13 มิถุนายน 2025
660

ทุกครั้งที่มีข่าว Cannes Lions ครั้งใหม่

สื่อมักพูดถึงงานที่เป็นตัวเต็งรางวัล ไม่ก็หัวข้อเสวนาว่าปีนี้ใครมาพูดบ้าง

Cannes Lions 2025 มีสิ่งที่เราน่าดูเพิ่มขึ้นว่า 2 เรื่องข้างบนมันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่างที่จะมีผลต่อวงการในอนาคตด้วยซ้ำ

งานนี้มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Cannes Lions International Festival of Creativity จัดทุกกลางเดือนมิถุนายน ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เทศกาลนี้คือการรวมตัวผู้บริหาร นักการตลาด ครีเอทีฟ และคนทำงานสาย Communication ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

งานนี้เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย ทั้งโอกาสในการดูงานดีที่ไม่เคยเห็น โอกาสสร้างคอนเนกชันใหม่ (ถึงขั้นมีสกู๊ปจากบางสื่อเล่าว่าถ้าอยากได้ Offer งานใหม่จากเทศกาลควรทำอย่างไร) เมื่องานนี้เปิดตัว ทยอยประกาศ Line up เราสังเกตว่ามีบางอย่างในงานเปลี่ยนไป บางช่วงน่าสนใจจนน่าจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ชม ทั้งคนที่ไปที่คานส์หรือคนที่ดูจากทางบ้าน

The Cloud ในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการ (Representatives) ของเทศกาล ขอทำหน้าที่คัด 4 ไฮไลต์จาก Cannes Lions 2025 ที่น่าจะเปลี่ยนเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ชมทุกคน

เมื่องานสร้างสรรค์กลายเป็นงานระดับประเทศ

คานส์ปีนี้มีโซนใหม่ชื่อว่า ‘Country Pavilion’

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันคือการรวมบูทจากหลายประเทศ ไม่ได้แบ่งเป็นบริษัทเหมือนบูทที่มีอยู่แล้วตามชายหาดและอาคารในบริเวณรอบเทศกาล

Move นี้คล้ายกับตอนที่ Cannes Lions เริ่มเปลี่ยนจากเทศกาลที่จัดเพื่อครีเอทีฟเท่านั้น เป็นงานที่เปิดกว้าง ดึงแบรนด์เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ในช่วงปีหลังเราเริ่มเห็นช่วงสัมมนาในคานส์ที่ดึงรัฐบาลเข้ามาพูดมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเพราะการปรับตัวของเอเจนซี่ที่ทำงานให้รัฐมากขึ้น ทั้งในลักษณะของงานโฆษณา หรืองานแนว Transformation องค์กร การสัมมนาปีนี้ก็มีประเทศอย่างบราซิล ญี่ปุ่น จีน มาเล่าเรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่มองในระดับ ‘ประเทศ’ มากขึ้น มีการให้รางวัล Creative Country of the Year เป็นครั้งแรก ได้ขึ้นเวทีรับรางวัล ประเทศที่ได้คือบราซิล

Country Pavillion จะเป็นบูทที่รวมข้อมูลเกี่ยวกับงานครีเอทีฟในแต่ละประเทศ เป็นที่ชุมนุมนัดพบสำหรับคนที่อยากทำอะไรสักอย่างในประเทศนั้น โมเดลนี้ไม่ได้ใหม่ ถ้ายกตัวอย่างใกล้ ๆ คืองานเทศกาลหนังเมืองคานส์ Cannes Film Festival ก็มีโซนนี้ ใครที่กำลังตามหาโลเคชันใหม่ ๆ อยากไปถ่ายหนังในประเทศไหน อยากได้ส่วนลดอะไร หรืออยากหาคอนเนกชันใหม่ ๆ ก็ไปที่บูทประเทศนั้น

ส่วนประเทศไทยจะมีบูทในโซนนี้เมื่อไหร่ มารอลุ้นกัน

Cannes Lions ที่เปิดกว้างมากที่สุด

เรื่องที่คนไม่ชอบ Cannes Lions ที่สุด คือบัตรแพง (มาก)

แม้จะแพงด้วยเหตุผลทางต้นทุน แต่บริษัท Ascential ผู้จัดงานก็พยายามปรับตัวด้วยการเพิ่มประเภทบัตร (Pass) หลายแบบอิงกับกระแสในวงการ

บัตรแต่ละประเภทสะท้อนว่าเทศกาลกำลังสนใจใครเป็นพิเศษ คนกลุ่มไหนที่กำลังมีอิทธิพลในวงการสร้างสรรค์ เช่น ปีที่แล้วมีการเพิ่มบัตรประเภท Creator เพื่อรองรับ Content Creator ที่มีบทบาทกับงานสื่อสารมากขึ้น ดูประเภทบัตรก็เหมือนได้เห็นภาพรวมอุตสาหกรรมไปในตัว

บัตรมีหลายแบบมาก แนะนำให้ดูเต็ม ๆ ได้ที่ www.canneslions.com/pass-picker เราสรุปมาให้ว่ามีแบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้

Emerging Talent

บัตรสำหรับเข้างานปกติ คนส่วนใหญ่จะซื้อแบบ Classic (4,295 ยูโร) และคิดว่ามีราคาเดียว แต่ความจริงมีประเภทย่อย ๆ อีก เช่น Student สำหรับนักเรียนอายุ 23 ปีหรือต่ำกว่า (995 ยูโร) Young Lion (2,095 ยูโร) เหมือน Student แต่ให้กับคนทำงานอายุ 30 ปีหรือต่ำกว่า บัตรแบบ Creative Acedemy (2,825 ยูโร) สำหรับคนที่มาเรียนคอร์สพิเศษใน Cannes Lions เปิดรับสมัครแค่ 30 คน

Marketers

บัตรแบบนี้สำหรับคนฝั่งแบรนด์ที่ไม่ได้อยากมาฟังสัมมนาหรือรู้ผลรางวัลอย่างเดียว แต่อยากมาหาคอนเนกชัน เจอผู้บริหารดัง ๆ ตัวเป็น ๆ บัตรนี้จะเปิดให้เราเข้า Session พิเศษที่จะได้เจอคนระดับนี้ ราคาจะแพงกว่าปกติ เฉลี่ยประมาณ 6,000 กว่ายูโร

ล่าสุดหลังจาก LIONS (ชื่อหน่วยงานที่ดูแลเทศกาลและบริการที่เกี่ยวข้อง) ควบรวมกับเทศกาลของฝั่งการตลาด Effie ก็มีบัตรประเภทใหม่ Effie Academy บัตรที่เราจะได้เข้าเทรนนิงเพื่อทำงานการตลาดสาย Effectiveness และ Strategy โดยใช้ความรู้ของ Effie ที่มีอยู่แล้วมาช่วยเสริมแกร่งให้นักการตลาดยิ่งขึ้น

VIP

แม้เป็นบัตรแพงสุด แต่ข้อดีมาก ๆ ของบัตรระดับ Gold Plus (7,345 ยูโร) และ Platinum (10,945 ยูโร) คือจองโรงแรมระดับ 4 – 5 ดาวที่อยู่ใกล้สถานที่จัดงานได้ ค่าห้องโรงแรมที่คานส์แพงอยู่แล้วและมักจะเต็มเร็ว บัตรแบบที่ว่าการันตีได้ว่าคุณจะมีที่พักแน่ ๆ เดินไม่ไกล ของกินเพียบ เหมาะมากสำหรับทีมงานที่อยากหาตั๋วให้ผู้บริหารไปเทศกาลแบบไม่ต้องลุ้นอะไรหน้างาน

นอกจากนี้ยังเข้า Lounge พิเศษชื่อว่า ‘Clubhouse’ นั่งพักได้ ขนมและเครื่องดื่มพร้อม เวลามีประชุมเจอคนใหญ่ ๆ มักจะนัดที่นี่กัน

Entrepreneurs

บัตรสำหรับผู้ประกอบการราคาย่อมเยา บัตรสำหรับ Creator ราคา (1,185 ยูโร) บัตร Start-up (1,295 ยูโร) บัตร 2 ประเภทนี้เป็นการปรับตัวของ Cannes Lions เปิดกว้างกับอาชีพที่เป็นกระแสในวงการให้เข้าถึงเทศกาลง่ายขึ้น

Fund Opportunity

LIONS ยุคหลังจริงจังกับการให้ทุนมาก ใครที่ได้ทุนจะมาเข้าคอร์สเรียนแบบ Exclusive ที่คานส์ ได้บัตรเข้างาน และได้อยู่ในวงคอนเนกชันของเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น ‘See It Be It’ ให้กับผู้หญิงเก่งในอุตสาหกรรม ‘ERA Programme’ ทุนสำหรับคนชายขอบหรือคนที่ได้รับโอกาสน้อยในอุตสาหกรรม ‘Roger Hatchuel Student Academy’ ทุนสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนปีสุดท้ายก่อนทำงาน

Digital

ถ้าคุณอยากฟังสัมมนาแต่ไปคานส์ไม่ได้ แนะนำให้ซื้อบัตร Digital Pass (349 ยูโร) ดูสัมมนาย้อนหลังได้ทางเว็บ Love The Work มุมกล้องดีและใกล้กว่าคนที่ไปฟังในห้องเสียอีก

ปีนี้มีบัตรใหม่ที่น่าสนใจดีคือ Connector Pass บัตรนี้ทำให้เราเข้าไปใช้แอปพลิเคชันของเทศกาล Cannes Lions ได้ ในนั้นจะมีข้อมูลของคนที่มาร่วมในเทศกาล ‘ทั้งหมด’ มีช่องทางติดต่อครบ (เท่าที่เจ้าตัวอนุญาตเปิดเผย) บัตรนี้เหมาะกับคนที่อยากหาคอนเนกชันแต่ไม่ได้ไปที่งาน ประเด็นคือบัตรแบบนี้ฟรี (จำนวนจำกัด) สิทธิ์ที่ได้ก็ถือว่าตอบโจทย์คนดีเหมือนกัน

ประสบการณ์ Exclusive จากแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายขึ้น

กิจกรรมใน Cannes Lions ไม่ได้อยู่แค่ในฮอลล์จัดงาน Le Palais des Festivals แต่กระจายไปตามโซนย่อย ๆ ตามแนวชายหาดหรือในโรงแรม

เจ้าของโซนเหล่านี้คือ Sponsor ของเทศกาล ส่วนใหญ่จะเป็น Network เอเจนซี่ใหญ่ ๆ บริษัทสื่อหรือ Entertainment พักหลัง ๆ เป็นแพลตฟอร์มหรือแบรนด์ดัง ๆ ในยุคหลัง ถ้าใครจะเข้าโซนเหล่านี้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ทะเล่อทะล่าเข้าไปไม่ได้ (ยกเว้นใครที่ทำงานในเอเจนซี่ภายใต้เครือข่ายเดียวกันจะเข้าได้เลย) ซึ่งลิงก์ลงทะเบียนค่อนข้างกระจัดกระจาย ต้องตั้งใจหาหน่อย ด้านในมีอาหารเครื่องดื่มและทอล์กพิเศษที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมปกติ บางช่วงบางปีน่าสนใจกว่าช่วงที่อยู่ในฮอลล์เสียอีก

ในแอปพลิเคชันปีนี้รวมลิงก์ลงทะเบียนของโซนเหล่านี้ให้หาเจอในแอปฯ ง่ายขึ้น เปิดกว้างต่อคนทั่วไปมากขึ้น แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็เล่าความอยากเปิดกว้างของแพลตฟอร์มเหล่านี้มากขึ้น

ตัวอย่างหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น ‘Advertising in the Retail-tainment Era’ ที่ Amazon Port งาน Entertainment ยุคใหม่ที่มาลุยตลาด Retail เต็มตัว ‘Navigating the Noise and Mastering the Moment in Today’s Digital Landscape’ ที่ Meta Beach คนยุคนี้มีภาวะ Content Overload มากขึ้น แบรนด์จะแก้ปัญหายังไง ‘LIONS B2B Summit’ งานประชุมคนทำงานสาย B2B ที่ใหญ่ที่สุดในเทศกาล จัดโดย LinkedIn (อัปเดต : งานนี้ที่นั่งเต็มแล้วเรียบร้อย)

ข่าวหนึ่งที่น่าสนใจก่อนเรามาคือ Mark Read ซีอีโอของเครือข่าย WPP ประกาศลาออกกะทันหัน เขาจะมาแถลงเรื่องนี้ที่คานส์ เดาว่าน่าจะไปที่โซนของ WPP ในงานนั้นเอง

สัมมนาที่บ่งบอกทิศทางอุตสาหกรรม

David Droga ตำนานครีเอทีฟเล่าว่า สัมมนา Cannes Lions ปีที่แล้วเต็มไปด้วยคนจากบริษัทเทคโนโลยี (ซึ่งเขาคิดว่าเป็นข้อดี)

แต่ปีนี้กลับกัน ในสัมมนามีช่วงของบริษัทด้าน AI ไม่เยอะเท่าปีก่อน สาเหตุหนึ่งคือ AI พัฒนากันเร็วมาก จะเอาเรื่องไหนมาพูดในเทศกาลก็โดนคู่แข่งเกทับในเวลารวดเร็ว แต่ตัวสัมมนาก็ยังน่าสนใจอยู่ มีผู้เล่นใหม่ ๆ มากขึ้น

ใครขยันอยากดูรายละเอียดเต็ม ๆ เชิญทางนี้ www.canneslions.com/festival/programme#/agenda ใครเวลาน้อย ช่วงที่เราคัด ๆ มาว่าน่าฟังดี มีดังนี้

The Creator Economy in Focus : The 2025 Influencer Pricing Report
SevenSix Agency

เห็นชื่อเอเจนซี่อาจจะไม่ร้องอ๋อ แต่สิ่งที่ SevenSix ทำน่าสนใจนั่นคือทำวิจัยการใช้ Influencer โดยเจาะไปที่ ‘การเงิน’ เพราะเชื่อว่าการใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ยุคนี้มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสมาก ค่าตัวแต่ละคนไม่มีหลักการชัดเจน Charlotte Stavrou ผู้ก่อตั้งเลยทำวิจัยและเอารายงานมาเล่าที่เทศกาล เป้าหมายคือให้อินฟลูเอนเซอร์และ Creator รู้คุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง ตั้งราคาที่เหมาะสมมากขึ้น ส่วนฝั่งแบรนด์ก็ได้ความรู้ว่าควรจะทำงานกับพวกเขาอย่างไรให้ราบรื่นและงานออกมาดีด้วย

Neurodivergent Minds : They Don’t Need Advertising – Advertising Needs Them.
Havas

Neurodivergent แปลว่า ความหลากหลายทางระบบประสาท สมัยก่อนถ้าพูดคร่าว ๆ จะหมายถึงคนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้หรือออทิสติก แต่ความหมายจริง ๆ เรื่องนี้ลึกและกว้างกว่าที่คนเข้าใจมาก

คำนี้เริ่มถูกพูดถึงในวงการพัฒนาเมือง ปรับย่านให้เข้ากับคนที่มีภาวะระบบประสาทหลากหลาย ในวงการสื่อสารเองก็เช่นกัน แม้คำนี้จะยังใหม่มาก แต่ผลสำรวจจาก Havas บอกว่าคนรุ่น Gen Z ทั่วโลกถึง 53 เปอร์เซ็นต์มีภาวะนี้ นั่นทำให้แบรนด์มีโอกาสที่จะสื่อสารผิดพลาดถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ สัมมนาช่วงนี้จะแนะนำว่าเราควรทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้

AI and the Future of Creativity
Microsoft

น่าจะเป็นช่วง AI ที่น่าฟังที่สุดปีนี้ เพราะคนที่มาพูดคือ Mustafa Suleyman ผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind (Google ซื้อไปเมื่อปี 2014) Mustafa เพิ่งมาย้ายมาที่ Microsoft และเป็นซีอีโอของ Microsoft AI ที่เพิ่งเปิดตัวหมาด ๆ ช่วงนี้เป็นเหมือนการสรุปเรื่อง AI ในรอบปีที่ผ่านมา และบอกเราว่าข่าวไหนที่ปล่อยไปก็ได้ ข่าวไหนที่สำคัญจริง ๆ 

What 20 Years of YouTube Reveals About Creativity’s Future
YouTube

ปี 2011 Google เคยเสนอหุ้นมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ Neal Mohan เพื่อรั้งเขาไม่ให้ไป Twitter (X) ที่จ้องจะซื้อตัวเขาไปร่วมงานในปีนั้น

ข่าวข้างบนบอกเราว่านีลเก่ง พื้นเพเขาก็น่าสนใจ นีลเป็นลูกครึ่งอินเดีย-สหรัฐอเมริกา เคยทำงานสายโฆษณา ไปร่วมกับ YouTube ในฝั่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ นั่นทำให้เขาเข้าใจหลังบ้าน YouTube ดีมาก ๆ รู้ว่าคนฝั่งเอเจนซี่และแบรนด์ต้องการอะไร สัมมนาช่วงนี้จะเผยทุกเรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้ ถ้าคุณอยากเก่งเรื่อง YouTube ควรฟัง

The Festival Lowdown

ช่วงนี้ช่างคิดดี สัมมนาใน Cannes Lions เยอะมาก คนเข้าไม่ทัน ช่วงนี้เลยช่วย ‘สรุปให้’ ว่าสัมมนาของงานวันก่อนหน้ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ใครตามไม่ทันมาฟังได้

Creative in Action

คนวิจารณ์ Cannes Lions ช่วงหลังว่าเต็มไปด้วยสัมมนาการตลาด ไม่ครีเอทีฟเหมือนก่อน เลยมีช่วงใหม่ที่เรียกว่า ‘Creative in Action’ ชวนครีเอทีฟดี ๆ 3 คนมาเล่าวิธีทำงานให้ฟัง มีเกือบทุกวัน Speaker จะเวียนบริษัทไปเรื่อย ๆ ไม่โรแมนติก เอาเคล็ดลับไปใช้ต่อได้เลย

อ่านทั้งหมดนี้แล้วยังไม่จุใจ ขอแนะนำ World Creative Review 2025 งานที่ The Cloud ในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการ (Representatives) ของ Cannes Lions สรุปเนื้อหาสำคัญของงานมาเล่าให้ฟัง คัดงานเด็ด ๆ มาให้ดู ชวนรุ่นใหญ่ของวงการมาถกกันเรื่องปัญหาในโลกความคิดสร้างสรรค์ ชวนกรรมการไทยในเทศกาลมาเล่าให้ฟังว่างานระดับโลกที่ได้รางวัล เขาได้เพราะอะไร

World Creative Review 2025 จัดร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA), สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D), Cannes Lions, True Digital Park, คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งานจัดวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่ชั้น 3 ห้อง Grand Hall, True Digital Park West บัตรราคา 990 บาท บัตร Early Bird ราคา 842 บาท (ซื้อได้ถึงวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568) และบัตรราคาพิเศษสำหรับนักศึกษา ราคา 390 บาท (ต้องแสดงบัตรนักศึกษาก่อนเข้างาน) ดูรายละเอียดได้ที่นี่

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก