4 กรกฎาคม 2024
2 K

จบไปแล้วกับงาน Cannes Lions 2024 Review ที่ True Digital Park West เราตั้งใจจัดงานเหมือนยก Cannes Lions มาไว้ในประเทศไทย ทำให้ทั้ง 600 ที่นั่งของฮอลล์คับคั่งไปด้วยผู้คนตลอดวัน

ผลงานกว่า 26,753 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีชิ้นไหนน่าจับตา เรื่องราวที่นำเสนอมีความน่าสนใจอย่างไรจึงได้รับการยอมรับ และเบื้องหลังความสำเร็จของผลงานไทยที่ไปคว้ารางวัลในงานนี้

แต่สำหรับใครที่พลาดไป เราก็สรุปเรื่องสำคัญ พร้อมบทเรียนน่าสนใจจากแคมเปญและเสวนาตลอด 10 ช่วง สกัดเป็นบทเรียนเน้น ๆ มาฝาก

Behind The Works
ถอดบทเรียนเบื้องหลังความสำเร็จ 
จาก 2 งานไทยที่คว้าสิงโตทองคำ

‘Krungsri First Choice

ก่อนอื่นเราขอเล่าเบื้องหลังของโฆษณาให้ฟังสักนิด Krungsri First Choice มีจุดเด่นอยู่ที่ ‘อนุมัติง่าย อนุมัติไว’ ด้วยเป้าหมายในการเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น เพื่อจะขยาย Brand Impact และ Brand Love ไปพร้อม ๆ กัน

บทเรียนที่ 1 : Brand มีโจทย์ที่ชัดเจน

แบรนด์ต้องตกผลึกความคิดตัวเองและสื่อสารจุดยืนที่ต้องการอย่างชัดเจน รวมถึงการบรีฟความคาดหวังและต้องการสื่อสารออกมาในทิศทางไหน เพื่อทำให้ Creative Agency และ Production House เห็นโจทย์ชัดและมีเป้าหมายเดียวกัน 

บทเรียนที่ 2 : ไอเดียที่เชื่อมกับกลุ่มเป้าหมาย

ยกตัวอย่างจากโฆษณา Krungsri FirstChoice : What The Fast ที่ 3 เหตุการณ์ดึงความสนใจของคนดูได้ทันที อย่างเหตุการณ์ง้อแฟน ขอพ่อไปทะเลกับแฟน หรือบอกความในใจ ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้คงเป็นสถานการณ์ที่ชาววัยรุ่นถึงวัยทำงานต่างคุ้นเคยไม่น้อย 

อีกหนึ่งตัวอย่างที่สร้างความเซอร์ไพรส์อย่างโฆษณา Krungsri First Choice : Take Time to Try, Take Time to Fail ที่เล่าเรื่องความฝันว่าเราต่างมีความหวังลึก ๆ ซ่อนอยู่ในใจ ชีวิตเราไม่ได้เป็นเส้นตรง และต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ลองผิดลองถูก คนในยุคนี้คงเหนื่อยกับการค้นหาตัวเอง ซึ่งหนังเรื่องนี้จะเข้าไปกอดผู้ชมไม่น้อย 

บทเรียนที่ 3 : รู้จักเลือกและใช้สิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด 

Creative Agency เล่าว่าในโฆษณา Krungsri First Choice : Take Time to Try, Take Time to Fail เลือก พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาเป็นนักแสดงหลักในการถ่ายทอด “เราพยาพยามใช้เรื่องจริงจากชีวิตนักแสดงมาเล่า ไม่ใช่ให้เขาเป็นเพียงแค่ตัวกลางในการดึงดูดผู้ชม” 

หน้าที่หลักของ Creative Agency คือการทำการบ้านจากภูมิหลังของนักแสดง เพื่อนำมาเชื่อมกับแบรนด์และหาจุดร่วมในการนำเสนอ ซึ่งในปีนี้ Creative Agency เลือกที่จะถ่ายทอดมุมมองของเรื่องความฝัน จึงใช้เรื่องราวของพีพีที่มีหลายความฝันในแต่ละช่วงชีวิต ผ่านการลองผิดลองถูกมาเช่นเดียวกัน สังเกตในช่วงท้ายของโฆษณา ตัวละครสุดท้ายที่ลงหีบไปคือนักบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันของเขา

‘สัมมากร’ ที่ไม่ใช่ ‘สรรพากร’

ย้ายค่ายมาดูงานอีกชิ้นจากแบรนด์อสังหาฯ กับโฆษณาที่พาให้คนดูอย่างเรายิ้มตาม ตลกขบขันกับเรื่องราว ซึ่งแท้จริงแล้วสร้างจากเรื่องจริงที่มีคนมากมายเข้าใจว่า สัมมากร คือที่ยื่นภาษี ไม่ได้ขายบ้าน 

สัมมากรยื่นบรีฟสุดสั้นจนพา ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง เพราะบรีฟที่ว่ามีเพียงประโยคเดียวคือ ‘สัมมากรขายบ้าน’ แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือบรีฟสั้น ๆ ประโยคเดียวนี้พารางวัล Gold หมวด Film จาก Cannes Lions 2024 กลับมาที่บ้านสัมมากรด้วย วันนี้เราเลยถอด 2 บทเรียนเน้น ๆ จากผู้อยู่เบื้องหลังโฆษณาตัวนี้

บทเรียนที่ 1 : กล้าจะแตกต่าง

หลาย ๆ แบรนด์ไม่กล้าใช้จุดอ่อนของตัวเองมานำเสนอเพราะต้องการให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูดี แต่สัมมากรกล้าที่จะล้อตัวเอง ชูความจริงที่น่าอับอายและขบขันมาสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา อย่างการยอมรับว่าคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับชื่อแบรนด์สัมมากรอยู่มาก บ้างคิดว่าคือสรรพากร สํามะโนประชากร สัมมนา หรือสัมมาสัมพุทโธ

บทเรียนที่ 2 : ส่วนผสมที่ดีภายในทีม

การร่วมมือที่ดีระหว่างลูกค้า Creative Agency และ Production เปิดพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ทุกฝ่ายต่างเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดีให้แก่กัน จึงนำไปสู่การสร้างผลงานชิ้นเอก

ในงานนี้ยังมีแขกรับเชิญอย่าง ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย มาร่วมปรากฏตัวผ่าน Video Call 

จุดเด่นข้อหนึ่งของหนังสัมมากร คือ Casting นักแสดง ต่อเฉลยว่าตั้งใจเลือกคนมาแสดงเป็นพนักงานให้มีคาแรกเตอร์ดูเป็นคนจน เพราะคนที่มาซื้อบ้านส่วนใหญ่เป็นคนรวย เคยจนมาก่อน จะเกิดความรู้สึกเห็นใจกว่า และช่วยผลักดันให้เนื้อหาน่าสนใจขึ้นด้วย

Direction of Creativity 2024

10 ทิศทางวงการสร้างสรรค์

Cannes Lions ปีนี้ หลายหมวดมีชิ้นงานส่งเข้ามาเพิ่มขึ้น ในขณะที่บางหมวดมีเทรนด์การเล่าไม่เหมือนเดิม แล้วความเปลี่ยนแปลงนี้บอกอะไรเราบ้าง The Cloud จะมาสรุป 10 ทิศทางของวงการสร้างสรรค์ในปีนี้ให้ทุกคนฟัง

Post-purpose Works : ในยุคปัจจุบันงานที่เป็นงาน Purpose เดี่ยว ๆ มีน้อยลง แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่แบรนด์ต้องมี เพราะการมี Purpose หมายถึงแบรนด์ทำสิ่งที่มาตอบโจทย์สมดุลของชีวิตให้ลูกค้าได้ ซึ่งสิ่งนี้ก็สร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับแบรนด์ได้เช่นกัน

Brand Loosen Up Their Approach : เสียงและความเชื่อของแบรนด์ก็เป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง นอกจากนี้วงการโฆษณายังพูดเรื่องจริงจังมาพักใหญ่ อาจถึงเวลาที่จะทำให้มีความสนุกและมีอารมณ์ขันมากขึ้นได้แล้ว 

Creator’s Matter : ในไทยและฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีตลาดครีเอเตอร์ที่ล้ำหน้าโลกไปไกลแล้ว ส่วนมุมมองของฝั่งครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีต่อแบรนด์นั้น นอกจากการได้ผลกำไรแล้ว ยังคาดหวังจะสร้างผลงานที่มีความหมายและสร้างคุณค่าให้ตัวเขาเช่นกัน

Inclusivity : แคมเปญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น หลายครั้งพวกเขาคือคนชายขอบหรือคนที่ถูกละเลยในสังคม งานที่เน้นเรื่องนี้สร้างผลดีต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น

Right Way to Use AI : เสวนาของบริษัทแนวหน้าด้านเทคโนโลยีนำเสนอมุมมองต่อ AI ต่างกันไป

OpenAI – การพยายามศึกษาบทบาท AI ที่จะมีผลต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์ 

X หรือ Twitter – คิดตรงข้ามกับคน Creative สิ่งที่ AI ทำได้ก็ควรปล่อยให้ทำไป

Microsoft – นำ AI มาพัฒนา Work Flow 

Meta – พยายามประนีประนอมว่าศิลปะกับ AI จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

The Conversation on Human Centric : ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ยังคงมีการพูดถึง AI อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่ามีหลายชิ้นงานที่แบรนด์นำ AI มาใช้ แต่เพราะการเติบโตของเทคโนโลยีที่รวดเร็วจนแม้แต่คานส์เองก็ตามไม่ทัน ทำให้บทสนทนาไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่ากับปีก่อน ๆ ปีนี้แบรนด์กลับมามองเรื่องความเป็นมนุษย์มากขึ้น

มีชื่อ 2 เสวนาที่ทั้งน่าสนใจและน่าปวดใจมาก หนึ่งคือ Age Average 

สองคือ Death of Creativity From Algorithm : บรรยากาศในงานผู้คนก็พูดคุยกันในเรื่องเทคโนโลยีมากกว่า Creativity อย่างที่คิดว่าควรจะเป็น พื้นที่จัดบูทโซน Prime ในเทศกาลก็เต็มไปด้วยบูทของแพลตฟอร์ม แบรนด์ต่าง ๆ ก็ขยับพื้นที่ให้แพลตฟอร์มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Women with Sport : เป็นประเด็นที่มีมาต่อเนื่อง แต่ปีนี้มีส่งเข้ามามากเป็นพิเศษ และหลายผลงานก็โดดเด่น อย่างงานที่ได้ Grand Prix ถึง 2 รางวัล อย่าง WoMen’s Football ซึ่งกลายเป็นสื่อการสอนและเป็นโฆษณาที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีสารดคี We Are Ayenda เสนอโดย WhatsApp

Rise of Innovation in Health and Pharma : เรื่องนวัตกรรมทางสุขภาพยังอยู่ในกระแส มีผลงานที่ได้รางวัล Grand Prix คือ Magnetic Stories โดย Siemens Healthineers 

Misinformation : ข้อมูลเท็จคือเทรนด์ที่มาแรงของโลกปีนี้ หลายบริษัททำการรับรองข้อมูลเนื้อหาที่ถูกต้อง อย่างการใช้โค้ดที่เรียกว่า C2PA ฝั่งอยู่ในคอนเทนต์ของบริษัทไว้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ 

How to Use AI in Thailand Creative Industry 

ใน Cannes Lions 2024 มีเสวนาเกี่ยวกับเรื่อง AI เยอะมาก หนึ่งในนั้นคือบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Accenture Song มาพูดถึงเรื่องการทำงานร่วมกันของ AI และมนุษย์ 

ดังนั้น เพื่อให้ได้ประสบการณ์เหมือนกับคานส์ที่สุด เราจึงเชิญ แม็ค-สุนาถ ธนสารอักษร กรรมการผู้จัดการ Accenture Song ประเทศไทย และ ออ-ปภพ เชาวนปรีชา Executive Creative Director of Rabbit’s Tale, Part of Accenture Song มาชวนคุยเรื่องการนำ AI มาใช้ในบริบทของไทย และการทำงานกับ AI ในวงการ Creative และ Marketing 

โดยในเทศกาล การเสวนาเกี่ยวกับ Generative AI เป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนให้ความสนใจที่สุด ถือเป็นประเด็นใหญ่ของโลก และส่งผลต่อวงการอย่างมาก คือการนำ GenAI มาใช้ในการทำงาน โดย Accenture Song ร่วมมือกับ Adobe เกิดเป็น Adobe GenStudio เป็นเครื่องมือช่วยสร้างระบบการทำงาน ตั้งแต่การวางแผน กระบวนการสร้างและออกแบบ จนส่งต่อและการเผยแพร่ แล้วจะนำข้อมูลอินไซต์ต่าง ๆ กลับเข้าไปใน Work Flow เพื่อวางแผนการทำงานครั้งต่อไป 

เมื่อ AI เก่งถึงขนาดนี้แล้ว มนุษย์อย่างเราจะทำอะไรได้บ้าง แม็คและออเสนอแนวทางแบบกระชับมาให้เราทั้งหมด 5 ด้าน คือ

Skill 1 ใช้ให้เป็น รู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง

Skill 2 การตัดสินอย่างมีคุณภาพ คล่องแคล่วและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

Skill 3 มีความเข้าอกเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์

Skill 4 สำรวจการปรับตัว

Skill 5 เปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ 

Creator and Start-up in Thailand

บทเรียนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสมัยของครีเอเตอร์

เมื่อ 10 ปีก่อน เทรนด์การสร้างตัวคือเปิดร้านขายของที่จตุจักร แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่อีกต่อไป โลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคสมัยของผู้ประกอบการและครีเอเตอร์บนโลกออนไลน์ ซึ่งตรงกับ Cannes Lions ปีนี้ที่ชูประเด็นว่า Creator และ Start-up เป็นส่วนสำคัญต่อ Creative Ecosystem ของโลก

ในโอกาสนี้เราจึงชวนตัวแทนของ Creator และ Start-up 3 ท่านที่มีส่วนในการขับเคลื่อนธุรกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ จาก True Digital Park, พีรกานต์ ตั้งสัมฤทธิ์กุล Managing Director ของ each.hub และ เกียรติยศ พานิชปรีชา Founder & CEO ของ bit.studio มานั่งคุยกันถึงบทบาทของตัวเองในโลกแห่งการสร้างสรรค์ รวมถึงคำแนะนำที่พวกเขาอยากส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่

จากการพูดคุย ทำให้เรารู้ว่าทั้ง 3 องค์กรเกิดขึ้นบนเป้าหมายของความเปลี่ยนแปลง และต้องปรับตัวเข้ากับยุคของครีเอเตอร์ โดยขณะนี้ True Digital Park มุ่งหวังจะกลายเป็น Creator Space ขนาดใหญ่ที่พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ของทุกคน มีทั้ง Funding และพื้นที่สำหรับให้ผู้ประกอบการเรียนรู้และขยับขยายตนเอง ซึ่ง ดร.ธาริต มองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ประเทศไทยยังขาดอยู่

ส่วน each.hub เป็น Art Agency & Hub ที่ตั้งใจจะนำศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตคน หรือในอีกมุมคือทำให้ศิลปะมีชีวิต โดยมีบริการครบวงจรเกี่ยวกับงานศิลปะ ตั้งแต่คิด วางแผน จนลงมือทำ พร้อมศิลปินหลายสไตล์ ตอบสนองทุกงานได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

ในขณะที่ bit.studio อธิบายว่าตัวเองคือ Creator Tech Studio อยู่ตรงกลางระหว่างศิลปะกับเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีในการหาทางออกและสร้างงานศิลปะ เช่น Art Installation เพื่อแก้ข้อจำกัดทั้งหลายของลูกค้า

แม้จะมีบทบาทแตกต่าง แต่ทั้ง 3 ให้ความสำคัญเรื่องหนึ่งเหมือนกัน คือการสื่อสารกับลูกค้าและคนที่ร่วมงานด้วย เพราะในบางครั้งลูกค้ามาหาเราด้วยไอเดียแบบไม่เป็นรูปเป็นร่าง หน้าที่ของเราคือทำให้ลูกค้าเข้าใจความต้องการตัวเอง เห็นภาพเดียวกัน และนำเสนอด้วยวิธีที่ตอบโจทย์ภาพนั้นที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจเป็นคนละวิธีกับที่ลูกค้าเลือกตอนแรกก็ได้

ปีนี้ Cannes Lions 2024 Review เราเปิดโควตาจำหน่ายบัตรให้กับเครือข่ายนักเรียน-นักศึกษาในราคาพิเศษ เพราะเราเชื่อในพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตไปเป็นส่วนสำคัญของวงการสร้างสรรค์ในอนาคต คำถามสุดท้ายของช่วงนี้จึงเป็นการให้ทั้ง 3 คนฝากคำแนะนำที่ตกตะกอนจากเรื่องราวที่ผ่านมา กับเด็กรุ่นใหม่ทุกคน ซึ่งเราสรุปออกมาได้ทั้งหมด 3 ข้อ คือ 

  1. ตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าต้องการทำอะไร
  2. ฝันให้ชัดและรีบลงมือทำเพื่อฝันนั้น
  3. สร้าง Professional Network ตั้งแต่อายุยังน้อย รู้จักคนในแวดวงนั้นล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำซ้ำเมื่อโตขึ้น

Inside the Jury Room

เฉลยข้อสอบจริง และถอดบทเรียนจากห้องตัดสินรางวัล

ช่วง Inside the Jury Room เราเชิญกรรมการคนไทย 5 ท่านที่เข้าไปตัดสินผลงานใน Cannes Lions 2024 มาแชร์เบื้องลึกเบื้องหลังการตัดสินผลงานให้กับแบรนด์หรือผู้ที่สนใจจะส่งผลงานแข่งขันในปีต่อ ๆ ไปจะได้รู้ว่างานที่เจ๋งเขาทำกันยังไง และงานที่โดนยิง ไม่ผ่านเพราะอะไร

ครั้งนี้ ป้อม-กำพล ลักษณะจินดา Chief Creative Officer จาก Ogilvy Thailand กลับมา Cannes Lions ในรอบ 20 ปี ในฐานะกรรมการตัดสินหมวด Film 

ป้อมเล่าว่ากรรมการพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้โหดจริง ๆ ด้วยความที่กรรมการในปีนี้ค่อนข้างเปิดกว้างมาก งานที่ส่งเข้ามาจึงมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น แต่ความเปิดกว้างตรงนี้ก็เป็นผลดีที่จะทำให้หลาย ๆ งานได้รับโอกาสมากขึ้นเช่นกัน 

งานทุกชิ้นที่เข้ามารอบ 2 กรรมการต้องบอกเหตุผลได้ว่าเข้ามาได้ยังไง งานที่ไม่แข็งแกร่งพอกรรมการก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซึ่งความแข็งแกร่งในที่นี้หมายถึงมี Target ถูกต้อง รู้จัก Branding จริง ๆ บางอันไอเดียดีมากแต่ผิดแบรนด์ก็ปัดตก

ป้อมบอกอีกว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน อยู่ในยุคของความหลากหลาย ไม่ใช่ว่า AI กำลังเป็นเทรนด์แล้วทุกคนต้องจี้ไปที่การทำ AI บางงานมันกำลังทำหน้าที่อยู่ในมุมของมัน

อีกประเด็นหนึ่งของปีนี้คือการพยายามให้รางวัลอย่างเท่าเทียม เพราะบางผลงานที่มีความโดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบอาจกวาดรางวัลจนทำให้ผลงานที่ดีในแง่มุมอื่น ๆ ถูกปัดตกไปอย่างง่ายดาย

ปีนี้ เจิน-ภาธิดา อัครจินดานนท์ Deputy Executive Creative Director จาก Wolf BKK ร่วมเป็นหนึ่งในกรรมการผู้ตัดสินในหมวด Brand Experience & Activation เป็นครั้งแรก ซึ่งหมวดนี้เป็นหมวดที่คนส่งเข้ามามากที่สุด เจินเล่าว่าพยายามกลับไปดูนิยามของคำว่า Brand Experience& Activation ก่อนที่จะมาตัดสิน แล้วพบว่า Brand Experience เป็นอะไรก็ได้ที่ช่วยส่งเสริมแบรนด์ให้อยู่ในใจคน 

เมื่อผลงานมีความหลากหลายการพิจารณาจึงไปตกที่ Sub-category แน่นอนว่างานที่ผ่านพูดเรื่อง Experience หมด แต่จะจัดไปอยู่ใน Sub-category ที่เหมาะกับตัวเอง

เจินยังเล่าอีกว่าในปีนี้ผลงานที่โดดเด่นจะได้กลิ่นความกล้าของตัวลูกค้าผ่านผลงาน เพราะการรับรู้ถึงแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเห็นโลโก้ แบรนด์ออกมาอยู่ตรงหน้า อาจจะอยู่ที่อื่นหรือใช้วิธีอื่นที่พอสื่อสารได้เหมือนกัน

ไตเติ้ล-ฐิติพันธ์ ทับทอง Head of Creative จาก Brilliant & Million กลับมาในฐานะกรรมการหมวด Social & Influencer เป็นครั้งที่ 2 

ใครที่กำลังสนใจจะยื่นผลงานในหมวดนี้ ไตเติ้ลแชร์ว่าการตัดสินในหมวดนี้อาจลองเอา Social หรือเอา Influencer ออกมาจากสารนั้น แล้วดูว่าสารจะยังขับเคลื่อนไปอยู่ไหม ถ้า Social Platform เป็นเพียงพื้นที่ออนแอร์งานเฉย ๆ ก็ถือว่ายังไม่ได้ 

ในหมวดนี้ทำให้เห็นความแตกต่างของงานไทยและต่างประเทศอย่างชัดเจน ไตเติ้ลมองว่างานของไทยมีงานเจ๋ง ๆ มีเครื่องมือ มีวิธีการ แต่สเกลจะไม่ใหญ่เท่าต่างชาติ บางงานของเขาอยู่ในสเกลของ Super Bowl การแข่งขันกีฬาที่คนให้ความสนใจที่สุดในโลก จะเห็นว่าสเกลต่างกันกับของไทยมาก การใช้วิธีเดียวกันอาจไม่เวิร์กในประเทศไทย

อีกหนึ่งในความคิดเห็นของไตเติ้ล คืองานฝั่งไทยที่มักเจอคืองานที่จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก เวลาเราตั้งใจจะนำเสนอสิ่งหนึ่งแต่ผลลัพธ์กลับไม่เชื่อมโยงกับตอนแรก

จ๋า-ชนิกานต์ สิทธิอารีย์ Creative Director จาก BBDO Bangkok กรรมการหมวด Film Craft จ๋าเป็น Creative ไม่กี่คนในกลุ่มของ Director และ Producer 

ในหมวดนี้กรรมการจะเจาะจงตัดสินผลงานจากวิธีการคราฟต์ ไม่ว่าจะเป็น Production Design, Sound Design และ Visual Effect ไม่มีการเอาเทรนด์มาตัดสิน ดูกันที่เนื้อหาล้วน ๆ 

ในการคัดเลือกงานมีอีกประเด็นที่ยังมีการถกเถียงกัน คือ Music Video ควรได้รับรางวัลไหม บางคนมองว่า Film ก็คือ Film แต่ก็มีเสียงแย้งมาว่างาน Music Video ไม่มี Brand อยู่ในนั้น ถึงอย่างนั้นในปีนี้ Music Video ก็ได้รับรางวัลไปเช่นกัน อย่าง A Piece of Me จาก KPN เป็นต้น

แซน-ธมกร รุจกิจยานนท์ Executive Creative Director จาก SOUR Bangkok กรรมการหมวด Direct ซึ่งเป็นอีกหมวดที่มีปัญหาในคำนิยาม

ในปีนี้กรรมการยึดความหมายที่ว่า Direct เป็นงานระดับที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทันที งานที่เข้ารอบมาจะถูกดูอย่างละเอียด บางงานตอนที่ดูได้คะแนนสูงแต่ถูกเด้งออกจาก Shortlist เพราะเป็นเคสที่เคยส่งมาแล้ว และไม่ทำอะไรใหม่กับแคมเปญ สุดท้ายก็ต้องปัดตกไป

แล้วอะไรบ้างที่ไม่ใช่งาน Direct 

แซนบอกว่าสมัยก่อนเราอาจจะมองว่างาน Direct คือการทำหนัง อาจจบด้วยการแนบ QR Code หรือลิงก์มาแบบโต้ง ๆ เป็นงานที่มีเข้ามาเยอะเหมือนกัน และสุดท้ายก็ตัดไป นอกจากนี้ยังมีงานประเภทที่เรียกร้องจากลูกค้ามากเกินไป มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ รวมถึงงานที่ดูเหมือนจะ Direct แต่ต้องพิจารณาว่าส่งสารถูกคนหรือเปล่า หรือหว่านเกินไปหรือเปล่า

และนี่คือทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอด 8 ชั่วโมงของวันเสาร์ที่แม้จะวุ่นวาย แต่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน

พบกับ Cannes Lions 2025 Review ปีหน้านะ

เรื่อง : มาติกา จารุวัฒนกิจ, นภัสสร ทรัพย์แหยม, สิรภพ พรอำนวยผล 

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

นักศึกษาเอกญี่ปุ่นจากมหาสารคาม สนใจภาพถ่าย ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเสียงเพลง อยากมีเงินไปมิวสิกเฟสติวัลเยอะๆ