29 มกราคม 2025
5 K

เมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปเดินเล่นใน POP Market ตลาดรวมงานคราฟต์ของภาคเหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของงาน Chiang Mai Design Week 2024 แล้วเกิดสะดุดตาต้องใจกับบูทของแบรนด์ ‘อยู่ลำพูน’ เข้าอย่างจัง และชนะใจเราด้วยงานหมอนสุดน่าฮักที่เรียกว่า ‘หมอนปล่อง’ 

หมอนปล่อง เป็นหมอนที่มีรูตรงกลาง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเหนือ ซึ่งปัจจุบันค่อย ๆ เลือนหายไปและหาได้ยากขึ้นทุกที แต่ไม่ใช่วันนี้และในงานนี้แน่ ๆ เพราะนอกจากเราแล้ว ยังมีคนสนใจเข้ามามุงดูหมอนปล่องของอยู่ลำพูนอีกจำนวนมาก

แบรนด์อยู่ลำพูนเลือกชุบชีวิตภูมิปัญญาหมอนปล่องขึ้นมาอีกครั้ง และพัฒนาหมอนปล่องของพวกเขาให้มีหน้าตาน่ารัก ร่วมสมัย น่าใช้ และน่านำไปวางตกแต่งไว้ในบ้านมาก ๆ 

ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น ไอเดียการชุบชีวิตหมอนปล่องของอยู่ลำพูนนี้เกิดขึ้นมาจากฝีมือของคุณครูเกษียณวัย 75 ปี นิด-คณิตดา วงศ์จักร์ หรือ คุณยายนิด ตามที่คนส่วนใหญ่เรียก

คุณยายนิดเกริ่นให้เราฟังทางสายโทรศัพท์ตอนนัดสัมภาษณ์ว่า

จุดเริ่มต้นทั้งหมดของการทำหมอนปล่องนั้นเกิดจาก ความคิดถึงคุณยายทวดที่จากไป…

อ่านถึงบรรทัดนี้ เริ่มสนใจเรื่องราวของหมอนปล่องและแบรนด์อยู่ลำพูนขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะครับ ถ้างั้นเปิดประตูรถและตามเราไปลำพูน แล้วทำความรู้จักกับ ‘อยู่ลำพูน’ ให้มากขึ้นไปด้วยกัน

เรามาถึงจุดหมาย นั่นคือร้าน hhom Cafe (ฮ่อม คาเฟ่) คาเฟ่เล็ก ๆ น่ารักที่ตั้งอยู่ถนนรอบเมืองนอก ใกล้กับสะพานท่านางข้ามแม่น้ำกวงและวงเวียนช้าง หรือที่วัยรุ่นลำพูนตั้งสมญาติดตลกให้ใหม่ว่า วงเวียนช้างหมุน ที่นี่คือคาเฟ่และบ้านของคุณยายนิดและครอบครัว

เอะ-พูลศิริ วิสุทธินันท์ และ เจ-กฤช วงค์วรพันธ์ สมาชิกในครอบครัวคุณยายนิด อีก 2 ผู้ก่อตั้งแบรนด์อยู่ลำพูนเดินมาต้อนรับและพาเราไปหาคุณยายนิดที่กำลังนั่งเย็บหมอนอยู่ภายในคาเฟ่

เอะและเจช่วยกันเล่าให้เราฟังว่า อยู่ลำพูนเริ่มต้นมาจากคาเฟ่แห่งนี้ที่เกิดขึ้นมาจากการตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาอยู่ที่บ้านของทั้ง 2 คน

“ประมาณ 10 ปีที่แล้ว เราตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาอยู่บ้าน” เอะผู้เป็นลูกสาวของยายนิดย้อนความให้ฟัง “ตอนนั้นคุณแม่เกษียณ แกกลับมาอยู่บ้านคนเดียว แล้วแกป่วย เราเป็นห่วงเลยกลับมาอยู่บ้านคอยช่วยดูแล และตัดสินใจทำคาเฟ่ที่บ้านหารายได้ หลังจากเปิดฮ่อมคาเฟ่ไม่นานเราก็มีลูกและเริ่มหัดตัดเย็บเสื้อ เพราะอยากทำเสื้อผ้าให้ลูกใส่ เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่คุณแม่ทำให้เรา แล้วก็พัฒนาเป็น kinkin ที่ใช้ชื่อลูกชายมาตั้งชื่อแบรนด์ เราเลยสั่งผ้าต่าง ๆ มาไว้ที่บ้านเพื่อนำมาตัดเป็นเสื้อผ้า”

แต่แล้ววันหนึ่งเอะก็พบว่า ผ้าที่เธอสั่งมาบางผืนจู่ ๆ ก็หายไปทีละผืน 

“เราก็ เอ ผ้าหายไปไหนนะ มาเห็นอีกทีตอนแม่เอาหมอนมาอวด ผ้าเรากลายเป็นหมอนปล่องไปแล้ว” เอะหัวเราะสนุกก่อนเล่าต่อ “พอผ้าที่เราเลือกมาทำเสื้อไปอยู่กับหมอนที่ยายเย็บ ปรากฏว่าออกมาสวยมากเลย มีความญี่ปุ่นหน่อย ๆ และทำให้หมอนปล่องของยายไม่เหมือนที่ไหน” ซึ่งยายนิดเริ่มต้นหัดทำหมอนปล่องโดยค่อย ๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองจากการแกะแบบจากหมอนปล่องของคุณยายทวดที่เสียไป

“พอเกษียณ เรามีเวลาว่าง เลยอยากหาอะไรทำ” ยายนิดเล่าถึงจุดเริ่มต้น

“เราไปเจอหมอนปล่องของยายทวดที่บ้าน เป็นหมอนประจำตัวแก คนสมัยก่อนทุกวันพระเขาจะไปนอนที่วัด ก็พกหมอนติดตัวไปด้วย เอาไว้ใช้ ซึ่งคุณยายทวดนุ่งห่มสีขาวไปนอนที่วัดทุกวันพระเลย

“ด้วยความคิดถึงยายทวดก็เลยอยากลองทำหมอนปล่องแบบคุณยายทวดขึ้นมา หัดเอาเองโดยเอาหมอนปล่องของยายทวดเป็นต้นแบบ ค่อย ๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูก แล้วก็เอาผ้าของเอะมาใช้”

“เอาไปแบบไม่บอกด้วย” เอะหัวเราะหลังแทรกเสียงขึ้นมาแซวคุณแม่

หมอนปล่องใบแรกของยายนิดที่เกิดมาจากความคิดถึง ลองผิดลองถูกเรียนรู้จนสำเร็จเป็นใบแรกแต่ยายนิดไม่ได้หยุดแค่นั้น แกค้นพบว่าหมอนแบบเก่ามีขนาดที่เมื่อหนุนแล้วนอนไม่ค่อยสบาย จากขนาดและความเหลี่ยมของหมอน ยายนิดจึงค่อย ๆ ลองปรับ ลองพัฒนาหมอนใบถัดไปให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ยายนิดไม่ได้ทำหมอนปล่องเพื่อขายจริงจัง นอกจากทำเพื่อฆ่าเวลา บางทีก็แจกให้ญาติหรือคนรู้จัก แต่ปรากฏว่ามีลูกค้าที่มาซื้อกาแฟที่คาเฟ่สนใจขอซื้อหมอนปล่องของยายนิดมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ผมคิดว่าหมอนปล่องเป็นโปรดักต์เก่าที่คุณแม่ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่” เจเริ่มต้นเล่าที่มาของอยู่ลำพูน “ผมว่ามันแปลกและน่าสนใจ เพราะปกติเราเห็นว่าของคนรุ่นเก่าแบบนี้มักพัฒนาโดยคนรุ่นใหม่ นักออกแบบรุ่นใหม่ แต่อันนี้พัฒนาโดยยายที่เป็นคนรุ่นเก่าทำของรุ่นเก่าและพัฒนาให้ร่วมสมัยขึ้น น่าสนใจขึ้น เราเห็นแนวโน้มว่าน่าจะไปได้ดี เลยเริ่มลองเอาหมอนปล่องไปขายเวลา kinkin ไปออกบูท”

จากการนำหมอนปล่องไปออกบูท ทำให้พวกเขาเห็นว่ามีผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก เจเคยทำอาชีพอาร์ตไดเรกเตอร์ มีประสบการณ์การทำงานให้กับเอเจนซี่โฆษณาต่าง ๆ จึงเห็นว่าควรทำให้แบรนด์หมอนปล่องชัดขึ้น และเป็นคนเสนอให้ใช้ชื่อ ‘อยู่ลำพูน’ รวมทั้งเป็นคนออกแบบลายเส้นกราฟิกและโลโก้แบรนด์ด้วย 

“ตอนงาน POP Market ปีล่าสุด เราตั้งใจไว้ว่าจะแยกหมอนปล่องออกไปเป็นอีกบูท ไม่รวมกับบูทเสื้อผ้า kinkin เพื่อที่จะทำให้หมอนปล่องชัดเจนขึ้น เลยต้องมาคิดชื่อแบรนด์ให้มัน” 

ชื่อของแบรนด์ อยู่ลำพูน จึงเกิดขึ้นมา

“ผมคิดว่า อยู่ลำพูน เป็นคำที่สื่อสารได้ชัดเจนดีครับ แทนความหมายของคนอยู่ลำพูน ไม่จำกัดว่าต้องเกิดที่นี่เท่านั้น เป็นใครก็ได้ที่มาอยู่ที่นี่ อีกอย่างผมรู้สึกว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักลำพูน ไม่ค่อยมาเที่ยวลำพูน ทั้งที่เดินทางมาจากเชียงใหม่แป๊บเดียวเอง เราอยากให้คนลองมาเที่ยวลำพูนบ้าง เลยคิดว่าชื่อนี้จะทำให้คนรู้จักและสนใจลำพูนมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ ชื่อ อยู่ลำพูน เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วเราเคยใช้เป็นชื่ออีเวนต์ โดยรวมกลุ่มคนทำงานคราฟต์เล็ก ๆ มาทำตลาดด้วยกัน เพราะอยากทำให้ลำพูนคึกคัก”

จากการไปออกบูททำให้คนไทยและต่างชาติเห็นและสนใจหมอนปล่องจำนวนมาก นอกจากหน้าตาที่ดูน่ารัก สีสวย ความเป็นหมอนปล่องที่มีรูก็ชวนให้คนแปลกใจและสงสัยว่ามันคืออะไร

“ผมคิดว่าที่มันเป็นปล่องเพราะภูมิปัญญาของคนเหนือสมัยก่อน ทำเพื่อให้หมอนระบายอากาศได้ดี เพราะบ้านเรามีความชื้น พอระบายอากาศได้ก็ลดการเกิดเชื้อรา บวกกับการทำให้โครงสร้างของหมอนแข็งแรงด้วย หมอนปล่องจึงอยู่ทรงและใช้ได้นาน” เจอธิบายเหตุผลของปล่องบนหมอน

“เราคิดว่ารูตรงกลางช่วยให้หมอนปล่องมีความยืดหยุ่น หนุนสบายด้วยนะ” เอะช่วยเสริม

“ยายเข้าใจเอาเองนะว่าคนเฒ่าสมัยก่อนน่าจะเอาสตางค์ซ่อนไว้ในปล่อง นอนหนุนอยู่ตรงหัวขนาดนั้นคงไม่มีใครกล้าขโมยหรอก” ยายนิดแสดงความคิดเห็นพร้อมเสียงหัวเราะ

นอกจากพัฒนาแบรนด์ คุณยายนิดยังพัฒนาหมอนปล่องให้สวยและหลากหลายยิ่งขึ้น

“หมอนแต่ละแบบอยู่ที่คุณยายว่าช่วงนั้นแกไปเจออะไร ไปเที่ยววัด ไปร้านกาแฟ เห็นงานคราฟต์ที่ใช้ตกแต่งร้าน หรืออันไหนที่แกชอบ” เจอธิบายต้นทางไอเดียแบบหมอนปล่องต่าง ๆ ของยาย ก่อนเอะช่วยเสริม “พวกเราเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ เวลาไปไหนจะพาเขาไปเที่ยวด้วยกัน พอเจออะไรเข้าก็…”

“ถ่ายรูปไว้ ถ่ายรูปไว้!” ยายนิดหัวเราะอย่างอารมณ์ดีหลังตอบอย่างรู้จังหวะกับลูกสาว

หากสังเกตตัวหมอนดี ๆ จะพบว่ามีการเพิ่มเติมรายละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ จากหมอนปล่องเรียบ ๆ บางใบยายนิดเลือกสีของปล่องให้แตกต่างเพื่อทำให้ตัวปล่องชัดเจนยิ่งขึ้น และตัดกับสีของตัวหมอนให้สวยงามยิ่งขึ้น สังเกตเข้าไปอีกเราจะเห็นว่าลายตะเข็บที่เย็บด้วยมือก็มีความน่ารักซ่อนอยู่ในฝีเข็มของหมอนแต่ละใบ แสดงให้เห็นว่ายายนิดสนุกกับการได้ทดลองทำหมอนปล่องแต่ละใบ

“เราดีใจที่มีคนมาชื่นชอบหมอนปล่องของยายเยอะขนาดนี้ ทำให้แกไม่เหงา มีอะไรทำ และดูจะสนุกด้วย เพราะล่าสุดยายแอบหนีเที่ยว แกขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับคนงาน หนีไปเที่ยวที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงที่แม่ทา” เอะแซวคุณแม่ “แกแอบไปสั่งผ้าทอลายน้ำไหลของคนในหมู่บ้านเอาไว้ แกเห็นแล้วชอบ เลยอยากเอามาลองทำเป็นหมอนปล่อง ซึ่งน่าจะเป็นลายใหม่ของเราเร็ว ๆ นี้ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ”

สำหรับใครที่สนใจหมอนปล่องของอยู่ลำพูน ไปติดตามได้ที่ Facebook : อยู่ลำพูน หรือ Instagram : u_lamphun และแวะไปเที่ยวหา-อุดหนุนหมอนปล่องของคุณยายนิด ซึ่งหมอนปล่องวางขายที่ hhom Cafe จังหวัดลำพูน

hhom Cafe (ฮ่อมคาเฟ่)
  • ซอยสันป่ายาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน (แผนที่)
  • เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 15.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.
  • 09 9384 9636

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย