26 พฤศจิกายน 2024
7 K

เราเติบโตมากับศูนย์การค้าที่ชื่อว่า ‘เซ็นทรัล’ และไม่ว่าจะไปที่ไหน แถวไหน หรือจังหวัดไหน หลายครั้งเราก็มักจะแวะเวียนเข้าไปเดินที่เซ็นทรัลอยู่เสมอ เพราะเซ็นทรัลมีศูนย์การค้ากระจายอยู่ทุกภูมิภาครวม 41 สาขาทั่วไทย กลายเป็นสถานที่ที่อยู่คู่คนไทยและทำให้เรารู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ไป 

สำหรับเรา เสน่ห์อย่างหนึ่งที่กลายเป็นจุดเด่นของเซ็นทรัล คือความตั้งใจดีที่จะผลักดันให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าศูนย์การค้า กล่าวคือ เซ็นทรัลถือเป็นสเปซที่ให้ความหมายอะไรบางอย่างกับคนที่ได้ไปมากกว่าการช้อปปิ้ง เพราะเซ็นทรัลทั้งสอดแทรกเรื่องราวของ ‘อัตลักษณ์ชุมชน’ ในท้องถิ่นต่าง ๆ ผลักดัน ‘งานคราฟต์’ ฝีมือคนไทยที่อาศัยอยู่ในทุกภูมิภาค และให้ความสำคัญด้าน ‘ความยั่งยืน’ ด้วยความเชื่อที่ว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนเดินเคียงคู่ไปกับการใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้

พอเราได้เห็นโปรเจกต์ ‘11 Local Pride Christmas Trees โดยเซ็นทรัลพัฒนา’ ที่เขาเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีด้วยการเนรมิตต้นคริสต์มาส 11 ต้น ใน 11 สาขา จาก 5 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละสาขาจะดึงเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนในชุมชนนั้นออกมาเป็นต้นคริสต์มาสที่มี ‘แบบเดียวในโลก’ เป็นงานคราฟต์ชิ้นเอกฝีมือดีไซเนอร์และคนในชุมชนจริง ๆ 

นั่นทำให้เรายิ้มออกและประทับใจในความตั้งใจของเขา เพราะนอกจากจะเป็นการให้พื้นที่คนตัวเล็ก ๆ ในชุมชนได้สร้างสรรค์ฝีมือเป็นตัวแทนจังหวัดของตัวเองแล้ว เราเชื่อว่าต้นคริสต์มาสทั้ง 11 ต้นนี้จะเป็น Soft Power ช่วยดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวเห็นถึงเสน่ห์ความเป็นไทยที่มีดี มีของ และทรงคุณค่า น่าเที่ยวไม่แพ้เมืองท่องเที่ยวหลักที่คุ้นเคย เช่น

เซ็นทรัล เชียงราย กับต้นคริสต์มาสที่ชื่อว่า ‘หมอกพันวา’ ที่สะท้อนอัตลักษณ์เมืองเชียงราย ดินแดนศิลปะและดอกไม้ โดย UNESCO ยกย่องให้เชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ รวมถึงนำแรงบันดาลใจจากดอกไม้เมืองหนาว 9 สายพันธุ์ที่ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงในโครงการพัฒนาดอยตุง มาประดับตกแต่งเป็นต้นคริสต์มาสหมอกพันวา ชู Thai Local Handicraft ภูมิปัญญาจากยอดดอย เพื่อสร้างรายได้หล่อเลี้ยงคนในชุมชน

เซ็นทรัล ภูเก็ต กับต้นคริสต์มาสที่ชื่อว่า ‘PERANAKAN’ ที่หยิบเอาเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมภูเก็ตอย่างวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์เปอรานากันหรือบาบ๋า-ย่าหยา ซึ่งเพิ่งได้รับการประกาศให้ชุดเกอบาญาอันโดดเด่นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาออกแบบต้นคริสต์มาสต้นนี้

เซ็นทรัล ขอนแก่น กับต้นคริสต์มาสที่ชื่อว่า ‘Miracle of MudMee’ มหัศจรรย์ไหมมัดหมี่ภาคอีสาน หยิบเอาความโดดเด่นของจังหวัดที่ได้รับการรับรองจากสภาหัตถกรรมโลกว่าเป็น ‘เมืองของผ้ามัดหมี่โลก’ มาทำต้นคริสต์มาสมัดหมี่ เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาอันเข้มแข็งนี้

และยังมีอีก 8 สาขาจาก 8 จังหวัดที่ดึงตัวตนและอัตลักษณ์ของจังหวัดออกมาได้อย่างงดงามและน่าสนใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การทำต้นคริสต์มาสครั้งแรกของเซ็นทรัลพัฒนา เขาจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว และในปีนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งภายใต้แคมเปญ The World’s Great Celebration 2025 ที่ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปินในชุมชน และคนในชุมชน มาช่วยกันต่อยอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยและความเก่งของคนไทย ให้ทั้งคนไทยด้วยกันได้ภาคภูมิใจ ไปพร้อมกับการต่อยอดสู่ระดับโลก

Hidden Gems ในประเทศไทยควรถูกค้นพบ

จะเรียกว่าเซ็นทรัลพัฒนา เป็น ‘Local Essence Advocator’ ก็ไม่ผิด เพราะเขาเป็นที่แรกที่สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส Local Pride นี้ขึ้นมา โดยภาพที่เซ็นทรัลพัฒนาอยากพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง คือภาพที่ชื่อว่า ‘Global and National Impact’ หรือการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับทั้งคนไทยด้วยกันเองและคนทั่วโลกที่มองเข้ามา โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว คือการผลักดันให้ไทยเป็น World Class Destination ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามา ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล แต่หมายถึงทุกช่วงเวลา เพราะประเทศเรามีศักยภาพมากพอที่จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว!

ถัดมาคือ Local to Global เซ็นทรัลพัฒนา มองเห็นศักยภาพของแทบทุกจังหวัดในไทย เนื่องจากพวกเขามีศูนย์การค้าครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยแต่ละที่ที่ไป พวกเขาทำการหาข้อมูลและคลุกคลีกับคนในชุมชน จนเจอ Hidden Gems บางอย่างในสถานที่นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของเมือง ศักยภาพของผู้คน วิถีชีวิคความเป็นอยู่ อาหารการกิน ไปจนถึงจิตวิญญาณที่สอดแทรกอยู่ในวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งหากดึงอัตลักษณ์ตรงนี้ออกมาให้เด่นชัดมากขึ้น จะเป็นการส่งเสริมชุมชนได้อย่างแน่นอน นั่นทำให้เกิดต้นคริสต์มาสงานคราฟต์ขึ้นมา เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและความเป็นสากล เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกันทางวัฒนธรรม

ตลอด 4 ปีที่เซ็นทรัลพัฒนาสร้างต้นคริสต์มาสงานคราฟต์ของคนในชุมชนแต่ละจังหวัดขึ้นมา ความประทับใจหนึ่งอย่าง คือการได้เห็นภาพการร่วมแรงร่วมใจกันของศิลปินในชุมชน ดีไซเนอร์ในแต่ละจังหวัด ช่างปั้น ช่างสี ผู้สูงอายุ และเด็กรุ่นใหม่ ที่พร้อมใจรังสรรค์ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ขึ้นมาด้วยกัน จึงพูดได้เลยว่า Thai Local Handicraft หรือหัตถกรรมท้องถิ่นของคนไทยชิ้นนี้เป็นผลงานแห่งความสุขและความภูมิใจของคนไทยด้วยกันจริง ๆ

ต้นคริสต์มาสแต่ละต้นมีความหมายและคุณค่าที่สะท้อนถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม รวมถึงการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และต้นคริสต์มาสเหล่านี้จะเป็นตัวแทนคนไทยที่ผลักดันให้คนไทยด้วยกัน อยากเดินทางออกไปเที่ยวที่จังหวัดอื่น ๆ ในประเทศ รวมถึงคนต่างชาติก็จะได้ค้นพบจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทยของเรามากขึ้น

โอกาสนี้ เราได้รับฟังแนวคิดการทำต้นคริสต์มาสจากตัวแทนศิลปินที่สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสของทั้ง 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล เชียงราย, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล ขอนแก่น จึงอยากเอามาเล่าสู่กันฟังให้ทุกคนได้เห็นว่า วัฒนธรรมของพวกเขาสวยงามขนาดไหน คนไทยมีดีแค่ไหน และเก่งเรื่องงานคราฟต์มากเพียงใด!

สีสันกาสะลอง เชียงราย ดินแดนแห่งดอกไม้และศิลปะ

เซ็นทรัล เชียงราย กับต้นคริสต์มาสที่มีชื่อว่า ‘ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา’ เพราะเชียงรายเป็นดินแดนแห่งดอกไม้และศิลปะ

เข้าปีที่ 4 แล้ว ที่เซ็นทรัล เชียงราย ทำต้นไม้งานคราฟต์ดึงเสน่ห์ในจังหวัดออกมาให้คนที่ผ่านมาได้รับชมกัน ซึ่งแต่ละปีจะมีคอนเซปต์และวิธีคิดที่แตกต่างกัน โดยในปีนี้ ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผู้มีส่วนร่วมหลักในการสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสนี้ขึ้นมา เล่าให้เราฟังถึงโจทย์ที่ตั้งไว้ว่า “ล่าสุด UNESCO เพิ่งได้คัดเลือกให้เชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ เราเลยอยากนำเอกลักษณ์ของทั้งโครงการพัฒนาดอยตุงและจังหวัดเชียงรายมาประดับเป็นต้นคริสต์มาสในปีนี้”

นั่นทำให้ปีนี้แรงบันดาลใจในการสร้างต้นคริสต์มาสคือการสร้างจากดอกไม้เมืองหนาวประจำเชียงราย ได้แก่ ดอกรองเท้านารีดอยตุง ดอกรองเท้านารีพริ้นเซสสังวาลย์ ดอกกุหลาบพันปี ดอกเสี้ยวดอกขาว ดอกกาแฟ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ดอกพวงแสด ดอกวานิลลา และดอกชาน้ำมัน ซึ่งล้วนมีคุณค่าและมีความหมายต่อคนเชียงราย

“เราอยากให้ต้นคริสต์มาสต้นนี้บ่งบอกถึงสัญลักษณ์และความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย นำไปโปรโมตและต่อยอดให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่า ถ้าจะดูดอกไม้ที่สวยขนาดนี้ต้องมาที่เชียงราย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังจากที่ภาคเหนือเองประสบปัญหาน้ำท่วมไป โดยภาพทั้งหมดจะแสดงให้เห็นว่าในเชิงการคิด การออกแบบ ตอบโจทย์ของโครงการพัฒนาดอยตุงทั้งหมดที่เรามองเห็นมิติใน 3 ด้านควบคู่กันไป คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

“ดอกไม้ทุกชนิดมีที่มาและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น ดอกรองเท้านารี เป็นดอกไม้ที่มีการพัฒนามาหลายสายพันธุ์ และยังมีดอกกาแฟกับดอกวานิลลาที่โครงการส่งเสริมการปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงให้กับชุมชนในพื้นที่ รวมถึงดอกไม้บนพื้นที่สูง เช่น นางพญาเสือโคร่งที่ขึ้นได้ดีในจังหวัดของเรา และที่ขาดไม่ได้คือ ดอกพวงแสด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด”

โดยต้นคริสต์มาสนี้เกิดขึ้นจากชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรบนดอยตุง ทั้งคนที่ประกอบร่าง ตัดเย็บ จนมาตั้งอยู่ในเซ็นทรัล เชียงราย ได้ คือ ‘คนบนดอย’ ทั้งหมด โดยนำวัสดุผ้าดิบย้อมสีธรรมชาติหลากสีสัน และตกแต่งดอกไม้แต่ละสายพันธุ์ด้วยลูกสนหลายขนาดทำมาจากทางมะพร้าว และหากย้อนกลับไปในปีก่อน ๆ จังหวัดเชียงรายซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งชนเผ่า’ ทางโครงการได้เนรมิตต้นคริสต์มาสหมอกพันวาที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ชนเผ่า โดยนำลายเสื้อชนเผ่ามาประดับตกแต่งอีกด้วยเนื่องจากเชียงรายเป็นจังหวัดเหนือสุดของไทยที่ติดลาวและพม่า ทำให้มีกลุ่มชนเผ่าอาศัยอยู่เยอะ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมนี้ทำให้ พีระ ตันเถียร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงตั้งใจให้ “รอบ ๆ ต้นคริสต์มาสของเรา มีร้านค้าชุมชนและมีร้านอาหารชนเผ่าเข้ามาเสริม เพื่อทำให้คนในชุมชนรอบ ๆ เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองกัน”

ทั้งนี้ พวกเขายังไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องความยั่งยืน เพราะทุกวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ จบงานแล้วจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อในทางอื่นได้ด้วย

PERANAKAN เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมภูเก็ต

เซ็นทรัล ภูเก็ต กับต้นคริสต์มาสที่ชื่อว่า ‘PERANAKAN’ ที่สะท้อนถึงเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมภูเก็ต ถือเป็นปีแรกที่ภูเก็ตได้มาร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนา ออกแบบต้นคริสต์มาสโดยใช้ความโดดเด่นของอัตลักษณ์ที่ทั่วโลกมองเห็น อย่างกลุ่มชาติพันธุ์เปอรานากัน (Peranakan) หรือ บาบ๋า-ย่าหยา ของคนในจังหวัดที่มีทั้งกลิ่นอายความเป็นไทยใต้ ผสมกับวัฒนธรรมจีน-มลายู อันสง่างาม

ดนุชภร ปริธัญ กรรมการสมาคมเพอรานากันประเทศไทย เล่าให้เราฟังว่า ภูเก็ตเพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดประชุมบาบ๋าเพอรานากันโลก และได้รับประกาศจาก UNESCO ให้ชุด ‘เกอบาญา’ ซึ่งเป็นชุดท้องถิ่นของเพอรานากันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกครั้งนี้ทำให้พวกเขาเลยตัดสินใจเลือกดึงจุดเด่นของชุด ‘เกอบาญา’ มารังสรรค์เป็นต้นคริสต์มาส ซึ่งความน่าประทับใจคือการที่คนทุกเจเนอเรชันได้มาช่วยกันทำต้นคริสต์มาสต้นนี้ขึ้นมา ทำให้เกิดการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นกันมากขึ้น

“กลุ่มชาติพันธุ์เปอรานากันมีการแบ่งสีมงคลและอวมงคล ซึ่งบางครั้งเด็กเจนฯ ใหม่ยังไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เราเลยทำให้ต้นคริสต์มาสต้นนี้เป็นการส่งต่อให้กับศิลปินหรือคนเจนฯ ใหม่ให้เห็นว่าคุณจะต้องใช้โทนสีอย่างไรหรือต้องทำรูปลักษณะแบบไหน เพื่อเป็นผลประโยชน์ต่อท้องถิ่นและคงเอกลักษณ์อันสวยงามของเราต่อไป

“เดิมทีต้นคริสต์มาสต้นนี้ถูกออกแบบให้เป็นสีน้ำเงิน แต่สีน้ำเงินในทางวัฒนธรรมเปอรานากันถือกันว่าเป็นสีที่ใช้ไว้ทุกข์ เลยเปลี่ยนเป็นสีเขียวเทอร์ควอยซ์ ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความมั่งคั่งมาตั้งแต่ยุคโบราณ ส่วนชิ้นส่วนที่ประดับต่าง ๆ เราจะใช้ลวดลายที่อยู่บนเสื้อผ้าเกอบาญามาดัดแปลงและใส่ลงไป บนยอดจะมีนกฟีนิกซ์หรือหงส์จีน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์บาบ๋าเปอรานากันในทุกภูมิภาค เนื่องจากชาวบาบ๋านับถือเพศแม่เป็นใหญ่ ซึ่งตามวัฒนธรรมจีนนกฟีนิกซ์ถือเป็นตัวแทนของเพศหญิง

“นอกจากนี้ เรายังมีดอกโบตั๋นที่เป็นดอกไม้ประจำชาติจีน มีผีเสื้อที่สื่อถึงความรัก พิธีแต่งงานของชาวบาบ๋า ภูเก็ต บนมงกุฎจะมีผีเสื้อที่แสดงถึงความรัก มีนกนางแอ่นที่หมายถึงชีวิตที่สดใส โดยลวดลายเราดึงมาจากผ้าปาเต๊ะและลายปักบนเสื้อเกอบาญา ในส่วนเกล็ดหิมะ เราใช้เครื่องประดับบนชุดเกอบาญามาทำ เรียกว่า ปิ่นตั้ง แปลว่าดาวกระจาย เป็นเครื่องทองมาประดับ”

ต้นคริสต์มาสต้นนี้ได้รับเสียงต้อนรับที่ดีจากกลุ่มเปอรานากันในประเทศอื่น ๆ ที่ตั้งใจจะมาเห็นด้วยตาตัวเองกันที่ประเทศไทย และต้นคริสต์มาสต้นนี้ยังทำให้เกิดการมีส่วนร่วมกันในชุมชน มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตและเยาวชนจากโรงเรียนในจังหวัดมาช่วยกันเพนต์ ตกแต่ง ทั้งยังได้กลุ่มแม่บ้านคนภูเก็ตที่เข้ามาระบายสี จนทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่คนทุกรุ่นได้ช่วยกันทำให้ภูเก็ตเฟื่องฟูมากกว่าเดิม เพราะภูเก็ตไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่เฉพาะชายหาดหรือท้องทะเล แต่เสน่ห์ของภูเก็ตคือวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่สะท้อนมายังต้นคริสต์มาสต้นนี้ด้วยต่างหาก

Miracle of MudMee มหัศจรรย์ไหมมัดหมี่ขอนแก่น

เซ็นทรัล ขอนแก่น กับต้นคริสต์มาส Miracle of MudMee มหัศจรรย์ไหมมัดหมี่

ผ้าไหมมัดหมี่ถือเป็นงานคราฟต์ทอมือของคนขอนแก่นที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างหนึ่ง ยืนยันได้จากการได้รับรองจากสภาหัตถกรรมโลกเมื่อปี 2018 ให้ขอนแก่นเป็นเมืองของผ้ามัดหมี่โลก ถ้าจะพูดว่าขอนแก่นเป็นศูนย์กลางผ้ามัดหมี่ก็คงไม่ผิดอะไร

เซ็นทรัล ขอนแก่น จึงร่วมมือกับ ตั้ม-พงศกร อ้นประดิษฐ์ สถาปนิกจาก ATTA STUDIO และ ชมพู่-กาญจนา ชนาเทพาพร ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง BWILD ISAN หยิบเทคนิคการทอผ้าไหมมัดหมี่ในชุมชนที่มีลวดลายซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะลายกง ลายโคม ลายหมากจับ ลายปลาซิว ลายดอกแก้วน้อย ลายแมงมุม ลายกนกเชิงเทียน ลายขันหมาก ลายต้นสน ลายขาเปียน้อย ลายนกยูง ลายนาคเกี้ยว ลายสำเภาหลงเกาะ ฯลฯ ออกแบบต้นคริสต์มาสที่คงตำนานความเป็นขอนแก่นให้เข้ากับความโมเดิร์นจากฝีมือคนรุ่นใหม่

“งานของเราคือการออกแบบเพื่อสร้างประโยชน์กับคนและเมือง ความตั้งใจของเราคืออยากจะเผยแพร่ภูมิปัญหาที่เข้มแข็งมาก ๆ ของจังหวัดผ่านการออกแบบ เราไม่อยากเอาแค่ไหมมัดหมี่มาตกแต่งเฉย ๆ แต่เราอยากทำมันในเชิงลึก สะท้อนถึงหัวใจหลักของการมัดหมี่ที่กว่าจะเป็นลำหมี่ต้องผ่านเชือกที่ประกอบกันหลายเส้นรวมกันเป็น 1 ลำ 1 ลำก็สร้างลายไม่ได้ ต้องรวมหลาย ๆ ลำ ผ่านกระบวนการมัด การสร้างลวดลาย เป็นสิ่งที่ชวนให้ทึ่งกับความลึกของภูมิปัญญาที่อีสานมี” ชมพู่เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจของเธอ 

ดังนั้นแล้ว กระบวนการทำจึงต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เป็นที่มาของการเลือกวัสดุว่าจะมีใครได้ประโยชน์บ้าง และต้องคิดต่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นความภาคภูมิใจให้กับเมืองได้จริงหรือเปล่า ชมพูจึงบอกว่า “เราเอาเส้นฝ้ายเส้นเล็กทั้งหมดที่ซื้อจากชุมชน 40 กิโลกรัมมาทำเป็นลำหมี่ยักษ์ แล้วมัดด้วยลายกงและลายโคม ซึ่งเป็นหนึ่งในลายอัตลักษณ์ของขอนแก่น ลายกง หมายถึง อาณาเขต คือความมั่นคงปลอดภัย เปรียบเหมือนกับบ้านกับเมืองของเรา ลายโคม คือการสืบทอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาวขอนแก่น 

“เราเลือกไม้ไผ่มาใช้ในการทำงาน เพราะมากกว่า 60% ของต้นทุนต้องอยู่ในพื้นที่เราและกระจายสู่กลุ่มคนในชุมชนจริง ๆ เขาจะไม่ได้รับแค่เงินค่าจ้างแล้วจบไป แต่ทีมที่เราเชิญเขามามีทั้งยอดฝีมือที่เป็นทีมไม้ไผ่ ร้านค้าในชุมชน ช่างสี ช่างเหล็ก สถาปนิก ดีไซเนอร์ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาทำงานร่วมกัน เป็นการโชว์ศักยภาพของขอนแก่นจริง ๆ อย่างกระสวยทอผ้า ก็มาจากกลุ่มทอผ้าในอีสาน และหลังจบงานของทุกอย่างต้องเอากลับไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องเอากลับไปทอผ้าต่อได้ เส้นฝ้ายที่เหลือต้องไปใช้อย่างอื่นได้”

การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ตั้ม ซึ่งเป็นสถาปนิก เสริมต่อว่า “การจัดงานอีเวนต์ที่ใช้งบประมาณเยอะ ๆ มันน่าจะดีหากเราคิดตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ว่าวัสดุที่เอามาใช้ ของทั้งหมดนี้จะถูกใช้ใหม่และส่งต่อกลับชุมชนยังไงบ้าง ตั้งแต่งานไม้ไผ่ ไม้ไผ่จึงเป็นเลเยอร์แรกในการขึ้นโครงเหล็กต้นคริสต์มาส เราคิดว่าตัวไม้ไผ่นี้ Low Carbon ที่สุดแล้ว และเราจะส่งมอบต่อให้กลุ่มเกษตรกรเครือข่าย ให้เขาไปใช้งานต่อ ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ หรือทำโรงเรือนเกษตรกร ส่วนเชือก ด้าย และกระสวยทอผ้า ก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เอาไปใช้งานได้อีกในโปรเจกต์ต่อไป การที่เราให้ความสำคัญกับการ Redesign ก็เพื่อให้ช่างของเราได้ทำงานต่อกับวัสดุชุมชน ทำเป็นโต๊ะทานอาหารในโรงเรียนบ้านเด็กกำพร้าในจังหวัดขอนแก่น ส่งมอบกันต่อไป”

ชมพู่แชร์ให้ฟังว่า จริง ๆ เธอตั้งชื่อต้นคริสต์มาสนี้ไว้อีกชื่อ จะเรียกว่าเป็นชื่อเล่นของต้นคริสต์มาสต้นนี้ก็ได้ นั่นก็คือ ‘คักคริสต์มัด’ คัก แปลว่าดีที่สุด ในภาษาอีสาน ซึ่งไม่ได้หมายถึงสวยที่สุด แต่ดีที่สุดในแบบที่คนอีสานตั้งใจทำ ส่วน คริสต์ มาจาก ต้นคริสต์มาส และ มัด หมายถึงการมัดหมี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชุมชนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นมา เป็น Local Pride, Local Made และ Local Designer เลือดอีสานอย่างแท้จริง

“ใจความสำคัญของช่างฝีมือไทยอีสาน คือความอดทนและรอคอย งานของเรามีความซับซ้อน เราเลยภาคภูมิใจกับมันที่ส่งต่อรากเหง้าภูมิปัญญาของเราให้เด็กรุ่นใหม่ได้ ให้เขารู้ว่ามันไม่ได้เชยนะ เราทำให้เท่ได้ พู่ไม่ได้อยากทำเป็นแค่อีเวนต์ แต่ต้นคริสต์มาสนี้เป็นหน้าตาของเมืองขอนแก่น อย่างช่างสีที่เขามาทำกับเรา เขาพูดกับเราเลยว่า นี่คือวิชาชีพของเขา เขาจะทำลวก ๆ ไม่ได้ เพราะเขาจะพาลูกมาดูดาวที่เขาทำบนต้นคริสต์มาส

“งานออกแบบอีสานเป็นมวยรองมาตลอด แต่พู่เชื่อว่านักออกแบบอีสานมีศักยภาพ แล้วทำไมเด็กที่อยู่อีสานต้องเข้ากรุงเทพฯ มาทำงานด้วย เราทำงานในจังหวัดได้นะ เราไม่ได้ด้อยกว่าใครค่ะ เราจึงอยากให้งานของเราสะท้อนกลับไปที่เด็กของเราว่าเราทำได้ บ้านเรามีของดีเยอะแยะมากมาย และเราทำสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงให้ออกมาว้าวได้ แบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร ด้วยคุณค่าและรากเหง้าของเรา นี่แหละคือความสุขของคนตัวเล็ก ๆ ค่ะ”

เซ็นทรัลพัฒนา ขอเป็นส่วนหนึ่งของทุกจังหวัด

ยังมีต้นคริสต์มาสอีก 8 ต้น จาก 8 จังหวัดที่เราอยากชวนให้ไปรับชมความดีงามและเอกลักษณ์ที่คนในชุมชนต้องการสื่อสารถึงตัวตนของพวกเขา

เซ็นทรัล เชียงใหม่ กับ ‘ต้นคริสต์มาสดินแดนล้านนากับศิลป์สล่าแห่งความสุข’ สูง 15 เมตรด้วย ‘ร่มเชียงใหม่’ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวเชียงใหม่ และยังตกแต่งด้วย ตาแหลว หรือการสานเส้นไผ่สไตล์ล้านนาของชาวบ้านในชุมชน

เซ็นทรัล เวสต์เกต กับ ‘ต้นคริสต์มาสนนท์นิรมิต วิจิตรนนทรี’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘NONTHABURI’S SENSE สัมผัสเสน่ห์นนท์’ ที่รวมของเด็ด ของดังเมืองนนท์ฯ มาไว้ที่ต้นคริสต์มาสต้นเดียว เช่น เครื่องจักสาน จานเซรามิก เครื่องปั้นดินเผา ผ้าขาวม้า ผ้ามัดย้อม ผลไม้ท้องถิ่น ฯลฯ 

เซ็นทรัล มหาชัย กับ ‘ต้นคริสต์มาสเกลือ’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘อัญมณีแห่งอ่าวไทย’ ที่นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่นของสมุทรสาคร พื้นที่ที่มีการทำนาเกลือมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มาทำเป็นต้นคริสต์มาสที่มองเผิน ๆ ดูเหมือนหิมะ แต่จริง ๆ ส่วนหนึ่งในนั้นทำมาจากเกลือ ด้วยความร่วมมือจาก โรงเรียนนาเกลือ จังหวัดสมุทรสาคร 

เซ็นทรัล โคราช กับ ‘ต้นคริสต์มาสดินด่านเกวียน’ เพื่อเชิดชูงานปั้นของพี่น้องชาวโคราช ด้วยการทำต้นคริสต์มาสจากดินด่านเกวียนครั้งแรกของไทย โดยฝีมือ มิตร นครดิน ช่างปั้นมากประสบการณ์ที่ใช้ความประณีตในการออกแบบด้วยดินด่านเกวียน ซึ่งเป็นดินที่มีความแข็งแรงและคงทน สะท้อนความภาคภูมิใจของลูกหลานย่าโมทุกคน

เซ็นทรัล จันทบุรี กับ ‘ต้นคริสต์มาสเสน่ห์จันท์’ เป็นปีที่ 2 แล้วที่เซ็นทรัลพัฒนาสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส โดยหยิบเอาอัญมณีที่มีชื่อเสียงระดับโลกของจันทบุรีมาประดับบนยอดต้นคริสต์มาส และเสริมด้วยความงามจากเสื่อจันทบูร เพราะอย่างที่รู้กันว่าจันทบุรีโดดเด่นเรื่องการทอเสื่อจันทบูรอย่างแท้จริง

เซ็นทรัล นครศรี กับ ‘ต้นคริสต์มาสมนตรา มหานคร’ ร่วมมือกับวิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช นำเอาอัตลักษณ์ของคนนครฯ อย่าง ‘เทริดมโนราห์’ ศิลปะอันทรงคุณค่ามาประดับบนต้นคริสต์มาส ซึ่งเทริดถือเป็นเครื่องประดับศีรษะของตัวนายโรง ต้นคริสต์มาสต้นนี้จึงได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลายของเทริดและชุดมโนราห์

เซ็นทรัล หาดใหญ่ กับ ‘ต้นคริสต์มาสเภตรา ชลาลัย’ โดยหยิบเอาลวดลายและสีสันจากเรือกอและสีสันสวยงามที่แสดงถึงอัตลักษณ์วิถีชีวิตของภาคใต้ตอนล่าง มีความเป็นพหุวัฒธรรรมและมีความผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน มาทำเป็นต้นคริสต์มาสจากลวดลายและสีสันของเรือกอและที่เปรียบเสมือนอัญมณีแห่งสายน้ำของคนใต้ ทั้งนี้ลวดลายบนเรือได้อิทธิพลด้านศิลปะจาก 4 ชนชาติ คือชาวไทย-พุทธ ชาวไทย-มุสลิม ชาวชวา และชาวจีน 

และเซ็นทรัล สมุย กับ ‘ต้นคริสต์มาส The Tree of Life’ ต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งทำจากวัสดุธรรมชาติที่โดดเด่นของสมุย ได้แก่ หนึ่ง ไม้ไผ่ที่แข็งแรง ทนทาน สำหรับขึ้นโครงต้นคริสต์มาส สอง ใบมะพร้าวที่พบมากในเกาะสมุย มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะสานขึ้นรูปทรงในส่วนต่าง ๆ ของต้นคริสต์มาส และสาม ลูกมะพร้าว รวมถึงเปลือก กาบ และเส้นใย ที่นำไปใช้ประโยชน์ในการแกะสลักได้หลากหลายวิธี

อ่านมาถึงตรงนี้ เราคงเห็นกันแล้วว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในแต่ละแห่งนับเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิต ด้วยความตั้งใจที่ว่า อยากให้คนที่เข้ามาเที่ยวศูนย์การค้าได้รับอะไรกลับไป เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความหมาย พร้อมโอบกอดเอกลักษณ์ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไทย เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาได้รู้สึกถึงเสน่ห์ท้องถิ่นอันล้นหลามและสัมผัสอย่างใกล้ชิด ที่ขาดไม่ได้คือการสนับสนุนพื้นที่ให้คนในชุมชนต่าง ๆ ได้มีโอกาสสร้างรายได้ร่วมกัน 

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเซ็นทรัลพัฒนาที่พร้อมจะผลักดัน ‘Local to Global’ เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของจังหวัดในทุก ๆ มิติ 

Writer

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

นัก (ชอบ) เขียนบ้ากล้องที่ชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นพิเศษ เสพติดเสียงธรรมชาติ กลิ่นฝน และสีเลือดฝาดบนใบหน้า ที่ใช้เวลาเขียนงานไปพร้อมๆ กับติ่งอปป้าอย่างใจเย็น