่องราวจริงของครอบครัวฮิปโปแคระที่พลัดพรากกันจากเหตุการณ์สึนามิปี 2004 ที่กระทบไปถึงประเทศเคนยา ลูกฮิปโปน้อยได้รับการช่วยเหลือจนรอดชีวิตและพบมิตรภาพใหม่เป็นเจ้าเต่ายักษ์อายุ 130 ปี สิ่งมีชีวิตต่างวัยและสายพันธุ์ถักสานความสัมพันธ์ขึ้นมาบนความอ้างว้างจากการสูญเสีย หัวใจของเราต้องการ ‘ใครคนนั้น’ ที่จะช่วยประคับประคองดูแล เป็นหลักยึด เป็นที่พึ่ง ทดแทนความอบอุ่นที่เราโหยหา เพื่อให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้งหลังการสูญเสีย

03
ไดโนเสาร์จอมป่วนกับเพื่อนรัก

เรื่องและภาพ : ทัตสึยะ มิยะนิชิ
สำนักพิมพ์ : Amarin Kids
สถานะ : ยังหาซื้อได้

ไดโนเสาร์จอมป่วนกับเพื่อนรัก เป็นนิทานที่หลายคนอ่านมาถึงตอนจบแล้วอดรำพึงออกมาไม่ได้ว่า จบแบบนี้เลยเหรอ เพราะคงไม่คิดว่าในตอนจบของหนังสือนิทานจะทิ้งเราไว้กับความเศร้าเอาไว้กลางทางขนาดนี้ 

เจ้าทีเร็กซ์เป็นเหมือนพระเอกละครสมัยก่อน มันร้ายกาจ เกเรแบบไม่มีเหตุผล ทำตัวซ่าไปงั้นเอง แต่ที่จริงแล้วจุดอ่อนของฉันอยู่ตรงที่หัวใจ พอได้พบกับมิตรภาพที่จริงใจจากเจ้าอีลาสโมซอรัส ก็ละลายหัวใจจอมซ่าดวงนั้นให้อ่อนลงได้ ในที่สุดชีวิตก็พาเรามาพบกับคนสำคัญที่มองเห็นคุณค่าในตัวเราเสียที ติดอยู่ตรงที่ว่า เราไม่มีวันรู้เลยว่า การพลักพรากจากลาอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้แบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว 

แม้ตอนจบของ ไดโนเสาร์จอมป่วนกับเพื่อนรัก จะเศร้าไปหน่อย แต่อย่างน้อย ในทุกวันที่เพื่อนรักทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราได้ทำดีต่อกัน ได้ปรารถนาดีต่อกัน ได้ขอบคุณกัน ได้จากกันแบบไม่รู้สึกมีอะไรติดค้าง 

ขอบคุณที่เห็นคุณค่าในตัวฉัน ขอบคุณที่ทำให้ฉันเป็นคนที่ดีขึ้น ขอบคุณนะเพื่อน… เจ้าทีเร็กซ์คงอยากบอกสิ่งเหล่านี้กับเพื่อนรักของเขา

04
Hanamizuki no Michi (ハナミズキのみち)
เรื่อง : Mikiko Asanuma
ภาพ : Ken Kuroi
สำนักพิมพ์ : Kinnohoshisha ประเทศญี่ปุ่น
สถานะ : หาซื้อได้ตามร้านหนังสือญี่ปุ่นมือสอง

เพื่อไม่ให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นอีก 

มิกิโกะ อาซะนุมะ (Mikiko Asanuma) สูญเสียลูกชายไปในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ปี 2011 เธอผ่านวันที่ยากลำบาก ทุกข์ทรมานโศกเศร้าจนยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ จนวันหนึ่ง เธอนึกถึงคำพูดของลูกชายของเธอที่บอกว่า “อยากปลูกต้นไม้เพื่อดูแลทุกชีวิต” จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเขียนหนังสือภาพเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อเชื้อเชิญให้ทุกคนมาร่วมกันสร้าง ‘ทางเดินแห่งต้นด็อกวูด’ เส้นทางอพยพหนีภัยจากทะเลสู่ภูเขา เพื่อให้ทุกคนเดินตามเส้นทางนี้ไปสู่พื้นที่ปลอดภัยได้โดยไม่หลงทาง เพื่อรักษาชีวิตของคนรุ่นต่อไป เมื่อถึงคราวต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ 

คุณมิกิโกะเปลี่ยนความโศกเศร้าให้กลายเป็นพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง เธอใช้เรื่องเล่าในหนังสือ Hanamizuki no Michi (ハナミズキのみち) ไปทำงานเพื่อสื่อสารสร้างความร่วมมือให้ทุกคนในเมือง Rikuzentakata จังหวัดอิวาเตะ ร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลเส้นทางเดินนี้ให้สวยงามอยู่เสมอ เพื่อส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

05
Love From Alfie McPoonst: The Best Dog Ever
เรื่อง : Dawn McNiff
ภาพ : Patricia Metola
สำนักพิมพ์ : Walker Books ประเทศอังกฤษ
สถานะ : ยังพอหาซื้อได้

จะเป็นอย่างไรเมื่อเจ้าหมาที่เพิ่งจากไปเขียนจดหมายมาถึงเรา 

เราได้อ่านนิทานที่เล่าเรื่องการสูญเสียสัตว์เลี้ยงอยู่บ่อย ๆ อาจเพราะมันเป็นตัวอย่างของการจากลาที่ใกล้ตัวเด็ก ๆ มากพอกับการสูญเสียคนในครอบครัว อย่างเช่นในเล่มนี้ เราไม่รู้ว่าเจ้าหมา Alfie McPoonst จากไปเพราะอะไร รู้ตัวอีกที เด็กหญิงอิซซี่ก็ได้รับจดหมายส่งมาจากดาวหมา เป็นอัลฟี่นั่นเองที่เขียนมาหาเธอ 

จดหมายฉบับแรกส่งมาอย่างสั้นและเรียบง่ายที่สุด ด้วยข้อความเพียงว่า สวัสดีอิซซี่ ตอนนี้ฉันเป็นหมาบนท้องฟ้าแล้วนะ ฉันอยู่ที่ดาวหมา นั่นเพราะว่า ฉันตายแล้ว 

เจ้าอัลฟี่เล่าเรื่องราวบนดาวหมา เพื่อบอกว่าข้างบนนั้นมันเจ๋งแค่ไหน ที่แห่งนั้นเขาไม่ต้องอาบน้ำ มีสนามกว้าง ๆ ให้วิ่งเล่น มีแท่งไม้ให้คาบ มีขนมให้กินแบบไม่อั้น และมีเพื่อนหมาบนดาวหมา ทุกตัวไม่ต้องใส่ปลอกคอแล้วด้วยนะ เจ้าพวกหมาจึงจะเล่นกันแค่ไหนก็ได้ จะนอนบนโซฟา จะกัดรองเท้า จะอึ จะฉี่ตรงไหนก็ได้ ข้างบนนี้สนุกมาก ๆ

ฉันคิดถึงเวลาที่เรากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนะ แต่สิ่งที่ดีที่สุดบนดาวหมาแห่งนี้ก็คือ ฉันได้นอนกอดแม่ของฉันอีกครั้งเวลาจะเข้านอน เจ้าอัลฟี่เขียนข้อความนั้น ขณะที่ภาพในหนังสือ เราได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ในอ้อมกอดคุณแม่ของเธอเช่นกัน 

แน่นอนว่าผู้ใหญ่รู้มากอย่างพวกเรา รู้ดีอยู่แล้วว่าจดหมายพวกนั้นเขียนโดยไม่คุณพ่อก็คุณแม่ของอิซซี่แหง ๆ เป็นหมาจะมาเขียนจดหมายได้อย่างไรเล่า แต่สิ่งนี้จะเป็นหนทางช่วยคลี่คลายความรู้สึกโศกเศร้า เริ่มต้นด้วยการพูดกันตรง ๆ ก่อนว่า เจ้าอัลฟี่น่ะ ‘ตายแล้ว’ ก่อนจะค่อย ๆ คลายความกังวลจากความไม่รู้ ไม่แน่ใจ เป็นห่วงว่า ‘ที่แห่งนั้น’ เป็นอย่างไร อยู่สบายไหม ด้วยเรื่องเล่าที่การันตีกว่าอัลฟี่อยู่สุขสบายอยู่บนดาวหมาแน่นอนไม่ต้องห่วงนะ และยังไม่ลืมสิ่งสำคัญที่สุด คือการโอบกอดด้วยความรักจากพ่อและแม่ อยู่เคียงข้างช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ของลูกไปด้วยกัน ให้เขาสัมผัสได้ถึงความรัก และยังได้นึกถึงเจ้าอัลฟี่ที่อีกฝั่งหนึ่งด้วยว่ามันเองก็กำลังได้รับความรักจากแม่ของมันด้วยเหมือนกัน

เด็ก ๆ จึงได้รับรู้เรื่องความตายอย่างงดงาม ได้รู้สึกกับมันอย่างมั่นคง ซึ่งมันสำคัญมากต่อการเติบโต

06
ธนาคารความฝัน
เรื่องและภาพ : คนโด อากิ
สำนักพิมพ์ : SandClock Books
สถานะ : ยังหาซื้อได้

ธนาคารความฝันของเจ้าเพ็นเพ็นและสมเสร็จโมกุรับบริการเก็บความฝันให้กลายมาอยู่ในรูปแบบของลูกอม จัดจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจอยากเลือกความฝัน เผื่ออยากจะฝันว่าบนไปบนท้องฟ้าหรือได้กินของเมนูอร่อยสุดโปรด แต่สำหรับคุณตาที่เรียกใช้บริการนี้ ก็แค่เผื่อว่า จะเก็บเอาภาพคุณยายผู้ล่วงลับที่พบกันในฝันให้มาเจอกันอีกครั้งเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้อมลูกอมนั้น

บ่อยครั้งเมื่อมีคนจากไป เรามักจะชอบพูดกัน (เล่น ๆ) ว่า มาเข้าฝันด้วยนะ จึงน่าสนใจที่ความฝันเป็นพื้นที่ที่คนเราเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับคนที่จากไปแล้ว มันอาจมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ หรืออาจจะเป็นความคิดถึงมาก ๆ จนเก็บเอาไปฝันก็ได้ แต่เชื่อว่าเราส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจที่มาเท่าไหร่นักหรอก เราแค่อยากมีความฝันเป็นที่มั่นสุดท้าย เอาไว้พบคนที่เรารักอีก (หลาย) ครั้งเท่านั้นเอง 

07
ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรนะ
เรื่องและภาพ : ชินสุเกะ โยชิทาเกะ
สำนักพิมพ์ : Amarin Kids
สถานะ : ยังหาซื้อได้

เด็กน้อยค้นพบสมุดบันทึก ‘ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรนะ’ ทำขึ้นโดยคุณตาของเขาที่เพิ่งล่วงลับ เขาจึงได้เห็นแผนการเตรียมตัวเดินทางไปของคุณตาที่ก็ดันเป็นคนสนุกซะด้วย เลยทำให้แง่มุมความนึกคิดต่อความตายนั้นสนุกตามไปด้วย 

คุณตาสร้างโลกหลังความตายในแบบที่ตัวเองคิดขึ้นมา เตรียมชุดเสื้อผ้าสำหรับไปสวรรค์ เตรียมออปชันให้ตัวเองไว้เลือกเผื่อว่าต้องไปเกิดใหม่ในชาติหน้า ออกแบบนรกและสวรรค์ รวมถึงวิธีแอบส่องความเป็นไปของคนบนโลก เป็นบันทึกที่เกิดจากการใช้เวลาครุ่นคิดกับตัวเอง เพื่อพยายามอธิบายโลกที่เรามองไม่เห็น คาดเดาไม่ได้ เพราะความไม่รู้ และจะไม่มีใครรู้แน่ ๆ โลกข้างหน้านั้นจึงจะเป็นอะไรก็ได้ เราออกแบบได้ตามแต่เราอยากให้เป็น 

“จริง ๆ แล้ว คุณตาอาจรู้สึกเหงามาก และกลัวที่จะต้องตายก็ได้ เพราะอย่างนั้น คุณตาเลยเขียนสมุดบันทึกเล่มนี้ขึ้นมา คุณตาคิดเรื่องสนุกมากมาย เพื่อจะได้กลัวความตายน้อยลง” 

ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรนะ เป็นหนังสือที่พูดถึงการจัดการกับความตายได้อย่างสนุก ลึกซึ้ง และบันเทิงที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่เคยมีมา แทบจะไม่ใช่นิทาน แต่เป็นคู่มือเตรียมตัวจากไปให้เราได้ครุ่นคิดและอยากลองสร้างเวอร์ชันของเราขึ้นมาเองดูบ้าง 

08
นางฟ้าของคุณปู่
เรื่องและภาพ : ยุททา เบาเออร์
สำนักพิมพ์ : SandClock Books
สถานะ : ยังหาซื้อได้

หลานชายไปเยี่ยมคุณปู่ที่กำลังนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล คุณปู่ชอบเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้หลานฟังอยู่แล้ว วันนี้ก็เช่นกัน คุณปู่พูดขึ้นว่า หลานรู้มั้ยว่าไม่เคยมีใครทำอะไรปู่ได้เลย ที่ว่าไม่เคยทำอะไรได้เลยก็เพราะว่า ไม่ว่าคุณปู่จะซุกซนแค่ไหน เคยปีนป่ายต้นไม้ กระโดดดำลงไปในน้ำลึก ผ่านสงคราม ความอดอยาก เจอความยากลำบากในชีวิตมาตลอดทุกช่วงวัย แต่คุณปู่ก็ต่อสู้และผ่านมันมาได้ นั่นเพราะว่า มีนางฟ้าคอยคุ้มครองคุณปู่อยู่น่ะสิ

เรื่องเล่าจากคนรุ่นปู่ย่าตายายนั้นสนุกเสมอ ไม่ว่าแต่ก่อนจะเป็นคนคุยเก่งหรือไม่ แต่พออายุเยอะปุ๊บคุยเก่งขึ้นมาปั๊บ (ฮา) ชีวิตใช้มาคุ้มก็คงต้องอยากเล่า ดียิ่งกว่าก็เวลาที่เล่าแล้วมีคนฟังเรื่องเล่าอันพรั่งพรูนั้น ใช้เวลาด้วยกัน ได้สบตาแล้วเห็นแววตาเป็นประกายของคนที่ร่างกายเริ่มโรยแรง 

ชีวิตเรานั้นผ่านอะไรมาบ้าง บางอย่างบางช่วงนั้นเราผ่านมามันได้ยังไง 30 อาจเป็นลิขิตจากฟ้า 70 คือที่เราฝ่าฟัน แต่ตลอดเส้นทางเหล่านั้น ในช่วงเวลาที่ดูจะเหลือเชื่อมาก ๆ ว่าเราผ่านมาได้ยังไงนะ คิดว่าเป็นที่ฝีมือตัวเอง ไม่สบายใจเท่าจะคิดว่าเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตมาให้เป็นเช่นนั้น 

และเราก็คงอยากจะเชื่ออีกด้วยว่า เมื่อถึงวันที่เราต้องจากไป นางฟ้าองค์นั้นที่คุ้มครองเรามาจะไปปกปักรักษาเหล่าผู้คนที่เรารัก ให้พวกเขาแคล้วคลาดปลอดภัย ให้พวกเขาโชคดีตลอดไป ให้พวกเขาผ่านทุกความยากลำบากไปได้ อย่างเช่นที่เราเคยผ่านมา 

09
ผมจะดูแลพ่อเองครับ!
เรื่องและภาพ : ลิลลิอา
สำนักพิมพ์ : Jamsai Kids
สถานะ : ยังหาซื้อได้

แม้ไม่ใช่คุณพ่อยังกวานชิกในซีรีส์เกาหลีเรื่อง When Life Gives You Tangerines แต่ความซาบซึ้งไม่ย่อหย่อนเลยสักนิด หนังสือนิทานพาเราไปเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อเต่าและลูกเต่า เห็นการเติบโตและการร่วงโรย เห็นความขัดแย้งและการคลี่คลาย เห็นคุณค่าของรายละเอียดในแต่ละวันที่เราเติบโต ว่าเราได้พึ่งพิงใคร ต้องขอบคุณและขอโทษใคร และทุกวันเวลาเหล่านั้นมีความหมายต่อการประกอบสร้างเป็นตัวเราทุกวันนี้อย่างไรบ้าง 

เพราะโลกใบนี้มีสิ่งสารพันรอให้เราออกไปพบเจอมากมาย เมื่อเราได้พบมันแล้ว เราจึงปรารถนาให้คนที่เรารักได้พบ ได้เห็น ได้สัมผัสความมหัศจรรย์นั้นเหมือนเราบ้าง ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นโลกใบนี้บนแผ่นหลังกว้าง ๆ ขอพ่อแม่ แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง ก็เป็นเราเองที่ยังมีเรี่ยวแรง คอยจัดแจงพาพวกเขาออกไปพบเห็นโลกในแบบที่เราเห็นบ้างเหมือนกัน 

เพราะเรารักกัน เราจึงอยากแบ่งปันโลกใบนี้แบบที่เราเห็น ไปเห็นด้วยกัน ไปใช้เวลาด้วยกัน ในวันที่ยังมีกันและกันอยู่ 

10
คุณตาจ๋า ลาก่อน
เรื่อง : Jelleke Rijken และ Mack van Gageldonk
ภาพ : Mack van Gageldonk
สำนักพิมพ์ : Nanmeebooks Kiddy
สถานะ : ยังพอหาซื้อได้

ความตายมักเกิดขึ้นในวันอันแสนธรรมดา วันที่เราใช้ชีวิตทุกอย่างตามแผนการ

คุณตาจ๋า ลาก่อน เป็นหนังสือภาพที่พาไปเห็นการตายอย่างเป็นลำดับขั้น เป็นกระบวนการ ไม่ข้ามอะไรสักอย่างไป ค่อย ๆ ไล่เลียงเรื่องราวไปตามลำดับสิ่งที่เป็น ตามความรู้สึกที่เกิด ที่มันจะย้อนไปวนมา พาเราไปข้างหน้า เผชิญกับการจากไปครั้งนั้น จนกระทั่งถึงจุดสุดท้ายที่คนที่ยังอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป 

ความตายเกิดขึ้นในวันอันแสนธรรมดาเช่นนั้นเอง เจ้าหมีน้อยที่นัดกับคุณตาไว้ว่าจะไปตกปลาด้วยกัน กลับไปพบคุณตานอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้า พยายามปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ลุก ไม่มีตรงไหนสักส่วนที่เคลื่อนไหว แม้แต่หัวใจ “ฉันรู้แล้วว่าคุณตาเป็นอะไร คุณตาตายแล้ว” คุณช้างบอก 

“ความตายมันนานแค่ไหนเหรอ” กุ๊กไก่ไม่เข้าใจความตาย 

“ถ้าเราตาย เราจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แม้แต่คุณตาของเธอก็ไม่ตื่น” คุณช้างพูดอย่างอ่อนโยน 

จากนั้นหนังสือค่อย ๆ พาเราเข้าไปอยู่ในห้วงเวลานั้น เมื่อคนสำคัญที่เรารักจากไป เราจะบอกลาอย่างไร หมีน้อยอำลาคุณตาด้วยภาพวาดปลาตัวหนึ่ง กุ๊กไก่เก็บดอกไม้มาวางไว้ข้าง ๆ ร่างคุณตาที่ปกคลุมด้วยใบไม้ที่สุดท้ายกลบร่างคุณตาไปจนมิด พวกเขานั่งล้อมวงคุยกันเรื่องคุณตาจนดึกดื่น บทสนทนาในความเงียบสงัดทำให้ความรู้สึกเศร้าปรากฏชัดขึ้นมา แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้เช่นกันว่าความเงียบนั้นอาจพาความระลึกถึงคุณตาให้ชัดขึ้นด้วยเช่นกัน และนั่นจะทำให้เรารู้ว่าคุณตาจะอยู่กับเราตลอดไป ในความคิดถึง

Writer

พนิตชนก ดำเนินธรรม

นักเขียน ผู้ชอบสื่อสารเล่าเรื่องแม่และเด็ก หนังสือภาพ การอ่าน การเรียนรู้ของเด็ก และเป็นคุณแม่ของเด็กหญิงวัยประถม ผู้ยังนิยมให้แม่อ่านหนังสือให้ฟังอยู่ทุกวัน