ทุนทางวัฒนธรรมไทยมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างอย่างชัดเจน – นี่คือสารหลักที่เราได้จากโครงการ BORDERLESS: Design X Change
อาจเพราะความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่ในอดีต เมืองไทยจึงมีความร่ำรวยทางวัฒนธรรมไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร และกลายเป็นต้นทางหลักให้นักออกแบบไทยหยิบจับไปใช้ เพื่อผลิตเป็นผลงานออกแบบสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ แต่นักออกแบบไทยก็ยังต้องเผชิญกับขีดจำกัดบางประการ และพยายามปรับตัวตามสิ่งที่เรียกว่า ‘มาตรฐานสากล’ หรือ ‘Global Standard’ เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาโลกมากยิ่งขึ้น
จึงกลายมาเป็นที่มาของ BORDERLESS: Design X Change ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เชิญนักออกแบบระดับโลกมาเป็นเมนเทอร์ทำเวิร์กช็อปให้นักออกแบบไทยรุ่นใหม่

ทุนทางวัฒนธรรม
“เรามีทุนอยู่แล้ว เป็นภูมิปัญญาและต้นทุนทางวัฒนธรรมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ปัญหาคือมันตอบสนองมุมมองและวิธีคิดของเรา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเรา แต่อาจไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญของกระแสหลัก”
สุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล่าจุดเริ่มต้นของโครงการ BORDERLESS: Design X Change ที่แตกต่างจากโครงการอบรมที่ผ่านมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น

เพราะโครงการ BORDERLESS: Design X Change ริเริ่มจากการศึกษาปัญหาในวงการอุตสาหกรรมออกแบบไทย ผ่านการสอบถามนักออกแบบทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ในวงการ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่นักออกแบบไทยกำลังเผชิญอยู่อย่างลึกซึ้งถึง พร้อมทั้งเฟ้นหาว่าแนวคิดและกระบวนการแบบไหนที่จะสนับสนุนให้นักออกแบบไทยพุ่งทะยานไปสู่ระดับโลก
รวมถึงทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่เดิม แม้จะมีเอกลักษณ์ชัดเจน แต่ยังขาดการเล่าเรื่องที่เป็นสากลให้คนทั่วโลกเข้าใจง่าย และแม้ว่าเราจะมีทุนทางวัฒนธรรมมากมายไม่แพ้ชาติไหน แต่วิธีการต่อยอดยังไม่เข้มแข็งพอจะพาเราไปเป็นแกนหลักในระดับโลก

“เราควรเพิ่มเติมกระบวนการคิดที่เป็นสากล รับรู้เทรนด์ใหม่ ๆ สิ่งที่โครงการนี้ทำคือการแก้จุดอ่อน นำผู้รู้จากต่างประเทศที่เห็นภาพกว้างมาสื่อสารให้นักออกแบบไทยเข้าใจว่าควรออกแบบอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ”
กระบวนการอุดช่องว่างให้นักออกแบบไทยเริ่มต้นจากเชิญสตูดิโอจากต่างประเทศมาพูดคุย แนะนำทางการกำหนดขอบเขตการทำงานให้ชัดเจน มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมให้นักออกแบบไทยซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าคิดกล้าทำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้ไปได้ไกลขึ้น

คัดสรรสู่ความสร้างสรรค์

ตริตราภรณ์ โพธิ์ศรี ผู้ร่วมก่อตั้งสมาพันธ์นักออกแบบและสถาปนิกแห่งประเทศไทย ผู้ร่วมจัดงานดังกล่าว ได้เล่าถึงการคัดเลือกสตูดิโอที่เชิญมาร่วมกิจกรรม
สตูดิโอต่างประเทศที่เชิญมามีทั้งจากเอเชียและยุโรป ซึ่งมีแนวคิดชัดเจน มีทักษะการตีโจทย์ ประยุกต์นำเรื่องราวและบริบทต่าง ๆ จากท้องถิ่นมาผสมผสานกับศาสตร์การออกแบบอย่างลงตัวและจับต้องได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพนักออกแบบไทย
Irobe Design Institute และ D&D Department Project สตูดิโอออกแบบจากญี่ปุ่น ได้รับเกียรติมาทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ในเวิร์กช็อปบ่มเพาะนักออกแบบไทยรุ่นใหม่

Irobe Design Institute มาดูแลเวิร์กช็อป Graphic and Communication Design เพราะนอกจากสตูดิโอนี้จะเชี่ยวชาญด้าน Branding พวกเขายังเข้าใจถึงบริบทเมือง และนำสารที่ตีความจากเมืองมาผสมผสานกับการออกแบบ ขยายขอบเขตของคำว่า Graphic Design ให้ไปไกลกว่างานสิ่งพิมพ์หรือคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

ในขณะที่ D&D Department Project ที่มาดูแลเวิร์กช็อป Product and Industrial Design เพราะพวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นด้วยเรื่องเล่าและประวัติศาสตร์ แปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งจับต้องได้ ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

นอกจากผู้เชี่ยวชาญจากดินแดนอาทิตย์อุทัย โครงการนี้ยังเสริมทัพด้วยนักออกแบบไทยจากโครงการ FRONT 100 ซึ่งผลงานของพวกเขาได้รับการยอมรับว่ามีความพร้อมที่จะไปสู่สายตาโลก มารับหน้าที่เป็นเมนเทอร์ ให้คำแนะนำจากประสบการณ์จริงกับนักออกแบบรุ่นใหม่
เวิร์กช็อปในโครงการ BORDERLESS: Design X Change จึงเป็นการหลอมรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นที่มีความคิดและกระบวนการทำงานในระดับสากล มาช่วยจัดระเบียบไอเดีย ระเบิดขอบเขตการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ และนำเสนอความเป็นไปได้ให้นักออกแบบรุ่นใหม่เห็น พร้อมด้วยเมนเทอร์ซึ่งเป็นรุ่นพี่มากประสบการณ์ในวงการนักออกแบบไทย ซึ่งเข้าใจข้อจำกัดและปัญหาที่น้อง ๆ ต้องเผชิญ
ผลลัพธ์ที่ไม่ได้จบแค่ Master Design
DESIGN X CHANGE: A Collaborative Design Workshop จัดต่อเนื่องนานถึง 7 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่การรับบรีฟโจทย์ หาข้อมูล พัฒนาคอนเซปต์ สเกตช์ผลงานออกมาเป็นภาพ ขัดเกลางานออกแบบให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะกลายเป็น Master Design ที่พร้อมนำเสนอและส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ

โดยการคิดโจทย์ตั้งต้นก็มาจากการระดมสมองทั้งจากเมนเทอร์ชาวไทยและต่างชาติ รวมไปถึงผู้ประกอบการจากภาคเอกชนและภาครัฐในอุตสาหกรรม HoReCa ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ อุตสาหกรรมขนส่งและการท่องเที่ยว และภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยากได้งานออกแบบไปเสริมธุรกิจของตน รวมเป็น 10 โจทย์ แบ่งเป็น 5 โจทย์สำหรับเวิร์กช็อป Graphic and Communication Design และอีก 5 โจทย์ สำหรับเวิร์กช็อป Product and Industrial Design

Master Design เหล่านี้เป็นเหมือนสะพานแห่งโอกาสที่จะพานักออกแบบไทยไปพบกับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทั้งไปแสดงในงานแสดงสินค้าและเทศกาลด้านการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ หรือการได้ร่วมงานกับธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งมีผู้ใช้บริการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ธุรกิจเหล่านี้เปรียบเสมือนเวที Showcase ชั้นดี
อย่างไรก็ตาม Master Design ไม่ใช่ผลลัพธ์สูงสุดที่โครงการ BORDERLESS: Design X Change คาดหวัง หากแต่ต้องการเปิดมุมมองให้นักออกแบบไทยมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และเห็นการพัฒนาขั้นสุดของศาสตร์การออกแบบว่าไปไกลได้มากกว่าที่คิด รวมถึงโครงการยังคาดหวังว่านักออกแบบผ่านเวิร์กช็อปเหล่านี้ไป จะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการและพัฒนาเป็นเมนเทอร์ที่ส่งต่อองค์ความรู้และแนวคิดไปสู่นักออกแบบรุ่นถัดไปได้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้จะสะท้อนการพัฒนาวงการออกแบบไทย 2 ด้านสำคัญ คือเติมเต็มจุดอ่อนด้านการคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking) หรือการออกแบบที่ต้องมีขั้นตอนและกระบวนการชัดเจน ไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว และการขยายพลังของทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ
คลื่นลูกใหม่
ไม่ใช่แค่เมนเทอร์หรือวิทยากรที่โครงการคัดตัวกันแบบโหดสุด ๆ นักออกแบบรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นผู้เข้าร่วมอบรมก็ผ่านการคัดเลือกที่ละเอียดไม่แพ้กัน โดยคัดเลือกจากผลงาน ซึ่งต้องมีทั้งความสร้างสรรค์ สวยงาม และมีเอกลักษณ์

และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือนักออกแบบที่จะมาเข้าร่วมโครงการต้องยินดีเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานสากล และมีความทะเยอทะยานที่จะระเบิดขอบเขตความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับตนเองและวงการนักออกแบบไทย
ในขณะเดียวกัน โครงการไม่ได้ต้องการจำกัดกรอบความคิดของนักออกแบบ ไม่ได้อยากเปลี่ยนแนวคิดหรือตัวตน เพียงแต่อยากขับเน้นความคิดสร้างสรรค์และความกล้าคิดกล้าที่แต่ละคนมี ทำให้เป็นระบบระเบียบและมีกรอบการทำงานที่กว้างขึ้น หลักสูตรในเวิร์กช็อปจึงเน้นการทำงานเป็นทีม ให้นักออกแบบได้แลกเปลี่ยนความคิด เพื่อกำหนดทิศทางในการพัฒนาผลงานร่วมกัน

ผลงานที่น่าจับตามองจากโครงการนี้มีทั้งกลุ่มที่พัฒนา Geographic Indication Products ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำทีมโดย Yoshiaki Irobe จาก Irobe Design Institute และ ธีรนพ หวังศิลปคุณ จาก TNOP™ DESIGN ที่มีแนวคิดล้ำสมัยและเป็นสากล
ส่วนผลงานที่โดดเด่นด้านเทคนิคและนวัตกรรม คือการพัฒนา Juice Bar Kiosk / Pop-up Store ที่มี Mitsuko Matsuzoe จาก D&D Department Project ร่วมกับ อมรเทพ คัชชานนท์ จาก AmoArte เป็นผู้ให้คำแนะนำ
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่นำเสนอความเป็นไทยได้อย่างน่าสนใจ พัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาลไทย มีเมนเทอร์เป็น Mitsuko Matsuzoe จาก D&D Department Project และ รัฐ เปลี่ยนสุข จาก Sumphat Gallery
สร้างสรรค์ผลผลิตต่อยอดสู่ Value Creation
โครงการ BORDERLESS: Design X Change มองว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และเป็นดั่งสนามทดลองให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนานักออกแบบไทยให้มีคุณภาพในเชิงความคิดและกระบวนการ โดยทางทีมงานยังคงคาดหวังว่าจะได้ร่วมงานกับเหล่านักออกแบบไทยและต่างประเทศอีกครั้ง เพื่อต่อยอดความตั้งใจให้ไปได้ไกลที่สุด รวมถึงพร้อมรับฟังฟีดแบ็กโดยตรงจากผู้เข้าร่วมโครงการอีกด้วย

ติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์และผลงาน Master Design ได้ที่ Facebook : DITP Value Creation
