หลังการค้นพบผลงานเหรียญสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 (Pius XII) ที่เป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี แล้ว ผู้เขียนพยายามรวบรวมรูปแบบของ ‘เหรียญด้านหลัง’ ที่ ศิลป์ พีระศรี ทำขึ้นในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 1950 เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบทางศิลปกรรมและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ ซึ่งผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาโดยเฉพาะ อันแตกต่างไปจากเหรียญที่ระลึกประเภทอื่น ๆ

จากการค้นคว้า ทำให้พบเหรียญเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดหนึ่ง สำหรับจำหน่ายเป็นที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวและผู้มาจาริกแสวงบุญที่นครรัฐวาติกัน โดยบางเหรียญมีรูปแบบเหมือนกับผลงานบนเหรียญด้านหลังที่ ศิลป์ พีระศรี ทำไว้เมื่อคราวฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 1950 และบางเหรียญมีลักษณะและรูปแบบของ Florentine Style คล้ายกับผลงานเหรียญที่ Prof. C. Feroci เคยทำไว้ในอดีต



โดยเหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้มีลักษณะเป็นเหรียญที่แสดงเนื้อหาเพียงด้านเดียว (เหรียญหน้าเดียว) ส่วนมากเป็นเหรียญที่แสดงรูปของนักบุญ (Saint) องค์ต่าง ๆ เหรียญพระแม่มารีย์ เหรียญแสดงเรื่องราว หรือเหตุการณ์ที่บันทึกอยู่ใน พระคัมภีร์ไบเบิล เหรียญแสดงหลักคำสอน และความเชื่อทางคริสต์ศาสนา (โรมันคาทอลิก) ตลอดจนเหรียญที่มีผลงานของศิลปินชั้นครู (Master Artists) อย่าง มิเกลันเจโล (Michelangelo), ราฟาเอล (Raphael) เป็นต้นแบบ และเหรียญที่รังสรรค์ขึ้นจากผลงานภาพเขียนเนื่องในคริสต์ศาสนาของศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น มูริโย (Murillo), ฟรา บาร์โทโลมิโอ (Fra Bartolommeo), คาร์โล ดอลชี (Carlo Dolci) อันเป็นสิ่งที่ ศิลป์ พีระศรี ประติมากรผู้มีความแม่นยำในเรื่องสัดส่วน (Proportion) เคยรังสรรค์ไว้บนเหรียญที่ระลึก เมื่อคราวฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 1950

ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายแรกของการสร้างสรรค์เหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเหรียญด้านหลัง ในบทบาทที่เน้นการแสดงเนื้อหาและความหมายทางศาสนาของพระศาสนจักรเป็นสำคัญ ทำให้ผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้ขาดความโดดเด่น และมีรายละเอียดแตกต่างไปจากผลงานเหรียญที่ระลึกของ ศิลป์ พีระศรี ที่เราเคยพบเห็นทั่วไป

พระเยซูเจ้าทรงสถาปนาคริสตจักรของพระองค์บนศิลา (Simeon Petrus) ซึ่งหมายถึง นักบุญเปโตร (St.Peter) ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของศาสนจักร และเป็นผู้ถือกุญแจแห่งสวรรค์ สัญลักษณ์อันทรงพลังที่พระคริสต์ได้ประทานให้ ส่วน นักบุญเปาโล (St.Paul) คือผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง (The Apostle of Gentiles) ดาบและพระคัมภีร์ เป็นสื่อแทนการประกาศพระกิตติคุณ และแสดงถึงการเป็นนักรบฝ่ายจิตวิญญาณ สัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ศรัทธาอันแน่วแน่
นักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลเปรียบเสมือนฐานรากของพระศาสนจักร เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระคริสต์ศาสนา ท่านต้องเผชิญกับการเบียดเบียน (Persecution) ในสมัย จักรพรรดิแนโร (Nero, ปี 54 – 68) แม้จะต้องทนกับความทุกข์ทรมาน แต่ศรัทธาของพวกท่านไม่เคยหวั่นไหว คำสอนเหล่านั้นยังคงได้รับการเผยแผ่ให้แก่คริสตชนมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อศึกษาพิจารณาในรายละเอียดแล้ว ผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้มีลักษณะและระเบียบทางศิลปะบางประการที่แสดงออกให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันในด้านรูปแบบและการจัดวางองค์ประกอบที่กลมกลืนกันค่อนข้างจะชัดเจน แต่เนื่องด้วยผลงานเหรียญที่ระลึกในคริสต์ศาสนาที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือการรังสรรค์ของ ศิลป์ พีระศรี นั้นไม่ปรากฏว่ามีการลงชื่อของท่านกำกับไว้บนเหรียญ ผู้เขียนจึงต้องอาศัยวิธีเปรียบเทียบรูปแบบกับผลงานของท่านในอดีต เพื่อช่วยจำแนกอัตลักษณ์และลักษณะทางฝีมือในเชิงศิลปะให้เห็น ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดบ้าง อันเป็นธรรมดาสามัญของกระบวนการศึกษา
เหรียญที่ระลึกพิธีศีลกำลัง (Confirmation)
พระสังฆราช (Bishop) วางมือลงบนศีรษะเพื่อประทานพรที่ได้รับจากพระจิต และเจิมหน้าผากด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (Chrism) เพื่อยืนยันความเชื่อและเสริมสร้างพลังให้ผู้รับศีล มีกำลัง และพร้อมสำหรับการต่อสู้ทางจิตวิญญาณตามแนวทางของพระคริสต์ตลอดไป

ศิลป์ พีระศรี ถ่ายทอดความหมายของพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยการจัดวางองค์ประกอบและรายละเอียดของเนื้อหา ผ่านทักษะอันยอดเยี่ยมของท่าน นกพิราบที่อยู่ด้านบนเป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) มีลายเส้นสถาปัตยกรรมภายในโบสถ์บริเวณ Chancel-Arch เป็นฉากหลัง และบาทหลวงที่ยืนถือภาชนะใส่น้ำมันคริสมา สำหรับใช้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ร่วมเป็นพยาน
ศีลกำลัง เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยยืนยันศรัทธาอันแน่วแน่แห่งจิตวิญญาณ เพื่อมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิตตามคำสอนทางคริสต์ศาสนา เหรียญที่ระลึกเนื่องในคริสต์ศาสนาของพระศาสจักร แห่งนครวาติกันเหรียญนี้ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยยืนยันและสนับสนุนข้อสันนิษฐานของผู้เขียน เกี่ยวกับผลงานเหรียญที่ระลึกชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ จึงมั่นใจได้ว่าเหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้น่าจะเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงปี 1950 – 1960 เพื่ออุทิศให้กับพระศาสนจักร
เหรียญพระแม่มารีย์ แห่งลูร์ด (Notre-Dame de Lourdes)

เรื่องราวของ เด็กหญิงเบอร์นาเด็ตต์ (Bernadette) ที่พบการปรากฏกายของพระแม่มารีย์ในถ้ำ Massabielle ที่เมืองลูร์ดของฝรั่งเศส ในปี 1858 หลังการออกประกาศของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 เรื่องการปฏิสนธินิรมล (Immaculate Conception) เพียง 4 ปี และวาจา ฉันคือการปฏิสนธินิรมล ของพระแม่ในการเสด็จมาให้ประจักษ์ที่ลูร์ดนั้น เหมือนเป็นการประกาศความถูกต้องและยืนยันความเชื่อของพระศาสนจักร
เหรียญพระแม่แห่งสายประคำแห่งปอมเปอี (Our Lady of the Rosary of Pompeii)
ปลายปี 1875 Bartolo Longo (ปี 1841 – 1926) ฆราวาสโดมินิกันชั้นสาม (Dominican Tertiary) ได้รับภาพวาด Our Lady of the Rosary of Pompeii ที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่าในนาโปลี ภาพวาดพระแม่แห่งสายประคำได้รับการซ่อมแซมจากศิลปินสมัครเล่น และนำประดับไว้ในโบสถ์เมื่อต้นปี 1876 กระทั่งปาฏิหาริย์จากภาพวาดพระแม่สร้อยประคำเริ่มเป็นที่กล่าวขาน ผู้แสวงบุญจำนวนมากจึงเดินทางมาที่โบสถ์แห่งนี้
ปี 1965 ภาพพระแม่แห่งสายประคำแห่งปอมเปอีได้รับการบูรณะ โดยคณะทำงานจากวาติกัน สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 (Paul lX) ทรงประทานพิธีประดับมงกุฎอันศักดิ์สิทธิ์ (Canonical Coronation) ลงบนภาพเขียนนี้ ให้แก่พระแม่และพระกุมารเยซูด้วย

ภาพแสดงเหตุการณ์ขณะที่พระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู (Virgin Mary & Child Jesus) ประทานสร้อยประคำให้แก่ นักบุญโดมินิก (St.Dominic) และ นักบุญแคทเธอรีนแห่งเซียน่า (St.Catherine of Siena) ที่นั่งคุกเข่าอยู่ในเครื่องแต่งกายแบบนักบวชโดมินิกัน (Dominican)
เหรียญนักบุญจอร์จ (Saint George)
ปี 303 จักรพรรดิดิออเกลติอานุส (Diocletianus, ปี 244 – 311) ออกประกาศให้กําจัดคริสตศาสนิกชนทั่วจักรวรรดิโรมัน และบังคับให้ทหารในกองทัพนับถือบูชาเทพเจ้า แต่นายทหารอย่าง นักบุญจอร์จ ปฏิเสธที่จะทําตามคําสั่ง และสารภาพว่าตนเองนั้นนับถือศาสนาคริสต์ จึงทําให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิต นักบุญจอร์จเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความเคารพนับถือและยกย่องเป็นพิเศษในฐานะนักบุญทางทหาร สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและการอุทิศตน

ผลงานภาพเขียน Saint George and the Dragon ทั้ง 2 ชิ้นของราฟาเอลนั้น วาดขึ้นจากตำนานของชาวคริสต์ที่แต่งเสริมขึ้นมาภายหลังเกี่ยวกับ The Dragon of Silene เป็นเรื่องนักบุญจอร์จ ทหารโรมันที่มีความเชื่อแบบคริสเตียนขี่ม้าไปยังเมือง Silene เพื่อปลดปล่อยชาวเมืองจากการคุกคามของมังกร และปกป้องเจ้าหญิงที่เป็นธิดาของกษัตริย์นอกรีต
ฉากปราบมังกร ถือเป็นตอนสำคัญของเรื่องเล่าที่นิยมนำมาถ่ายทอด ภาพของนักบุญจอร์จในชุดอัศวินขณะอยู่บนหลังม้ากำลังใช้หอกสังหารมังกรนั้น แสดงถึงชัยชนะของความดีเหนือความชั่ว

นักบุญจอร์จกลายเป็นแสงสว่างนำทางสำหรับนักรบในภารกิจศักดิ์สิทธิ์ช่วงสงครามครูเสด (Crusades) ตำนานที่กล้าหาญกลายเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะแห่งศรัทธาเหนือความชั่วร้าย อันเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่ศรัทธามานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะเหล่าทหารหาญและผู้ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และความท้าทายจากอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต
เหรียญพระแม่แห่งนกโกลด์ฟินซ์ (Madonna of the Goldfinch)
Madonna of the Goldfinch เป็นภาพเขียนที่แสดงสุนทรียศาสตร์อันโดดเด่นของราฟาเอล ใช้การจัดวางองค์ประกอบหลักอยู่ในรูปสามเหลี่ยม และการจัดวางท่าทางของบุคคลทั้ง 3 ในภาพให้แสดงความใกล้ชิดและสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งผ่านบทสนทนาทางอารมณ์ ด้วยลักษณะใบหน้าที่อ่อนหวานของพระแม่ ตลอดจนภาพทิวทัศน์ที่เหมือนจริงของฉากหลัง

พระแม่มารีย์ประคองนักบุญยอห์นที่ถือนกโกลด์ฟินซ์ (สัญลักษณ์ของความทุกข์ทรมานทางร่างกายและจิตใจของพระเยซูก่อนจะถูกตรึงกางเขน) อยู่ในมือ และพระกุมารเยซูกำลังยื่นมือไปลูบหัวนกโกลด์ฟินซ์ ในท่ายืนทิ้งน้ำหนักแบบ Contrapposto เอนกายพิงพระแม่ ขณะที่เท้าอีกข้างสัมผัสอยู่บนเท้าของพระแม่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความรักของพระแม่ต่อเด็กทั้งสอง ส่วนอาภรณ์บนองค์พระกุมารเยซูที่ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกนั้น อาจเป็นสิ่งที่ทางศาสนจักรต้องการให้ปกปิดไว้

ภาพ The Sistine Madonna (ปี 1513 – 1514) ของราฟาเอล (Raffaello Sanzio da Urbino, ปี 1483 – 1520) ศิลปินคนสำคัญแห่งยุคเรอเนสซองส์ เป็นผลงานรูปพระแม่มารีย์ชิ้นสุดท้ายที่ราฟาเอลสร้างสรรค์ไว้ให้กับพระศาสนจักร ซึ่งมีรูป Cherub หรือเทวดาน้อยมีปีก (Putti) อยูที่บริเวณส่วนล่างของภาพ และเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นของภาพนี้ ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของเครูบที่ ศิลป์ พีระศรี นำมารังสรรค์ไว้บนเหรียญที่ระลึกด้วย
เหรียญพระนางมารีย์ ผู้ปฏิสนธินิรมล (Our Lady of the Immaculate Conception)
ปี 1854 สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 ออกประกาศความเชื่อเรื่องการปฏิสนธินิรมล (Immaculate Conception) ของพระนางมารีย์พรหมจารี หรือการปฏิสนธิของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์โดยปราศจากบาปดั้งเดิม อันถือเป็นข้อยุติของความเชื่อตามธรรมเนียมที่ถือกันมาหลายศตวรรษ
หลักคำสอนของการปฏิสนธินิรมล กำหนดความเชื่อของคาทอลิกว่า พระนางมารีย์ทรงถือกำเนิดมาโดยไม่มีบาป แม้จะกำเนิดจากพ่อแม่ของเธอ (St.Joachim & St.Anne) แต่ก็ยังปราศจากมลทินของบาปดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มของการปฏิสนธิ การชำระและพิทักษ์พระแม่ให้บริสุทธิ์นั้นก็เพื่อสร้างบทบาทอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางในฐานะมารดาของพระคริสต์แห่งพระศาสนจักร

บาร์โตโลเม เอสเตบัน มูริโย (Bartolomé Esteban Murillo, ปี 1618 – 1682) จิตรกรชาวสเปน ผู้สร้างผลงานภาพเขียนเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาอันยิ่งใหญ่แห่งยุคบาโรก (Baroque) โดยเฉพาะภาพการปฏิสนธินิรมลของพระนางมารีย์ในรูปลักษณ์หญิงสาวผู้สวยงาม แลดูอ่อนหวาน ประทับยืนอยู่บนบัลลังก์เมฆและพระจันทร์เสี้ยว โดยมีเด็ก ๆ ที่แสดงอิริยาบถเหมือนลูก ๆ รายล้อมอยู่

พระนางมารีย์ที่ปรากฏอยู่บนผลงานภาพเขียนการปฏิสนธินิรมลที่มูริโยวาดให้โบสถ์ San Antonio de Padua ในเมืองอารันเควซ (Aranjuez) ของสเปนนี้ ถือเป็นภาพที่แสดงสุนทรียศาสตร์แห่งความงามของพระแม่ที่แลดูสง่างามที่สุดในผลงานของมูริโย และยังถ่ายทอดความรู้สึกของการถูกยกขึ้นสู่สวรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย ปัจจุบันภาพ The Aranjuez Immaculate Conception เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติปราโด (Museo del Prado)
เหรียญนักบุญแอนโธนี (Saint Anthony)
นักบุญแอนโธนี (Anthony, ปี 1195 – 1231) แห่งปาดัว (Padua) เป็นนักบุญคาทอลิกที่ได้รับการยอมรับและความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องการเทศนาที่แสดงผ่านความรู้และความเข้าใจอันถ่องแท้ใน พระคัมภีร์ ท่านเข้าร่วมกับคณะฟรานซิสกัน (Franciscan) ที่ก่อตั้งโดย นักบุญฟรานซิส (Saint Francis) แห่งอัสซีซี (Assisi)
ท่านได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญในปี 1232 โดย สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 (Gregory IX) และในปี 1946 สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ประกาศยกย่องให้นักบุญแอนโธนีเป็นนักปราชญ์แห่งคริสตจักร (Doctor of the Church)

ภาพ The Vision of Saint Anthony of Padua ของมูริโย แสดงภาพลักษณ์ของนักบุญแอนโทนีขณะอุ้มพระกุมารเยซู อันเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง ส่วนการโกนศีรษะ Tonsure แบบโรมันของนักบุญฟรานซิสและนักบุญแอนโธนี เป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศตนทางศาสนา
Jesus


ภาพ : Facebook Puttipong Puttansri

ศีลล้างบาป (Baptism)
เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ศีลแรกของชาวคาทอลิก สัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณที่จะช่วยขจัดบาปดั้งเดิม ผ่านพิธีการแช่น้ำอันเป็นเครื่องหมายของการชำระล้างทางจิตใจให้บริสุทธิ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่พระคริสต์
…เมื่อคนทั้งหลายรับบัพติศมา พระเยซูก็ทรงรับด้วย ขณะเมื่อทรงอธิษฐานอยู่ ท้องฟ้าก็เปิดออก และพระวิญญาณบริสุทธิ์ในรูปของนกพิราบก็เสด็จลงมาประทับเหนือพระองค์… (ลูกา, 03.21 – 03.22)
เหรียญที่ระลึกของพิธีศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนานี้แสดงให้เห็นทูตสวรรค์ 2 องค์กำลังช่วยกันประคับประคองเด็กที่ผ่านพิธีศีลล้างบาปขึ้นจากอ่างบัพติศมา ให้เข้ามาอยู่ในอาณาจักรของพระองค์ ผ่านการรับรู้ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) ที่ปรากฏให้เห็นในรูปสัญลักษณ์นกพิราบ
ศีลมหาสนิท (Holy Communion)
ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดและเป็นหลักความเชื่อสูงสุดของพระศาสนจักร สัญลักษณ์ของความใกล้ชิดกับพระคริสต์และพระกายของพระองค์ เป็นการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า
พิธีศีลมหาสนิทเป็นสัญลักษณ์แห่งการไถ่บาปด้วยเลือดและเนื้อของพระเยซูคริสต์ เพื่อระลึกเหตุการณ์ในวันขอบคุณพระเจ้า (มิสซา) เทศกาลปัสกา (Passover) และพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) เมื่อพระเยซูประทานขนมปัง (สัญลักษณ์แทนพระกายของพระองค์) และเหล้าองุ่น (สัญลักษณ์แทนพระโลหิต) แก่บรรดาอัครสาวก อันแสดงถึงความเสียสละของพระองค์และการร่วมสนิทกันอย่างลึกซึ้งในองค์พระคริสต์
เหรียญที่ระลึกพิธีศีลมหาสนิทที่สันนิษฐานว่า ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้นใหม่นี้แสดงรูปของพระคริสต์กำลังโอบกอดเด็กน้อยให้เข้าใกล้พระองค์ ในพระหัตถ์มีถ้วยกาลิกส์ (Chalice) ที่ใส่เหล้าองุ่น และแผ่นขนมปังมีลาย Christogram เป็นตัวอักษรละติน IHS อันหมายถึงพระเยซูคริสต์ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของพิธีศักดิ์สิทธิ์

ศีลสมรส (Matrimony)
พิธีแต่งงานตามแบบคาทอลิก สัญลักษณ์การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของหญิงและชายบนสายสัมพันธ์แห่งรักที่ไม่อาจสิ้นสุด เป็นการสมรสกันของวิญญาณที่จะประสานชีวิตของทั้งคู่เข้ากับคำสอนของพระคริสต์ อันถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับครอบครัว (ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ หรือ Holy Family ประกอบด้วย พระกุมารเยซู พระแม่มารีย์ และนักบุญโยเซฟ)

เหรียญที่ระลึกพิธีศีลสมรสแสดงเนื้อหาจากภาพเขียนการสมรสของพระนางพรหมจารี (Joseph & Mary) ของราฟาเอลที่ได้อิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากอาจารย์ของเขา (Pietro Perugino, ปี 1466 – 1524) นักบุญโยเซฟ (Saint Joseph) ถือกิ่งไม้ที่ปลายผลิดอก (สัญลักษณ์ของ Protoevangelium) ไว้ในมือข้างหนึ่ง และกำลังใช้มืออีกข้างหนึ่งสวมแหวนให้พระนางพรหมจารี ต่อหน้าพระผู้เป็นตัวแทนองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพที่กำลังจับมือของทั้งคู่ไว้ เหมือนเป็นการแสดงความผูกพันบนพื้นฐานของพันธสัญญา ฉากหลังเป็นงานสถาปัตยกรรม Tempietto รูปทรง Spherical อันเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาล ผลงานการออกแบบของ บรามันเต (Donato Bramante, ปี 1444 – 1514)
เหรียญพระคริสตสมภพ (Holy Nativity)
ฟรา บาร์โทโลมิโอ (Fra Bartolommeo, ปี 1472 – 1517) จิตรกรคนสำคัญของฟลอเรนซ์ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ผลงานภาพวาดเนื่องในศาสนาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธา ไม่ต่างไปจาก ฟรา แองเจลิโก (Fra Angelico, ปี 1395 – 1455)

Tondo ภาพการนมัสการพระกุมาร (Adoration of the Child) ของบาร์โทโลมิโอ แสดงเหตุการณ์ตอนพระแม่มารีย์คุกเข่าอธิฐานต่อหน้าพระกุมารเยซูที่นอนอยู่บนเบาะ กำลังเอื้อมมือไปหาพระนางมารีย์ มีนักบุญโยเซฟนั่งแสดงกิริยานอบน้อม มือทั้ง 2 ข้างประคองไม้เท้า ฉากหลังแสดงองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์ตามแบบที่บาร์โทโลมิโอถนัด
เหรียญพระคริสต์สมภพ (Holy Nativity) แสดงให้เห็นถึงลักษณะทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ ศิลป์ พีระศรี อย่างค่อนข้างชัดเจน ซึ่งท่านปรับเปลี่ยนปลายไม้เท้าในมือของโยเซฟให้เป็นสัญลักษณ์รูปไม้กางเขน
เหรียญ Our Lady of Divine Providence
เรื่องราวของ Our Lay of Divine Providence หรือ พระแม่แห่งการปกป้องคุ้มครอง เกิดขึ้นในปี 1521 ที่เมือง Fossano ทางเหนือของอิตาลี เหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับชายใบ้หูหนวกเกี่ยวกับคำเตือนของพระแม่เรื่องโรคระบาด เป็นแรงบันดาลใจให้ ชีปีโอเน ปุลโซเน (Scipione Pulzone, ปี 1544 – 1598) สร้างสรรค์ผลงานภาพวาด Mater Divinae Providentiae ขึ้นในปี 1580 แต่การเคารพบูชาพระแม่แห่งการปกป้องคุ้มครองนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนกระทั่งภาพเขียนของปุลโซเนถูกนำไปประดับไว้ที่โบสถ์ San Carlo ai Catinari กรุงโรม ในช่วงหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17

เหรียญ MADONNA OF FERRUZZI
ภาพ Madonna of the Streets หรือ Madonnina ของ โรแบร์โต เฟอร์รุซซี (Roberto Ferruzzi, ปี 1854 – 1934) ไม่ใช่ภาพเขียนที่เป็นผลงานเกี่ยวกับศาสนา แต่กลับได้รับความนิยมในความหมายที่สื่อถึงพระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู และกลายเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Ferruzzi (นางแบบในภาพวาดนี้คือ Angelina Cian ขณะอายุ 11 ปี กำลังอุ้มน้องชายของเธอ)
ปี 1897 ภาพ Madonna ได้รับการจัดแสดงในงานเทศกาลศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ (Venice Biennale) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอาจจะเคยทอดพระเนตรภาพต้นฉบับของเฟอร์รุซซีก่อนที่ภาพจะสูญหายก็เป็นได้ เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จฯ ร่วมงานเทศกาลศิลปะนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1897 (ก่อนเสด็จฯ เข้าเฝ้า สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ในวันที่ 29 ตุลาคม ปี 1897)
เหรียญนักบุญมิคาเอล อัครทูตสวรรค์ (Saint Michael Archangel)

เทวทูตไมเคิล นักรบแห่งสวรรค์ ทูตสวรรค์ชั้นสูง ผู้มีปีกแห่งความกล้าหาญและพลังแห่งการปกป้องอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสำคัญในประเพณีของคริสเตียน นักสู้ผู้ต่อกรกับซาตานและพวกนอกรีต เป็นตัวอย่างของชัยชนะของความชอบธรรมเหนือความชั่วร้าย
เหรียญนักบุญฟิลิป เนรี (Saint Philip Neri)
นักบุญฟิลิป เนรี (Philip Neri, ปี 1515 – 1595) ชาวฟลอเรนซ์ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Second Apostle of Rome เหรียญที่ระลึกนักบุญฟิลิปซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี ได้แรงบันดาลใจจากภาพ St.Philip Neri ของ เซบาสเตียนโน คอนกา (Sabastiano Conca, ปี 1680 – 1764) ซึ่งการทำภาพเหมือนบุคคลนั้นเป็นความสามารถอันเชี่ยวชาญของประติมากรอย่าง ศิลป์ พีระศรี โดยเฉพาะเทคนิคการพลิก (Flip) ภาพให้แตกต่างไปจากต้นแบบนั้นเราพบเห็นได้บ่อยบนผลงานของท่าน

ในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้พบเห็นผลงานเหรียญที่ระลึกทางศาสนารูปแบบต่าง ๆ ถูกนำออกมาจำหน่ายให้แก่ผู้มาจาริกแสวงบุญที่นครรัฐวาติกัน ซึ่งเอกลักษณ์บางประการที่ ศิลป์ พีระศรี บรรจงฝากฝีมือไว้ให้พระศาสนจักรเมื่อร้อยปีที่แล้วนั้นอาจกลับมาปรากฏให้เห็นกันอีกครั้ง

ความลงตัวของเนื้อหาและความสมบูรณ์แบบของผลงานที่ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกทางจิตใจเหล่านี้ จะถูกใช้เป็นตัวแทนของวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์แห่งศรัทธาและความเชื่อที่หยัดยืนผ่านร่องรอยของกาลเวลา เฉกเช่นภาพเขียนของศิลปินชั้นครูหรืองานสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในศาสนา

เหรียญนักบุญซิเซเลีย (Saint Cecilia)
นักบุญซิเซเลีย นักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักดนตรี ผู้อุทิศตนให้กับพระคริสต์และขับร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ในขณะที่เธอเสียชีวิตจากการเบียดเบียนชาวคริสเตียนในช่วงของจักรวรรดิโรมันสมัยแรก

คาร์โล ดอลชี (Carlo Dolci, ปี 1616 – 1686) เป็นศิลปินชาวฟลอเรนซ์คนสำคัญในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ผู้อุทิศอาชีพให้กับการวาดภาพทางศาสนา
เหรียญพระแม่ระทมทุกข์

Mater Dolorosa ภาพเขียนเนื่องในคริสต์ศาสนาแบบบาโรกของ คาร์โล ดอลชี เป็นต้นแบบให้ศิลปินจำนวนมากสรรสร้างผลงานตามอย่าง ปฏิทินของพระศาสนจักรกำหนดให้วันที่ 15 กันยายน เป็นวัน พระแม่มารีย์ผู้ทุกข์ระทม (Mater Dolorosa) เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่พระแม่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้า 7 ประการ (The Seven Sorrows of Mary) ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นมารดาของพระเยซู
เหรียญที่ระลึกนักบุญลูเซีย (Santa Lucia)
นักบุญลูเซีย (Saint Lucy, ปี 283 – 304) แห่งซีราคิวส์ (Syracuse) บนเกาะซิซิลี (Sicily) เรื่องราวความเชื่อของหญิงสาวผู้มีความกล้าและความหวัง ต้องเผชิญกับการเบียดเบียน (Persecution) ในสมัยจักรพรรดิดิโอเคลเชียน นักบุญลูเซียได้รับการเคารพยกย่องในฐานะที่เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานเกี่ยวกับโรคตา ภาพของนักบุญลูเซียที่ปรากฏจึงมักถือถาดที่มีดวงตาคู่หนึ่งอยู่ด้วยเสมอ (Lucia ในภาษาอิตาลีแปลว่า แสงสว่าง) เป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับการเคารพอย่างสูง

ศิลป์ พีระศรี เคยประสบกับปัญหากับอาการสายตาสั้น หลังจากที่ท่านได้เข้ารับการผ่าตัดแล้ว ต้องนอนพักเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ ท่านถึงกับพูดเปรยว่า ถ้าให้ฉันนอนเช่นนี้ต่อไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ให้ฉันตายเสียดีกว่า
ส่วนเพลง Santa Lucia เดิมเป็นเพลงพื้นเมืองของนาโปลี (Neapolitan Song) มีเนื้อร้องเป็นภาษาเนเปิลส์ (Naples) ได้รับการแปลเป็นภาษาอิตาลีในปี 1849 โดย Teodoro Cottrau (ปี 1827 – 1879) เป็นบทเพลงที่คนเรือร้องเชื้อเชิญให้ผู้คนมาล่องเรือชมความงามของทัศนียภาพบริเวณชายฝั่งของนาโปลี (Napoli) เรียกว่า Borgo Santa Lucia (ตั้งชื่อตามอาสนวิหาร Santa Lucia a Mare ที่ตั้งอยู่ตรงย่านประวัติศาสตร์ของเมือง) ช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะตก ซึ่งบรรดาลูกศิษย์มักจะได้ยินท่านขับร้องเพลงนี้ (และเพลงพื้นบ้านของนาโปลีอย่าง O Sole Mio และ Torna a Surriento ที่ท่านโปรดปราน) ในงานฉลองวันเกิดเป็นประจำ แต่เนื้อเพลง Santa Lucia ในเวอร์ชันภาษาอิตาเลียนที่ชาวศิลปากรขับร้องกันนั้นเป็นเพียงส่วนแรกของเนื้อเพลงทั้งหมด
ในบริบทของกาลเวลาตามปฏิทินของพระศาสนจักร (General Roman Calendar) ที่ประกาศใช้เมื่อปี 1970 กำหนดให้วันที่ 13 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันระลึกถึงนักบุญลูเซีย ชาวคริสต์ที่อยู่ในแถบสแกนดิเนเวียมีประเพณีเฉลิมฉลองด้วยการจุดเทียนและขับร้องบทเพลง Santa Lucia (เวอร์ชันสแกนดิเนเวีย) แต่หากชาวคาทอลิกท่านใดหลงเข้ามาในมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วได้ยินเสียงเพลงนี้ดังขึ้นในวันที่ระลึกของ Mater Dolorosa ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะวันที่ 15 กันยายนของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของ ศิลป์ พีระศรี ศาสดาผู้ให้กำเนิดศาสนา ‘ศิลปะ’
…ศิลปินอดข้าว เขาไม่ตาย แต่ถ้าห้ามเขาไม่ให้ทำงานศิลปะ เขาต้องตาย…
