12 มิถุนายน 2025
789

เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน สมัยที่สมาร์ตโฟนยังไม่แพร่หลาย ข้อมูลสำหรับการเดินทางคือบันทึกการเดินทางจากนักเขียนที่มีรสนิยมถูกจริต Lonely Planet ที่เป็นเหมือนไบเบิลของนักเดินทาง หรือไม่ก็ใบปลิวโปสเตอร์ตามโฮสเทลที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี การเที่ยวแบบผิด ๆ ถูก ๆ เป็นทั้งเสน่ห์และประสบการณ์ในตัวเอง ผิดกับยุคนี้ที่ข้อมูลท่วมท้น เข้าถึงง่าย เร็ว แม่นยำ แถมยังมีคนนำที่เที่ยวแลนด์มาร์ก จุดเช็กอินต่าง ๆ มาให้ได้เห็นได้ชมผ่านหลากหลายช่องทางโดยไม่ต้องออกเดินทางด้วยซ้ำ

‘ประสบการณ์’ จึงกลายมาเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนออกเดินทาง และการเดินทางที่มีความหมาย (Meaningful Travel) ที่ชวนให้เข้าใจเมืองผ่านคนท้องถิ่น เข้าใจที่มาที่ไปของสถานที่ อาหาร และผู้คน ก็เป็นทิศทางที่เริ่มได้รับความสนใจ เป็นสไตล์การเดินทางที่หลายภาคส่วนอยากชวนให้นักเดินทางลิ้มลอง

เราเคยมีประสบการณ์ดี ๆ ในการเดินทางหลายครั้ง แต่ทั้งหมดเทียบไม่ได้กับทริปลุยเดี่ยวอิตาลี เมื่อปี 2018 ครั้งนั้นเราได้กินมอสซาเรลลาชีสทำสด ๆ ในบ้านโฮสต์ที่เป็นเชฟ นอนบ้านนักทำหน้ากากในเวนิส และได้เดินดูเมืองฟลอเรนซ์ตอน 6 โมงเช้ากับคุณแม่สุดเปรี้ยวชาวท้องถิ่น เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมและเอามาเล่าต่ออยู่บ่อย ๆ

เรื่องเจ๋งคือประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้เก็บเอาไว้สำหรับ Extrovert ที่ทำความรู้จักคนใหม่ ๆ ได้เสมอ หรือคนที่มีบัตรผ่านพิเศษในฐานะอาคันตุกะรูปแบบต่าง ๆ แต่เป็นประสบการณ์ที่ใครก็กดซื้อได้ บนแอปพลิเคชัน Airbnb

เราสนใจวิสัยทัศน์ของ Airbnb มาตั้งแต่วันนั้น เมื่อมีคำเชิญว่า ไบรอัน เชสกี้ (Brian Joseph Chesky) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Airbnb จะแถลงข่าวอัปเดตประจำปีด้วยตัวเองที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา The Cloud จึงตอบรับเป็นตัวแทนสื่อไทยเดินทางไปร่วมงานด้วย ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ดูเผิน ๆ เหมือนการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Airbnb กลับสะท้อนภาพเทรนด์การเดินทางครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นชัดเจนกว่าที่คิด

เขาเริ่มด้วยการทบทวนให้สื่อมวลชนกว่า 500 คนจากทั่วโลกในห้องประชุมฟังว่า Airbnb เกิดมาจากการอยากสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่นให้กับผู้มาเยือน ไม่ใช่แค่ให้ที่นอน แต่เป็นโอกาสที่นักเดินทางและเจ้าถิ่นจะได้ทำความรู้จักกัน ทำให้การเดินทางครั้งนั้นเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต

ผ่านมา 17 ปี Airbnb กลายเป็นคำที่คนทั่วโลกใช้เรียกรูปแบบการเดินทางแบบใกล้ชิดท้องถิ่น (และหลาย ๆ ครั้งก็หมายถึงความประหยัด) วันนี้เขาและทีมงานอยากทำให้ประสบการณ์นั้นพิเศษมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Happiness is only real when shared

Airbnb Experiences อยู่ในระบบมาหลายปีแล้ว และเป็นบริการที่น่าจะทับใจอย่างที่เล่าไป แต่การปรับใหญ่รอบนี้พวกเขาใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาทำให้ประสบการณ์ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเชื่อมคนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมเดียวกันให้ได้รู้จักกันก่อนทริป และเป็นช่องทางเอาไว้ให้ติดต่อ ส่งรูป หรือพูดคุยกันหลังจบทริปด้วย แก้ปัญหาให้คนยุคนี้ที่ไม่อยากเหงาเวลาเดินทางคนเดียว แต่ก็ไม่อยากติดอยู่ในกรุ๊ปทัวร์แบบเก่า ๆ ที่ไม่ได้รู้จักใคร

“เราอยากสร้างกิจกรรมที่สร้างความผูกพันที่แท้จริงกับทั้งเมืองที่นักเดินทางไปเยือนและเพื่อนร่วมทางของพวกเขา” ไบรอันบอก

นอกจากผู้ร่วมทริปแล้ว โฮสต์หรือคนจัดทริปก็ได้รับการตรวจสอบจาก Airbnb ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ และเป็นคนที่จะมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้ได้จริง ๆ

จริง ๆ แล้วใคร ๆ ก็สมัครเป็นโฮสต์ของ Airbnb ได้ แต่ Airbnb ก็จัดกลุ่มโฮสต์และกิจกรรมแบบพิเศษสุด ๆ เรียกว่า ‘Original Experiences’ ที่จะทำให้เราได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับคนที่พวกเขาเรียกว่า ‘น่าสนใจ’ ในเมืองนั้น ๆ อย่างการไปร้านไวนิลมือสอง ค้นแผ่นเสียงหายาก และฟังเพลงกับดีเจมืออาชีพในแม็กซิโก ไปดูคอนเสิร์ตและเข้าหลังเวทีกับ Music Produce และ Live Event Curator ในอาเจนตินา หรือจะเป็นทริปคุยเรื่องหนังสือและช่วยเลือกหนังสือให้ โดย พี่หนุ่ม จาก ร้านหนังสือเดินทาง ในกรุงเทพฯ

“ถ้าอยากจะรู้จักใครจริง ๆ ให้ไปกินอาหารบ้านเขา”

“วิธีสำรวจเมืองอย่างวงในสุด ๆ คือการสัมผัสกับคนท้องถิ่นที่รู้ลึกรู้จริง” ไบรอันบอก

ตอนไปงานแถลงข่าวที่ลอสแอนเจลิส Airbnb ให้เราไปลอง Original Experience เป็นการรับประทานอาหารกับครอบครัวของ Humberto แฟชั่นดีไซเนอร์เชื้อสายฮ่องกง การได้ไปกินอาหารที่ไม่แฟนซี แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวของครอบครัวผู้อพยพและความคราฟต์ของอาหารการกินฉบับชาวฮ่องกง เล่าโดย Humberto, ผ่อผอ (แม่) และพี่สาวของเขา ทำให้เราได้รู้จักอีกมุมของลอสแอนเจลิสที่สนุกขึ้น เป็นอีกประสบการณ์ที่เราประทับใจ

“Make a living doing what you can’t stop thinking about.”

Airbnb เก่งเรื่อง Tech Platform แต่สิ่งที่เราว่าน่าสนใจคือการใช้สิ่งนั้นร่วมกับความเข้าใจอินไซต์ของคนจริง ๆ

Airbnb ทำทั้งหมดนี้โดยไม่ต้องจ้างทีมไกด์หรือคนจัดกิจกรรมแม้แต่คนเดียว แต่เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนนำสิ่งที่รักมาหารายได้ เหมือนที่ก่อนหน้านี้ (ในความตั้งใจดั้งเดิม) Airbnb ก็ชวนให้คนเอาพื้นที่ที่แบ่งสรรได้ในบ้านมาหาเงิน วันนี้ก็ชวนให้คนเอาเวลาที่บอกแบ่งสรรได้มาหาเงินจากความสามารถเฉพาะตัวด้วย จะทำเพื่อเพิ่มรายได้หรือเพิ่มแรงใจไปพร้อม ๆ กับงานประจำก็ได้

ในแอปพลิเคชัน Airbnb ออกแบบมาเพื่อช่วยให้โฮสต์จัดทริปได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้ทำความรู้จักกับลูกทริปผ่านหน้าโปรไฟล์ที่ละเอียดขึ้น การเชื่อมกับปฏิทินและช่องทางติดต่อกับลูกทริปหลังจากจบการเดินทาง ทำให้โฮสต์ยิ่งสนุกกับการจัดทริป และช่วยหารายได้ให้ Airbnb มากยิ่งขึ้น

ไบรอันพูดตลอดการนำเสนอว่า “เราตั้งใจออกแบบแอปพลิเคชันมาก ๆ” เพราะ Airbnb อยากให้ทุกการเดินทางได้รับความสะดวก ง่าย และสนุกตั้งแต่การจอง ในแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่จึงเต็มไปด้วยไอคอนน่ารัก ๆ ตัวหนังสือที่อ่านง่าย การออกแบบที่เข้าใจง่าย และหน้าโปรไฟล์แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางของคุณมากขึ้น เพื่อให้ทั้งโฮสต์และเพื่อนร่วมทริปได้รู้จักคุณมากขึ้น เหมือนอีกโซเชียลมีเดียหนึ่งที่คนเชื่อมต่อกันได้ทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์

การเดินทางเรียกได้ว่าพิเศษอาจไม่ใช่โลเคชัน แต่คือผู้คนที่เราได้เจอมากกว่า น่าจับตามองว่าการมาร่วมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ของผู้เล่นใหญ่อย่าง Airbnb จะเปลี่ยนการเดินทางของชาวโลกไปอย่างไร และจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของคนต่างเมืองให้แนบแน่นขึ้นได้จากการเดินทางบ้างหรือเปล่า

Writer & Photographer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น