29 ตุลาคม 2025
734

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านคอลัมน์ Mind Their Own Business! เรื่องของเขา เราใส่ใจ ขณะนี้เป็นเดือนตุลาคม ปลายเดือนแล้วด้วย (ที่ปลายเดือนเพราะฉันเองควรจะส่งตั้งแต่ต้นเดือน แต่มันไม่ทัน ฮือ) 

ลมหนาวเริ่มมา ฟ้าเริ่มมืดเร็วขึ้น อากาศเย็นลง บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองของโลกนี้เริ่มขึ้น จริงนะคุณ ตั้งแต่เดือนตุลาคม โลกของเรานี้เริ่มเห็นการเริ่มของเทศกาลรื่นเริงสิ้นปีแล้ว 

น่าจะเป็นเพราะว่ามันกำลังหมดเวลาของปีนี้ การเริ่มปีใหม่กำลังจะเกิดขึ้นไปอีกไม่เกิน 90 วัน Mood ของคนก็เริ่มนับถอยหลังในใจสู่ปีใหม่ ไม่รู้ว่าพวกคุณเป็นหรือไม่ 

เพราะฉะนั้น เรื่องของผู้ที่ฉันเองเอามาใส่ใจครั้งนี้ เรามาพูดถึงเทศกาลรื่นเริงเฮฮากันเถอะ 

อย่างที่บอก เดือนนี้คือเดือนตุลาคม หนึ่งในเทศกาลที่เฮฮาที่สุด รั่วที่สุด สนุกที่สุด สิ้นสติที่สุด และ Tradition ที่สุดในโลก 

Oktoberfest เทศกาลที่ชาวมิวนิกและบาวาเรียนตั้งหน้าตั้งตารอ เตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมใจและตั้งใจเข้าร่วมที่สุด จัดที่เมือง Munich (หรือ München ในภาษาเยอรมัน) 

เทศกาลนี้เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่คนมิวนิกร้อยละ 80 ต้องไปร่วม จัดขึ้นที่สนาม Theresienwiese เป็นเทศกาลที่ตัวฉันเองถ้าได้ไปเยอรมนีในช่วงที่มีงานมักจะไม่พลาด (ขอบอกว่าถ้าคุณไปแล้วอยากดูดีขึ้นในสายตาคนพื้นที่ อย่าถามหาเทศกาลนี้ด้วยคำว่า Oktoberfest แต่ให้ถามถึง Wiesen แทน อ่านว่า วี เซ่น เป็นแสลงพื้นถิ่น)

 Oktoberfest ประกอบไปด้วยเต็นท์ขายเบียร์ใหญ่ ๆ หลายเจ้า ทุกเจ้าเป็นเบียร์ยี่ห้อเก่าแก่ที่ผลิตในเมืองมิวนิกมานานกว่า 100 ปีขึ้นไป มีสวนสนุกและร้านขายอาหารข้างทาง

ที่ถือในมือคืออาหารแก้เมาที่ดีของที่นี่ เป็น Semmel ขนมปังของชาวบาวาเรียกับปลาเฮอร์ริงดอง เปรี้ยวจัดหายเมาไป 8 ส่วน

Oktoberfest เป็นเทศกาลที่เราจะเห็นผู้คนที่ไปร่วมงานใส่ชุดประจำชาติมากมาย เพราะเป็นงานที่ชาวบาวาเรียนภาคภูมิใจและมักไม่พลาดที่จะใส่ชุดประจำชาติไปด้วย

จริง ๆ แล้ว Oktoberfest คือเทศกาลการกินเบียร์อย่างเต็มที่ มีเต็นท์เบียร์ของยี่ห้อเก่าแก่ต่าง ๆ ร่วม 100 ปีมารวมกัน ผู้คนมาจองโต๊ะ มีงานออกร้าน สวนสนุก เพลง ส่วนประกอบของเทศกาลนี้ไม่ได้มีมากไปกว่านี้ แต่สิ่งนี้ที่มีมากเหลือเกินคือประเพณีหรือ Tradition ที่สอดแทรกอยู่

ไม่ต่างกับงานสงกรานต์บ้านเราที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่างน้ำ การสาดน้ำ และมีประเพณีแทรกอยู่ทุกอณู เราสาดน้ำใส่คนแปลกหน้าได้ ทักทายกันได้ผ่านการสาดน้ำ Oktoberfest ก็เช่นกัน เราทักคนแปลกหน้าได้ผ่านการชนแก้ว สนุกด้วยกันผ่านเบียร์โดยไม่รู้จักกัน

ฉันไปเทศกาล Oktoberfest หลายรอบ สนุกภาพตัดทุกรอบ เพราะไปกับเจ้าถิ่น คุณธัญญา แกลโกศล ที่เก็บภาพให้กับคอลัมน์นี้ แม่ของเขาเป็นคนมิวนิกโดยกำเนิด มิวนิกคือบ้านหลังที่ 2 ของเขา ฉันเลยไปร่วมสนุกในเทศกาลนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ 

สิ่งที่ใส่ใจมาเผื่อครั้งนี้ นอกจากเกร็ดสนุกของเทศกาล สิ่งที่น่าสนใจคือ เหล่า Die Kellnerin หรือเหล่าสาวเสิร์ฟของ Oktoberfest หรือ Wiesen

ฉันใส่ใจและสนใจเหล่า ‘Die Kellnerin’ มาก เพราะเป็นผู้ที่ขาดไม่ได้ในงานนี้ เขาจะชวนเราสนุก เก็บเงินอย่างคล่องแคล่ว และคอแข็งชะมัด เราซื้อเบียร์เลี้ยงเขาได้ เขาไม่เมาเลย ในขณะเราเมาจะคลานอยู่แล้ว 

ไม่มีภาพจริง มีแต่โปสต์การ์ด เพราะขณะนั้นถ่ายรูปคนจริงไม่ได้แล้วค่ะ 

Die Kellnerin มีพลังดั่งช้างสาร แค่เบียร์อย่างเดียว 1.5 ลิตรก็เกือบ 1.5 กิโลกรัมแล้ว ไม่รวมน้ำหนักแก้วที่หนักมาก ฉันเองถือแก้วเดียวก็หนักแล้ว แต่เหล่า Die Kellnerin ถือได้เฉลี่ย 12 แก้วในคราวเดียว สูงสุดคือ 16 แก้ว นับถือในพลังกาย 

ไปงานนี้บ่อยขึ้น เห็นคนเสิร์ฟหน้าเดิม ๆ จนเขาจำได้ เต็นท์ประจำของฉันคือ Hofbräuhaus ไม่รู้ธัญญาคุยกับการ์ดเฝ้าทางเข้ายังไงถึงเข้าไปได้ทุกครั้ง 

เจอบ่อยก็เริ่มคุยกัน คุณ G คนเสิร์ฟที่ฉันเจอประจำ อายุน่าจะประมาณ 50 ขึ้น ฉันถามเขาหลายเรื่อง แต่ไม่อาจเอื้อมถามเรื่องอายุ ฉันถามว่าทำไมมาทุกปีเลย คุณ G ในชุด Dirndl (เป็นคำเรียกชุดประจำชาติของผู้หญิง) บอกว่า มาเพื่อรักษาประเพณี และที่สำคัญ เงินดีมาก สนุกมาก เป็น 16 วันที่สนุกเกือบตาย (แปลจากภาษาเยอรมัน มันได้อารมณ์นั้นจริง ๆ นะคะ) 

คุณ G บอกว่า อาชีพจริง ๆ คือเปิดร้านขายเครื่องเขียนอยู่ Oberammergau (เป็นเมืองสวย ห่างมิวนิกไปเพียง 1 ชั่วโมง มีชื่อเสียงด้านการแกะสลัก ช่วงหน้าหนาวสวยมาก น่าเดิน Trail มามิวนิกแล้วแวะไปเถอะค่ะ) คุณ G มาเป็น Die Kellnerin หรือสาวเสิร์ฟได้เกือบ 25 ครั้งแล้ว มาครั้งแรกตอนเรียนหนังสืออยู่ สมัครมาเพราะเห็นว่าน่าสนุกและน่าจะเงินดี 

ฉันถามว่าเงินดีขนาดไหน คุณ G หัวเราะ และถามว่าฉันจะเอาเบียร์เพิ่มไหม อืม มุกขายของแบบนี้เหมือนกันทั้งโลกจริง ๆ ฉันก็เอาสิคะ แต่ฉันคอไม่แข็งมาก เลยขอ Radler (เบียร์ผสมน้ำมะนาว เบากว่าหน่อย) มากิน พร้อมกับทิปอย่างดี เพราะคิดแล้วว่าจะถามไม่น้อย 

เขาบอกว่าครั้งแรกที่มาทำเพียง 16 วัน เหนื่อยมาก แต่ได้ค่าเรียนทั้งเทอมเลยทีเดียว เพราะฉันสวย (คุณ G บอกอย่างนั้นจริง ๆ) 

ฉันสังเกตเองว่าพวกเขาได้ทิปดีเหมือนกันนะคะ คุณ G คือเบสิกมาก ถือครั้งละ 12 แก้ว ได้ทิปประมาณ 20 ยูโร จนถึง 50 ยูโรต่อรอบ คนเสิร์ฟส่วนใหญ่ถ้าเสิร์ฟเบียร์จะเป็นผู้หญิง แต่ถ้าเป็นอาหารจะผู้ชาย และคนที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ออกเครื่องดื่มคือผู้ชาย 

คุณ G บอกว่า ไม่ได้เจาะจงว่าเพศไหน เพียงแต่งานออกเครื่องดื่มหนักมาก เพราะต้องยกลังเบียร์ และรองเบียร์ลงแก้ว ส่วนใหญ่เลยเป็นผู้ชาย แต่คุณ G บอกว่าไม่ใช่ว่าสาวเสิร์ฟอย่างฉันจะงานเบานะ เพราะเป็นงานที่เสี่ยงมาก ทั้งร่างกายและเสี่ยงขาดทุน 

ฉันถามว่าจะเอาอะไรมาขาดทุน เขาบอกว่า Die Kellnerin เป็นงานที่คนเสิร์ฟต้องซื้อเครื่องดื่มจาก คนออกเครื่องดื่มด้วยเงินตัวเอง ก่อนที่จะเอามาเสิร์ฟให้ลูกค้า ความเสี่ยงคือทำงานกับคนเมา บางทีไม่ได้ตั้งใจจะกินแล้วหนี แต่ว่าเมาเดินออกไปเลยก็มี เพราะฉะนั้นเลยต้องมีศิลปะจำคนให้ได้ ตามไปเสิร์ฟและตามไปเก็บเงินให้ได้ 

รวมถึงถ้าทำหก แก้วแตก ต้องเสียค่าทำความสะอาดด้วย บางทีถ้าซุ่มซ่ามมาก ๆ ทำหกไปสัก 2 รอบก็ขาดทุนนะคะ 

แล้วเขาก็ชวนฉันชนแก้ว ฉันก็กินตามเขา ไม่ไหว คุณ G คอแข็งจริง 

แล้วคุณ G ก็ไปทำงานต่อ ก่อนไป ฉันถามคำถามสุดท้าย ถ้าฉันอยากทำงานนี้ด้วย ทำได้ไหม เขาบอกว่า ได้ ถ้าฉันพูดเยอรมันคล่อง จะให้ดีต้องพูด Bayrisch หรือภาษาบาเยิร์นให้ได้ เป็นภาษาถิ่นเหมือนเราอยู่เมืองเหนือ ต้องอู้คำเมืองให้ได้ แล้วก็ต้องไปอบรมเรื่องการเสิร์ฟ สอบ แล้วถึงจะได้ 

Die Kellnerin เป็นงานที่จริงจังมาก ไม่ได้ให้ใครก็ได้มาทำ แต่ต้องผ่านมาตรฐาน

ในสมัยก่อน เขาเล่าว่า Wiesen หรือ Oktoberfest คือที่ที่คนทุกอาชีพมาชนแก้วและคุยกันได้ เป็นที่ที่ถกปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจัง ทุกคนเท่ากัน นายกเทศมนตรีของเมืองมาร่วมโต๊ะกับเกษตรกร ช่าง ตำรวจ คุยกันได้อย่างสนุกสนาน และคุยเรื่องปัญหาได้อย่างนุ่มนวลเพราะมีเบียร์เป็นตัวประสาน 

มีเหมือนกันที่มีเรื่องชกต่อย คนเมาตีกัน แต่ไม่ร้ายแรงเพราะเมา 

โต๊ะในเต็นท์เบียร์ต่าง ๆ เจ้าประจำจะมาจองที่ของตัวเอง บางทีต้องมาจองโต๊ะกันตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ได้ที่ที่ดีที่สุด เป็นเทศกาลที่จริงจังมากสำหรับชาวบาวาเรียน

ท่ามกลางยุโรปที่แทบทุกอาชีพมีผู้อพยพสอดแทรกเข้าไปทำงาน Die Kellnerin เป็นงานที่แทบไม่เห็นคนชาติอื่นเลย ถ้าเห็นเป็นผิวสีหรือหน้าตาเอเชีย นั่นคือส่วนใหญ่เกิดที่นี่ จนกลายเป็นคนเยอรมันเต็มตัว 

สิ่งที่ฉันชอบมากคือแทบไม่เห็น Die Kellnerin จดเมนูเครื่องดื่มเลย ทุกคนจำได้ว่าใครเอาอะไร เป็นประเพณีที่เขาพยายามทำกันให้ได้ และเวลา Die Kellnerin เดินไปเสิร์ฟที่โต๊ะของชาวมิวนิก เราจะเห็นการปรบมือเบียร์อย่างดีใจ 

เป็นอาชีพที่คนดีใจที่เห็นเรา ชื่นใจเหมือนกันนะคุณ 

ถ้าฉันเป็นคนมิวนิกก็อยากจะลองทำอาชีพนี้ดูเหมือนกันนะ เพียง 16 วันต่อปีเท่านั้น 

สนุกมากและได้เงินด้วย น่าสนใจนะคุณ 

ภาพ : ธัญญา แกลโกศล 

Writer

ทิตยา ลิม

ชอบเล่าเรื่อง ชอบเขียนตั้งแต่เด็ก มองหาความสนุกจากทุกอย่างทั้งการเรียน งาน และการเขียน ชอบเล่นไพ่นกกระจอก (Mahjong) รักสัตว์ ชอบอ่านมาก อาศัยอยู่เชียงใหม่ ไป ๆ มาๆ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะคลองถมเพราะกิจการยังอยู่ที่นั่น มีผลงานหนังสือชื่อ ‘คลองถมโทเปีย’