17 กันยายน 2024
2 K

จะว่าไป ชีวิตคนเรา การที่ได้ลุ้นบ้างเป็นสิ่งที่ทำให้สนุกนะคะ เอาง่าย ๆ เลย อย่างวันหวยออก 1 กับ 16 นี่ บรรยากาศบ้านเมืองเราคึกคักนะคะ ถ้าคุณสังเกต อย่างถ้าเข้าร้านข้าวแกงในวันหวยออก แบบต้องเป็นร้านที่ป้าคนขายชอบหวยด้วยนะ เชื่อว่าลูกค้าเข้าร้านทีนี่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวป้าแล้วค่ะ 

ไม่ต้องคิดจะไปสั่งอาหารเมนูยาก แบบเอากะเพราหมูสับแบบสับไม่ต้องละเอียดมาก ไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในแต่อย่าสุกมาก ส่วนน้ำปลาพริก ซอยพริกหยาบ ๆ นะคะ โดยเฉพาะถ้าเป็นช่วง 15.30 น. ที่รางวัลใหญ่กำลังจะออก ฉันคิดว่าเปอร์เซ็นต์ที่คุณจะโดนด่าหยาบกว่าพริกซอยในน้ำปลา (อาจไม่ได้ด่าออกมา แต่ด่าในใจ) มีมากค่ะ ที่พูดนี่เพราะเคยไปสั่งแบบเรื่องมากและไม่ดูสีหน้าคนขายในวันหวยออก ถือว่าเป็นการกินข้าวผัดกะเพราที่แม่ค้า Aggressive ที่สุดในชีวิต กระแทกกระทั้นทุกดอก ไม่ต้องพูดถึงการวางจานเสิร์ฟอย่างเสียงดัง คือกระแทกกระทั้นใส่ยันตอนทอนเงิน อีกนิดแบงก์ขาดแน่ เพราะระหว่างที่สั่งเก็บเงิน รางวัลเลขท้ายกำลังจะออกพอดี จนฉันเริ่มนึก อืม ถ้าป้าไม่ถูกหวย ป้าจะโทษเราและลามมาด่าแม่เรามั้ยนะ เลยรีบออกจากร้าน 

งวดนั้น ฉันไม่รู้ว่าป้าเขาถูกหวยหรือเปล่า รู้อย่างเดียว คนจะลุ้น อย่าไปขัด ฉันผิดเอง 

แต่อย่างที่บอก การลุ้นและการพนันเป็นสิ่งบันเทิงที่สนุกมากนะคุณ อย่างวันก่อน ฉันเอา Mahjong หรือไพ่นกกระจอก (ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรียกว่าไพ่นกกระจอก ถ้าใครรู้บอกมานะคะ จะขอบคุณมาก ๆ) มาแนะนำให้เพื่อนชาวต่างชาติลองเล่นดู เขาดูชอบมากนะคะ 

สิ่งที่ชอบคือมันเป็นเกมที่ดีไซน์มาให้ได้ใช้สมองและโชคของเราอย่างพอ ๆ กัน (อันนี้ขอคารวะคนคิดเกมอย่างมาก) การชนะของมัน ถ้าชนะสูงสุดที่จะได้เงิน คือคูณไป 96 เท่าของจำนวนเงินต่อแต้ม ทุกคนที่เล่นจริงจังมาก เพราะเราเอาชิปมาแทนเงิน เพื่อให้รู้ว่าเราได้หรือเสียไปเท่าไหร่ นี่ขนาดเป็นแค่ชิป แต่มันได้เซนส์ของการชนะ-แพ้ (แบบมีขนาดความชัยชนะและความพ่ายแพ้ตามจำนวนชิปที่จะได้หรือเสียไปด้วย เพราะฉะนั้น ทุกคนเล่นกันจริงจัง ด่าทอ เฮฮากันมาก) เพราะใช้ชิปที่เป็นเงินเสมือน เดี๋ยวถ้าได้เจอกันและเวลาเหมาะสม ชวนเล่นได้นะ เพราะฉันเองชอบเล่นมาก 

ไม่ต้องพูดถึงถ้าเวลาเข้าบ่อนหรือกาสิโนที่เราต้องใช้เงินจริงแลกชิปมาเล่นพนันจริง ๆ 

ฉันเองเวลาไปเล่นในกาสิโน (ไม่ใช่ในไทยนะคะ ออกตัวก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ถูกกฎหมาย แต่ในอนาคตฉันเองไม่อาจทราบได้ค่ะ ถึงจะมีข่าวมาประปรายก็ตาม) เวลาเล่นไพ่บนโต๊ะแบบ Blackjack ที่จะนั่งในที่นั่งเฉพาะเราและมีคนในโต๊ะ แค่นี้ก็ลุ้นแทบตายแล้ว ยิ่งถ้าโต๊ะไหนมือขึ้น เราไปดูและลุ้นไปด้วย สิ่งที่คนเล่นการพนันมักจะกำไว้ในมือเวลาเล่นในบ่อนก็คือชิปเนี่ยล่ะค่ะ เพราะมันมีเท็กซ์เจอร์เหมาะมือและช่วยในการลุ้น 

ส่วนการใช้เงินจริงไม่ค่อยมันมือเท่าไหร่ (‘มัน’ ในที่นี้คือความเอนจอยที่ได้ถือในมือ คือโชคและการเดิมพันที่อยู่ในอุ้งมือของเราค่ะ) อีกอย่าง เงินจริงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร เพราะหยิบยาก 

ในบ่อนการพนัน เจ้ามือจะเอาไม้เกี่ยวชิปเวลาได้หรือเสีย ถ้าเป็นเงินจริง ๆ เหรียญจริง ๆ มันค่าน้อยเกินไปและบางไป ส่วนแบงก์นี่ไม่เหมาะทุกประการ ปลิวได้ หายได้ค่ะ เพราะฉะนั้น ชิปการพนันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในบ่อนการพนัน 

วันนี้ Mind Their Own Business! เรื่องของเขา เราใส่ใจ จะมาเล่าให้ฟังเรื่องชิปพนันค่ะ เป็นชิปที่เคยใช้ในบ่อนการพนันเมืองไทย เพราะในสมัยหนึ่งซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานมาก บ่อนการพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในสยาม

ชิปที่จะเล่าในวันนี้ใช้เล่นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 – ต้นรัชกาลที่ 6 ของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นชิปที่ใช้ในเฉพาะบ่อนของชาวจีน เป็นสิ่งที่เฟื่องฟูถึงขนาดช่วงที่รุ่งเรืองสุดขีด ใช้แทนเงินจริง ๆ นอกบ่อนได้ เป็น Currency สำคัญที่ทำให้ระบบเงินตราในสังคมมีเพียงพอ ชิปชนิดนี้เรียกว่า ‘ปี้โรงบ่อน’ หรือบางทีก็เรียกว่า ‘ปี้กระเบื้อง’ เพราะทำจากกระเบื้อง

ฉันเองหลงใหลในปี้โรงบ่อน เพราะฉันเจอมันครั้งแรกในสนามพระเชียงใหม่ ฉันชอบไปเดินเล่นในสนามพระ โดยเฉพาะในวันที่มีตลาดนัด จะมีแผงขาจรมาขาย จะสนุกเพราะมีของแปลก ๆ หลุดมาให้เห็น บางทีก็เป็นของต่างถิ่น อย่างเชียงใหม่นี่เห็นของภาคกลางหลุดมาบ่อยนะคะ และคนที่นี่บางเขาไม่เล่นกัน 

พระเครื่องและเครื่องรางเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ยิ่งถ้าสนใจเพราะความงามกับประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่สนุกทีเดียว รวมถึงคนในสนามพระเต็มไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย หากเราไปคลุกคลีด้วยก็จะเจอเรื่องน่าสนใจเยอะอยู่ค่ะ 

ตัวฉันเองเป็นคนกรุงเทพฯ บางทีเห็นพระเครื่องจากวัดในเกาะรัตนโกสินทร์ อย่างพระนางพญาวัดราชนัดดา เหรียญ 8 ทิศ (โป๊ยข่วย) ทำจากงาช้าง จากวัดทิพยวารีวิหารซึ่งอยู่ตรงข้าม The Old Siam Plaza ของแบบนี้หลุดมาที่เชียงใหม่เหมือนกัน คนที่นี่ไม่เล่น แต่ฉันเล่นและชอบมาก 

แล้วฉันก็มาเจอพี่คนหนึ่ง ชื่อ พี่ ส. (นามมติ) ปกติเขาขายเหรียญกษาปณ์เก่า เงินเจียง (เงินโบราณของล้านนา) ฉันไม่ได้ชอบดูเหรียญหรือเงินโบราณ แต่ด้วยพี่เขาคุยสนุก เลยแวะไปคุยด้วยบ่อย ๆ เพราะพี่เขาความรู้เยอะดี

วันหนึ่งพี่เขาได้ ‘ปี้โรงบ่อน’ มากองหนึ่ง เขากวักมือเรียกให้ไป เรียกเสียงดังบอกว่ามาดูหน่อย เมื่อวานได้ปี้มา 

ฉันเองไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนว่าแปลว่าชิปก็คิดไปไกล และลอบดีใจไปกับพี่เขาและผัวพี่เขา 

แล้วพี่ ส. ก็ควักปี้โรงบ่อนมาให้ดู ฉันเองรีบเปลี่ยนทัศนคติที่เพิ่งคิดไปเมื่อกี้ทันที พี่ ส. บอกว่าได้มากองหนึ่ง เอาไหม เหมาไหม ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ที่รู้คือ ปี้ เป็นคำทับศัพท์ภาษาจีน แปลว่า เงิน ยิ่งบอกว่า ปี้โรงบ่อน เลยพอรู้ว่าน่าจะเป็นชิปพนัน 

มันคือชิปพนันที่เป็นกระเบื้อง (ส่วนใหญ่ทำที่ประเทศจีน) มีรูปแบบมากมาย ที่เห็นในกองนั้นมีทั้งรูปน้ำเต้า มีบทกลอนด้านหลัง รูปคนผู้ชายฝรั่ง รูปฝรั่งจีน ด้านหลังมีหน่วยเงิน ทั้ง 3 แบบนี้ พี่ ส. บอกว่าเป็นของหายากและราคาแพง (แต่พี่เขาก็มักจะบอกว่าทุกอย่างในแผงเขาหายากจริง ๆ ฉันเลยยังไม่เอามา) เพราะตัวหนึ่งราคาหลักพัน ฉันต้องขอหาความรู้เพิ่มก่อน 

รูปหน้าฝรั่งชาย บางทีเรียกคนใส่หมวก ส่วนฝรั่งหญิงเรียกหน้าแหม่ม ส่วนรูปน้ำเต้า อันนี้พิเศษ เพราะด้านหลังเป็นคำกลอนอวยพร 

หาไปหามา เออ ตัวรูปคนกับตัวที่เป็นคำกลอนแพงกว่าจริง ๆ เลยว่าจะไปเอา ยิ่งหาข้อมูล ยิ่งรู้ว่าบ่อนไทยเราใช้ชิปพนันแทนเงินมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว โดยทำจากวัสดุต่างกัน ทั้งทองเหลือง แก้ว ดินเผา มีหลายรูปแบบ ถือว่าเป็นหนึ่งในอย่างที่คนชอบเก็บสะสม 

ตามคำบอกของพี่ ส. ได้ความว่า ตั้งแต่อยุธยาเรื่อยมาถึงราชบุรีมีบ่อนมากมาย แต่ว่าคนไทยและคนจีนยังคงเล่นร่วมกัน และเป็นชิปเฉพาะภายในบ่อน มีมากแต่ไม่ได้มีเยอะแยะ 

แต่ตัวปี้โรงบ่อนที่ฮิตกันมีมากมายมากกว่า 5,000 แบบ นั่นคือช่วงกลางรัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาลที่ 6 เพราะเป็นช่วงที่เปิดให้สัมปทานบ่อน โดยจะมีนายอากรที่เป็นคนจีนมาสัมปทานไป บ่อนจึงเฟื่องฟูมากถึงขีดสุด การเก็บภาษีเข้ารัฐก็ทำได้มากมายที่สุด จากชิปที่มักทำกันเองในประเทศ ก็เกิดการลงทุนสั่งชิปกระเบื้องมากจากประเทศจีน โดยบางครั้งเป็นคุณภาพเดียวกับกระเบื้องกังไส หรูหราขึ้นมามาก (ที่สำคัญ กระเบื้องกังไสคงทนค่ะ ในบ่อนเวลาคนแพ้พนัน คนที่เสียไม่น่าจะยื่นชิปให้กับเจ้ามืออย่างนุ่มนวลนัก)

ปี้โรงบ่อนเลยสวยงาม มีหน่วยเงินตราในตัว ที่สำคัญ ความวิจิตรพิศดารมากขึ้นอักโข 

รวมถึงขึ้นชื่อว่าคนจีน ความโชคดี ความรุ่งเรือง ความร่ำรวย เป็นสิ่งสุดยอดปรารถนา โดยเฉพาะเมื่อคุณจะเข้าบ่อน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือโชค ส่วนใหญ่แล้วปี้โรงบ่อนกระเบื้องจึงมักจะเป็นรูปสิ่งมงคล เช่น ปู ปลา ดอกบัว 

และที่เป็นคำภาษาจีนมงคล คำที่ฮิต เช่น ฮะ (รุ่งเรือง) เฮง (โชคดี) ฮก (วาสนา) ด้านหลังเป็นหน่วยเงิน

หรือเป็นยี่ห้อของสถานที่ผลิต ไม่ก็บอกว่ามาจากบ่อนไหน ซึ่งก็ไม่วายเป็นชื่อที่พ้องกับของมงคล เช่น ฮะเฮง (แปลว่ารุ่งเรืองและโชคดี)

เป็นรูปหน่วยเงินไปเลย เช่น 50 เบี้ย 100 เบี้ย (อันนี้เป็นหลักฐานว่าใช้ในประเทศแน่ ๆ เพราะเป็นเลขไทย เนื่องจากปี้โรงบ่อนแบบนี้มีใช้ในประเทศใกล้เคียงเหมือนกัน) ทั้งยังเป็นการ Collaboration ระหว่างไทย-จีนที่ดีค่ะ 

หรือว่าเป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่นรูปโคมไฟ รูปป้ายมงคล มีหลายรูปแบบมาก ฉันเองชอบมาก และมักจะแวะดูทุกครั้งที่ได้เห็นปี้โรงบ่อนหลุดเข้ามา ตื่นตาตื่นใจค่ะ 

หน่วยของชิปกระเบื้องหรือปี้โรงบ่อนมักมีเป็น 1 เบี้ย, 1 ไพ, 1 เฟื้อง และ 1 สลึงค่ะ ส่วนเกมการพนันนั้นมักจะเล่นกำถั่ว โป (เป็นเกมทายแต้มลูกเต๋า คำว่าข้าวเสียโป มาจากเมนูที่มักจะให้เยอะและราคาถูก ดั้งเดิมคือเป็นเศษเป็ด เศษหมูแดง เศษหมูกรอบ เพื่อขายคนที่เสียพนันโป มักขายแถวหน้าบ่อนที่เล่นโป มีเจ้าหนึ่งที่ขอแนะนำนะคะ เพราะอร่อยและออริจินัลมาก ถ้าหันเข้าหาวัดเล่งเน่ยยี่ เดินมาทางซ้ายสัก 200 เมตร ก่อนถึงสี่แยกเสือป่า อยู่หน้าตรอกเล็ก ๆ ค่ะสังเกตดี ๆ เป็นแผงลอยนะคะ ไม่ใช่ร้านค้า)

ชิปที่ใช้ในบ่อนนี้เป็น Currency ที่แน่นอนมากอย่างหนึ่ง ที่แน่ ๆ ในบ่อนนั้นชิปเหล่านี้มีค่าเหมือนกับเงินตราจริง ๆ และเมื่อสยามเราประสบปัญหา ขาดโลหะในการผลิตเหรียญกษาปณ์ ยิ่งทำให้ปี้โรงบ่อนแพร่หลายมากขึ้น เพราะคนทั่วไปได้เอาไปซื้อของจริง ๆ นอกบ่อน ทำให้มันยิ่งเฟื่องฟูขึ้นไปอีก 

แต่ความไม่แน่นอนก็มีนะคะ ไม่ใช่ว่าคนสมัยนั้นจะใช้ชิปพนันแทนเงินได้ตลอดไป อย่างที่บอกว่าบ่อนในสยามมาจากการให้สัมปทานนายอาการบ่อนเบี้ย ตำแหน่งนี้มีวาระ เมื่อเปลี่ยนสมัย เปลี่ยนคน แบบที่ใช้ในบ่อนก็เปลี่ยนเหมือนกัน ของเดิมที่มีก็หมดค่าทันทีที่มีการทำเบี้ยตัวใหม่มาใช้ในบ่อนเพื่อป้องกันการสับสน 

ข่าวสารเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วใช่ว่าจะทั่วถึงรวดเร็ว บางครั้งคนที่เก็บปี้แบบเดิมเอาไว้มากมายหมายว่าจะเอามาเล่นพนันใหม่ หรือเอาไปซื้อของ อยู่ ๆ ปี้ในมือหมดค่าแบบข้ามคืนก็มี 

เพราะฉะนั้น ก่อนการเปลี่ยนแบบของปี้โรงบ่อนทีก็ค่อนข้างจะวุ่นวาย เพราะคนแห่แลกเป็นเงินคืนมา 

แต่ถึงอย่างนั้น ปี้โรงบ่อนก็ยังคงทำหน้าที่ตัวเอกในโรงบ่อนอยู่อีกนาน ยังมีการผลิตแบบต่าง ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ตราบที่โรงบ่อนยังคงทำการอยู่ จนกระทั่ง พ.ศ. 2436 ที่มีการยกเลิกปี้กระเบื้องอย่างถาวร เพื่อให้เหรียญกษาปณ์และธนบัตรของรัฐได้ทำหน้าที่เงินตราอย่างสมบูรณ์ 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ปี้โรงบ่อนที่มีอยู่มากมาย มีบทบาทเป็นชิปพนัน ก็เปลี่ยนหน้าที่กลายมาเป็นของสะสมของคนที่ชื่นชอบ

 และอีกอย่างหนึ่งคือบางคนเห็นเป็นเครื่องราง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของมงคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สัตว์ หรือคำมงคลที่อยู่บนปี้โรงบ่อน ที่เอามาบูชาห้อยคอก็มีนะคะ เห็นอยู่ประปราย แต่ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร สิ่งที่ดีคือมันทำให้ปี้โรงบ่อนยังคงหมุนเวียนอยู่ในมือคนที่ต้องการเก็บสะสม

ปี้โรงบ่อน เป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งสยามเคยมีบ่อนที่ถูกกฎหมาย และนักพนัน วงการพนัน นอกจากมีความลุ้น ความโลภ ความฉิบหายแล้ว ยังมีความสนุกและตื่นเต้นด้วย

ที่สำคัญ ปี้โรงบ่อน เป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งวงการการพนันมีสุนทรียภาพและความละเมียดละไม ดูจากชิปที่ใช้ ไม่ได้ทำส่ง ๆ ขึ้นมาเลย มีการออกแบบรูปทรง สี ขนาด ที่งดงาม มีความหมายที่เป็นมงคล เป็นคำอวยพร 

ใครได้จับ ‘ปี้โรงบ่อน’ ในบ่อน ณ ขณะที่เล่นพนัน น่าจะต้องการโชคและการอวยพรกันทุกคน ไม่ว่านักพนันหรือเจ้ามือ 

สวัสดีค่ะ

Writer & Photographer

ทิตยา ลิม

ชอบเล่าเรื่อง ชอบเขียนตั้งแต่เด็ก มองหาความสนุกจากทุกอย่างทั้งการเรียน งาน และการเขียน ชอบเล่นไพ่นกกระจอก (Mahjong) รักสัตว์ ชอบอ่านมาก อาศัยอยู่เชียงใหม่ ไป ๆ มาๆ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะคลองถมเพราะกิจการยังอยู่ที่นั่น มีผลงานหนังสือชื่อ ‘คลองถมโทเปีย’