สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน คอลัมน์ Mind Their Own Business! เรื่องของเขา เราใส่ใจ หายไปพักหนึ่ง ด้วยเหตุผลคือความอุดมสมบูรณ์เจริญเติบโตออกดอกออกผลของสิ่งที่ต้องทำ หรือพูดง่าย ๆ คืองานงอกค่ะ
การที่เรางานงอก แปลว่าเราจะทำสิ่งหนึ่งไปสู่สิ่งหนึ่ง หรือทำทั้ง 2 สิ่งไปพร้อมกัน ๆ หรือทำหลาย ๆ สิ่งไปพร้อม ๆ กัน เรียกว่าเราดึงพลังกาย พลังใจ ที่แอบแฝงในร่างกายออกมาใช้อย่างเต็มพิกัด
บางครั้งการใช้พลังของเรา ใช้จนต้อง OD พลังงานของเราออกมา (คำว่า OD คนทำธุรกิจจะคุ้นมาก มันคือ Overdraft หรือการเบิกเงินเกินบัญชีนั่นเอง)
เมื่อเรา OD พลังงานออกมาเยอะ ๆ สิ่งที่ช่วยให้เรายังมีลมหายใจอยู่ได้สำหรับฉันคือขนม

ช่วงที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่กินขนมมากมายและหลากหลาย เพราะการใช้สมองมาก ๆ สมองต้องการน้ำตาลและพลังงาน แต่ไม่แนะนำนะคะ เพราะการที่เราคิดออก พุงก็ออกในเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งที่ถือว่าเราได้รับคำสาปค่ะ
แต่สิ่งที่ได้คือการกินขนมบ่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา สังเกตว่าฉันมักเลือกกินสิ่งที่คุ้นเคย ไม่ได้เสาะหาขนมอลังการมากมายที่กำลังฮิต ไม่ได้ขวางโลกแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ฮิตค่อนข้างไกลมือ กว่าจะซื้อ กว่าจะได้กินมันยาก
ยิ่งช่วงที่ผ่านมาอยู่กรุงเทพฯ ยาว ๆ ฉันเลยเอะอะกลับไปหาขนมแถวบ้านกิน ซึ่งเป็นขนมแบบคนจีนที่อยู่ในไชน่าทาวน์มักจะหามากินกันทั่วไป ขนมของจีนในไชน่าทาวน์ไม่ได้มีแค่ขนมเปี๊ยะ จันอับ หรือขนมไหว้พระจันทร์ที่โด่งดัง จริง ๆ แล้วในแวดวงคนในย่านไชน่าทาวน์ มีขนมจีนที่ฮิตกันเองอยู่ไม่น้อยเลย
ฉันคุ้นกับขนมพวกนี้มานาน จนคิดเองว่ามันฮิตและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่จริง ๆ แล้ว ถามเพื่อนฝูงที่ไม่ได้อยู่ในย่านคนจีน แทบไม่มีใครรู้จัก สรุปเราฮิตกันเอง พอจะหาข้อมูลจริง ๆ หลาย ๆ เจ้าที่เคยขายก็ล้มหายตายจาก ทั้งตายไปจริง ๆ กับเลิกขายไปเพราะแก่หรือลูกหลานไม่ทำต่อ เพราะมันเป็นอาชีพที่เหนื่อย จากที่ฮิตกันเองก็เริ่มไม่ฮิต เพราะคนขายเริ่มไม่ขาย
อืม ไหน ๆ กินขนมแล้ว กินไปเยอะด้วย ขอเขียนถึงเลยก็แล้วกัน ไม่รู้จะเรียกโดยรวมขนมแบบนี้ว่าอย่างไร ฉันขอเรียกขนมเหล่านี้ว่า ‘ขนมจีนที่จีนฮิตกันเอง’ มีทั้งขายทั้งปีและขายเฉพาะเทศกาล ถ้าซื้อไม่ทันในช่วงเทศกาลก็ไม่มีขาย จุดเด่นของขนมเหล่านี้คือให้พลังงานอย่างมาก ถ้าคิดจะกินตามรอย กินอย่างมีสติค่ะ
เริ่ม!
ขนมชนิดแรก คือซาลาเปา ที่เรียกว่า แป๊ะทึง โอวทึ้ง (จริง ๆ คำว่า แป๊ะทึง โอวทึ้ง แปลว่าน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายแดงตามลำดับ) มันเป็นขนมที่น่าสนใจมาก เป็นซาลาเปาเนื้อแน่น ไม่มีไส้ เป็นแป้งผสมน้ำตาล หวานหร่อย กินแล้วได้กำลังวังชามาก แต่พอหาข้อมูลจริงจัง มันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะเป็นขนมที่มักแฝงตัวในร้านที่ขายซาลาเปาไหว้เจ้า

ขอเล่าเท้าความก่อน สำหรับคนที่ไหว้เจ้า มักจะซื้อของไหว้ (ซึ่งมีมากมาย เสิร์ชเอาได้ค่ะ ซาแซ หรือ โหงวแซ) หนึ่งในสิ่งที่เสริมความอลังการให้กับโต๊ะไหว้ คือซาลาเปาไหว้เจ้า เพราะจะเป็นช่อสวยงาม ฟู่ฟ่า ราคาไม่ถูก ไหว้แล้วได้หน้า ได้ความเป็นหนึ่ง คนที่ซื้อคือทั้งซื้อโชว์และซื้อให้เจ้ากิน และไม่ใช่ของที่ทำโชว์ไว้เพื่อรอให้คนที่สนใจมาซื้อ แต่มักจะ Made to Order ซึ่งก็เป็นวงใน อยู่ที่เราจะรู้ว่าใครทำซุ้มซาลาเปาได้ดี


เพราะหน้าร้านมักไม่ได้ทำซุ้มซาลาเปาเอาไว้ ของที่มักจะวางขายมีแต่ของที่มีอยู่เรื่อย ๆ อย่างกุยช่ายก้วย (ขนมกุยช่ายไหว้เจ้าที่ทำเป็นรูปดอกท้อสีชมพูเพื่อความเป็นมงคล) แต่ถ้าอยากสั่งของพิเศษ ต้องสั่งตามแค็ตตาล็อก ตามรูปด้านบนคือแค็ตตาล็อกของแก เป็นอัลบัมภาพถ่ายฟิล์มสีจากยุค 90 ถือว่าคลาสสิกมาก แกก็บ่นเหมือนกันนะว่าเดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยสั่งซุ้มซาลาเปาเลย
แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจกว่า คือทำไมแกหวงแค็ตตาล็อกจังวะ กว่าฉันจะได้เห็นแค็ตตาล็อกของแก ฉันเองต้องซื้อโอวทึ้งไป 3 ห่อ (1 ห่อมี 5 ลูก ลูกละ 10 บาท)
อืม หรือจะเป็นการตลาดของแกที่ฉันเข้าไม่ถึง
แต่พอยิ่งคุย จากที่คึกคักจะกินขนม สรุปเศร้าใจไปกับแกด้วย เพราะแกเล่าว่าแค็ตตาล็อกหรืออัลบัมรูปนี้ ลูกแกเป็นคนถ่ายมาให้ มีแค่นี้ ส่วนตอนนี้ลูกแกไม่อยู่แล้ว พร้อมกับทำหน้าเซ็ง คือเดี๋ยวนี้งานไหว้เจ้าน้อยลง อย่างงานฉลองศาลเจ้า เพราะศาลเจ้าโดนรื้อทิ้งไปเยอะ และคนรุ่นหลังไม่จริงจังเท่ารุ่นเก่า เพราะการไหว้ชุดใหญ่แบบนี้ก็สิ้นเปลืองมิใช่น้อย
ระหว่างที่ทั้งฉันและ เจ๊ อ. กำลังฮึบให้จิตใจเบิกบานขึ้น พอดีมีลูกค้ามาซื้อเหมาโอวทึ้ง 3 ห่อ และซาลาเปาที่พิมพ์คำมงคลชุดใหญ่ สิ่งที่เห็นคือเขาแยกถุงกัน และเจ๊คนที่มาซื้อก็บอกชัดเจนว่า อันไหนเป็นถุงไหว้ อันไหนเป็นถุงที่เอาไปกิน ฉันก็คิดในใจทันทีว่า ขนมที่เจ้ากินกับคนกินต่างกันไหม เลยถามเจ๊ อ. ต่อ แต่ก็เลียบ ๆ เคียง ๆ เพราะกลัวแกยังห่อเหี่ยวอยู่ สรุปหันไป ไม่เลย เพราะแกเข้าโหมดเบิกบานแล้วเพราะเพิ่งขายได้เงินดี
ฉันจับใจความได้ว่า (ที่บอกว่าต้องจับใจความ เพราะแกเล่าเรื่องขนมที่ฉันถามสลับขนมที่ลูกแกชอบตอนเด็ก ๆ)
ตามอุดมคติคือขนมเหล่านี้เป็นสิ่งที่หวังจะให้เจ้ากิน เพราะฉะนั้นจึงเน้นสวยงาม มักทำเป็นรูปลูกท้อ อย่างช่อซาลาเปา เพราะเป็นของมงคล หรือไม่ก็พิมพ์ด้วยตัวอักษรที่เป็นมงคล ฉันเองก็เห็นด้วยว่าถ้อยคำเป็นสิ่งสำคัญ เราเชื่อว่ามันสำคัญขนาดถ้ากินถ้อยคำมงคลเข้าไป แล้วเราจะได้รับความมงคลนั้น เราเอาสิ่งดี ๆ สวยงาม ความหมายดีมาไหว้เจ้า เจ้าย่อมดีใจให้พร
นั่นคือความเชื่อ เพราะใคร ๆ ก็อยากได้พรที่มีโชคลาภและเงินทอง
และสำหรับคนไหว้ น่าจะคิดว่าเทพเจ้าน่าจะชอบความหมายและหน้าตาของขนม ส่วนรสชาติเป็นรองไม่เป็นไร (เพราะลองมาแล้ว ส่วนใหญ่ขนมที่ให้เจ้ากิน มันเป็นของเฉพาะของเทพเจ้าจริง ๆ ไม่เหมาะกับลิ้นมนุษย์เท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่กว่าเราจะได้กิน คือต้องตั้งไหว้เอาไว้นานมาก ๆ)
ส่วนขนมที่คนซื้อไปกินจริง ๆ มันจะไม่สวยเท่าแต่ว่าอร่อย อย่างแป๊ะทึง โอวทึ้ง แนะนำลองหากินดูนะคะ อร่อยจริง
ขนมอีกอย่างที่ฮิตกันเอง อร่อย เหมาะกับการจิบชาเข้ม ๆ ตอนบ่าย ไม่อย่างนั้นจะเป็นยานอนหลับที่สรรพคุณแรงเพราะหนักท้อง
นั่นคือ อ๊ะอั๋ม
(คำนี้คือคำโบราณ ฉันถามหม่าม้าและคนรุ่นเก่า เขาเรียกอย่างนี้ ถ้าคุณเจออาม่าขาย บอกคำนี้ไป แกยิ้มให้แน่นอน) แต่ปัจจุบันหลาย ๆ ร้านเรียกว่า เหม่งทึ้ง เพราะทำจากน้ำตาลที่เรียกว่า เหม่งทึ้ง


อ๊ะอั๋ม แปลว่า คอเป็ด (อ๊ะ แปลว่า เป็ด อั๋ม แปลว่า คอ ลักษณะคล้ายคอเป็ดจริง ๆ ค่ะ มันนิ่ม ย้วย คล้ายคอเป็ดที่เตรียมพะโล้) ขอบอกสแลงแต้จิ๋วอย่างหนึ่งค่ะ คือถ้าคุณชนะพนัน เช่น แทงบอล จะเรียกว่า คุณอั๋ม ค่ะ
ขนมต่อไปเป็นขนมที่แอบฮิตเพราะกินง่าย กรอบ เสียอย่างเดียวกินแล้วเลอะเทอะ เพราะเป็นงาคลุกแป้งทอด มีความกรอบที่มากมาย อร่อย เรียกว่า เหลาฮวย

ทั้งโอวทึ้ง อ๊ะอั๋ม เหลาฮวย ถือว่าเป็นขนมที่คนโลคอลที่คิดอะไรไม่ออกจะหามากิน มีขายตลอดปี ไม่ต้องมีเทศกาล แต่ยังมีขนมที่ฮิตกันเองอีกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ชอบขายตามเทศกาล อย่างเหล็กเต่ากอหรือจั่วไป่กอนั้น มักจะมีตอนไหว้พระจันทร์

หรือขนมประจำเทศกาลเช็งเม้ง ซึ่งตอนนี้เดือนเมษายนพอดีเลยมีขาย ชื่อว่า จูชังเปี้ย คล้ายขนมปังขิง (หรือ Gingerbread เวอร์ชันจีน แต่เปลี่ยนจากขิงเป็นต้นหอม) มีทั้งแบบคุกกี้กรอบ ๆ และแบบนุ่มที่เหมือนเค้ก ขนมชนิดนี้ขาดไม่ได้เลยในการไหว้บรรพบุรุษที่หลุมฝังศพในเทศกาลเช็งเม้ง


เวลาร้อน ๆ เหนื่อย ๆ ขนมเหล่านี้เพิ่มพลังให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยกินกับชาหรือกาแฟก็ได้ จะทำให้คุณมีกำลังวังชาอยากใช้แรงงานขึ้นมาทันทีเลยค่ะ รับประกัน เพราะกินมาแล้ว ได้เอฟเฟกต์นี้มาแล้ว
ขนมที่ฮิตกันเองในหมู่คนจีนโพ้นทะเลแบบนี้ นับวันคนขายก็น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะรู้จักในวงแคบ ๆ หรือเรียกเก๋ ๆ คือฮิตกันเอง Demand เลยจำกัด คนทำเลยทำน้อยลงด้วย บวกกับคนทำล้มหายตายจาก
ถ้าคุณผ่านไปในย่านคนจีนและสนใจ ลองกินดูเถอะค่ะ ช่วยเพิ่ม Demand ให้ขนมเหล่านี้ และเพื่อให้เหล่าคนทำขนมยังมีแรงทำออกมาขายกันต่อไป
ไปละ บาย
ภาพ : ธัญญา แกลโกศล
