ส่วนประกอบของงาน Expo 2025 นอกจากพาวิเลียนประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วม และพาวิเลียนประเทศเจ้าภาพ ภูมิภาค หรือเมืองที่จัดงาน (ญี่ปุ่น คันไซ และโอซาก้า) ยังมีพาวิเลียนภาคเอกชน (เช่น Sumitomo, NTT, หรือโมเดลกันดั้มของ Bandai Namco) พาวิเลียนรวมของผู้จัดงาน (เช่น Future City Pavilion) Signature Pavilion นิทรรศการ ร้านรวง พาวิเลียนเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ โชว์พิเศษประจำวัน กิจกรรมประจำสัปดาห์ ธีม ฯลฯ
รูปแบบอันหลากหลายนี้ล้วนพร้อมรับพาร์ตเนอร์ (ภาษาเพราะ ๆ ของสปอนเซอร์นั่นล่ะ) ที่ต้องการสนับสนุนหรือร่วมกันสร้างอะไรบางอย่างในงาน
ทางผู้จัด Expo 2025 วางโครงสร้างการสนับสนุน (Partner / Sponsor) ไว้หลายระดับ กล่าวคือ Platinum (1,500 ล้านเยนขึ้นไป) Gold (1,000 – 1,499 ล้านเยน) Silver (500 – 999 ล้านเยน) Bronze (100 – 499 ล้านเยน) Partner (ต่ำกว่า 100 ล้านเยน – สนับสนุนเป็นเงิน) Supplier (ต่ำกว่า 100 ล้านเยน – สนับสนุนเป็นสินค้าและบริการ)
12 ตัวอย่างต่อไปนี้มีโจทย์ในการเลือกเพื่อให้เห็นความแตกต่างหลากหลายว่า ‘บริษัทหรือแบรนด์ใด’ เลือก ‘แนวทางไหน’ และทำตามทางที่เลือกนั้นอย่างไร
Suntory (+ Daikin)
โชว์น้ำพุไฮไลต์ประจำค่ำคืน พร้อมร้านอาหารและคาเฟ่ ณ พลาซ่าริมน้ำทำเลเด่น
(Platinum Partner : Future Society Showcase – Art Expo (Water Show) / 3 Future Stores / Expo Opening Show)
ยักษ์ใหญ่ทางด้านเครื่องดื่มอย่าง Suntory คงไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณใด ๆ หากจะลงทุนทำพาวิเลียนเฉพาะของตัวเองสักหลัง แต่เลือกที่จะไม่ทำ และตัดสินใจเลือกพื้นที่ริมน้ำภายในวงแหวนอันเป็นเหมือนเวทีกลางแจ้ง เพื่อจัดการแสดงแสงสีเสียงประจำวันยามค่ำคืน
Suntory ทำกิจการเกี่ยวกับ ‘น้ำ’ จึงเลือกน้ำเป็นทั้งสถานที่และองค์ประกอบหลักของการออกแบบโชว์
Suntory ชวน Daikin (กิจการเครื่องปรับอากาศ) มาร่วมสปอนเซอร์ เมื่อตีความธุรกิจหลักของ Daikin ที่เกี่ยวกับการปรับอากาศว่าเท่ากับ ‘ท้องฟ้า’ โชว์จึงมีชื่อรองว่า ‘A Spectacle of Air and Water’ ร้านอาหารที่ทั้งคู่ร่วมกันทำก็ตั้งชื่อว่า ‘SUIKUU’ แปลตรงตัวว่า น้ำ-ฟ้า (ซึ่งตำแหน่งของร้านอยู่ตรงริมพื้นที่จัดแสดงโชว์นั่นล่ะ)
นอกจากทำร้านร่วมกัน Suntory ยังเปิดคาเฟ่ของตัวเอง ‘SUNTORY PARK CAFE’ เพื่อเสิร์ฟเมนูเบา ๆ กับสารพัดเครื่องดื่มยอดนิยมของบริษัท ในเมนู รุ่น รสชาติพิเศษสำหรับงานนี้ (เช่น น้ำแข็งไสพรีเมียมทำจาก Tennensui น้ำแร่ธรรมชาติ หรือกาแฟ Boss รุ่นพิเศษ) อีกร้านหนึ่งร่วมกับ Kindai University Aquaculture Research Institute Restaurant ทำร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบจากปลาที่วิจัยและเพาะเลี้ยง ทั้ง 3 ร้านที่ว่าตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน (ริมน้ำที่แสดงโชว์น้ำพุ) รวมกันทั้งหมดคล้ายเป็นพาวิเลียนกลางแจ้งของ Suntory
ในวันเปิดงาน Suntory จัดแสดงโชว์พิเศษ ‘Suntory 10000 Freude’ (คอนเสิร์ตพิเศษที่คน 10,000 คนมารวมตัวกันที่ Osaka-jo Hall เพื่อร้องเพลง Symphony No.9 ของ Beethoven ซึ่งเริ่มต้นครั้งแรกในปี 1983 และจัดต่อเนื่องมาตลอดทุกปี) ใช้พื้นที่ริมน้ำซึ่งน่าจะสวยที่สุดในงาน (ตรงแนวแกนกลางวงแหวนหน้า Signature Pavilion มีฉากหลังเป็นผืนน้ำ ผืนฟ้าและ Grand Ring) ได้อย่างไม่เสียของ
7-Eleven
ร้านค้าแห่งอนาคต ตอบโจทย์ความยั่งยืนและผู้เข้าชมงานด้วยหลากหลายเทคโนโลยี
(Future Store / Silver Partner : Signature Pavilion / Exhibition)
ไหน ๆ ก็ต้องมาเปิดร้านให้บริการในงานแล้ว จะเอาร้านทั่วไปแบบที่เปิดอยู่เข้ามาในงานก็ดูจะธรรมดาและหลุดธีมไป 7-Eleven จึงตีโจทย์ว่าหากจะทำร้านแห่งอนาคตที่ทั้งโชว์และเหมาะกับผู้เข้าชมงาน Expo 2025 หน้าตาและองค์ประกอบจะเป็นเช่นไร คำตอบที่เสนอคือมีความยั่งยืน มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสื่อสารที่เหมาะกับผู้เข้าชมงานนานาชาติ

องค์ประกอบต่าง ๆ ในร้านที่เกี่ยวกับความยั่งยืนดูจะสอดแทรกลงไปได้มากที่สุดและน่าสนใจ เช่น ชุดพนักงานที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล ป้ายแสดงราคาและรายละเอียดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแสง พื้นที่ลูกค้าเหยียบเดินในร้านก็ผลิตพลังงานไปด้วยในตัว เครื่องทำสมูทตี้พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ

เทคโนโลยีหลายส่วนซ้อนทับและขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนแล้ว แต่จุดที่เด่นคือการนำ ‘หุ่นยนต์ Avatar’ (ทางสายกลางระหว่างการมีพนักงานหน้าร้านกับให้ลูกค้าบริการตนเอง) กล่าวคือ ใช้หุ่นยนต์ที่บังคับทางไกลโดยมนุษย์ สื่อสารผ่านพนักงานจริง ๆ ผ่านหน้าจอ (Hiroshi Ishiguro แห่ง Future of Life ซิกเนเจอร์พาวิเลียน เชื่อว่านี่เป็นอนาคตอันใกล้ของหุ่นยนต์มากกว่าหุ่นยนต์อัตโนมัติ) หุ่นยนต์ที่จะช่วยลูกค้า Self-checkout นี้ชื่อ ‘newme’ พัฒนาโดย avatarin สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดย ANA HOLDINGS


ในเชิงการจัดการงบประมาณ ร้านต้นแบบนี้จะทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์แต่ละส่วนมากมาย ทั้งที่สนับสนุนเป็นต้นแบบทดลอง (เช่น เครื่องทำสมูทตี้พลังงานไฮโดรเจน พื้นที่เหยียบแล้วผลิตพลังงาน ฯลฯ) และสนับสนุนเป็นตัวเงิน กล่าวคือ 7-Eleven ทำตัวเป็นเจ้าภาพชวนลงขันเสียมากกว่า
นอกจากเปิดร้านก็ยังเป็น Silver Sponsor กับซิกเนเจอร์พาวิเลียนที่ชวนคนใคร่ครวญชีวิตผ่านอาหารอย่าง Earth Mart และสนับสนุนการจัดนิทรรศการภายใน Osaka Healthcare Pavilion ในส่วน Future of Healthcare โดยนำเสนอแนวคิด ‘ตู้อัตโนมัติดูแลสุขภาพ’ (Healthcare Vending Machine) ที่จะถามคำถามผู้เข้าชมเกี่ยวกับสถานะสุขภาพปัจจุบันและพฤติกรรมการดำเนินชีวิต จากนั้นจะแนะนำสูตรอาหาร เครื่องปรุง หรือสารอาหารที่จำเป็นต่อสภาวะสุขภาพในอุดมคติของแต่ละคน (หรือต่ออนาคตที่ต้องการ) รวมไปถึงอาหารที่เหมาะสำหรับแต่ละคน

SUSHIRO vs Kura Sushi
การประชันของซูชิสายพานอันดับ 1 และ 2 ของญี่ปุ่น ผ่านหน้าร้านแห่งอนาคตและสปอนเซอร์ที่ไม่ยอมน้อยหน้ากัน
(Future Store / Silver Partner : Signature Pavilion)
ซูชิสายพานเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ World Expo โดยเฉพาะ Expo 70 ครั้งแรกของโอซาก้าและญี่ปุ่น เพราะเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมร้านอาหารแบบนี้สู่โลก (โดย Genroku Sushi ซูชิสายพานเจ้าแรกของโลกซึ่งกำเนิดในโอซาก้า)
ตัดมาใน Expo 2025 ซูชิสายพานอันดับ 1 และ 2 ของโลกซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบโอซาก้าทั้งคู่ อย่าง SUSHIRO (ย่าน Suita ทางเหนือของเมือง แถบที่จัด Expo 70) และ Kura Sushi (เมือง Sakai ชานเมืองทางใต้ของโอซาก้า) เข้าประชันกันอย่างน่าจับตา
SUSHIRO เคยเข้าร่วม Expo มาก่อนครั้งหนึ่งที่ดูไบในปี 2021 โดยเป็นร้านอาหารเดียวที่ให้บริการใน Japan Pavilion ครั้งนี้มาในแนวคิด ‘SUSHIRO To The Future: Expo Edition’ นำเสนอร้านซูชิสายพานแห่งอนาคตในแบบของตัวเอง นำเสนอเมนูในธีม ‘Fish of Tomorrow’ ที่ใช้วัตถุดิบจากการเพาะเลี้ยงจากฟาร์มบนบก เมนูพิเศษเฉพาะในงาน Expo เช่น ซูชิ Plant-based รวมถึงหน้าจอสั่งอาหารที่ใหญ่เป็นพิเศษที่จะใช้เพื่อสื่อสารประเด็นประมงยั่งยืนผ่านหน้าจอและการเล่นเกมบนนั้น

ส่วน Kura Sushi มาในร้านที่ใหญ่โต (338 ที่นั่ง) และสายพานยาวที่สุดเท่าที่เคยทำมา (135 เมตร) แน่นอนว่าองค์ประกอบเรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ร้านที่สร้างให้มีผนังปูนพลาสเตอร์ที่ปราศจากวัสดุสังเคราะห์และนำเปลือกหอยที่ถูกทิ้งในกระบวนการทำอาหารมาใช้ทำผนัง ภายในนำวัสดุมารีไซเคิลทำเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ในร้าน เช่น เคาน์เตอร์เก็บเงิน ห้องน้ำ เมนูก็พยายามนำเสนอความยั่งยืนในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ใช้ปลาที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้ในการทำซูชิ วัตถุดิบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ ปลาออร์แกนิก หรือสร้างเมนูที่ใช้แผ่นผัก (ชุบชีวิตจากผักที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานที่จะต้องถูกคัดทิ้ง) ฯลฯ

ที่เป็นไฮไลต์ (และดูจะเข้ากับกลุ่มผู้เข้าชมงาน Expo 2025 เป็นพิเศษ) คือการสร้างเมนูพิเศษนานาชาติ 70 เมนู จาก 70 ประเทศที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกและทดสอบกับคนในประเทศนั้น ๆ มาแล้ว และจัดทำภายใต้โครงการ ‘Hands Hands’ จับมือร่วมกับสถานทูตประเทศต่าง ๆ (น่าจะช่วยสร้างสัมพันธ์ และปูทางสู่การขยายกิจการไปในประเทศเป้าหมายต่าง ๆ ในโลก อันเป็นภารกิจที่ Kura Sushi ตั้งใจไว้ โดยใช้ Expo 2025 เป็นสปริงบอร์ด)
ในแง่ที่ตั้งร้าน SUSHIRO ได้ตำแหน่งร้านติดกับป่าแห่งความเงียบ แทบจะอยู่กลางงานเลยทีเดียว ส่วน Kura Sushi ตั้งร้านขนาดใหญ่ออกไปตรงโซน Future Life เกือบสุดทางตะวันตกของงาน
นอกจากการประชันกันผ่านร้าน ทั้งคู่ยังเป็นสปอนเซอร์ในส่วนอื่นของงานอีก โดย SUSHIRO (ชื่อบริษัทคือ Food & Life Companies) เป็น Silver Sponsor ให้ซิกเนเจอร์พาวิเลียน Earth Mart และมีนิทรรศการใน Osaka Healthcare Pavilion ในส่วน Future of Food ส่วน Kura Sushi เป็น Silver Sponsor ให้กับซิกเนเจอร์พาวิเลียน Live Earth Journey
Glico
ระดมไอเดียขนมหวานแห่งอนาคต
(Silver Partner : Signature Pavilion / Idea Sourcing & Exhibition / New Product Launching)
Glico แบรนด์ขนมชื่อดัง (อันเป็นแลนด์มาร์กของโอซาก้ากับป้ายโฆษณาย่านโดทงโบริที่แทบทุกคนจะต้องโพสต์ท่าถ่ายด้วย) เป็น Silver Partner กับซิกเนเจอร์พาวิเลียน Earth Mart ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘ขนมและของหวานแห่งอนาคตที่จะทำให้ทุกคนบนโลกมีความสุข!’ ประกวดไอเดียขนมในจินตนาการจากเด็ก ๆ อายุ 9 – 12 ปีทั่วโลก ไอเดียที่ผ่านการคัดเลือกจะนำไปตั้งเป็นโจทย์ประกวดวาดภาพประกอบกันต่ออีกรอบหนึ่ง (รอบนี้ไม่จำกัดอายุแล้ว) ผลที่ได้นำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการว่าด้วยอนาคตแห่งขนมหวานในโซน Future of Food

นอกจากนั้นยังมี Rice Soft Candy (ดัดแปลงจากผลิตภัณฑ์ตัวแรกของ Glico ที่ทำจากคาราเมลในรูปหัวใจ) ขนมแห่งอนาคตที่ทำจากส่วนประกอบที่ได้จากข้าว (เช่น น้ำเชื่อมจากข้าว แป้งจากข้าว โปรตีนจากข้าว น้ำมันรำข้าว) อันเป็นหนึ่งใน EARTH FOODS 25 มีให้ทดลองชิมเฉพาะในพาวิเลียนนี้เท่านั้น

อีกส่วนหนึ่ง Glico นำเอาผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารในอาหารที่จะดูแลสุขภาพผ่านการทำงานกับเซลล์ (Cellular-care) ไปจัดแสดงใน Osaka Healthcare Pavilion และในงานยังมีตู้อัตโนมัติจำหน่ายไอศกรีมของ Glico กระจายตัวอยู่ ซึ่งในนั้นจะมีผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่เปิดตัวในช่วงงาน Expo ด้วย

Osaka Metro
รถไฟใต้ดินและขนส่งสาธารณะแห่งเมืองโอซาก้า โชว์และให้ทดลอง Mobility แห่งอนาคต
(Silver Partner : Future Society Showcase / Exhibition / Food Service)
Osaka Metro ให้บริการขนส่งสาธารณะ ประกอบด้วยรถไฟใต้ดิน BRT รถโดยสารประจำทาง และรูปแบบบริการใหม่ ๆ อีกมากมายที่อยู่ระหว่างทดลอง
รถไฟใต้ดินสายสีเขียว Chuo Line ขบวนที่เป็นรุ่นใหม่รับสถานีใหม่หน้างาน Expo 2025 อย่างยูเมชิมะ ที่ออกแบบเป็นพิเศษ สะท้อนอนาคตและโอบรับความหลากหลายของผู้คน เป็นการต้อนรับสู่พาวิเลียนเสมือน ของ Osaka Metro ตั้งแต่ยังไม่เข้างานแล้ว
ในงาน Osaka Metro (ซึ่งเป็น Silver Partner ของ Future Society Showcase) เลือกโชว์รถบินได้ (ร่วมกับอีก 4 – 5 บริษัท) ในพื้นที่โชว์โซน Future Life ในขณะเดียวกันก็ทดลองรถบัสไฟฟ้า ‘e Mover’ ที่ส่งพลังงานจากเซลล์ใต้พื้นถนน ให้สัญจรจริง ๆ ระหว่างจุดต่าง ๆ ในงาน


นอกจากนั้นใน Osaka Healthcare Pavilion ส่วน Cities in the Futures จัดแสดงนิทรรศการ ‘New Mobility, New Life’ ที่ทุกรูปแบบของการเดินทางจะเชื่อมต่อกัน และมนุษย์เลือกยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเองได้ พร้อมทั้งเปิดร้านจำหน่ายอาหารให้บริการในโซน Food and Cuture in the Future ในชื่อ ‘Metro KITCHEN’ ให้บริการอาหารกลางวันใส่กล่อง (ที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่น) สมูทตี้ผักและผลไม้ ทั้งหมดในแนวคิดขนส่งและเชื่อมต่อเมืองโอซาก้า ผู้คน และอาหาร

(ถ้าสนใจเรียนรู้โปรเจกต์ที่กำลังทดลองต้นแบบต่าง ๆ Osaka Metro เพิ่งเปิดศูนย์เรียนรู้เชิงกิจกรรมขึ้นในชื่อของ ‘e METRO MOBILITY TOWN’ ก่อนเปิดงาน Expo ได้ไม่นาน พิกัดแถวรอบปราสาทโอซาก้านี่เอง)
Hitachi – KDDI – Kubota (+ 9 บริษัท)
แสดง ‘สินค้าและบริการแห่งอนาคต’ ร่วมกันในพาวิเลียนเดียว
(Platinum (+ Silver & Bronze) Partner : Future Society Showcase – Future City Pavilion)
จะจัดแสดงสินค้าของญี่ปุ่นที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีร่วมกันได้อย่างไร โดยไม่ดูขายของเกินไป เป็นส่วนหนึ่งของธีม และดึงดูดพอที่ผู้เข้าชมอยากจะเข้ามาดู – นี่น่าจะเป็นโจทย์ของผู้จัดงาน
ในมุมบริษัท บางส่วนคงคิดทำนองว่า “เราจะเข้าร่วม Expo 2025 อย่างไรดี ทำพาวิเลียนเองก็ดูจะลงทุนสูงไป บริษัทเราก็คงไม่มีอะไรให้น่าสนใจขนาดนั้น ครั้นจะไปสปอนเซอร์เฉย ๆ ก็สื่อสารได้ไม่ชัด จะร่วมมือทำกิจกรรมก็ไม่เจออะไรที่เหมาะกัน อยากแสดงสินค้า อยากโชว์เทคโนโลยี ของเราก็น่าสนใจและเข้าธีมอยู่นะ”
คำตอบต่อโจทย์ทั้ง 2 ฝั่งนี้ คือ Future City Pavilion
พาวิเลียนพระเอกแห่งโซน Future Life แกนความคิดในการนำเสนอคือนโยบายเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตของญี่ปุ่น Society 5.0


เราจะเห็นการจัดสรรพื้นที่และความเด่นของเนื้อหาลดหลั่นกันไปตามระดับของสปอนเซอร์อย่างชัดเจนในพาวิเลียนนี้ กล่าวคือ Platinum (Hitachi และ KDDI ดูแลนิทรรศการหลัก Society 5.0 and Future City ส่วน Kubota เลือกพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษในโซนจัดแสดงตอนท้าย) Silver (Kawasaki, KOBELCO, Niterra) Bronze (Mitsui O.S.K. Line, Kanadevia, IHI, Asunaro Aoki, Komatsu, Carbon Pool Concrete Consortium, Kansai Transmission and Distribution)
คุณภาพของเนื้อหาและการนำเสนอให้อยู่ในธีมหลักและรองของแต่ละแบรนด์ แต่ละบริษัท จัดว่าทำได้ดีทีเดียว เข้าใจว่ามีการ Curate เนื้อหาร่วมกัน ไม่ได้แยกกันต่างคนต่างไปทำ ทำให้น่าจะ Win-Win ทั้งผู้จัด แบรนด์ บริษัท และที่สำคัญที่สุดคือผู้ชม
HASEKO (+ 6 พาร์ตเนอร์)
ร่วมกับทูตหุ่นยนต์แห่งญี่ปุ่น Co-create อนาคตในปี 2075 นำเสนอชีวิตในอนาคต 7 แง่มุม จากจุดที่แต่ละบริษัทถนัดและเชี่ยวชาญที่สุด
(Platinum (+ Silver) Partner : Signature Pavilion – Future of Life ‘Co-creation’ Project)
HASEKO ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นสร้างคอนโดอยู่อาศัย จนกลายเป็นเบอร์ 1 ที่มียอดสะสมจำนวนยูนิตประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนคอนโดทั้งหมดในญี่ปุ่น ตัดสินใจเข้าร่วม Expo 2025 โดยเป็น Platinum Partner กับซิกเนเจอร์พาวิเลียน ‘Future of Life’
HASEKO สนับสนุน (Contributes In-kind) การออกแบบ ก่อสร้าง รวมถึงวัสดุและการติดตั้งสำหรับซิกเนเจอร์พาวิเลียนนี้ และเข้าร่วมเป็น 1 ใน 7 บริษัทพาร์ตเนอร์ของ Future of Life Co-creation Project
3 ปีแห่งการร่วมมือ พัฒนาจนเกิด 3 ผลิตภัณฑ์และบริการต้นแบบ จากแง่มุมที่แต่ละบริษัทร่วมกับ Hiroshi Ishiguro และนำมาจัดแสดงใน Future of Life Pavilion ในส่วน Future in 2075
อย่างกรณีบริษัท HASEKO ที่ได้ออกมาคือหุ่น AI ประจำครัวเรือน ดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในบ้าน, Adjustention Home บ้านที่ปรับเปลี่ยนยืดขยายได้ตามต้องการ และ Circular Apartment Living with Nature คอนโดที่ใช้วัสดุรีไซเคิลและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
หากเทียบกับ Future City Pavilion การเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ไม่เน้นโชว์สินค้าและนวัตกรรมชัด ๆ แต่ทำในลักษณะที่แนบเนียนและอยู่ภายใต้ธีมของ Signature Pavilion ที่ชัดทั้งตัวตนของ Ishiguro ความเด่นและดึงดูดของหุ่นยนต์แบบต่าง ๆ รวมถึงภาพวิสัยทัศน์ที่หุ่นยนต์และมนุษย์ดำรงอยู่ร่วมกัน ดังนั้นภาพอนาคตจาก 7 บริษัทพาร์ตเนอร์ใน 7 มิติชีวิตในปี 2075 จึงดูเหมือนเป็นองค์ประกอบรองให้ภาพเชิงแบ็กกราวนด์มากกว่า
อย่างไรก็ตาม อิมแพกต์ของโปรเจกต์นี้อาจจะอยู่ที่ ‘กระบวนการ’ ตลอด 3 ปีที่ตัวแทนของแต่ละบริษัท (ประมาณ 6 – 8 คน) เข้าร่วมและขบคิดถึงอนาคตของทั้งอุตสาหกรรมที่ตนอยู่ อย่างลึก-กว้าง-ไกล กว่ากระบวนการทำงานปกติจะเอื้ออำนวย และนั่นอาจเป็นบ่อเกิดของนวัตกรรมหรือธุรกิจใหม่ที่จะพาบริษัทให้ก้าวกระโดดในอนาคต มากกว่าการได้แสดงสินค้าและนวัตกรรมอย่างจะแจ้งในงาน Expo 2025

NTT
ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมและเทคโนโลยี จัดใหญ่จัดเต็มหลายช่องทาง
(Platinum Partner : Future Society Showcase – Virtual Expo / Gold Partner : Future Society Showcase – Digital (Personal Agent) / Gold Partner : Signature Pavilion / Private Pavilion)
ไม่เพียงแต่มีพาวิเลียนของตัวเอง แต่ NTT ยังเข้าไปสนับสนุนและมีส่วนร่วมอีกหลายโปรเจกต์ในงาน
สิ่งหนึ่งที่ผู้จัดรอบนี้พยายามเน้นมากคือ Virtual Expo (แต่ไม่แน่ใจว่ามีผู้เข้าใช้มากน้อยขนาดไหน) กล่าวคือ มีโลกเสมือนของ Expo 2025 ให้เที่ยวชมได้จากทุกที่ทุกเวลา และ NTT เองเป็นผู้รับดูแลส่วนนี้ให้ในฐานะ Platinum Partner
นอกจากนั้นยังพัฒนา Personal Agent แอปพลิเคชันที่ใช้ AI ช่วยวางแผนและแนะนำการเข้าชมงาน (Gold Partner) และสปอนเซอร์ซิกเนเจอร์พาวิเลียน Dynamic Equilibrium of Life (Gold Partner) NTT น่าจะเป็นรายใหญ่ที่สนับสนุน Expo 2025 มากที่สุดแล้วกระมัง
Cartier
สนับสนุนพาวิเลียนที่แทนจุดยืนของแบรนด์
(Exclusive Partner : Women’s Pavilion)
แบรนด์เครื่องประดับหรูสัญชาติฝรั่งเศสเลือกวิธีเป็นสปอนเซอร์พิเศษรายเดียวของ Women’s Pavilion ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกที่ดูไบ) ครั้งนี้สปอนเซอร์โดย Cartier ญี่ปุ่น (Richemont Japan)

‘When Women Thrives, Humanities Thrives’ แท็กไลน์ที่แสดงจุดยืนที่ชัดเจนของแบรนด์ที่จะสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงให้โดดเด่น (สนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ) Cartier เริ่มโปรเจกต์ ‘Women’s Initiative’ มาตั้งแต่ปี 2006 โดยสร้างโปรแกรมผู้ประกอบการนานาชาติประจำปีขึ้นมา สนับสนุนธุรกิจในระยะเริ่มต้นที่นำโดยผู้หญิงและมุ่งสร้างอิมแพกต์
Louis Vuitton / Dior / CELINE
โชว์งานศิลปะที่สะท้อนตัวตนแบรนด์ในพาวิเลียนฝรั่งเศส
(Country Pavilion Sponsorship – Major Permanent Exhibition & Temporary Exhibition)
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจสินค้าหรูหราอันดับ 1 ของฝรั่งเศสอย่าง LVMH เลือกเป็นพาร์ตเนอร์รายใหญ่ที่สุดของพาวิเลียนฝรั่งเศส
นิทรรศการถาวรที่นำเสนอสินค้าและแบรนด์ Louis Vuitton ถูกออกแบบอย่างสร้างสรรค์ในขณะที่นำเสนอสินค้าและแบรนด์อย่างชัดแจ้งไม่แพ้กัน รวมไปถึงส่วนของแบรนด์ Dior นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการหมุนเวียน โดยนำเสนอแบรนด์ CELINE ในช่วงเดือนแรกของงาน (13 เมษายน – 11 พฤษภาคม) และแบรนด์ Chaumet ในเดือนกันยายน
KAJIMA
สร้างโดมแห่งความยั่งยืน พร้อมกิจกรรมและนิทรรศการสำหรับเยาวชนและคนทั่วไป
(Bronze Partner : Future Society Showcase – Green Expo (Junior SDGs Camp)
KAJIMA เป็นบริษัทก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (บุกเบิกสร้างอาคารแบบตะวันตกหลังแรกในโยโกฮาม่าตั้งแต่ปี 1860 ตึกระฟ้าแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี 1968 สนามบินคันไซในทศวรรษ 1990 ฯลฯ) การซบเซาของอุตสาหกรรมก่อสร้างในญี่ปุ่นตั้งแต่ครึ่งหลังของทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ทำให้ KAJIMA หันเหธุรกิจเข้าสู่สิ่งแวดล้อม เช่น กำจัดขยะ บำบัดน้ำเสีย ฟื้นฟูสภาพดิน และที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
ในงานนี้ KAJIMA มีส่วนในการออกแบบและก่อสร้างซิกเนเจอร์พาวิเลียน 2 แห่ง คือ Dynamic Equilibrium และ Life Earth Journey รวมถึงเป็น Bronze Partner ของ Future Society Showcase ในส่วน Green Expo โดยจัดนิทรรศการและกิจกรรม Junior SDGs Camp ภายใน Sustaina-Dome ที่บริษัทเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างเองด้วย

โดมนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่ง (หากเรียกตามวัสดุหรือเทคนิคการก่อสร้าง) ว่า CUCO-SUICOM Dome โดยใช้คอนกรีตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป 70 เปอร์เซ็นต์
Takenaka
พาวิเลียนหลังน้อยที่จะกลายเป็น ‘เมล็ดพันธุ์’ ของเมืองแห่งอนาคต
(Silver Partner : Signature Pavilion / Exhibition / Small Pavilion)
Takenaka เป็น 1 ใน 5 บริษัทผู้รับเหมารายใหญ่ของญี่ปุ่น (KAJIMA ตัวอย่างที่ผ่านมา, Obayashi, Shimizu และ Taisei) สร้างอาคารและโครงการสำคัญในญี่ปุ่น เช่น โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวโดม โตเกียวมิดทาวน์ หรือในโอซาก้าอย่าง Grand Front Osaka และ Grand Green Osaka
ใน Expo 2025 บริษัทร่วมเป็นผู้รับเหมาสร้าง Grand Ring ในส่วนตะวันตก สร้างพาวิเลียนให้มิตซูบิชิ ให้กับ Osaka Healthcare Pavilion (และจัดแสดงนิทรรศการภายในนั้นด้วย) รวมทั้งจุดต่าง ๆ รวมกว่า 30 จุดในงาน นอกจากนั้นยังเป็น Silver Partner กับซิกเนเจอร์พาวิเลียน Dialogue Theater จัดนิทรรศการ Common Ground ในส่วน Future Life Experience มีกำหนดจัดแสดง Umidoko Robot ในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ของงาน

The City in the Sky นิทรรศการของ Takenaka ในส่วน Cities in the Future ภายใน Osaka Healthcare Pavilion
ที่อยากเล่าถึงปิดท้าย คือ ‘Seed Paper Pavilion’ พาวิเลียนเล็ก ๆ ที่ Takenaka คิดและสร้างสรรค์ขึ้น จากไอเดียที่ชนะการประกวดภายในบริษัทในปี 2020
โครงสร้างทำจากวัตถุดิบจากพืชโดยขึ้นรูปผ่านเครื่องพิมพ์ 3 มิติ พื้นผิวปิดด้วยกระดาษ (ที่ขอให้เด็ก ๆ ทั่วประเทศช่วยกันทำขึ้นจากกล่องนมและกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้ว และเติมเมล็ดพืชต่าง ๆ ของญี่ปุ่นลงไปในเนื้อกระดาษ) เรียกกระดาษที่ได้นี้ว่า ‘กระดาษเมล็ดพันธุ์’ (Seed Paper)
จากนั้นก็ลำเลียงมาที่เกาะยูเมชิมะ สถานที่จัดงาน Expo 2025 เด็ก ๆ จะมาช่วยกันแปะกระดาษนี้บนโครงสร้างเป็นการปิดผิวภายนอก Takenaka เรียกกระบวนการนี้ว่า ‘ลงขันวัสดุ (Material Crowndfunding)’
หลังจบงาน พาวิเลียนจะถูกกระจายไปให้เด็ก ๆ ที่ร่วมกันทำกระดาษมาให้แทนคำขอบคุณ ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะสลายในธรรมชาติ เมล็ดพันธุ์และต้นไม้ก็งอกและเติบโตต่อไป
หลังจากการทดลองต้นแบบหลายต่อครั้งในช่วงเวลา 4 ปีแห่งการพัฒนา ในที่สุดพาวิเลียนนี้ตั้งชื่อใหม่ว่า ‘Foresting Architecture’ การพิมพ์ขึ้นรูปโครงสร้างทำขึ้น ณ สถานที่จริง วัสดุที่ใช้เป็นเรซินที่ทำจากไม้และย่อยสลายได้ในธรรมชาติ
เป็นงานชิ้นเล็ก ๆ จากยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้างแห่งโอซาก้าที่เรียบง่ายและจับใจ
