14 กรกฎาคม 2025
4 K

เปิดดูไม่กี่นาที เราอาจไม่คิดว่านี่คือหนังของไทยประกันชีวิต

ไทยประกันชีวิต’ คือแบรนด์ไทยที่พูดเรื่องการอยู่เคียงข้างและการสร้างคุณค่าในการใช้ชีวิตมายาวนาน ในอดีตแบรนด์เล่าเรื่องนี้ผ่านหนังโฆษณา เศร้าแต่ซึ้งสมกับฉายา ‘Sadvertising’ คุณภาพของหนังถูกยกให้เป็น ‘ตำนาน’ ของวงการโฆษณาไปเรียบร้อย

เมื่อเวลาผ่านไป ไทยประกันชีวิตปรับการสื่อสาร หันมาพูดหนึ่งในเรื่องที่คนยุคนี้กำลังสนใจมากที่สุด นั่นคือการตามหาความหมายของชีวิต 

Pain Point ของคนยุคนี้คือหลงทาง รู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองน้อยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ บางคนหลงคิดว่างานคือคุณค่า จึงทุ่มชีวิตให้กับงานจนเสียสมดุล

หนังโฆษณาเรื่องนี้จับประเด็น ‘ความหมายของชีวิต’ โดยใช้ชื่อว่า รอยสักของแม่ (Unfading Love) กำกับโดย อัตตา เหมวดี ที่โตมากับยุคของหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต คอหนังไทยอาจรู้จักเขาจาก เพื่อน(ไม่)สนิท หนังไทยที่เพิ่งถูกซื้อลิขสิทธิ์ไป Remake ที่จีนหมาด ๆ

รอยสักของแม่ ยอดวิวทะลุล้านเพียงแค่วันเดียว นี่ไม่ใช่แค่หนังโฆษณา แต่คือหนังที่จุดประเด็นให้คนดูส่งเรื่องราวความหมายของชีวิต แชร์ประสบการณ์เพื่อส่งต่อพลังบวกให้กับสังคม

เปลี่ยนหนังโฆษณาธรรมดา
ให้เป็นหนังสั้นที่มีความหมาย

รอยสักของแม่ ได้แรงบันดาลใจจากโพสต์จริงในโซเชียลมีเดีย 

เนื้อหาของหนังว่าด้วยคุณป้าคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านสัก พร้อมกับขอให้ช่างช่วยสักข้อความที่อยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่ง

ทำไมต้องสักสิ่งนี้ เราอยากชวนมาดูเฉลยในหนัง ก่อนมาอ่านบทความนี้ต่อ

อัตตาเล่าว่าโจทย์ของงานนี้ คือการทำหนังที่ชวนคนทางบ้านส่งเรื่องราวที่เป็นความหมายของชีวิตในมุมมองของตัวเองเข้ามาทางโซเชียลมีเดียของไทยประกันชีวิต 

เมื่อโจทย์เป็น Call to Action เป้าหมายของหนังจึงชัดเจน สิ่งที่อัตตาคิดเป็นอันดับแรก คือการคิดเรื่องให้ดีกว่าบรีฟ เขาเชื่อว่าผู้กำกับที่ดีไม่ใช่แค่การถ่ายตามโจทย์ แต่ต้องพยายามผลักดันงานขึ้นไปอีกขั้น ให้เนื้อหา Twist มากขึ้น 

อัตตาตั้งใจเล่างานนี้ให้เป็นมากกว่าหนังโฆษณาที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่เป็นหนังสั้นดี ๆ สักเรื่อง ที่มาของเรื่องนี้อัตตาย้อนเล่าไปช่วงที่ได้ขายงานกับ คุณไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 

ปกติแล้วคนทำหนัง Feature Film ที่มาทำหนังโฆษณา จะต้องปรับโหมดตัวเองให้เข้ากับบทบาทที่เปลี่ยนไป

“ตอนแรกที่เข้าไปขายงาน เอาเรื่องไปเล่า ก็โอเค หลังจากนั้นตามขั้นตอนการทำโฆษณา ต้องมีการเข้าไปประชุม PPM (Pre-production Meeting) ซึ่งไทยประกันชีวิตให้ทางผู้กำกับตัดสินใจได้เลย

“ปกติเวลาเราทำหนังโฆษณา มันจะเต็มไปด้วยขั้นตอนและโจทย์ที่ต้องอัปเดต ต้องตอบ และมีหลายคนร่วมกันตัดสินใจ แต่ตอนที่เข้าไปขายงานวันนั้น ไทยประกันชีวิตให้พื้นที่ในการทำงานกับผม เลยทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าคิดแบบการทำโฆษณาไม่ได้” อัตตาเล่า “เรากำลังทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่เราจะชอบมัน และตั้งใจทำให้ออกมาดี” 

ทำเรื่องให้รู้เรื่อง
คราฟต์รายละเอียดให้รู้สึก

ผู้กำกับคิดว่า หนังที่ดีสำหรับเขาควรมี 2 องค์ประกอบ คือ รู้เรื่อง และ รู้สึก

รู้เรื่องนั้นไม่ยาก เนื้อหาว่าด้วยคุณแม่ที่กำลังจะเป็นอัลไซเมอร์ สักชื่อยารักษาโรคประจำตัวของลูก เพราะกลัวว่าจะลืม และจะซื้อยาให้ลูกไม่ได้ เส้นเรื่องนี้ไม่ซับซ้อนสำหรับการทำเป็นหนังโฆษณา

ส่วนเรื่องความรู้สึก อัตตาให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องใหญ่

หนึ่ง คือ Casting 

อัตตาพยายามเลือกนักแสดงที่ตรงกับคาแรกเตอร์ที่สุด ช่วงอายุตรงกับตัวละครมากที่สุด เพื่อให้นักแสดงไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เลือกคนที่ธรรมชาติเขาเป็นแบบนี้มาแต่แรกดีกว่า

ถ้าเรื่องแข็งแรงดีอยู่แล้ว การทำให้นักแสดงพูดบทอย่างเป็นธรรมชาติจะยิ่งทำให้เรื่องดูจริงยิ่งขึ้น รู้สึกมากยิ่งขึ้น คนจะเชื่อหนังมากยิ่งขึ้น

สอง ใส่ใจรายละเอียดที่มีผลกับความรู้สึก

แม้เส้นเรื่องจะเน้นชูตัวละครคุณแม่ แต่ผู้กำกับก็อยากให้ตัวละครช่างสักเด่นขึ้นมาเท่ากัน เพราะสำหรับเขา หนังไม่ได้เล่าความหมายของชีวิตจากมุมคุณแม่เท่านั้น แต่ยังเล่าความหมายในการทำงานของช่างสักด้วย

“เรื่องนี้มีตัวละครหลัก 2 คน คือคุณป้ากับช่างสัก ระหว่างทำผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายกับชีวิตเขาทั้งคู่นะ

“ในมุมของคุณป้า ชัดเจนอยู่แล้ว มันคือการทำเพื่อลูก แต่ในมุมของช่างสัก คือคุณค่าในการทำอาชีพของเขา วันที่เขาสักมาเรื่อย ๆ วันหนึ่งมีคุณป้ามาให้บันทึกความทรงจำนี้ลงบนแขน ผมคิดว่าอาชีพของเขามีความหมายขึ้นมาทันที”

ผู้กำกับเล่าว่า เมสเซจในหนัง รอยสักของแม่ ชวนให้เขาคิดถึงความหมายของชีวิตผู้กำกับเช่นกัน

“จริง ๆ เป็นสิ่งที่รู้สึกระหว่างทำเลย ผมทำงานในแวดวงที่ต้องผลิตผลงานออกมาเหมือนกัน เวลาทำงานประกอบ 2 อย่าง คือได้เงินกับได้ความภูมิใจ งานไหนได้ 2 อย่างจะดี

“ผมชอบหนังโฆษณาตัวนี้มากเลยนะครับ ถึงขั้นพิมพ์เข้าไปบอกในกรุ๊ปไลน์ทีมงานเลย ก่อนหน้านี้มันยากที่ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นกับผม งานที่ดีไม่ว่าเป็นรูปแบบไหน จะเป็นหนัง มิวสิกวิดีโอ โฆษณา ถ้าเป็นงานที่ดี ทำแล้วตัวเรารู้สึกว่ามีคุณค่า เราก็รักมันได้หมด ซึ่งผมรู้สึกอย่างนั้นกับงานนี้”

เรื่องธรรมดา
ที่มีความหมายกับชีวิต

ท้ายหนังเรื่อง รอยสักของแม่ เชิญชวนให้ผู้ชมส่งวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย แชร์พร้อมติดแฮชแท็ก #ทำโซเชียลให้มีความหมาย #ไทยประกันชีวิต เพื่อร่วมประกวดรางวัล Best Meaningful Content โดยไทยประกันชีวิต ในงาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore

ปกติแคมเปญที่มีเมสเซจลึกซึ้งแบบนี้ อาจมีคนสงสัยว่าฟีดแบ็กเป็นอย่างไร จะมีคนกล้าส่งหรือเปล่า แต่อัตตามองว่าสำหรับคนรุ่นเขา ซึ่งอายุประมาณ 30 กว่า ทุกคนสนใจความหมายของชีวิตมาก ๆ

“ผมรู้สึกว่าชีวิตจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเรารู้ว่ากำลังทำบางอย่างเพื่ออะไร พออายุสัก 30 ขึ้น ผมอินกับเรื่องนี้มาก

“ผมเชื่อว่าทุกคนจะคิดเรื่องชีวิตตัวเองอยู่ตลอด ผมก็คิดมาเรื่อย ๆ ช่วงอายุ 20 กว่าก็คิด พอ 30 กว่าก็คิดอีกแบบ เพราะเวลาผ่านไปเร็ว มีเรื่องให้คิดมากขึ้น

“ถ้าใครได้ดูหนังเรืองนี้แล้วอยากส่งวิดีโอ เรื่องราวไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือซาบซึ้งเท่ากับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ก็ได้นะครับ แต่ดูแล้วเรานึกถึงอะไรบางอย่าง เหตุการณ์บางอย่างที่มีความหมายกับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือคนรอบตัว แค่คิดว่าเรื่องนี้มีความหมายกับตัวเราก็มีความหมายแล้ว”

ภาพ : ไทยประกันชีวิต

ยุคสมัยนี้ นิยามความหมายของชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป

แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิม คือมนุษย์ยังมีหัวใจ เรายังมีความรู้สึก ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพใด อายุเท่าไหร่ คงมีสักเรื่องที่ทำให้หัวใจพองโต และสิ่งนั้นเองที่จะทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย

ส่งวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย แชร์พร้อมติดแฮชแท็ก #ทำโซเชียลให้มีความหมาย #ไทยประกันชีวิต เพื่อร่วมประกวดรางวัล Best Meaningful Content โดยไทยประกันชีวิต ในงาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่นี่

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก