12 กรกฎาคม 2025
1 K

เมื่อมีโอกาสพาทีมจากสมาคมกาแฟพิเศษไทย หรือ SCATH (Specialty Coffee Association of Thailand) ไปลุยสวนที่ติมอร์-เลสเต สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นมากกว่า ‘โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนา’ ในภาษาการทูต แต่คือเรื่องราวของผู้คนที่เริ่มต้นจากบทสนทนาและความหวัง ค่อย ๆ งอกเงยกลายเป็นเวิร์กช็อปเล็ก ๆ บนภูเขาในติมอร์-เลสเต โดย ‘คนกาแฟ’ จากไทยที่อาสาเดินทางไกลมาส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจให้คนปลูกกาแฟติมอร์-เลสเต ที่ผูกชีวิตไว้กับต้นกาแฟบนเขาสูง

กาแฟกับการทูต

ย้อนไปเมื่อต้นปีที่แล้ว ตอนเพิ่งมารับหน้าที่ที่สถานทูตไทยในติมอร์-เลสเต ฉันมีไอเดียอยู่ในใจว่า อยากนำความหลงใหลเรื่องกาแฟมาทำให้เป็น ‘งาน’ ที่จับต้องได้ในฐานะนักการทูต 

เพราะการทูตไม่ได้มีแค่การนั่งโต๊ะเจรจา แต่ยังรวมถึงการฟัง มองหาความเป็นไปได้ และการลงมือทำ การทูตเพื่อการพัฒนาจึงไม่ได้หมายถึงแค่การส่งความช่วยเหลือจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้คนได้มาเจอกัน แบ่งปันกัน และเรียนรู้จากกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีคำว่า ‘ช่วยเหลือ’ อยู่ตรงกลางเสมอไป

โม่ง-วิทยา ไพศาลศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นน้ำกาแฟของไทย ลงมือโชว์การตัดแต่งต้นกาแฟให้สุขภาพดี ปลอดโรค ปลอดแมลง และให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 

ติมอร์-เลสเต เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย ปัจจุบันกำลังพยายามเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน หลังจากผ่านการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชเมื่อ 26 ปีก่อน วันนี้ติมอร์-เลสเตกำลังอยู่ตรงทางแยกใหม่ของการพัฒนา แม้จะมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่รัฐบาลและประชาชนต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำตอบในระยะยาว โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานฟอสซิล และประเทศจำเป็นต้องมองหาทางเลือกใหม่ ซึ่ง ‘กาแฟ’ คือหนึ่งในความหวังนั้น

สำหรับคนไทย กาแฟอาจหมายถึงเครื่องดื่มในยามเช้าหรือเครื่องดื่มในร้านโปรด แต่ที่ติมอร์-เลสเต กาแฟคือชีวิตของผู้คน คือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจชนบทกว่า 70,000 ครัวเรือน หรือเกือบ 40% ของทั้งประเทศพึ่งพารายได้จากกาแฟ และน้อยคนจะรู้ว่ากาแฟสายพันธุ์ Hibrido de Timor ที่มีต้นกำเนิดจากที่นี่ คือหนึ่งในพ่อพันธุ์ของสายพันธุ์ Catimor ที่เราปลูกกันในไทย เป็นสายใยเล็ก ๆ ที่เชื่อมเราเข้าหากันตั้งแต่ในระดับพันธุกรรมของเมล็ดกาแฟ

พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งเชื่อว่า คนกาแฟจากไทยน่าจะมีอะไรบางอย่างไปช่วยพัฒนากาแฟของติมอร์-เลสเต เพราะวงการกาแฟไทยก้าวหน้าไปไกล มีคนรุ่นใหม่มากฝีมือ มีองค์ความรู้มากมาย และมีพลังบางอย่างที่พร้อมจะแบ่งปัน

กี้-อาคม สุวัณณกีฏะ แห่งโรงคั่วกาแฟปรีดา แบ่งปันความรู้เรื่องการแปรรูป สอนให้เกษตรกรใช้ประสาทสัมผัสชิมและดมเมล็ดกาแฟระหว่างหมัก 

เมล็ดพันธุ์แห่งไอเดีย

แล้วไอเดียนี้ก็พาเราไปพบกับ Afonso รองประธานสมาคมกาแฟติมอร์-เลสเตในขณะนั้น ชายสูงวัยผู้เล่าเรื่องอุตสาหกรรมกาแฟด้วยแววตาเปี่ยมความหวังปนความกังวล เขาเล่าถึงผลผลิตที่ลดลง ต้นกาแฟที่แก่ขาดการดูแล ความรู้ที่ยังไม่ถึงมือเกษตรกร และความจำเป็นต้องเพิ่มผลผลิตโดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์กาแฟออร์แกนิกของติมอร์-เลสเต

ระหว่างที่คุยกัน Afonso เล่าย้อนถึงความทรงจำช่วงปี 2000 ตอนนั้น ทหารไทยที่ร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในติมอร์-เลสเต สอนให้ชาวบ้านที่จังหวัดเบาเกา (Baucau) ใช้จุลินทรีย์ทำปุ๋ยหมักเพื่อการเกษตร เขาเล่าด้วยความเสียดายว่า “ไม่มีใครในติมอร์-เลสเต สานต่อสิ่งดี ๆ ที่ทหารไทยริเริ่มไว้”

บทสนทนานี้ก็เหมือนเมล็ดกาแฟที่ถูกหย่อนลงในดิน ค่อย ๆ เริ่มหยั่งราก จากไอเดียสู่ความเป็นไปได้ 

บิ๊ก-บริรักษ์ อภิขันติกุล แห่ง School Coffee กรรมการด้านกิจกรรมของ SCATH ผู้ประสานตระเตรียมเนื้อหาแน่น ๆ มาแบ่งปัน

จากไอเดียสู่การเดินทาง 

เมื่อไอเดียเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง สถานทูตฯ ก็จับมือกับ TICA (Thailand International Cooperation Agency) ชวน SCATH ให้มาร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วยกัน

เราเล่าให้ฟังว่าอยากชวน ‘คนกาแฟ’ ที่เชี่ยวชาญด้านต้นน้ำของไทยไปแลกเปลี่ยนกับคนปลูกกาแฟในติมอร์-เลสเต ไม่ใช่แค่ในฐานะวิทยากร แต่ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่มาแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจ คล้าย ๆ กับโมเดล ‘SCATH ลุยสวน’ ที่เขาทำอยู่แล้วในไทย แต่คราวนี้เปลี่ยนจุดหมายจากหมู่บ้านบนดอยมาเป็นกลางเขาในติมอร์-เลสเต

เราติดต่อไปหา SCATH เพราะเชื่อว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนากาแฟอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่องการดูแลผืนป่าที่เป็นบ้านของต้นกาแฟ และเรื่องความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่ควรมีรายได้ที่ดีและเป็นธรรม เพราะ SCATH เชื่อว่า ‘กาแฟที่ดีเริ่มจากสวน ไม่ใช่แค่จากโรงคั่ว’ และห่วงโซ่กาแฟที่ดีต้องเริ่มจากการเห็นคุณค่าของคนปลูก ไม่ใช่แค่คนดื่ม 

เราไม่ได้แค่อยากให้กาแฟติติมอร์-เลสเต ดีขึ้น แต่อยากให้คนปลูกกาแฟที่นี่มีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

พวกเราจึงร่วมมือกับสมาคมกาแฟติมอร์-เลสเต หรือ ACT (Association Café Timor) จัดเวิร์กช็อปแบบลงพื้นที่ 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 24 – 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 

วันแรกเราใช้พื้นที่ของ Quinta Portugal ศูนย์เรียนรู้ด้านวนเกษตร (Agroforestry) ในจังหวัดไอลิว (Aileu) จากนั้นก็ย้ายไปจัดที่จังหวัดเออร์เมรา (Ermera) โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก Timor Global ผู้รับซื้อและส่งออกกาแฟอันดับต้นของประเทศ

เหตุผลที่ต้องข้ามจังหวัดแบบนี้ เพราะเราอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกาแฟของติมอร์-เลสเต มีโอกาสเข้าร่วมได้สะดวกที่สุด วิทยากรของเรามาไกลจากเชียงใหม่ ลำปาง แพร่ และน่าน นั่งเครื่องจากกรุงเทพฯ มาต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ กว่าจะถึงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต และนั่งรถขึ้นเขาต่ออีก 2 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงที่จัดอบรม แต่คนที่มาเรียนก็ไม่น้อยหน้า บางคนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากสวนตั้งแต่เช้ามืด ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเพื่อมาถึงให้ทัน เย็นก็ขี่กลับบ้าน พอรุ่งขึ้นก็มาใหม่ด้วยรอยยิ้มและความตั้งใจ 

จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้สัก 60 คนก็พอใจมากแล้ว สุดท้ายมีผู้เข้าร่วมเกือบ 90 คน ยิ่งทำให้เราใจฟูว่า สิ่งที่เราตั้งใจลงพื้นที่ เข้าถึงคนจริง ๆ และตอบโจทย์ความต้องการของเขามีความหมายมากแค่ไหน

แรงบันดาลใจที่เดินได้

วิทยากรทั้ง 4 คนจาก SCATH ทั้ง โม่ง-วิทยา ไพศาลศักดิ์, กี้-อาคม สุวัณณกีฏะ, บิ๊ก-บริรักษ์ อภิขันติกุล และ กล้วย-วิชัย กำเนิดมงคล คือชื่อที่คุ้นหูในวงการกาแฟไทย แต่ที่ติมอร์-เลสเต พวกเขาคือแรงบันดาลใจที่เดินได้

4 วันเต็มที่คนกาแฟจากไทยแบกความรู้ ความรัก และประสบการณ์การทำงานกับกาแฟมาแบ่งปันอย่างไม่หวง ไม่ได้เอามาแค่ความรู้ แต่ยังเอาแรงบันดาลใจมามอบให้ด้วย โดยเฉพาะคุณกล้วยแห่ง Coffee De Hmong หมู่บ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน จากเกษตรกรตัวเล็ก ๆ ที่ต่อสู้แก้ปัญหาคุณภาพดินด้วยแนวทางป่ายั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ สู่การเป็นเจ้าของกาแฟคุณภาพที่ได้รับรางวัลระดับประเทศหลายปีติดต่อกัน

คุณกล้วย-วิชัย กำเนิดมงคล แห่ง Coffee De Hmong หมู่บ้านมณีพฤกษ์ แรงบันดาลใจที่เดินได้ จากเกษตรกรตัวเล็ก ๆ สู่การเป็นเจ้าของกาแฟคุณภาพที่ได้รับรางวัลระดับประเทศหลายปีติดต่อกัน 

กล้วย-วิชัย กำเนิดมงคล แห่ง Coffee De Hmong หมู่บ้านมณีพฤกษ์ แรงบันดาลใจที่เดินได้ จากเกษตรกรตัวเล็ก ๆ สู่การเป็นเจ้าของกาแฟคุณภาพที่ได้รับรางวัลระดับประเทศหลายปีติดต่อกัน 

ที่เมืองไทย แม้จะมีเงินก็อาจซื้อกาแฟของเขาไม่ได้ เพราะต้องจองล่วงหน้าข้ามปี ส่วนที่ติมอร์-เลสเต ผู้มาเรียนต่อแถวขอเซลฟี่กับคุณกล้วยด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เขากลายเป็นต้นแบบของ ‘คนทำได้’ ที่ทำให้ผู้เข้าอบรมเชื่อว่าเกษตรกรปลูกกาแฟก็ประสบความสำเร็จและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

รอยยิ้มของคนกาแฟติมอร์-เลสเต ผู้ตั้งใจมาเรียนรู้
Apoldina da Costa นักคั่วกาแฟรุ่นใหม่ผู้ตั้งใจเรียนรู้ทุกขั้นตอน เพราะเธอเชื่อว่าความรู้เล็ก ๆ อาจเปลี่ยนอนาคตของกาแฟทั้งประเทศได้

A Story Comes Full Circle

เช้าวันสุดท้ายของการฝึกอบรม Afonso เดินเข้ามาในห้องเวิร์กช็อปพร้อมไม้เท้าพยุงร่างที่ดูอ่อนแรงกว่าครั้งก่อนที่เราเจอกัน ปีที่ผ่านมาเขาต้องวางมือจากบทบาทในสมาคมกาแฟติมอร์-เลสเต เพราะปัญหาสุขภาพ และต้องไปรับการผ่าตัดหัวใจที่มาเลเซีย ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนที่ทุกคนเฝ้าติดตามด้วยความหวัง มีการระดมทุนผ่าน Crowdfunding เพื่อช่วยค่ารักษา จนการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี 

ในห้องอบรมเล็ก ๆ บนภูเขาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เพราะกาแฟคือชีวิตและเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจชนบทของติมอร์-เลสเต 

วันนี้ Afonso มายืนอยู่ตรงหน้าเราอีกครั้ง คนที่มาเรียนพากันเข้าไปทักทายด้วยการนำมือของเขามาแตะที่หน้าผากตัวเอง เป็นการแสดงความเคารพที่งดงามและกินใจ

และบางทีอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่หัวข้อเวิร์กช็อปในเช้าวันนั้นคือการทำปุ๋ยหมักจากจุลินทรีย์ท้องถิ่น เรื่องเดียวกับที่ Afonso เล่าให้ฟังในวันแรกที่เราพบกัน คือเรื่องทหารไทยที่เคยสอนชาวบ้านที่เบาเกาเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรื่องที่เขาเคยเสียดายว่าไม่มีใครได้สานต่อ

ราวกับเรื่องราวที่หมุนวนกลับมาครบรอบ เมล็ดพันธุ์แห่งไอเดียจากบทสนทนาเมื่อต้นปีที่แล้วเกิดขึ้นจริงแล้ว

คุณกล้วยสอนการเก็บจุลินทรีย์ท้องถิ่นมาทำหัวเชื้อปุ๋ยหมัก อาหารดี ๆ มีประโยชน์ของดินและต้นกาแฟที่ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ 
นักเรียนลองวัดอุณหภูมิปุ๋ยหมักด้วยมือเปล่าและรอยยิ้ม

Afonso คือคนกาแฟอาวุโสผู้เป็นที่เคารพรักของแวดวงกาแฟติมอร์-เลสเต บอกกับผู้เข้าร่วมว่า ต้นกาแฟอายุมากของติมอร์-เลสเต กำลังได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรง ทนต่อโรค และให้ผลผลิตที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป พวกเขาในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟต้องเป็นมากกว่าคนเก็บผลกาแฟในฤดูเก็บเกี่ยว แต่ต้องร่วมกันรักษาผืนป่า เติมอาหารดี ๆ จากธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ ให้แก่ดินและต้นกาแฟที่เป็นทั้งแหล่งรายได้และความภูมิใจ เขาหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้รับจากวิทยากรไทยในวันนี้จะไม่สูญหายไปอีก 

กลิ่นกาแฟและกลิ่นของมิตรภาพ

กาแฟทำให้ฉันพบกับ Afonso

กาแฟทำให้คนกาแฟของไทยได้มาแบ่งปันความรู้และมอบแรงบันดาลใจให้คนกาแฟติมอร์-เลสเต

ที่จริงแล้ว José Ramos-Horta ประธานาธิบดีติมอร์-เลสเต รับทราบเรื่องกิจกรรมนี้ และฝากขอบคุณโดยตั้งใจจะเชิญทีมวิทยากรไปพบเพื่อพูดคุยต่อยอดความร่วมมือ เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสในครั้งนี้

กาแฟทำให้เราเชื่อว่าบางครั้งการทูตที่ดีที่สุดอาจเกิดบนภูเขา ระหว่างคนธรรมดาที่มีเป้าหมายร่วมกัน เหมือนกลิ่นกาแฟคั่ว หอม ๆ อุ่น ๆ ที่สร้างมิตรภาพระหว่างผู้คนและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

การเดินทางของเรายังไม่จบ เรื่องเล่าเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบนภูเขาแห่งนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เมื่อแรงบันดาลใจจากคนกาแฟไทยส่งต่อให้คนกาแฟติมอร์-เลสเต นำไปเขียนต่อด้วยมือของพวกเขาเอง 

ภาพ : บริรักษ์ อภิขันติกุล และ Daniel Leong

Writer

วรัญญา ฉันทพันธุ์

นักการทูต คนหลงใหลในกาแฟ และเชื่อในพลังของเรื่องเล่าระหว่าง