23 มีนาคม 2026
439

ในช่วงหลายปีมานี้ ธุรกิจไทยไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนเจอความท้าทายยิ่งกว่าเดิม แต่ใจเจ้าของธุรกิจไม่เคยยอมแพ้ พร้อมหาทางออกและลุกขึ้นสู้ต่อในทุกสถานการณ์

วันนี้ The Cloud ได้ฟังเรื่องราวของ 3 ผู้ประกอบการที่มาเล่าประสบการณ์เชิงลึกและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงทั่วโลก การดิสรัปต์จากเทคโนโลยีใหม่ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน 

พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ทั้ง 3 คนมาพบกัน และยังได้พบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่น ๆ คือ การเข้าร่วม ‘หลักสูตร K SME CARE ของธนาคารกสิกรไทย’ ที่ตั้งใจดูแล SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืนมาแล้วกว่า 26 รุ่น ตลอดทั้งการอบรมในหลักสูตร 3 เดือน ผู้เข้าร่วมต่างได้รับคำแนะนำแบบเจาะลึกรายอุตสาหกรรมจากผู้เชี่ยวชาญและโค้ชรุ่นพี่ เวิร์กช็อปออกแบบกลยุทธ์ธุรกิจ ลงมือทำจริง ตัดสินใจจริง และสร้างพันธมิตรเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจใน K SME CARE Network ที่มีสมาชิกกว่า 14,000 คนทั่วประเทศ 

เมื่อได้ออกจากออฟฟิศ กลับเข้าห้องเรียนอีกครั้ง เหล่าผู้ประกอบการได้เรียนรู้เคล็ดลับอะไรบ้าง ในการไปต่อบนเส้นทางอันยากลำบากนี้ มาติดตามกัน

พาร์ตเนอร์ใหม่ที่ไม่ต้องแข่งในสนามเดิม 

‘โอบอ้อม เกจ เทคโนโลยี’ ทำธุรกิจเครื่องมือวัดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ ผลิตเครื่องมือวัดอะไหล่แต่ละชิ้นว่าได้คุณภาพตามสเปกหรือไม่

“เราเผชิญกับปัญหายอดขายลดลง คู่แข่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากเราเชื่อมโยงกับธุรกิจยานยนต์โดยตรง ไหนจะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พนักงานต้องมีความเชี่ยวชาญสูง เครื่องไม้เครื่องมือต้องมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ” ไพรัช โอบอ้อม CEO แห่งบริษัท โอบอ้อม เกจ เทคโนโลยี จำกัด ยอมรับ

ยอดขายลดและต้นทุนเพิ่มเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไพรัชพกใส่กระเป๋ามาจากสามโคก และไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เหล่าโค้ชและเพื่อน ๆ ในหลักสูตร K SME CARE ร่วมกันระดมสมองช่วยกันพาเขาฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้

“เพื่อนในโครงการแนะว่าเราควรขยายสู่ตลาดอื่น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือการเกษตร ซึ่งเราก็ทำอยู่บ้าง แต่ไม่เคยหาข้อมูลว่ามันเป็นตลาดที่โตจริงไหม แต่เพื่อน ๆ ในโครงการไปทำการบ้านมาให้ ทำให้เราเห็นว่าตลาดใหม่นี้โตมาก ผมจึงได้นำมาลองทำจริงและได้ผลจริง ตอนนี้เรามีลูกค้าเจ้าใหญ่เพิ่มมา 2 – 3 เจ้าแล้ว ปีหน้าเราจึงตั้งใจจะบูรณาการ 100%

“นอกจากนี้ ผมยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning : ระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้บริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการหลักขององค์กรแบบรวมศูนย์) ที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้ โดยผมตั้งใจว่าปีหน้าจะนำระบบนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ” ไพรัชเล่าพร้อมยิ้มรับผลลัพธ์ที่ออกมาเกินคาด
ระยะเวลาเพียง 3 เดือนในโครงการ ทำให้ไพรัชได้เรียนรู้ว่า การมีเครือข่ายที่หลากหลายนั้นสำคัญต่อการแก้ปัญหาธุรกิจของเขา แม้ว่าการเข้าร่วมหลักสูตร K SME CARE จะไม่เคยอยู่ในความสนใจของเขา

“ทีแรกผมตั้งใจจะมาแค่วันเดียว ผมคิดว่าจะมาครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้ายเพราะผมไม่ชอบสังคมแบบนี้”
แต่ไพรัชกลายเป็นนักเรียนดีเด่นผู้ไม่เคยขาด ลา มาสาย

“ผมโตจากธุรกิจมา 14 ปี ผมไม่เคยเข้าคอร์สแบบนี้และไม่คิดว่าจะมีคอร์สแบบนี้ แต่พอได้มาเข้าร่วมแล้ว ผมคิดว่ามันเยี่ยมมากจริง ๆ”

แบรนดิ้งใหม่ที่ไม่ทิ้งตัวตนเดิม 

หยี-ภมรี อุฬารวงศ์ CFO บริษัท เคลียร์ ซิลิคอน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตกระจกนิรภัยสำหรับยานยนต์ เริ่มต้นธุรกิจอย่างสวยหรู เพราะคู่ค้าหลักของเธอนั้นชนะการประมูลรถเมล์ไฟฟ้า ทำให้เธอได้เป็นผู้ผลิตกระจกนิรภัยเพียงหนึ่งเดียวให้กับรถเมล์ถึง 2,500 คัน แต่เส้นทางหลังจากนั้นช่างไม่ง่ายเอาเสียเลย

“รถที่มาจากประเทศจีนหรือญี่ปุ่นก็ต้องใช้กระจกจากประเทศเขาเท่านั้น ในขณะที่คู่ค้าเดิมของเราไม่ได้มีแผนประมูลรถเพิ่ม จึงกลายเป็นอุปสรรคของธุรกิจของเราทำให้เติบโตยาก และต้องมองหาตลาดใหม่”

แต่โชคยังพอเข้าข้างหยีอยู่บ้าง เพราะนอกจากกระจกรถยนต์แล้ว บริษัทของเธอยังมีความเชี่ยวชาญในการผลิตกระจกอาคาร

“เรามีนวัตกรรมกระจกเคลือบสารกราฟีน ซึ่งช่วยลดความร้อน กันแสงยูวีโดยไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่ม และคงความใสของกระจกไว้ได้ แถมยังช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้เราเริ่มมองหาหนทางในการขยายไปสู่ตลาดกระจกอาคาร”

หยียอมรับว่า ถึงแม้จะครอบครองนวัตกรรมใหม่นี้ไว้ในมือ แต่ภาพและแผนการนั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก จนเธอได้มาเข้าห้องเรียน 

“การเข้าร่วมหลักสูตร K SME CARE ของธนาคารกสิกรไทยทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เราจะนำนวัตกรรมใหม่นี้ไปเปิดตลาดกระจกอาคารอย่างไร ซึ่งธุรกิจของเราได้เป็นเคสตัวอย่างในการทำเวิร์กช็อป ก็เอาปัญหามาตีโจทย์กับเพื่อนในกลุ่ม เลยพบว่าเรามีนวัตกรรมที่เป็นของดีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยทำแบรนดิ้งอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้เราใช้ชื่อว่า Clear Climate Cut เพราะอยากโชว์เรื่องการประหยัดพลังงาน แต่เพื่อน ๆ ในโครงการระดมสมองและตั้งชื่อใหม่ให้ว่า C Cool Glass ซึ่งเป็นชื่อที่เข้าปากมากกว่า”

การตั้งชื่อใหม่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำแบรนดิ้ง ซึ่งเส้นทางหลังจากนั้น หยีก็ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนในคลาสอย่างแข็งขัน

“เมื่อตั้งชื่อเสร็จทุกคนก็มาช่วยกันออกความเห็นว่า นอกเหนือจากลูกค้าเดิมที่เรามองเห็นแค่กลุ่มร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจเรายังมีศักยภาพโตได้อีกมาก ณ ตอนนี้เราขยายไปถึงโรงพยาบาลและบริษัทก่อสร้างอีกหลายเจ้า และยังได้โค้ชช่วยวางแผนระยะยาว ชี้ให้เห็นว่าเรายังขาดการทำการตลาดในโซเชียลมีเดีย ปีนี้เราจึงมีแผนการตลาดอย่างเข้มข้น”
การได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เปิดโลกทัศน์ผ่านเพื่อนผู้ประกอบการต่างอุตสาหกรรม ทำให้หยีเห็นความสำคัญของการสร้างตัวตนของแบรนด์ให้คนจำ รู้สึก และเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

“ความเข้าใจในจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และการทำแบรนดิ้งเป็นปัจจัยความสำเร็จของเรา เวลาที่เราไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทใหญ่ ๆ เราจะได้รับความสนใจอย่างมาก สุดท้ายลูกค้าบางคนไม่ได้ซื้อกระจกเคลือบสารกราฟีนของเราด้วยซ้ำไป แต่เราได้ใบเบิกทางและทำให้เขารู้จักและซื้อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากบริษัทเรา”

กลยุทธ์สื่อสารใหม่ที่ไม่กลัวตลาดจีน

ห่อใหญ่อะไหล่ยนต์ แค่ได้ยินชื่อก็จำได้แล้ว

แต่ วี-วีรวัฒน์ มนัสภากร มองว่าแค่ชื่อเก๋ ๆ นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน เขาจึงสร้างความแตกต่างโดยการนำเข้าอะไหล่ชิ้นใหญ่ที่ไม่มีขายตามท้องตลาด เช่น อะไหล่เครื่องยนต์ อะไหล่เพลาท้าย หรือแหนบชิ้นใหญ่ เหล่านี้เป็นชิ้นส่วนที่มีความเสี่ยง ต้องอาศัยความรับผิดชอบสูง และราคาสูง

“เราเป็นหนึ่งในเจ้าแรก ๆ ที่กล้านำเข้า เพราะผมมองว่าหากผมนำเข้าอะไหล่ที่อยู่ในร้านทั่วไป ผมไม่มีทางสู้ได้ นอกจากนี้ ร้านเรายังเน้นอะไหล่ที่มีศักยภาพมากกว่าอะไหล่เดิม ๆ และทำราคาได้ดี เพราะนำเข้าจากโรงงาน OEM ที่คัดมาแล้วว่ามีคุณภาพ ประวัติการทำงานดี”

แต่ในยุคการค้าออนไลน์ที่ลูกค้าเข้าถึงสินค้าจากประเทศจีนได้โดยง่าย เข้าถึงโรงงานผู้ผลิตได้โดยตรง วีจึงต้องหาทางเข้าหาลูกค้าเชิงรุกมากขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมหลักสูตร K SME CARE 

“ที่ผมว้าวมาก คือธนาคารกสิกรไทยจัดหลักสูตรที่มีเนื้อหาในแต่ละคลาส มาจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง และเป็นเรื่องที่ทันกระแสมาก ๆ อย่างเรื่องของ TikTok และ AI ผมไม่ได้เป็นคนที่มีการศึกษาสูง ถ้าไม่ได้เข้าโครงการนี้ ผมจะไม่รู้เลยว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ที่ผ่านมาเราเป็นสายปฏิบัติการ พอเจอเรื่องเทคโนโลยีจึงรู้สึกเหนื่อยมาก เหนื่อยยิ่งกว่าการนำเข้า ซื้อของขายของอีก แต่ผมก็ได้ความช่วยเหลือจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในโครงการที่แนะนำผู้รู้มาช่วยทำระบบร้านใหม่ และช่วยหาทีมการตลาดออนไลน์เพื่อทำ TikTok

“ตอนนี้ AI ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ผมปรึกษาเรื่องระบบของร้านได้ทุกเรื่อง และขอข้อมูลเกี่ยวกับอะไหล่ตัวใหม่ ๆ ที่เรานำเข้า ผลของการใช้เทคโนโลยีทำให้งานทุกอย่างเข้าระบบ การให้ข้อมูลกับลูกค้ากระชับ ได้ใจความ เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น”

ผลลัพธ์จากห้องเรียน K SME CARE คือการนำห่อใหญ่อะไหล่ยนต์ขึ้นสู่โลกออนไลน์ ทำให้วันนี้วีกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า
“ตอนนี้ผมเชื่อว่าร้านอะไหล่ทั่วประเทศรู้จักเรา”

นี่คือหนึ่งในความสำเร็จของหลักสูตร K SME CARE ด้วยแนวคิด WE GROOM, YOU GROW ที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการจากทุกอุตสาหกรรมทั้งด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นในการปรับธุรกิจให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยนี้ 

ธุรกิจที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นลูกค้าธนาคารอยู่ก่อนแล้ว ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการอบรมโดยวิทยากรระดับประเทศเป็นระยะเวลา 3 เดือนเต็ม และนอกเหนือจากความรู้ในห้องเรียนแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการยังจะได้เครือข่ายธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมายและหลากหลายอุตสาหกรรม ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มรูปแบบ

Website : www.kasikornbank.com/ksmecare 

Writer

ลิตา ศรีพัฒนาสกุล

ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ออกกำลังกาย และกำลังตามหางานอดิเรกใหม่ ๆ

Photographer

ณัฐพงศ์ ครึกเครือ

ช่างภาพหนุ่มที่รักธรรมชาติฝันว่าอยากเดินทางทั่วยุโรป เชื่อว่าเราเดินทางไม่ใช่ เพื่อหนีจากชีวิต แต่เพื่อให้ชีวิตไม่หนีไปจากเรา