ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่อยากไปเรียน 

ห้วงความคิดที่ย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ในเมืองศิลปะอย่างฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ฉันเป็นอดีตสถาปนิกหญิงที่หอบหิ้วความฝันไปเรียนทำรองเท้าที่อิตาลี ณ Stefano Bemer ร้านรองเท้า Bespoke อายุ 41 ปีที่ตั้งอยู่บนถนน San Nicolò ในอดีตคือที่ตั้งของโบสถ์ 

บรรยากาศเมืองฟลอเรนซ์จากมุม Piazzale Michelangelo
Basilica di Santa Maria Novella

ณ ที่แห่งนี้ ฉันได้แลกเปลี่ยนความรู้และได้รับประสบการณ์มากมายจากเพื่อนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ที่มาที่นี่ด้วยความชื่นชอบเดียวกัน และในโรงเรียนมีคลาสงานคราฟต์มากมาย ทั้งคลาสสอนทำกระเป๋า ปั้นเซรามิก ทำรองเท้าผู้หญิง และแน่นอน ฉันเลือกเรียนทำรองเท้าผู้ชาย อาจฟังดูประหลาดที่ผู้หญิงคนหนึ่งเลือกเดินเส้นทางช่างทำรองเท้า (Shoemaker) แต่สำหรับฉันที่เติบโตในครอบครัวทำธุรกิจรองเท้าหนัง การเรียนรู้รองเท้าประเภทที่เห็นมาตั้งแต่เกิดอย่างรองเท้าผู้ชายคงไม่แปลกอะไร 

ทางเข้าโรงเรียน Schola Academy

Schola Academy เป็นสถานที่ตั้งใหม่ของโรงเรียน อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ Arno ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฝั่ง Duomo เป็นสถานที่รวบรวมการสอนงานฝีมืออีกแห่งหนึ่งของฟลอเรนซ์ ทั้งยังรวมร้านเก่าแก่ต่าง ๆของเมือง มาสอนให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้และรู้จักงานฝีมือจากศาสตร์แขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสอนทำกระเป๋าจาก Scuola del Cuoio คอร์สทำหมวกจาก Super Duper และฉันเรียนคอร์สทำรองเท้า Bespoke จาก Stefano Bemer 

ความแตกต่างจากที่อื่น คือที่นี่สอน ‘ทำ’ รองเท้าด้วยมือจริง ๆ โดยใช้โครงสร้างที่เรียกว่า Hand-welt แบบดั้งเดิม ต่างจากโรงเรียนอื่นที่มุ่งเน้นสอนเรื่องการดีไซน์ 

Station Table ของนักเรียนคลาสกระเป๋า จาก Schola del Cuoio

Apprentice Course เป็นคอร์สแรกที่ทุกคนจำเป็นต้องเรียน สอนการใช้มีด การลับมีด การตัด Insole การขึ้นหุ่น Lasting รวมถึงการทำแพทเทิร์น นับเป็น 3 เดือนที่เริ่มชินกับการใช้ชีวิตต่างแดน 

Artisan Course เป็นคอร์ส 3 เดือน เรียนทำ Bespoke Shoes ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนที่นี่ นักเรียนต้องฝึกการวัดเท้า และทำหุ่น (Last) ของตัวเอง เริ่มวาดแพตเทิร์น เย็บ Upper ขึ้นหุ่น ตลอดจนเย็บพื้นด้วยมือ หรือเรียกว่า Hand-welt 

และประโยคที่ฉันถูกแซวเป็นประจำคือ ‘Today, Are you cut yourself?’ เพราะฉันคือคนที่ถูกมีดบาดบ่อยที่สุดในคลาส – ฟังดูเจ็บปวด แต่เฉยชินไปเสียแล้ว เพราะมีดบาดก็หมายความว่าฉันลับมีดคมน่ะสิ! 

และ Maestro จะคัดเลือกคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด 2 คน เพื่อเรียนต่อที่ร้าน Stefano Bemer และแน่นอนฉันได้เป็นหนึ่งในนั้น การคัดเลือกไม่มีอะไรเลย แค่มือดีและมีแววไหม ดูจากโปรเจกต์ที่ทำรองเท้าคู่ก่อน ๆ มา จนถึงโปรเจกต์จบ ความตั้งใจนี้ทำให้ฉันต้องเตรียมตัวมากมาย รวมถึงต้องต่อวีซ่า จากตอนแรกคิดว่ามาแค่ 6 เดือนก็คงเพียงพอ ใครจะไปรู้ว่ามันทำให้ฉันอยู่ต่ออีกนับปี

รองเท้าที่ฝึกทำที่ Stefano Bemer
ร้าน Stefano Bemer บนถนน San Nicolò

คอร์สที่ 3 เป็นคอร์สที่เปิดโลกอีกใบ เรียกว่าแทบเป็นการฝึกงานในร้านรองเท้าระดับโลก มีช่วงท้อเพราะเพื่อนที่เข้ามาเรียนด้วยเก่งมาก โปรไฟล์ดี เป็นคนฝรั่งเศส เคยฝึกงานที่ Louis Vitton ทำงานซ่อมที่ Christian Louboutin ให้ตายใครจะสู้ได้ กับเด็กที่เพิ่งมาทำรองเท้าได้แค่ 6 เดือน ฉันต้องพยายามมากกว่านี้ มาก่อน กลับหลัง เอารองเท้าไปฝึกทำที่ห้อง เป็นช่วงที่เหนื่อยและมีความสุขในเวลาเดียวกัน

headoverheels_collection เป็นบัญชี Instagram สร้างขึ้นโดยคนที่ตกหลุมรักการทำรองเท้าอย่างหัวปักหัวปำ (ฉันเอง) นำเสนอโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่ทำขึ้นในคลาสเรียน และแน่นอน Chelsea Boots เป็น Final Project ที่เรียกว่าริอ่านทำสิ่งที่อาจารย์ไม่ได้สอน แต่นั่นแหละลูกศิษย์มันดื้อ สุดท้ายอาจารย์ก็ต้องสอน จำได้ว่าเป็นการดึง Upper ที่เหนื่อย 1 วันทำได้ 1 ข้างเท่านั้น ฉันต้องเร่งสปีดทำสุดความสามารถ จนข้อมืออักเสบ เพราะกลัวทำไม่ทันจบ เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอีกขั้น 

Upper รองเท้า Chelsea Boot ผลงาน Final Project ของฉัน

นอกเหนือจากการเรียนวันจันทร์-ศุกร์แล้ว สิ่งที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอคืออาทิตย์แรกของเดือน เพราะพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรี เป็นวันที่ดีสำหรับคนรักศิลปะ นอกนั้นก็นั่งรถไฟไปเที่ยวต่างเมือง ด้วยทำเลของเมืองฟลอเรนซ์อยู่กลาง ๆ นั่งรถไฟไปเที่ยวได้ง่าย ๆ เช่น ปิซา โบโลญญา หรือแม้กระทั่งไปมิลาน

ทิวเขาจากเมือง Arezzo

ฟลอเรนซ์เป็นเมืองที่มีเสน่ห์จับใจ เมืองแห่งศิลปะ สัมผัสวัฒนธรรมไม่สั่งคาปูชิโน่ตอนบ่าย นั่งกินอาหารเย็นตั้งแต่ 1 ทุ่มจน 4 ทุ่ม เดินเล่นที่ Piazza นั่งรถไฟไปเมืองข้าง ๆ เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน 

Write on The Cloud

บทเรียนจากต่างแดน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ บทเรียนจากต่างแดน’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กุลสิริ กมลภากรณ์

อดีตสถาปนิกหญิงที่หอบหิ้วความฝันไปเรียนทำรองเท้าที่อิตาลี