ก่อนเขียนงาน AdPeople Awards & Symposium 2024 นี้ เราย้อนกลับไปอ่านบทความที่เราเขียนถึงผลรางวัลงาน Adman Awards & Symposium ตั้งแต่ปี 2018
เราพบว่า Adman เปลี่ยนไปทุกปี ส่วนใหญ่คือการปรับเปลี่ยนหมวดให้เหมาะกับเทรนด์ในตอนนั้น แต่การเปลี่ยนชื่องานจาก ‘Adman Awards & Symposium’ เป็น ‘AdPeople Awards & Symposium’ คือการเปลี่ยนที่ใหญ่กว่านั้นมาก
ไอเดียนี้เริ่มมาจาก พีท-ธสร บุญยเนตร Chief Creative Officer จาก BBDO Bangkok ผู้รับหน้าที่เป็นประธานกรรมการตัดสินปีนี้ เขาอยากบอกว่า การใช้ความคิดสร้างสรรค์วันนี้ควรทำให้ผู้คนและสังคมดีขึ้น ธีมของงานปีนี้คือ Creativity for Peoplekind สะท้อนเทรนด์เรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI ย่อมาจาก Diversit, Equity, Inclusion) ที่แพร่หลายในทุกวงการ
ผู้จัด AdPeople 2024 คือสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย มีสมาชิกเป็นคนโฆษณารุ่นลายครามหลายท่าน การที่ผู้ใหญ่เปิดรับไอเดียคนรุ่นใหม่เป็นสัญญาณที่ดี ในปีนี้ยังมี ดร.ปอยหลวง โคนทรงแสน Chief Executive Officer จาก The Platform เป็น Chairman ดูแลงานฝั่ง AdPeople & Symposium 2024 ให้ตอบโจทย์ความตั้งใจภาพใหญ่ด้วย
พีทบอกว่าจากการคุยกับกรรมการทุกห้อง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าปีนี้การเมืองน้อยมาก กรรมการทุกคนเข้าใจ การนำคนนอกวงการมาตัดสินงานในหมวดใหม่อย่าง AdPeople from Real People ยังทำให้คนสนใจงานโฆษณามากขึ้น
ต่อไป AdPeople จะไม่ใช่แค่ธีม แต่เป็นหลักการที่จะอยู่กับงานนี้ไปทุกปี
และนี่คือผลรางวัลงานโฆษณาที่ดีที่สุดของ ‘AdPeople Awards & Symposium 2024’ ในปีที่เปิดกว้างต่อคนนอกวงการโฆษณามากที่สุด
PR
Best
The Benz Effect
The Mercedes-Benz
BBDO Bangkok
The Benz Effect คือแคมเปญที่นำคนชื่อเล่นว่า ‘เบนซ์’ มาสัมภาษณ์ เนื้อหาไม่ได้เล่าแค่ว่าทำไมพ่อแม่ถึงตั้งชื่อนี้ แต่ยังพูดถึงเหตุผลที่แบรนด์ Mercedes-Benz อยู่ในใจคน มีภาพลักษณ์ที่ดูดี จนคนนำชื่อแบรนด์มาตั้งเป็นชื่อลูก และหลายคนในวิดีโอตัวนี้ก็ซื้อรถ Mercedes-Benz มาใช้จริง ๆ
หัวหน้ากรรมการหมวดนี้คือ เพิท-พงษ์ปิติ ผาสุขยืด จาก Ad Addict เล่าว่าไอเดียการหยิบจับคนชื่อเบนซ์มาเล่า แค่นี้ก็เป็นมิติที่แบรนด์อื่นทำไม่ได้ แม้แต่ตัวแบรนด์ก็ไม่เคยคิดถึงมาก่อนแม้จะมีแบรนด์นี้มานานมาก ๆ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นงานที่น่าพูดถึงและบอกต่อสุด ๆ เพราะช่วยให้แบรนด์เองกลายเป็นที่จดจำในมิติที่สอดคล้องกับชีวิตผู้คนจริง ๆ และสำคัญคือมันมีอิมแพกต์กลับมาที่ตัวธุรกิจ เพราะทำให้คนหันมาสนใจ Mercedes-Benz ใน Motor Show เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอีกด้วย
งาน PR ล้วน ๆ แบบดั้งเดิมแยกยากมากในยุคนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่กรรมการเชื่อคืองานต้องสร้าง ‘Organic Conversation’ ได้ ต้องเป็นงานที่เห็นแล้วใคร ๆ ก็อยากบอกต่อ ไม่ว่าจากสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้แต่ผู้บริโภคนั่นเอง
Ad That Works
Silver
KFC Bucket Ware
KFC
VML Thailand
Ad That Works คืองานที่เป็นเอกลักษณ์ของ Adman มานาน เป็นหมวดที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพ (Effectiveness) ปีนี้งานไม่มี Gold งานที่ได้รางวัลสูงสุดคือ KFC Bucket Ware นำถังใส่ไก่ของ KFC มาทำเป็นกล่องทัปเปอร์แวร์ ขายแบบ Limited ในช่วงวันแม่ที่ผ่านมา ได้ Silver ไปครอง
หัวหน้าห้องนี้คือ ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สุบรรณ โค้ว จาก Dentsu Creative Thailand สุบรรณบอกว่า หมวดนี้จะได้คะแนนสูงกว่าหมวดอื่น งานที่ได้ Silver ที่นี่จะมีค่าเท่ากับ Gold ในหมวดอื่น และด้วยความที่เป็นหมวดคะแนนเยอะ กรรมการจึงเป็นรุ่นใหญ่มาก มีแต่คนระดับ CEO หรือหัวหน้ามาตัดสิน
กรรมการปีนี้ดูความกลมของแผน ไอเดีย และอิมแพกต์ที่เกิดขึ้น ปัจจัยทั้ง 3 ต้องกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว ความเจ๋งของ KFC Bucket Ware คือเป็นงานที่เชื่อมโยงไปหาแบรนด์ ตัวถังทำหน้าที่เป็น Media เข้าไปอยู่ในบ้านคน และปล่อยตรงวาระวันแม่ ซึ่งแม่เป็นมนุษย์ทัปเปอร์แวร์ประจำบ้านอยู่แล้ว งานนี้ตอบโจทย์ทุกข้อ

Entertainment
Best
Netflix Sathu Start-Up
Netflix Thailand
VML Thailand
เรื่องที่หัวหน้าห้อง เล็ก-ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา จาก SOUR Bangkok อยากบอกคนที่จะส่งงานปีหน้ามี 2 ข้อใหญ่
อย่างแรก Entertainment ไม่ใช่หนังโฆษณาที่บันเทิง ตลก แต่ต้องเป็นหนังโฆษณาที่มีรูปแบบของ Entertainment เช่น เป็นหนังยาว หนังสั้น สารคดี เกมโชว์ ฯลฯ
สอง การส่งงานถูกหมวดย่อย (Sub Category) ยิ่งดันให้งานได้รางวัล เพราะหลายครั้งกรรมการต้องเจองานที่ใหญ่เล็กต่างกันไป ถ้าเอาประเด็นนี้มาตัดสินก็ไม่แฟร์ กรรมการเลยใช้วิธีดูว่าตรงกับหมวดย่อยที่ส่งเข้ามามั้ย
เล็กเคยเป็นกรรมการเทศกาลระดับโลก เธอจึงใช้เกณฑ์เดียวกันที่หมวด Entertainment เทศกาลอื่นทำ
ด้วยเกณฑ์ 2 ข้อนี้ ทำให้หนังหลายตัวตกเรียบ แต่กรรมการก็มีการส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น หนังจากสัมมากรที่สุดท้ายหยุดอยู่แค่ Finalist แม้จะได้ Gold จาก Cannes Lions แต่กลับกันงานที่ได้ Bronze ขึ้นไปถือว่าตรงตามหมวดนี้ทั้งหมด
งานที่ได้ Best คือแคมเปญโปรโมตซีรีส์ สาธุ ของ Netflix ตัวงานตีความคำว่า ‘พุทธพาณิชย์’ ออกเป็นชิ้นงานต่าง ๆ เช่น วิดีโอแนะนำกลุ่มตัวละครในลักษณะ Start-up ทำหนังสือแนวชี้ช่องรวย ไปวางตามร้านหนังสือชั้นนำ งานนี้ส่งมาในหมวดย่อย 360 Integrated Brand Experience ซึ่งถือว่าตรงโจทย์มาก
Entertainment Music
Best
ONEนี้เรื่องเพศTOUCHได้
ONETOUCH X NETFLIX
Glow Story
ปีนี้ Entertainment ยังแตกหมวด Entertainment Music ให้ตรงเทรนด์ของเทศกาลต่างประเทศ มีหัวเทศกาลกรรมการอย่าง Rafiq Ridzwan จาก Warner Music Thailand
งานที่ได้ Best คือการคอลแลบระหว่างซีรีส์ ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว กับถุงยางอนามัย ONETOUCH พร้อมกับทำหนังร่วมกับ Tang BadVoice และ BADMIXY เพื่อเล่าเรื่องหนังและให้ความรู้เรื่องเพศไปพร้อม ๆ กัน
งานหมวดนี้มีมิวสิกวิดีโอส่งเข้ามาเยอะ กรรมการหลายคนไม่ค่อยคุ้นชินกับการตัดสินมิวสิกวิดีโอเท่าไหร่ แต่ก็เป็นหมวดที่พิสูจน์แนวคิด AdPeople ที่ชูความหลากหลายได้ดี
Craft
Best
Take Time to Try, Take Time to Fail
Krungsri First Choice
The Leo Burnett Group Thailand
Craft ปีนี้รวม 2 หมวดอย่าง Communication Design Craft และ Film Craft มาดูคะแนนเทียบกัน ชิ้นที่ได้รางวัล Best สูงสุดคือหนังสือโฆษณา PPossibilities #ใช้เวลาลอง จาก Krungsri First Choice
หัวหน้ากรรมการหมวด Communication Design คือ ชุ-ชุติวัฒน์ เชิดชู จาก Visionary และ เต้-ฤทธิชัย สิริประสิทธิ์พงศ์ จาก Unboxnow ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าอยากให้งาน AdPeople เป็นงานให้กำลังใจคนทำงาน มากกว่าจะจับผิดตั้งแต่ Finalist เมื่อถึงช่วงตัดสิน Gold หรือ Best ค่อยไปเคี่ยวกันตอนนั้น เพื่อให้คนทำงานได้พลังบวกกลับไป
PPossibilities #ใช้เวลาลอง นำชีวิตจริงของ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ที่เคยมีความฝันหลากหลาย มาจับกับคอนเซปต์ของ Krungsri First Choice ว่ามีบริการตอบโจทย์คนที่มีฝันหลากหลาย ชุเล่าว่าถ้า Copy พีพีหลายคนเพื่อเล่นฉากนี้นั้นง่าย แต่ทีมงานใช้วิธีเลือกนักแสดงที่หน้าคล้ายพีพีแต่ไม่เหมือนมาเล่น เป็นการเล่าความหลากหลายและความฝันที่แตกต่างเพิ่มไปอีกชั้น วิธีกำกับพีพีที่ดูไม่มั่นใจก็ตรงกับสิ่งที่แบรนด์อยากจะพูดด้วย
ชุเล่าว่า งาน Craft สาย Communication คนส่งน้อยลง ในขณะที่ฝั่ง Film Craft ยังคงมีอยู่ ดูเหมือนว่าคนไทยจะถนัดคราฟต์ในสายหนังมากกว่า เต้เล่าว่างาน Film Craft ที่เห็นปีนี้คือการเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องกับบท มากกว่าจะเป็นหนังล้ำที่สุดในการถ่ายทำ ที่สำคัญคือความเป็นมนุษย์ที่ควรจะมีอยู่ในทุกงาน จะทำให้คนจดจำและชอบได้มากกว่างานที่ล้ำ แต่ไม่มีชีวิต
Creative Strategy
Gold
Beauty Companion
BEAUTRIUM
Gold
Chicken that Connects Generation
Five Star Chicken
BBDO Bangkok
Gold
Transition Body Lotion
Vaseline
Unilever (In House)
หมวด Strategy ไม่มี Best แต่มี Gold ถึง 3 งาน
งานแรกคือ BEAUTRIUM ธุรกิจร้านค้าเครื่องสำอางที่ไม่ใช่ผู้นำตลาด เป็น Challenger Brand แต่นำอินไซต์ที่สดใหม่มาเล่า นำคนที่ไม่ได้เป็นจุดเด่นของสังคม ไม่ได้มีเงินซื้อเครื่องสำอางแพง ๆ เลยต้องใช้ทักษะ Mix & Match มาใช้ในการเลือกสินค้า ความจริง กล้า มีรสนิยม และ Execution ดี ทำให้จุดยืดของแบรนด์ต่างจากคู่แข่ง
อีกตัว คือไก่ย่างห้าดาว ซึ่งเคยได้รางวัลมาหลายเวที งานส่งเข้าหมวดย่อยที่เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว กรรมการเห็นว่าเอเจนซี่ทำให้ไก่ย่างห้าดาวฉีกออกมาจากแบรนด์อื่น นำการเป็นแบรนด์ที่พูดถึงครอบครัวมาทำให้โมเดิร์นขึ้น เข้ากับยุคสมัยใหม่ เป็นไก่ย่างห้าดาวที่เข้าใจคนยุคนี้
Gold สุดท้ายคือ Transition Body Lotion จากวาสลีน งานนี้ส่งในหมวดย่อย Corporate Purpose & Social ซึ่งถือว่าตรงในแง่การพัฒนาครีมทาผิวสำหรับคนข้ามเพศ ผิวของกลุ่มเป้าหมายมีฮอร์โมนที่แตกต่างจากหญิงและชาย แบรนด์ใช้เวลาพัฒนาแบรนด์หลายปี หาอินไซต์ใหม่ ๆ และนำไปสู่การพัฒนา Product Solution ซึ่งทำให้เห็นว่างานที่สื่อสารได้ดีที่สุด
แมน-ศุภศิษฏ์ โชคมงคลเสถียร จาก Ogilvy Thailand หัวหน้ากรรมการหมวดนี้เล่าว่า กรรมการให้ความสำคัญเรื่องการตีโจทย์ของลูกค้าและการมองหามุมใหม่ ๆ ในอินไซต์เพื่อมาคิดกลยุทธ์
งาน Strategy ยุคนี้ควรมีทั้งกลยุทธ์และ Execution ที่ดี ถือเป็นการสร้างมาตรฐานที่งานยุคใหม่ควรทำ

Design
Best
Transition Body Lotion
Vaseline
Unilever (In House)
Best ในหมวด Design ปีนี้ตกเป็นของ Transition Body Lotion จากวาสลีน
ถามว่าครีมของคนข้ามเพศเป็นงานออกแบบอย่างไร ชุติวัฒน์ เชิดชู จาก Visionary เล่าว่าเพราะมันคือการออกแบบเพื่อแก้ปัญหา คนข้ามเพศหาครีมที่เหมาะกับพวกเขาจริง ๆ ไม่ได้ ในคนกลุ่มนี้ (โดยเฉพาะคนที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศ) จะมีฮอร์โมนที่แตกต่าง วาสลีนและเอเจนซี่จึงออกแบบครีม รวมถึงทำแพ็กเกจจิงที่วางในชั้นที่ไม่เคยมีมาก่อนในร้านค้า
ชุเล่าว่า คนมักจะมองงานหมวด Design ว่าต้องสวย แต่เขาอยากส่งสัญญาณว่างานออกแบบมีความสวยเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การแก้ปัญหาเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่ทุกงานต้องมี

Digital & Social
Best
MISO Can
M-150 Sparkling
CJ WORX
MISO มาจากความบังเอิญที่ 2 อินฟลูเอนเซอร์อย่าง คัลแลน และ พี่จอง อ่านชื่อแบรนด์ M-150 ผิด แต่แบรนด์และเอเจนซี่บ้าจี้ สร้างสินค้าใหม่ที่ชื่อ MISO ซ่า จริง ๆ เป็นเครื่องดื่ม Energy Drink แบบซ่า ซึ่งตลาดกำลังโตตอนนี้พอดี
เหตุผลที่ได้ Best คือมันเป็น Decisive Moment คือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก ถ้าไม่หยิบมาเล่นมันจะหายไปเลย เกิดขึ้นได้ตรงช่วงเวลานี้เท่านั้น การสร้างสินค้าใหม่ เปลี่ยนชื่อ จดทะเบียนสินค้าใหม่ งานนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องใช้พลังความร่วมมือเยอะมาก
ระเบิด-ธนสรณ์ เจนการกิจ จาก FLASH BOMBER หัวหน้ากรรมการบอกว่า มีคนส่งงานหมวดนี้เยอะเป็นอันดับ 2 ของงาน (อันดับ 1 คือหมวด Film) เมื่อก่อนงาน Digital มักตัดสินจากตัวกลางหรือ Medium ว่าเป็นดิจิทัลหรือไม่ แต่ตอนนี้งานจะดูที่การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ชม งานดิจิทัลดี ๆ ทุกวันนี้ก็มีรูปแบบเยอะขึ้นมาก สะท้อนภาพรวมของตลาดที่ไม่ได้ผูกติดกับเอเจนซี่ แต่มีคนจากหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน

Direct
Gold
The Benz Effect
The Mercedes-Benz
BBDO Bangkok
Gold
KFC Bone Tie
KFC
VML Thailand
Gold
KFC Bucket Billboard
KFC
VML Thailand
Gold
The Ordinary Life Hearing Test
The Foundation for the Deaf
CJ WORX
Direct ปีนี้มี Gold 4 ตัว คือ The Benz Effect, KFC Bone Tie เปลี่ยนกระดูกไก่ KFC ให้เป็นมิตรกับสุนัข, KFC Bucket Billboard และ The Ordinary Life Hearing Test เปลี่ยนคลื่นเสียงของ Podcast Creator ให้ตรวจการได้ยินของผู้ชมได้
หัวหน้าหมวดนี้คือ ไผ่-ภาคย์ วรรณศิริ จาก VML Thailand ไผ่อยากพูดถึงงานสุดท้ายมากเป็นพิเศษ งานตรวจการได้ยินถูกทำเป็นหนังโฆษณาและมิวสิกวิดีโอมามากมาย แต่ที่งานนี้ใหม่คือการทำงานแบบ Podcast เป็นเหมือนการอัปเดตให้เข้ากับเทรนด์ของปี 2024
ถ้าถามว่า Direct อย่างไร คำตอบคือทำให้คนดูเกิด Action รู้ทันทีว่าหูตัวเองมีปัญหา จองการตรวจได้ทันที นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ Creator ที่หลากหลาย แม้กลุ่มเป้าหมายจะดูแคบ แต่การทำให้เกิดแอคชันถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ และเป็นเรืองที่งาน Direct ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด

Experience & Activation
Gold
KFC Bucket Ware
VML Thailand
Gold
วัดจู๋ไม๊ Size Matter
ONETOUCH
Glow Story
หมวดนี้มี Gold 2 ตัว คือ KFC Bucket Ware และ วัดจู๋ไม๊ Size Matter จาก ONETOUCH
ไผ่ซึ่งตัดสินหมวดนี้ด้วยบอกว่า วัดจู๋ไม๊ คืองานล่อแหลมประจำปีนี้ เนื่องจากการทำงานโฆษณาในอดีต (โดยเฉพาะงานบนบิลบอร์ด) มีคำว่า จู๋ ในชิ้นงานไม่ได้ ถือว่าขัดกับจริยธรรม เป็นเรื่องถึงขั้นสมาคมโฆษณาฯ ผู้จัดงานต้องมาวิเคราะห์งานชิ้นนี้โดยเฉพาะ
ในมุมของไผ่ ผู้เคยฟังกรรมการจากเทศกาลดัง ๆ พูดถึงงานหมวด Brand Experience & Activation ว่ามันเป็นอะไรก็ได้ ทุกอย่างเป็นแบรนด์ได้ งานหมวดนี้เปลี่ยนไปทุกปี การที่คนเห็นโฆษณาแล้วมีคนชอบ ไม่ชอบ เกิดการถกเถียง ทำให้ผู้ชายหันมาใส่ใจปัญหาในการใช้ขนาดถุงยางอนามัยที่เหมาะสม ทำให้ตัวนี้ค่อนข้างโดดเด่น
ไผ่มองว่าการให้ Gold กับงานนี้เป็นเหมือนการส่งสัญญาณว่าพฤติกรรมคนเริ่มเปลี่ยนไป จนเราเห็นและใช้คำนี้ได้ และสุดท้ายเป้าหมายของการทำสิ่งนี้นำไปสู่สิ่งที่ดี ทำให้คนรู้วิธีคุมกำเนิดที่ถูกต้อง ปลอดภัย สร้างประสบการณ์ที่ถูกต้องของแบรนด์

Film
Best
Sammakorn NOT Sanpakorn
ชูใจ กะ กัลยาณมิตร
Best ในหมวด Film คืองานหนังจากสัมมากรแบบเอกฉันท์
สิ่งที่หัวหน้ากรรมการ เป้า-ไพรัช เอื้อผดุงเลิศ จาก ชูใจ กะ กัลยาณมิตร เห็นก็คือหมวด Film ปีนี้เหมือนการรวมดาวงานไทยที่ได้รางวัลจากเทศกาลดัง ๆ ถือเป็น Happy Problem ของกรรมการที่ยากจะตัดสินงาน
กรรมการห้องนี้หลายคนเคยตัดสินงานเทศกาลใหญ่ ๆ เลยใช้หลักการจากเทศกาลเหล่านั้นมาช่วยตัดสินงานที่ต่างรูปแบบมาก เช่น การแบ่งงานเป็น Short Form และ Long Form ก่อน แล้วค่อยนำมาตัดสินกัน
งานหนังปีนี้สูสีมาก ต่อให้หนังที่ไม่ได้ชนะจากเทศกาลก็มีจุดแข็งสูง เป็นสัญญาณบอกว่างานหนังไทยยังโดดเด่น และไปได้อีกยาวในเวทีโลก
Good
Best
Transition Body Lotion
Vaseline
Unilever (In House)
Best ของงานหมวด Good ตกเป็นของ Transition Body Lotion จากวาสลีน
หัวหน้ากรรมการหมวดนี้คือ ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหารของเราเอง เขาบอกว่าไม่มีกรรมการคนไหนรู้ว่างานนี้เคยได้รางวัลจาก Cannes Lions ปีล่าสุด (Grand Prix หมวด Glass : The Lion for Change)
สิ่งที่กรรมการชอบคือครีมถูกพัฒนาด้วยข้อมูลที่ถูกต้องจากงานวิจัย กรรมการท่านหนึ่งรู้จักสารในครีมที่คิดมาเพื่อคนข้ามเพศ พิสูจน์ว่าวาสลีนพูดและทำถูกต้องทุกอย่าง
กรรมการยังสนใจเรื่องอิมแพกต์ ในบริบทของหมวด Good วาสลีนพิสูจน์ว่าทำจริง ขายจริงในสเกลใหญ่ เป็นการแก้ปัญหาที่อิมแพกต์กว่าโครงการที่เพิ่งทดลองทำในสเกลเล็ก ๆ พูดเรื่องความเท่าเทียมในมุมที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การทำแพ็กเกจจิ้งสีรุ้งแล้วจบ

Out of home
Gold
KFC Bucket Billboard
VML Thailand
Gold
KFC Bucket Ware
VML Thailand
ปีนี้ Out of Home ไม่มี Best แต่มี Gold 2 ตัว ได้แก่ KFC Bucket Billboard และ KFC Bucket Ware
เป้า-ไพรัช เอื้อผดุงเลิศ จาก ชูใจ กะ กัลยาณมิตร เป็นหัวหน้าตัดสินหมวดนี้เช่นกัน งาน Out of Home ปีนี้มีงานหมวดโปรโมชันดี ๆ หลายอัน เชื่อมโยงกับการ Activation ได้เห็นงานท่าใหม่ ๆ มากขึ้น
KFC Bucket Billboard คือการสร้างงาน Outdoor ในพื้นที่ตรงจุดที่คนบนคอนโดมิเนียมมารับอาหารจากดิลิเวอรี เมื่อกลุ่มเป้าหมายชัด ครีเอทีฟเลยสนุกกับการหาอินไซต์ นำจุดที่เป้าหมายกังวลมาเล่น เช่น อยากได้ค่าส่งถูก มาสื่อสารผ่านงาน ส่วนงาน KFC Bucket Ware ก็ยังพิสูจน์ตัวเองว่าแบรนด์ยังใช้งานทัปเปอร์แวร์นี้แม้จะผ่านช่วงวันแม่ซึ่งเป็นช่วงที่ปล่อยสินค้ามาแล้ว
เรื่องที่ท้าทายของคนทำงานกลางแจ้งวันนี้ คือรากของงานหมวดนี้ต้องการอิมแพกต์ผ่านงานขนาดใหญ่ ต้องตกใจ แต่ช่วงหลังก็มีเครื่องมือและงานดี ๆ ที่เล่นท่าอื่นมากมาย อยู่ที่คนทำจะเลือกใช้วิธีการไหนที่ตอบโจทย์แบรนด์ที่สุด


Print & Publishing
Bronze
The Burned Book
GMM Music
SOUR Bangkok
Print & Publishing คือหมวดที่น่าเป็นห่วง มีคนส่งงานแค่ 5 ชิ้น อัตราการส่งลดลงเยอะที่สุด งานที่ได้รางวัลสูงสุดคือ The Burned Book จาก GMM Music หนังสือที่ถูกเผาเพื่อใช้ในงานแถลงข่าวโปรโมตซิงเกิลใหม่ ร้ายก็ได้ (Don’t Mind) จากวง VIIS นำเรื่องของนางร้ายในวรรณคดีมาเผาผ่านหนังสือ ได้รางวัล Bronze ไปครอง
เป้า ไพรัช บอกว่าปีนี้ไอเดียดี ๆ ของหมวดนี้ยังไม่มาก แต่จะบอกว่างาน Print ตายจากวงการคงไม่ใช่ เอเจนซี่หลายแห่งยังได้รับโจทย์ทำงาน Key Visual อยู่เสมอ คงต้องรอดูปีหน้าว่าแนวโน้มจะเป็นไปอย่างไร

Radio & Audio
Gold
The Crystal Music Thinklist
Crystal Drinking Water
งานหมวดนี้ไม่มี Best แต่มี Gold ได้แก่งาน The Crystal Music Thinklist จากน้ำดื่ม Crystal สร้างดนตรีบำบัดที่เชื่อมโยงกับเรื่องน้ำ แปะเป็นลิงก์ให้ฟังบนขวดน้ำผ่าน QR Code
หมวด Radio & Audio เคยเจอสถานการณ์เดียวกับงาน Print แล้วก็กลับมาได้ เป้า ไพรัช บอกว่าเราเห็นงานแบ่งออกเป็น 2 สายชัดเจน คืองานแบบคลาสสิกและงานในหมวดย่อย Use of Audio ใช้เสียงมาทำงานรูปแบบใหม่ ไม่ใช่สปอตวิทยุแบบเดิม ซึ่งกรรมการตื่นเต้นกับงานหมวดนี้เป็นพิเศษ
เหตุผลที่คริสตัลทำได้ดีกว่าคนอื่น คือกลับมาหาแบรนด์ได้ดีกว่า แต่ที่ไปไม่ถึง Best เพราะเป้าและกรรมการมองว่าจะได้ Best ต้องเป็นงานไทยที่ไปสู้ในเวทีโลกได้ ถ้ามองในภาพใหญ่ เราจะเห็นงานลักษณะนี้ในหลายเทศกาล หลายประเทศมาก ถ้าแบรนด์พิสูจน์ได้ว่า การฟังเพลงผ่านขวด พิเศษกว่าการฟังเพลงบำบัดปกติในแพลตฟอร์มทั่วไปอย่างไร งานชิ้นนี้จะไปได้ไกลขึ้น

Media
Gold
KFC Bucket Billboard
KFC
VML Thailand
Gold
3% Red Ads
สภากาชาดไทย
Plan B
ป้อม-ศิวัตร เชาวรียวงษ์ หัวหน้ากรรมการหมวด Media บอกว่าคนที่ได้รางวัลต้องเป็นตัวอย่างให้คนได้เห็น นี่คือหลักการพื้นฐานและความสำคัญของรางวัล
กรรมการปีนี้มองหางานที่ฉลาดในการใช้สื่อ บางงานครีเอทีฟก็จริง แต่ไม่ได้ใช้ความสามารถของสื่อนั้นเต็มที่ก็จะถูกตกไป ที่สำคัญคืองานต้องมีความสด ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่หมวดนี้ใส่ใจมาก
คนโฆษณามักจะลงเงินเยอะในการซื้อสื่อ แต่คนที่ได้รางวัลปีนี้ไม่ได้มาจากหลักการนั้น บางแบรนด์งบไม่เยอะ แต่มีความคิดสร้างสรรค์ ก็ทำงานที่ดีได้
หมวด Media ไม่มี Best แต่มี Gold คือ KFC Bucket Billboard เหตุผลที่ได้เพราะตรงกับหลักการที่ดีของงาน Media คือการวางชิ้นงานไปอยู่ในสื่อที่ตรงกับผู้บริโภค งานนี้ไปโชว์ในจุดรับอาหาร ไม่มีงานไหนจะตรงไหมากกว่านี้อีกแล้ว โชว์ความสามารถด้านครีเอทีฟ และดึงอินไซต์มาทำงานได้จริง
คนที่ทำงานด้านดิลิเวอรีมักจะคิดถึงการทำงานออนไลน์ แต่นี่คืองานออฟไลน์ คนลงมารับอาหารก็เห็นเลย ถือว่าใช้สื่อได้ฉลาดมาก
อีกงานที่ได้คือ 3% Red Ads จากสภากาชาดไทย งานนี้อาศัยพลังของ Plan B เปลี่ยนโฆษณาของแบรนด์ที่มีสีแดง ลดสีให้เหลือแค่ 3% เพื่อบอกสถานการณ์จำนวนคนบริจาคเลือดที่มีเพียง 3% ของทั้งหมด ถือเป็นงานที่โชว์ความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริง
ในอดีต Media Agency จะได้รางวัลใหญ่ ๆ จากงาน Adman เยอะมาก แต่ปีนี้ตรงกันข้ามคือแทบจะไม่ได้เลย หัวหน้ากรรมการมองว่าคนทำเอเจนซี่แบบนี้มีโอกาสทำงานดี ๆ เยอะมาก ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องมาจากคนเป็นครีเอทีฟอย่างเดียว และจะทำได้ ต้องเป็นคนที่เข้าใจลักษณะของสื่อต่าง ๆ นี่คือทักษะที่จำเป็นในการทำงาน Media ยุคต่อไป

AdPeople From Real People
Sammakorn NOT Sanpakorn
ชูใจ กะ กัลยาณมิตร
AdPeople From Real People คือหมวดพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้ พีท ทสร หัวหน้ากรรมการตัดสินลงมาดูแลด้วยตัวเอง
หมวดนี้คือการนำคนที่ทำงานนอกวงการโฆษณาที่แทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องเลยมาดูงานของปีนี้และร่วมตัดสิน เพื่อให้ได้ความคิดที่มีต่องานอย่างสดใหม่ สะท้อนความหลากหลายในปีนี้ด้วย
งานที่ได้รางวัลสูงสุดคือสัมมากร พีทเล่าว่ากรรมการในห้องไม่รู้เลยว่าเทศกาลต้องการงานแบบไหน มุมมองที่มีต่องานจึงสดใหม่มาก เช่น งาน MISO Can ของ M-150 กรรมการท่านหนึ่งเป็นทนายก็พูดถึงความยากในการสร้างสินค้าใหม่ที่ชื่อคล้ายสินค้าที่มีอยู่แล้ว
พีทเลือกจะไม่ครอบความคิด แต่ให้ทุกคนได้พูดอย่างเท่าเทียม สุดท้ายงานสัมมากรชนะเลิศเพราะเป็นงานที่ทุกคนชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ พูดชื่อแบรนด์กี่รอบก็ยังรู้สึกสนุก กับการดูงานโฆษณาชิ้นนี้
