‘More than Home’ คือคำที่อยู่บนโฆษณา IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ดังจากสวีเดน มีความหมายทำนองว่า เฟอร์นิเจอร์ที่เราขายช่วยทำให้บ้านพิเศษ มีความหมาย เป็นมากกว่าบ้านทั่วไปได้
สำหรับบางคน กับชีวิตที่เพิ่งถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ แค่ทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านก็พิเศษมากแล้ว
นี่คือ Key Message ของแคมเปญช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจาก IKEA ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ให้คนบริจาคหรือขายคืนเฟอร์นิเจอร์ IKEA ได้ที่ร้านค้า ทั้งหมดนี้จะถูกส่งให้ผู้ประสบภัยในภาคเหนือต่อไป แคมเปญนี้เล่าผ่าน Print Ad 3 ภาพที่เปลี่ยนห้องโชว์รูมอันเป็นเอกลักษณ์ของ IKEA ให้กลายเป็นบ้านของคนไทยที่น้ำท่วมและมีโคลนเต็มห้อง มีรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์ที่มีความหมายของบ้าน ด้วยฟอนต์แบบเดียวกับแค็ตตาล็อกของ IKEA ที่เราคุ้นเคยดี
มีเรื่องน่าทึ่งเบื้องหลังแคมเปญนี้มากมาย เช่น เอเจนซี่ VML Thailand ใช้เวลาคิด ขาย คราฟต์ และปล่อยงานเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ฝั่งลูกค้า IKEA ก็ใจกล้าอนุมัติให้เอาภาพ Iconic ของแบรนด์มาเล่าเรื่องสะเทือนใจของผู้ประสบภัย ทั้ง 3 ภาพใช้ AI ร่วมกับการรีทัช ด้วยเหตุผลเรื่องความเร็ว เลี่ยงการใช้ภาพจริงเพื่อถนอมน้ำใจผู้ประสบภัยจริง
ในงานที่คิดเร็วทำเร็วขนาดนี้ มีรายละเอียดบางอย่างซ่อนอยู่

วิเคราะห์ปัญหา เลือกลูกค้าที่ตอบ
โจทย์ของแคมเปญนี้เริ่มต้นใน LINE Group ของทีม VML Thailand เมื่อสมาชิกคนหนึ่งเพิ่งไปช่วยน้ำท่วมบ้านเพื่อนที่แพร่ ส่งรูปในกรุ๊ปบอกว่ากำลังล้างบ้านอยู่นะ สุดท้ายหนึ่งในทีมก็โยนหินถามทางว่าเราชวนลูกค้าสักเจ้ามาช่วยน้ำท่วมดีมั้ย
ก่อนชวน พวกเขาวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาไหนที่เขาอยากแก้ด้วยงานสื่อสาร VML Thailand มองเหตุการณ์น้ำท่วมออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก คือเหตุการณ์น้ำกำลังจะมา เนื้อหาควรสื่อเรื่องการรับมือ ช่วงที่ 2 คือเกิดน้ำท่วมแล้ว แบรนด์ควรจะพูดเรื่องการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ สร้างเนื้อหาที่ลดทอนความเจ็บปวดของลูกค้า ช่วงที่ 3 คือน้ำลดลง บ้านเมืองเสียหาย ควรคิด Solution ที่ช่วยฟื้นฟูให้ชีวิตกลับสู่ภาวะปกติ
ทีมงาน VML Thailand ก็เป็นเหมือนทุกคนที่ได้รับข่าวน้ำท่วมแบบล้น Feed จนทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้เหตุการณ์ก็เข้าสู่ช่วงที่ 3 ลูกค้าที่ทีมเอเจนซี่เลือกไปชวนทำงานด้วยคือ IKEA คุยกับ คุณลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม
VML Thailand ทำงานกับ IKEA ได้ 1 ปี แม้จะเป็นแบรนด์นอก แต่พวกเขาอยากเป็นเพื่อนกับคนไทย เน้นสื่อสารให้เข้าถึงใจคนไทยมากขึ้น เช่น ปีที่แล้วทำแคมเปญ ‘เป็นเดอะแบกข้างคุณ’ ขายกระเป๋ารุ่น FRAKTA สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์และเล่าแบบไทย ๆ

IKEA ยังเป็นแบรนด์ที่ทำงานเพื่อสังคม คอลแล็บร่วมกับมูลนิธิและ NGO บ่อยมาก เช่น เคยทำแคมเปญชื่อ 25m2 จำลองบ้านของผู้ลี้ภัยซีเรียในโชว์รูม IKEA ประเทศนอร์เวย์ รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยผ่านสภากาชาด
IKEA จึงเป็นแบรนด์ที่เหมาะมากในการทำงานช่วยเหลือน้ำท่วมในช่วงที่น้ำลดแล้ว แต่ความเสียหายมหาศาลในบ้านเรือนยังอยู่
สร้างความรับรู้และแก้ปัญหาพร้อมกัน
VML Thailand คิดไอเดียมา 2 ไดเรกชัน
งานแรก คือ Flood Showroom เปลี่ยนห้อง Iconic ในโชว์รูมให้เป็นภาพที่สะท้อนน้ำท่วมบนภาคเหนือ พร้อมชวนคนบริจาคเฟอร์นิเจอร์ IKEA ให้ผู้ประสบภัย ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาในการจัดการหลังบ้าน
งานที่ 2 คล้ายกับไอเดียแรก แต่ทำเป็นภาพโฆษณาสไตล์ IKEA อย่างเดียว สร้าง Awareness ให้คนรับรู้ปัญหา


ทั้ง 2 ทางมีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน งานแรกทำยากและนาน ไม่เหมาะกับแคมเปญที่ต้องทำเร็ว งานที่ 2 ไม่ค่อยเกิดการลงมือทำ IKEA เป็นคนตัดสินใจนำงาน 2 ชิ้นมารวมกัน เปลี่ยนจากการทำห้องจริง ๆ มาทำเป็นภาพอย่างเดียว โดยยังคงวิธีการบริจาคอยู่ รวม Awareness และ Solution เข้าไว้ในงานเดียวกัน
เวลาขายลูกค้า VML Thailand ไม่ได้ทำแค่ไฟล์พรีเซนเทชันแห้ง ๆ ไปเสนอ แต่เขาพยายามทำให้ไอเดียเห็นเป็นภาพมากที่สุด ทีมงานใช้ AI สร้างทั้ง 2 งานไปขาย คราฟต์ในระดับที่น่าพอใจ
ในแวดวงธุรกิจและการตลาด มีคำศัพท์อยู่คำหนึ่งเรียกว่า Economy of Speed แปลรวม ๆ ว่าบางงานนั้นถ้าทำเร็วจะได้ผลดี กับงานนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าลูกค้าอยากทำเพื่อหวังกำไร แต่ชีวิตคนที่ถูกน้ำท่วมจนเข้าบ้านไม่ได้นั้นสาหัส ยิ่งทำเร็วยิ่งดี
VML Thailand คิดไอเดียครึ่งเช้าของวันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567 ครึ่งบ่ายทำพรีเซนเทชัน ส่ง IKEA ตอนค่ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันลูกค้าก็ตอบตกลง โดยที่ไปคุยกับมูลนิธิกระจกเงาเองเรียบร้อย พร้อมไฟเขียวจาก IKEA บริษัทแม่ ทุกคนเข้าใจดีว่างานนี้ต้องเร็ว
ด้วยปัจจัยความเร็วนี่เอง ทำให้ทีม VML Thailand ตัดสินใจใช้ AI สร้างงานทั้ง 3 ภาพนี้ตั้งแต่ต้นจนจบงาน แต่ความเร็วไม่ใช่ปัจจัยเดียว พวกเขาใช้ AI เพราะคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ประสบภัยด้วย

สร้างงานที่มีความหมาย คิดถึงจิตใจคน
ไอเดียนี้ ถ้านำภาพข่าวมาใช้จะง่ายและเร็วกว่ามาก แปะ Copy ลงไปก็แทบจะจบงานได้เลย
แต่สิ่งที่ทุกคนกังวล คือบ้านในภาพข่าวนั้นเป็นบ้านของคนจริง ๆ ถ้างานชิ้นนี้ปล่อยออกไป ภาพความเสียหายจะถูกเผยแพร่ตอกย้ำความเจ็บปวดซ้ำ ๆ ไม่น่าดีกับเจ้าของบ้านตัวจริง
VML Thailand ยังระวังแทน IKEA ในแง่ที่ว่า ถ้าแบรนด์ใหญ่ออกมาพูดเรื่องนี้ต้องถูกจังหวะเวลา ไม่ใช่การออกมาหาซีน ทำให้คนรู้สึกร่วมมากที่สุด โดยไม่พยายามเอาผลกระทบมาเรียกคะแนน ทำให้งานชิ้นนี้จริงใจที่สุด ให้คนรู้ว่าแบรนด์ตั้งใจอยากช่วยคนจริง ๆ
เมื่อตั้งหลักว่าจะใช้ AI ความยากต่อมาคือภาพที่ AI ใช้ Generate มีที่มาจากฝั่งตะวันตกและจีน ทีมจึงต้องใส่ภาพบรรยากาศบ้านและเฟอร์นิเจอร์ไทยให้ AI เรียนรู้ก่อน ทุกภาพไล่ขอลิขสิทธิ์เพื่อไม่ให้มีปัญหา AI ที่ VML Thailand ใช้ก็เป็นระบบปิดเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด
งานชิ้นนี้มีภาพ 3 ห้อง คือห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่น ทีมอาร์ตไดเรกเตอร์ต้องเจนฯ ภาพให้มีความเป็น IKEA ต้องมีความเป็นไทย และต้องเละเพราะน้ำท่วม โดยใช้ภาพ Reference จากโฆษณา IKEA จริง มุมต้องได้ เฟอร์นิเจอร์ต้องเห็นชัด ใช้ภาพบ้านไทย และใช้ภาพข่าวมาวางเทียบในขั้นตอนการรีทัช เพื่อให้ภาพออกมาจริงที่สุด
อีกเรื่องที่ครีเอทีฟ VML Thailand คิดเพิ่ม คือต้องจินตนาการชีวิตคนที่อยู่ในห้องนี้ด้วยว่าเป็นใคร กี่คน เด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะไบเบิลหนึ่งของโฆษณา IKEA คือคนดูภาพแล้วต้องจินตนาการถึงตัวเองว่าอยู่ในห้องนั้นได้ ตรงกับชีวิตจริง จึงต้องคิดเรื่องนี้ด้วย

การเลือกเขียนถึงเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นก็มีความหมายไม่แพ้กัน ถ้าไล่ดูทีละห้อง ห้องนอนเป็นเหมือน Safe Zone ของเจ้าของบ้าน การเห็นห้องนี้น้ำท่วมจึงชวนให้คนรู้สึกที่สุด ทีมเลือกกรอบรูปภาพแต่งงานเพราะสื่อถึงความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด เช่นเดียวกับเตียงนอน ส่วนโคมไฟเป็นสิ่งของที่เราอาจซื้อมาเองหรือได้มาจากคนอื่น เป็นของที่เราจะรู้สึกเสียใจถ้ามันเสียหายเช่นกัน
ห้องครัวในภาพจาก AI ยังดูเป็นตะวันตกอยู่บ้าง ทีมเลยเจนฯ ฝาชีเพิ่มเพื่อให้ดูไทยขึ้น และเพิ่มเก้าอี้เด็กทรงสูง เพื่อเล่าว่าเป็นบ้านที่มีลูกเล็ก เพิ่มความรู้สึกในภาพ
ห้องนั่งเล่น เป็นจุดที่ผู้สูงอายุในบ้านใช้เวลามากที่สุด ทีมจึงเลือกโซฟามาเล่าเพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ครอบครัวนั่งด้วยกัน ส่วนตู้ของสะสม มาจากข่าวจริงที่ทีมงานเห็นว่าเจ้าของบ้านน้ำท่วมเสียของสะสมไปหลายอย่างมาก หรือของชิ้นโปรดบางอย่างที่มีแค่ชิ้นเดียว ขนหนีน้ำไม่ทัน สิ่งนั้นก็สูญหายไปตลอดกาล เป็นงานที่ซ่อนความทรงจำต่าง ๆ ไว้ในห้องนั่งเล่น


ชวนแบรนด์ฟื้นบ้านให้เป็นบ้านอีกครั้ง
Copy ที่ยากที่สุดของภาพ 3 ห้องนี้คือ Headline เพราะต้องแปลคำว่า More than Home ให้เล่าเรื่องน้ำท่วม ชวนคนบริจาค และแปลเป็นไทยแล้วรู้สึกพอ ๆ กับภาษาอังกฤษ
ปัญหาใหญ่ของทีม Copy คือแปลเป็นไทยแล้วรู้สึกไม่ถึง สุดท้ายมาจบที่คำว่า ‘มาช่วยให้บ้านพวกเค้ากลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง’ ภาษาไม่ทางการ แต่เข้าใจและรู้สึกไปพร้อมกัน

เนื้อหาตรงเฟอร์นิเจอร์ ทีม Copy เอาเรื่องเวลามาเล่น เพื่อเล่าความทรงจำและความผูกพันที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์ ภาษาต้องกระชับให้คล้ายกับการบอกชื่อรุ่นและราคาเฟอร์นิเจอร์ในโฆษณา IKEA ต้นฉบับ ทีมคราฟต์กันถึงขั้นตัวเลขเวลา ซึ่งจะล้อกับคาแรกเตอร์ของคนในห้องที่ทีมคิดด้วย ถ้ามีเก้าอี้เด็ก ก็ต้องคิดว่าเด็กกี่ขวบ ละเอียดถึงขั้นนั้น
Copy ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่ช่วยทำให้คนอินกับห้องนี้มากขึ้น รู้สึกว่าห้องฉันบ้านเราก็มีสิ่งนี้เหมือนกัน
เร็วและอิมแพกต์
พอบอกว่าเป็นงาน AI คนอาจคิดว่าแค่ใส่คำสั่งหรือ Prompt เข้าไปก็จบ
ความจริงคือทีมครีเอทีฟและอาร์ตไดเรกเตอร์ใช้เวลานานกับการเลี้ยงให้ AI เรียนรู้ ได้ภาพเสร็จก็รีทัชเพิ่ม เพื่อให้ภาพไม่ดูเป็น AI ที่สุด ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล หลังปล่อยภาพไปแทบไม่มีคนคอมเมนต์เอะใจเรื่องนี้เลย



สรุปแล้วแคมเปญนี้ใช้เวลาทำไม่ถึง 1 สัปดาห์ แม้จะไม่เร็วเท่าบางแบรนด์ที่โพสต์ภาพในโซเชียลมีเดีย 1 ภาพแล้วลุยเลย แต่ทีม VML Thailand มองว่าหลังจากน้ำท่วมเข้าสู่ช่วงที่ 3 IKEA อาจไม่ใช่แบรนด์แรกที่เร็วที่สุด แต่การทำงานให้มีคุณภาพที่ดี คราฟต์ให้เหมือนงานโฆษณาจริง ๆ ช่วยให้เกิดอิมแพกต์ที่ตามมาเช่นเดียวกัน
อาทิตย์นี้ IKEA จะนำโฆษณาทั้ง 3 ห้องมาแปลงเป็นงาน Out of Home ติดตั้งที่ร้านค้าตรงจุดที่รับบริจาคและขายคืนเฟอร์นิเจอร์ งานชิ้นนี้มาไกลและอิมแพกต์กว่าที่คิด ถือเป็นตัวอย่างของแคมเปญจากแบรนด์ใหญ่ที่ตอบสนองต่อภัยพิบัติได้ทันท่วงทีและสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมด้วย
Creative
Group Creative Director พีรยศร์ พิชิตนภากุล
Associate Creative Director พิณวัฒน์ ศรีสุรินทร์
Creative Group Head ภริม กายบริบูรณ์
Senior Art Director บทมวรรณ ธีระตระกูล
Copywriter ชนัญชิดา ภัทรเกียรติคุณ
Art Director ศรัณย์ เอิบโชคชัย
Art Director ถิรวัฒน์ ประเสริฐสังข์
AE
Business Director วชิรฑรณ์ วงศ์อธิคม
Account Director อัญณิการ์ จันทวงษ์
Account Manager ภาวินี พายับสุนทร







