24 กรกฎาคม 2024
3 K

คุณจะทำยังไง ถ้าได้รับโจทย์ว่า

หนึ่ง ต้องทำหนังโฆษณาที่มี พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร เป็นนักแสดง เป็นครั้งที่ 2

สอง ต้องเล่าทั้งเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์และเป้าหมายในเชิงธุรกิจไปพร้อม ๆ กัน 

สาม ต้องทำหนังให้คนรัก เหมือนหนังของ Krungsri First Choice ทุกเรื่องก่อนหน้านี้

นี่คือโจทย์ที่ Leo Burnett Thailand ได้รับจาก Krungsri First Choice ในการทำหนังเรื่องใหม่ Take Time to Try, Take Time to Fail ซึ่งออนไลน์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ใครที่เคยดูคงจะรู้ว่าพวกเขาตอบโจทย์ที่แบรนด์ตั้งไว้ได้ทั้งหมด ทั้งการเล่าชีวิตของพีพีผ่านความฝันในอดีต ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างจากหนังโฆษณาตัวที่แล้ว การเล่าคุณสมบัติของ First Choice ซึ่งสนับสนุนทุกการลอง ตอบทุกความฝันของคน และการทำให้เกิด Brand Love ภายในเวลาไม่กี่นาที

ในงาน Cannes Lions 2024 Review เราจัดงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) และสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D) ชวนทีมงานเบื้องหลังขึ้นมาเล่าถึงงานชิ้นนี้บนเวทีด้วย อธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, ธิติ บุญเกิด Deputy Executive Creative Director จาก Leo Burnett Thailand และ วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร Founder & Director จาก FACTORY01

นี่คือ 3 เรื่องที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รัก

นี่ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่ 3 ทีมนี้ทำงานร่วมกัน

นับตั้งแต่ Metaverrrrrrr หนังโฆษณาที่ Krungsri First Choice เทรนด์เมตาเวิร์ส มาริโอ้ เมาเร่อ และ แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา มาเจอกัน แบรนด์บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อก็ถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นมาก

แม้จะทำงานมานาน แต่การบรีฟงานชิ้นนี้กลับใช้เวลานานมาก กว่าจะได้บรีฟและออกมาเป็นงานที่เห็นต้องคุยกันนับสิบรอบ 

อธิปเล่าว่าสาเหตุที่ต้องคุยนาน เพราะในเวลาที่ทำหนังเรื่องนี้แบรนด์กำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การทำหนังที่สื่อสารแค่เรื่อง Branding อาจไม่เพียงพอ ควรต้องกลับมาสู่ Business Performance วัดผลทางธุรกิจได้ด้วย 

Krungsri First Choice ต่างจากคนอื่นตรงที่มีบริการสินเชื่อหลากหลายมาก ไม่ได้มีแค่บัตรเครดิตอย่างเดียว แค่นี้ก็ยากแล้วว่าจะให้งานสื่อสารโฟกัสที่ส่วนไหน กลุ่มเป้าหมายก็กว้างเพราะบริการมีความหลากหลาย 

ไอเดียที่เข้ารอบมาในบรีฟช่วงสุดท้ายคือ Try และ Respect ข้อแรกพูดว่ากว่าจะได้ชีวิตที่เราพอใจ ต้องผ่านการลองและพลาดมามากมาย ส่วนข้อหลังพูดว่าแบรนด์จะเคารพในตัวตนของลูกค้าอย่างเข้าใจ แม้ผู้คนจะหลากหลายแต่บริการของแบรนด์ตอบได้ทุกข้อ 

หลังปรับและประชุมกันอย่างหนักหน่วง ทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ก็เลือก Try เป็นเมสเซจสำหรับงานนี้

อธิปเล่าเบื้องหลังว่า ความจริงเมสเซจนี้มีความ Controversial มากที่สุด ทีมงานหารือกันบนประเด็นนี้นานมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่ามันมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อ เพื่อตอบโจทย์ของแบรนด์ได้มากที่สุด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พีพีเป็นนักแสดงของ Krungsri First Choice

ในงานตัวที่แล้ว ทีมงานนำพีพีมาเล่าเรื่องความเป็นตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ทุกคนมีอิสระในการเลือก และแบรนด์จะสนับสนุนในประเด็นนี้ 

สำหรับงาน Take Time to Try, Take Time to Fail เล่าว่าเราต่างมีความฝันลึก ๆ ที่อยากให้เป็นจริง และไม่ใช่เพียงความฝันเดียว ทั้งครีเอทีฟอย่างธิติและผู้กำกับอย่างวุฒิศักดิ์รู้ว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้อิมแพกต์ต้องเล่าเรื่องจริงของพีพีที่มีมิติตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ได้

ทีมครีเอทีฟทั้งธิติ และ ประเสริฐ วิจิตพาวรรณ Chief Creative Officer จาก Leo Burnett Thailand ใช้เวลาศึกษาชีวิตภูมิหลังของพีพี เพื่อนำมาเชื่อมกับแบรนด์และหาจุดร่วมในการนำเสนอ เช่น ตัวละครนักบินในช่วงท้ายก็เป็นหนึ่งในความฝันของนักแสดงหนุ่ม และเป็นความฝันสุดท้ายก่อนจะมาเป็นพีพีอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน

วุฒิศักดิ์เสริมว่า การทำโฆษณามักถูกว่าเป็นเรื่องแต่ง สร้างขึ้นเพื่อการค้า พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการทำของปลอมขึ้นมา การเน้นให้หนังมาจากเรื่องจริงจะยิ่งทำให้งานมีน้ำหนักมากขึ้น

“ผมอยากให้หนังเรื่องนี้กอดคนดู” วุฒิศักดิ์เล่าเคล็ดลับสำคัญของหนังบนเวที

นี่ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เล่าเรื่องนี้ ความน่าสนใจของ Take Time to Try, Take Time to Fail คือหนังพูดกับคนดูมาก ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มีชีวิตแบบไหน เราจะเห็นตัวเราไม่มากก็น้อยในหนังเสมอ 

ในมุมมองผู้กำกับ ประเด็นเรื่องคนมีหลายความฝันนั้นมาแตะกับคนดูในมิติที่ว่า เราต่างเคยพลาดกันมาหลายครั้ง แต่ชีวิตก็ยังดำเนินต่อได้ สิ่งนี้นำมาสู่การสร้าง Mood & Tone ของหนังที่ดูแล้วรู้สึกงดงาม ไม่ยัดเยียด

กล่องหรือหีบที่อยู่ในเรื่อง วุฒิศักดิ์ใส่มาเพื่อให้คนดูรู้สึกตามด้วยว่า ในกล่องเหล่านั้นเคยเก็บความฝันอะไรไว้บ้าง ในแง่นี้ การใช้กล่องจะเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังกว่าวิธีเล่าแบบอื่น 

ปิดท้ายในช่วงเสวนา ทั้งอธิป ธิติ และวุฒิศักดิ์เห็นตรงกันว่า การร่วมงานโดยเห็นเป้าหมายเดียวกัน พูดความจริงกัน อนุญาตให้ความเห็นที่แตกต่าง คือสูตรลับที่สำคัญมากสำหรับงานชิ้นนี้ 

โฆษณายุคใหม่หรือแคมเปญสร้างสรรค์ใดก็ตาม มักมีกลุ่มคนทำงานที่มาจาก 2 ฝั่ง บางครั้งเราก็เผลอคิดว่าความคิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดีกว่า ทั้งที่จริงแล้วไม่มีใครดีกว่าใคร แค่เป็นการมองจากต่างมิติ 

Take Time to Try, Take Time to Fail เป็นงานโฆษณาที่พิสูจน์แล้วว่าการร่วมมือทำงานเป็นทีมเดียวกัน เกิดขึ้นได้ในวงการนี้ 

ไม่มีใครเป็นฝั่งใคร หากมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และลองพยายามให้มากพอ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ในท้ายที่สุด

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

นักศึกษาเอกญี่ปุ่นจากมหาสารคาม สนใจภาพถ่าย ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเสียงเพลง อยากมีเงินไปมิวสิกเฟสติวัลเยอะๆ