3 ธันวาคม 2025
391

กว่าบทความนี้จะได้เผยแพร่ งาน Back in Time, Ahead in Style โดย CASIO VINTAGE ก็ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ไม่ต้องเสียใจไป เพราะอย่างที่ Tomoaki Nakamura, Regional General Manager Sales and Marketing Timepiece Division จาก CASIO Singapore กล่าวไว้ว่า 

เทรนด์อาจเปลี่ยนแปลง แต่สไตล์ที่แท้จริงจะไม่มีวันจางหายไป

นี่คืองานที่ย่อประวัติศาสตร์นาฬิกายุค 70, 80 และ 90 ผ่านนิทรรศการ 3 ห้อง ขนทัพนาฬิกาสุดคลาสสิกมาจัดแสดงเพียบ ราวกับเป็นเครื่องประดับตกแต่งหายาก แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ไหน ๆ CASIO VINTAGE ก็เปิดตัวนาฬิกาที่คอลแล็บกับภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future ไปหมาด ๆ เราขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อนที่เราได้ร่วมพูดคุยกับทีมผู้บริหารจากญี่ปุ่นผู้อยู่เบื้องหลังงานนี้ 

ว่าพวกเขาพาเราเดินทางข้ามอดีต มองดูปัจจุบัน แถมยังชวนให้ฝันถึงอนาคตไปพร้อม ๆ กัน ด้วยนาฬิกาเพียงเรือนเดียวได้ยังไง

ของเก่าที่ไม่เคยแก่

CASIO VINTAGE เป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์สำคัญที่นำโมเดลคลาสสิกจากยุค 1970 – 1980 มาประยุกต์เข้ากับรสนิยมสมัยใหม่ จนกลายเป็นนาฬิกาหน้าตาเรียบง่าย แต่ฟังก์ชันเจ๋งแจ๋วไม่แพ้ใคร 

Tomoaki Nakamura เล่าจุดเริ่มต้นของงานนี้ให้ฟังว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แม้อยู่ในยุคแฟชั่นล้ำสมัย สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า CASIO VINTAGE วางตัวเองเป็นมากกว่าแค่นาฬิกา แต่คือสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์

โดยธีม Back in Time, Ahead in Style เป็นธีมในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ในระดับโลกจะปล่อยแคมเปญที่เน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์ของ CASIO VINTAGE ภายใต้สโลแกน Future Classic ด้วยเช่นกัน

“สำหรับ Gen Z และ Gen Alpha ยุคนี้ CASIO VINTAGE อาจเป็นนาฬิกาที่พ่อแม่ของพวกเขาเคยใส่ แต่การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพที่เชื่อถือได้นั้นตอบโจทย์ค่านิยมและสไตล์การแต่งตัวของพวกเขาในปัจจุบัน เราหวังว่าพวกเขาจะรู้สึกถึงเสน่ห์เหนือกาลเวลาของนาฬิกา ซึ่งเป็นที่รักจากรุ่นสู่รุ่น และรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจที่จะนำนาฬิกาเรือนนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์ของตัวเอง” 

ประตูสู่ไทม์แมชชีน

ก่อนจะไปว่ากันต่อว่าทำไมนาฬิกา CASIO VINTAGE ถึงอยู่เหนือกาลเวลา เราอยากให้ทุกคนจินตนาการว่ากำลังอยู่ในงานนี้ร่วมกัน 

เสียงดนตรีคลาสสิกดังคลอตลอดวัน แทรกด้วยเสียงชัตเตอร์ของกล้องฟิล์มเป็นระยะ หากมองในระดับสายตาจะเห็นผู้คนแต่งตัวน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ หากก้มลงไปจะเห็นรองเท้าหนังขัดมันเป็นประกายแวววับ ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ในตำนานสักเรื่อง ที่สำคัญ ทุกคนสวมใส่นาฬิกาสเตนเลสสตีลที่ข้อมืือ 

ภายในมีห้องนิทรรศการ 3 ห้อง ไล่เรียงตามประวัติศาสตร์นาฬิกาในแต่ละยุค เพื่อให้เห็นถึงวิวัฒนาการและนวัตกรรมของ CASIO ตลอดหลายทศวรรษ

ห้องแรกคือยุค 1970 จุดเริ่มต้นของนาฬิกาดิจิทัลที่วางรากฐานให้โลกของ CASIO ได้แก่

1974 – รุ่นแรกสุดของแบรนด์ นาฬิกาดิจิทัลเรือนแรกที่ประกาศการมาถึงของ CASIO บนเวทีนาฬิกาโลก

1976 – รุ่นที่พัฒนาขึ้นโดยเพิ่มฟังก์ชันปฏิทินในนาฬิกา นับว่าทันสมัยสุดในยุคนั้น

1979 – เริ่มการใช้ระบบสแกนสุดไฮเทค ซึ่งตัวเลขจะปรากฏเมื่อแตะบนหน้าจอ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามาก่อนกาลขนาดไหน

ทุกเรือนผลิตจาก Stainless Steel ทั้งตัว ซึ่งกลายเป็นดีเอ็นเอของความทนทานและความเท่ที่ยังครองใจคนหลายยุค

ห้องต่อมาคือยุค 1980 คือทศวรรษที่ CASIO สนุกกับการทดลอง และสร้างโมเดลระดับตำนานที่แฟน ๆ ทั่วโลกหลงรักมาจนปัจจุบัน

1981 – รุ่นที่ปรากฏในภาพยนตร์ Blue Thunder เป็นช่วงที่ CASIO เริ่มเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมป๊อปอย่างเต็มตัว

1983 – นาฬิกาเครื่องคิดเลขรุ่นแรก ยุคนั้้นใครมีขอให้เรียกว่า Hot Nerd ได้เลย 

1984 – นาฬิการะบบสัมผัส ใช้การปัด การแตะ การวาดสัญลักษณ์บนหน้าจอเพื่อสั่งงาน ล้ำมากในยุคที่สมาร์ตโฟนยังไม่เกิด

1987 – นาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์ นับเป็นความพยายามของ CASIO ที่คิดข้ามเวลาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีใครพูดเรื่องความยั่งยืน

ห้องสุดท้ายคือยุค 1990 ที่ CASIO ไม่เพียงทำนาฬิกา แต่เสริมเทคโนโลยีแบบมัลติฟังก์ชันเข้าไปแบบเต็มสูบ

1992 นาฬิกาสีดำหน้าปัดแอนะล็อกแบบเปิด-ปิดได้ ด้านในมีเครื่องคิดเลขสุดเท่ซ่อนอยู่

1993 เป็นโมเดลยุค 90 ที่ล้ำที่สุดรุ่นหนึ่ง วัดอัตราการเต้นของชีพจรได้ Smart Watch ทั้งหลายต้องเรียกพี่

เท่านั้นยังไม่พอ นาฬิการุ่นปี 1999 ยังเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ PC ได้ ลามไปถึงอีกรุ่นที่บันทึกเสียงได้! เหมือนมีเครื่องบันทึกส่วนตัวบนข้อมือ 

โมเดลเท่านี้ก็คงเพียงพอจะทำให้ทุกคนเห็นภาพแล้วว่าทำไม CASIO VINTAGE ถึงมั่นใจที่จะใช้คำว่าเหนือกาลเวลาเป็นตัวชูโรงในตลาดนาฬิกาโลก

BACK TO THE FUTURE

เดิมตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ CASIO VINTAGE คือกลุ่มผู้หญิง เนื่องจากมีเซนส์ด้านแฟชั่นสูงและแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์

แต่วันนี้และวันหน้า พวกเขาจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ คนที่ชื่นชอบความแท้จริง (Authenticity) ความทนทาน และสไตล์ย้อนยุค ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

แม้ CASIO VINTAGE จะเป็นนาฬิกาคลาสสิก แต่ก็ให้ความสำคัญกับเทรนด์มาก

“เทรนด์เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างแท้จริง” Shinji Saito, General Manager and Chief Producer Product Planning Department อธิบาย 

“นักออกแบบวิจัยเทรนด์ที่หลากหลายและนำเสนอต่อทีมวิศวกร แต่มีวัสดุและการออกแบบนับไม่ถ้วนที่อาจใช้ได้กับเสื้อผ้าหรือรองเท้า แต่ใช้ไม่ได้กับนาฬิกา จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แม่นยำและละเอียดมากพอ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้

“สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ CASIO คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานและเหนือกาลเวลาในระดับสากลต่อไป แทนที่จะไล่ตามการออกแบบใหม่ทั้งหมด เราจึงค้นคว้าจากคลังข้อมูลของเรา และนำการออกแบบที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับการเกิดขึ้นของเทรนด์ย้อนยุค 

“สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เริ่มขายดี เราได้ปรับปรุงเพิ่มเติมโดยใช้โทนสีและวัสดุสายนาฬิกา เช่น Milanese Mesh ที่สะท้อนถึงเทรนด์แฟชั่นแบบมินิมอลและโมเดิร์นในปัจจุบัน”

หลังได้ทำงานอย่างใกล้ชิดในการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคเข้ากับการพัฒนาแบรนด์ Mizuki Nomura ตำแหน่ง Brand Product Strategy Specialist เชื่อว่ามีเหตุผล 2 ข้อด้วยกันที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจเทรนด์วินเทจ

หนึ่ง คือความต้องการไม่เหมือนคนอื่นและอยากแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง 

สอง คือมุมมองด้านความยั่งยืน ค่านิยมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ดี ใช้งานได้เป็นเวลานาน และมีแนวคิดว่าสิ่งของจะยิ่งน่าดึงดูดใจมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น เสื้อผ้ามือสองหรือเพลงยุคเก่าจึงกลับมาได้รับความนิยม

“แนวทางของ CASIO ในการพัฒนานาฬิกาค่อนข้างเรียบง่าย เรามองหาคุณค่าที่เป็นสากลอย่างต่อเนื่อง เช่น ความสะดวกสบาย การใช้งานจริง ที่สร้างความประหลาดใจให้ผู้คน ไม่ว่าอยู่ในยุคสมัยใด 

“บางครั้งการมองหานั้นก็ก่อให้เกิด G-SHOCK เป็นนาฬิกาที่ไม่แตก และในบางครั้งก็ก่อให้เกิด CASIO VINTAGE โมเดลเรียบง่าย ใช้งานง่าย พร้อมเสน่ห์แบบวินเทจ เราเชื่อว่ากรอบความคิดหลักนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้นาฬิกาของเราเป็นที่ยอมรับในทุกยุคสมัยและทุกรุ่นอายุ” Shinji Saito กล่าว

วันวานยังหวานอยู่

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ CASIO VINTAGE ยังคงสดใหม่อยู่เสมอ คือการทำโปรเจกต์คอลแล็บสุดสนุกกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ตลอดจนภาพยนตร์และเกมที่ปลุกความคิดถึง เช่น Back to the Future ภาพยนตร์ในตำนานที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หรือ Stranger Things ซีรีส์ยอดฮิตที่เตรียมวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ 

Marie Yoshizawa, Brand Marketing Strategy Specialist กล่าวปิดท้ายว่า CASIO VINTAGE ให้ความสำคัญกับเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมมาก เพื่อให้สอดคล้องกับคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน

“ตอนที่เราพัฒนา CASIO VINTAGE ครั้งแรก เรามุ่งเน้นไปที่การใช้งานจริงและฟังก์ชัน ไม่ใช่แฟชั่น แต่ผู้ที่สนใจแฟชั่นและคนทำงานสร้างสรรค์ได้ค้นพบ CASIO VINTAGE และเริ่มสวมใส่มัน นั่นช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้เราเป็นนาฬิกาแฟชั่น ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราเข้าถึงไม่ได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว เราซาบซึ้งใจในเรื่องนี้มาก และต้องการสานต่อการมีส่วนร่วมกับพวกเขา

“การสื่อสารของ CASIO VINTAGE มุ่งมั่นจะถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแบรนด์ที่เป็นที่รักและถูกใช้งานโดยผู้คนจำนวนมากมาเกือบ 50 ปี เราอยากบอกว่า CASIO VINTAGE จะยังคงนำเสนอสไตล์และคุณค่าที่อยู่เหนือรุ่นอายุและพรมแดน และตั้งเป้าที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่อยู่เคียงข้างคุณในชีวิตประจำวัน”

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ทยาวีร์ สุพันธ์

ช่างภาพอิสระ บ้านอยู่ภูเก็ต หลงรักการดื่มกาแฟ ขับรถเที่ยว ชมธรรมชาติ การถ่ายรูปทะเลและผู้คน ชอบดนตรี ตีกลองเป็นงานอดิเรก