320 ล้านไร่ คือพื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมด
140 ล้านไร่ คือพื้นที่ทำการเกษตร
70 ล้านไร่ คือพื้นที่ปลูกข้าว
ข้าว เป็นอาหารหลักของคนไทย
ข้าว เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ข้าว เป็นสินค้าที่ไทยเคยมีปริมาณการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลกมายาวนาน แม้ปัจจุบันจะตกมาอยู่อันดับ 3 แต่ในปีนี้ก็ยังส่งออกสูงถึง 8 ล้านตัน
ข้าวสำคัญขนาดนี้ มีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลขนาดนี้
แล้วทำไมชาวนาไทยถึงยังไม่รวย
ในวันที่โลกหมุนไว มีทั้งเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ ๆ มาให้รีบหมุนตาม แล้ววงการข้าวไทยจะต้องปรับต้องเปลี่ยนอย่างไรให้อยู่รอดได้ในเวทีโลก วันนี้ผู้เขียนจึงเดินทางมายังอาคารสำนักงานกรมการข้าว ซึ่งตั้งอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อมาทำความรู้จักข้าวให้มากขึ้น
1 ชั่วโมงกว่ากับการนั่งคุยยาว ๆ เรื่องข้าว ๆ ทำให้ผู้บริโภคอย่างผู้เขียนรู้ว่าข้าวไทยมีอะไรมากกว่าที่คิด และไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ ภายใต้การนำทัพของ คุณอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กัปตันทีมคนใหม่วัยรุ่นที่สุดที่กรมการข้าวเคยมี ผู้มาพร้อมหลักคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่จะมาแก้สมการรายได้ของพี่น้องชาวนาไทย และคมความคิดที่กลั่นจากประสบการณ์งานเกษตรทั่วโลก
เขาผู้นี้อาจเป็นความหวังใหม่ที่ทำให้ข้าวไทยกลับไปยืนหนึ่งในตลาดโลก ที่สำคัญ ชาวนาต้องมีรายได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน

นักเศรษฐศาสตร์ในงานเกษตร
คุณอานนท์เป็นข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ แต่ไม่เคยเรียนด้านการเกษตรเลย
ผมจบมัธยมปลายสายวิทย์-คณิตจากเตรียมอุดมฯ แล้วก็มาเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนด้านการเงินการธนาคาร แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาด้านไฟแนนซ์และธุรกิจระหว่างประเทศ พอเรียนจบก็กลับมาสอบ ก.พ. บรรจุเป็นข้าราชการอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตอนนั้นเพื่อนทุกคนในสายเดียวกันส่วนมาก จะไปบรรจุอยู่กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ไม่ก็ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตอนนั้นเพิ่งจบโทกลับมา เราถือว่าเราใช้ภาษาอังกฤษได้ และมีเปิดสอบบรรจุในฝ่ายต่างประเทศของกระทรวงเกษตรฯ พอดี เลยคิดว่าน่าจะทำได้ อย่างน้อยก็คงเป็นประสบการณ์ที่ดี เลยลองบรรจุทำงานที่นั่นที่แรก รู้ตัวอีกที ทำอยู่ที่ฝ่ายต่างประเทศเกือบจะ 15 ปี
ฝ่ายต่างประเทศของกระทรวงเกษตรฯ ทำอะไรกัน
หลัก ๆ เลยคือประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในบริบทด้านการเกษตร โดยทุกอย่างต้องสอดคล้องกับนโยบายของชาติ นโยบายของกระทรวง และนโยบายของผู้บริหาร
ที่นี่ทำให้ผมได้มีโอกาสพบปะผู้บริหารทั้งในกระทรวงและนอกกระทรวง เรียกว่าได้ประสานงานกับพี่ ๆ จากทุกกรม เช่น กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ได้เห็นมุมมองแนวคิด วิสัยทัศน์ จากหลาย ๆ ท่าน แนวทางการเจรจากับประเทศคู่เจรจาว่าในแต่ละเรื่อง จุดสมดุลของผลประโยชน์ของชาติที่ทำให้ 2 ฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกันมันอยู่ตรงไหน ขอเขามากไปเขาก็ไม่ให้ หรือใจดีเกินไปเขาก็จะเข้ามาล้วงลูกเราเยอะเกิน
ที่นี่สอนให้รู้จักการเป็นผู้ฟังที่ดี หยุดฟังที่เขาพูด แล้วคิด วิเคราะห์ และตอบสนองไปในทิศทางที่ผู้บริหารเราต้องการหรือตามธงที่ทีมเราวางแผนเอาไว้ เรามีโต๊ะอาเซียน โต๊ะยุโรป โต๊ะอเมริกา โต๊ะออสเตรเลีย โต๊ะญี่ปุ่น โต๊ะจีน ไล่ไปตามบริบทที่มีสินค้าเกษตรเข้าไปเกี่ยวพันกับประเทศนั้น ๆ ผมจะมีโอกาสได้เดินทางไปหลายประเทศ ตอนแรกที่บรรจุผมได้อยู่กลุ่มอาเซียน ได้เดินทางไปเกือบทุกประเทศในกลุ่มอาเซียนของเรา ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อนถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ยังพัฒนาไม่มาก ต่อมาได้ขยับไปดูโต๊ะยุโรปและโต๊ะญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เปิดโลกทัศน์มาก ได้เห็นเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งในทวีปยุโรปและของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งเขาไปไกลกว่าเรามาก รวมทั้งแนวคิดของเกษตรกรในประเทศเหล่านั้น ว่าเขาทำอะไร เขาคิดยังไงกับเรื่องการเกษตร ซึ่งจะแตกต่างจากเกษตรกรในบ้านเราอย่างมาก
ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียนมามีประโยชน์ต่อการเกษตรอย่างไร
ตำแหน่งผมเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน เรามีตัวแปรต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องในงานด้านการเกษตร องค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์จะให้ความสำคัญของแต่ละตัวแปรในสมการ ตัวแปรแต่ละตัวมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไร ถ้าจะทำให้ชาวนามีรายได้สูงขึ้นและอย่างยั่งยืน ตัวแปรไหนที่เกี่ยวข้องบ้างที่จะทำให้ต้นทุนทุกตัวต่ำที่สุด ขบวนการผลิตแบบไหนใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุดอย่างเหมาะสม ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด เพื่อให้เกิดราคาที่สูงที่สุด เมื่อผลิตสินค้าเกษตรออกมาแล้วได้กำไรมากที่สุด หลักการของเศรษฐศาสตร์จะมองครบทุกมิติที่ตัวแปรมีความสัมพันธ์กัน
ก่อนมาอยู่กรมการข้าว คุณได้ไปประจำที่ไหนอีกไหม
หลังจากอยู่ฝ่ายต่างประเทศมา 15 ปี ผมได้มีโอกาสไปอยู่ที่สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน ที่นี่เป็นหน่วยงานคอยดูแลเกษตรกรที่เดือดร้อนจากทั่วประเทศ เหมือนจุดรับเรื่องร้องเรียน ดูแลพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อน ดูแลม็อบชาวนาต่าง ๆ บริบทแตกต่างจากงานต่างประเทศอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เหมือนกันเลย คือการฟัง เราต้องฟังความต้องการของพี่น้องเกษตรกรว่าเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไร หลังจากนั้นเราจะสรุปและวิเคราะห์นำเรียนผู้บริหารเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้กับพี่น้องเกษตรกร
ผมอยู่ที่นี่เกือบ 3 ปี ทำให้อินและเข้าใจเกษตรกรไทยมากขึ้นว่าเขามีความลำบากอย่างไร และอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาลำบากขนาดนี้ หลังจากนั้น ผมได้ขยับขึ้นเป็นผู้อำนวยการกองเกษตรสารนิเทศ บทบาทหน้าที่ขยับเพิ่มเติมจากการเป็นผู้ฟังที่ดีแล้ววิเคราะห์ เปลี่ยนเป็นฟัง วิเคราะห์ และสื่อสารออกมา โดยเรามีหน้าที่นำสารที่เป็นนโยบายด้านการเกษตร ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่สำคัญ เรื่องที่เกษตรกรควรรู้ สร้างออกมาเป็นสื่อและเผยแพร่ออกสู่สาธารณะอย่างทันเวลา แล้วก็มาเป็นผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการ ทำงานร่วมกับท่านผู้ตรวจราชการจากทั่วประเทศที่ลงตรวจงานด้านการเกษตรในแต่ละจังหวัดอีก 2 ปี แล้วก็มาเป็นรองอธิบดีกรมการข้าวอยู่เกือบ 2 ปี โดยก่อนจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมการข้าวได้มีโอกาสเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับติดตามงานของกรมการข้าวในทุก ๆ ประเด็นอยู่ประมาณ 6 เดือน เหมือนเป็นการเชื่อมต่องานและทำการบ้านก่อนเข้ารับตำแหน่งจริง
ไปทำงานด้านเกษตรกรรมที่ต่างประเทศเยอะ คุณเห็นข้อดีอะไรที่น่านำมาปรับใช้ในไทยบ้าง
อย่างที่ผมนำเรียนแล้วว่าแต่ละประเทศก็มีบริบทเป็นของตัวเอง บางประเทศทรัพยากรในประเทศน้อย แต่กลับมีความมุ่งมั่น แข็งขัน และมีการช่วยเหลือสนับสนุนจากภาครัฐมาก เมื่อเทียบกับประเทศไทยหรืออีกหลาย ๆ ประเทศที่เกษตรกรเป็นคนมีองค์ความรู้ มีเงินทุน มีฐานะ มีโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือเครื่องไม้ เครื่องจักรกล รถไถ โดรน จบจากมหาวิทยาลัยด้านเกษตรกรรมแล้วกลับมาทำฟาร์มที่บ้าน ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ตได้ ทั้งหมดเรียกว่าทำการเกษตรแบบครบวงจร เลยไปถึงการหาตลาด ขายของได้เอง รวมทั้งมีวินัยในตัวเองอย่างมาก ซึ่งแนวทางเหล่านี้ควรอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาปรับใช้ในบ้านเรา แม้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ต้องพยายาม ส่งเสริม และขยับตามแนวทางประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับเกษตรกรไทย
ในฐานะอธิบดีกรมการข้าว คุณจะนำข้อดีเหล่านั้นกลับมาใช้ในไทยอย่างไร
หน้าที่ของกรมการข้าว คือการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ดี มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาดและตรงใจของพี่น้องเกษตรกร และขยายพันธุ์ให้มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพในปริมาณที่เพียงพอ รวมทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องวิธีการ ปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าผ่านมาตรฐานระดับสากล ทำทุกวิถีทางให้พี่น้องเกษตรกรเชื่อมั่นว่า ถ้าเชื่อกรมการข้าวและทำงานกับพวกเราจะทำให้ชีวิตของพวกเขาพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนแน่นอน
ผมอยากให้พี่น้องชาวนารู้ว่ากรมการข้าวมีแนวคิดแบบนี้ พวกเรามาเดินร่วมกันมั้ย มาพัฒนาพันธุ์ข้าวด้วยกัน เอาข้าวพันธุ์ดี ๆ ไปปลูกกัน พัฒนาร่วมกันเป็นเครือข่าย ถ้าผลิตข้าวออกมาดี มีคุณภาพจริง เราจะพาตลาดมารับซื้อของให้อย่างแน่นอน แรก ๆ อาจจะยาก ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะชาวนาไทยและพื้นที่ปลูกข้าวมีอยู่เกือบทั่วประเทศ แต่ผมไม่กลัว ผมจะชวนทำทุกอย่างที่จะแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง ลองมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง อย่างน้อยก็ทำให้พี่น้องชาวนาเห็นว่า ถ้าทำอย่างนี้ด้วยกันแล้วมันจะยั่งยืนหรือมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร สุดท้ายถ้ามันสำเร็จ พวกเราทุกคนไม่จำเป็นต้องแบมือขอเงินชดเชยไร่ละพันจากรัฐบาลตอนปลายทางเลย

คุณเป็นอธิบดีกรมการข้าวคนแรกที่ทำงานด้วยแนวคิดแบบนักธุรกิจ
อย่าไปใช้คำว่า ‘แนวคิดแบบนักธุรกิจ’ เลย บอกว่าเป็นแนวที่เข้าใจระบบธุรกิจและระบบเกษตรกรรมทั้งภายใน-ภายนอกประเทศดีกว่า ทั้งหมดก็เพื่อนำมาพัฒนาเรื่องข้าวที่มีมิติเหมือนสมการเศรษฐศาสตร์ที่ผมเรียนมา ข้าวมีตัวแปรหลายตัว มีหลายปัจจัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำข้าวสายพันธุ์ดี ปลูกด้วยวิธีพรีเมียม แปรรูปอย่างมีมาตรฐาน ต้องทำทุกเรื่องให้ดี เพื่อตอบโจทย์สุดท้าย นั่นคือรายได้ของพี่น้องชาวนาที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
ขอบคุณผู้ใหญ่ที่มองเห็นว่าควรทดลองให้คนที่มีแนวคิดเชิงธุรกิจมาทำงานที่กรมการข้าว ซึ่งไม่เคยมี จากในอดีตที่อธิบดีกรมการข้าวต้องมาจากนักวิจัย นักวิชาการ นักส่งเสริม หรือคนที่จบด้านเกษตรพืชไร่พืชสวน
คุณว่าเรื่องข้าวเกี่ยวข้องกับใครอีกบ้าง
ที่จริงข้าวเกี่ยวพันกับหลายกระทรวงมาก ข้าวเป็นยา เป็นครีมเวชสำอาง ก็ส่งไปกระทรวงสาธารณสุข สินค้าแปรรูปก็กระทรวงอุตสาหกรรม ถ้าจะส่งออกก็กระทรวงพาณิชย์ จะเจรจาต่างประเทศก็ต้องไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ ทำพื้นที่ปลูกข้าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องไปคุยกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยากให้เด็กอาชีวะประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในแปลงนาก็ต้องไปจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าง่าย ๆ ตั้งแต่ตื่นจนหลับ ข้าวเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในประเทศไทย มันจึงเป็นงานที่หนักและท้าทาย
ต้องอยู่กับเรื่องท้าทายขนาดนี้ คุณมีแนวคิดในการทำงานอย่างไร
กรมการข้าวก่อตั้งมาถึงปีนี้เข้าปีที่ 20 เราผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพออกไปให้พี่น้องเกษตรกรปีละเกือบ 100,000 ตัน แต่ชาวนาทั่วประเทศต้องการเมล็ดพันธุ์ประมาณปีละ 700,000 ตัน เรายังปล่อยของ 100,000 ตันของเราไม่หมด ดังนั้นเราต้องยอมรับและเปลี่ยนความคิดทั้งหมดของพวกเรากันเองก่อนว่าเราจะเดินแบบเดิมทำงานแบบเดิม นั่งวิจัยกันแบบเดิม ขยายพันธุ์กันแบบเดิม แปรรูปกันแบบเดิม ลงพื้นที่ให้มาตรฐานตามกฎเกณฑ์แบบเดิม ๆ แล้วคาดหวังให้เกษตรกรทั่วประเทศมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาจริง ๆ มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ปรับ จะไปหักเลยคงไม่ได้
ต้องขอบคุณที่เราไม่ได้จบมาด้านการเกษตร ทำให้เราเป็นนักฟังที่ดี ไม่มี Ego และเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางที่นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ตรงนั้นคือปลายทางที่อยากให้เกิดในแต่ละโครงการ
ผมทำตัวเหมือนนักขาย เวลามีไอเดียโครงการใหม่ ๆ ผมจะต้องทำให้คนในกรมคล้อยตามก่อน ในบ้านเราเองเห็นด้วยกับเราไหม ผู้บริหารเห็นด้วยกับเราไหม แล้วลูกค้ากับตลาดเขาเห็นด้วยกับเราไหม ถ้าทำให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ ถึงจะได้รับงบประมาณมาดำเนินการให้ได้อย่างที่เราวางแผนเอาไว้ ดังนั้น ต้องเป็นนักฟังที่ดี นักเจรจาที่ดี เจรจาต่อรองให้ทุกฝ่ายในสมการได้ประโยชน์อย่างที่พอใจมันถึงจะตอบโจทย์ ถ้าไปเจรจาแล้วเขาเสียผลประโยชน์ ก็คงไม่มีใครยอมทำ ต้องขอบคุณ 15 ปีแรกที่อยู่ฝ่ายต่างประเทศมาก่อน
จากที่วางแผนไว้ทั้งหมด คุณมีเป้าหมายที่อยากทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร
ผมอยากทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นจากที่เล่ามาทั้งหมดนี่แหละ แต่อย่างหนึ่งคือต้องหาตลาดให้เขาให้ได้ ตลาดคือสิ่งเดียวที่จะเอาเงินมาคืนให้กับเกษตรกร ถ้าทำทั้งหมด แต่ไม่มีตลาดมาซื้อก็จบ ก็จนเหมือนเดิม
ดังนั้น ต้องหาว่าตลาดข้าวอยากได้อะไร ใครอยากได้ข้าวพรีเมียม ใครอยากได้ข้าวราคาถูกหรือข้าวแมส ใครอยากได้ข้าวแข็ง มีความต้องการทุกแบบอยู่ในโลก ต้องรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง ผมจะไปชวนเกษตรกรปลูกข้าวนั้น ๆ แล้วเชื่อมกับตลาดให้ได้ ทำให้กระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงพาณิชย์ มาทำงานด้วยกันแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในอดีต ชาวนาคือผู้ผลิต แล้วเราก็ลากันตรงหน้าโรงสี จบหน้าที่กรมการข้าวตรงนั้น ถ้าใครจะร้องเรียนว่าโรงสีให้ราคาถูก ต้องไปเคลียร์กับกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลโรงสี ไม่ใช่หน้าที่กรมการข้าว แต่วันนี้ไม่ใช่ เขาก็กลับมาร้องเรียนที่กรมการข้าวอยู่ดี ฉะนั้น ผมต้องจับมือกับกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ครบวงจร ไม่อย่างนั้นถึงคิดโครงการมาดีแค่ไหนแต่ก็ขายได้ราคาต่ำอยู่ดี
ดังนั้น ข้าวประณีตของกระทรวงพาณิชย์มีตลาดอยู่ที่ไหน ช่วยประสานข้อมูลกับเรา แล้วเราจะผลิตให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของกรมการข้าว

ทำข้าวไทยให้ได้มาตรฐานที่โลกยอมรับ
ถ้าจะส่งข้าวไทยไปตลาดโลก ประเทศอื่นเขาดูมาตรฐานกันอย่างไร
แต่ละประเทศทั่วโลก เวลาจะนำเข้าข้าวหรือสินค้าเกษตรจะมีมาตรฐานแตกต่างกันไป อย่างญี่ปุ่นก็มี JAS (Japanese Agricultural Standards) ถ้าบ้านผมปลูกข้าวอินทรีย์แล้วอยากเอาข้าวอินทรีย์ส่งญี่ปุ่น เขาจะส่งคนมาตรวจมาตรฐานที่ประเทศไทย ทุกประเทศมีมาตรฐาน ของสหภาพยุโรปก็มีมาตรฐาน EU สหรัฐอเมริกาก็มี USDA เขาไม่สนใจมาตรฐาน Organic ของไทยเลย
กลุ่มเกษตรกรบางรายที่เข้มแข็ง เขาทำข้าวอินทรีย์ส่งยุโรป เขายอมให้ยุโรปมาตรวจ ต้องจ่ายค่าใบรับรองมาตรฐานปีละ 200,000 บาท เขาก็ยอมจ่าย เพราะถ้ามีใบนี้ เขาส่งออกไปญี่ปุ่นไปยุโรปได้หลายล้านบาท
มาตรฐานข้าวไทยเป็นอย่างไรบ้าง
ประเทศไทยมีมาตรฐานที่เรียกกว่า ‘ข้าวคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าเกษตร’ หมายถึง สินค้าข้าวที่ผ่านกระบวนการผลิตที่รับรองว่าข้าวมีคุณภาพสม่ำเสมอ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับ เช่น ความบริสุทธิ์ของพันธุ์ ระดับความชื้น ความสะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ปริมาณเมล็ดเสีย รวมถึงวิธีการแปรรูป บรรจุ และการเก็บรักษา ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่าข้าวที่ผลิตออกมาต้องได้มาตรฐาน ตั้งแต่แปลงนาไปจนถึงมือผู้บริโภค
มี 5 มาตรฐานที่ตรวจรับรองโดยกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ (กรข.) กรมการข้าว ได้แก่ มาตรฐานข้าวคุณภาพ GAP, ORG, GMP โรงสีข้าว, GAP SEED และ Q ตรวจรับรองตั้งแต่แปลงเพาะปลูก โรงสี ถึงการผลิตเป็นสินค้าข้าวที่มีการแสดงเครื่องหมาย Q และ Organic Thailand ประทับบนถุงข้าว
นี่เป็นผู้บริโภค แต่ก็ไม่เคยสังเกตมาตรฐานเหล่านี้เลยเวลาซื้อข้าว
มันไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร แปะตราไปก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ ชาวโลกก็ไม่รู้จักมาตรฐานเรา แสดงว่าเรายังไม่แข็งแรงในเรื่องการรับรองมาตรฐาน อะไรที่เป็นมาตรฐานของไทยที่เคลมได้ สร้างมูลค่าได้ในระดับโลก วันนี้เราก็ยังไม่มี
แล้วกรมการข้าวต้องทำอย่างไร
เราต้องทำมาตรฐานของเราให้เป็นมาตรฐานสากลแล้วมาแสดงข้างถุงข้าวไทยให้ได้ แต่อาจไม่ใช่ข้าวอินทรีย์ เพราะมาตรฐานอาหารอินทรีย์ในแต่ละประเทศเขาเข้มแข็งมาก
ผมจึงมาเดินเรื่องข้าวรักษ์โลก ข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งมันมีมาตรฐานกลางที่ทั้งโลกใช้อยู่เป็นสากล ผมจะไปจับมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมโลกร้อน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมกันหาแนวทางที่เคลมได้ทั่วโลกจริง ๆ อีกหน่อย กรมการข้าวจะประทับตราข้างถุงว่า ‘Decarbon Rice’ คือข้าวลดคาร์บอน แต่ต้องเคลมได้จริง ชาวโลกยอมรับจริง ราคาข้าวถึงจะสูงกว่าปกติ
ใครที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องมาตรฐานข้าวบ้าง
หลัก ๆ ก็มีตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โรงสี ผู้ประกอบการส่งออก แต่ตอนนี้ชาวนาก็มีมาตรฐานแบบหนึ่ง โรงสีก็กดราคาจากชาวนาเพราะโรงสีมีอีกมาตรฐานหนึ่ง แล้วมีมาตรฐานส่งออกอีก ดังนั้น ถ้าจะให้มีมาตรฐานเดียวกัน ผมจะเอาเทคโนโลยี AI เข้ามา เอาเครื่องไปตั้งที่โรงสี วัดค่าออกมาเป็นตัวเลข ความบริสุทธิ์เท่านี้ ความสมบูรณ์เท่านี้ ความชื้นเท่านี้ ต้องราคาเท่านี้ มากดราคาชาวนาไม่ได้แบบตอนใช้ใช้สายตามนุษย์ตัดสินใจ พอเป็นแบบนี้ ทุกฝ่ายก็ได้ประโยชน์ ชาวนาก็ไม่โดนกดราคา โรงสีได้ข้าวคุณภาพ ผู้ส่งออกได้ราคาดี
การใช้ AI คัดกรองจะดีกับทุกฝ่ายยังไง ในเมื่อโรงสีก็ต้องลดช่องทางทำกำไรจากชาวนา
เดี๋ยวนี้คนตรวจข้าวก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จะมานั่งเขี่ยดูคงไม่ไหวแล้ว ถ้าให้เครื่อง AI ไปตีราคาแล้วขายกันไปเลย โรงสีก็มั่นใจได้ เพราะบางทีถ้าดูมาตรฐานพลาด ส่งออกไปแล้วปลายทางเขาจะตีกลับ
อย่างเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวข้าวหอมสยามที่ลักษณะใกล้เคียงข้าวหอมมะลิมาก ๆ ต่างกันในระดับ DNA คนเก่งตามโรงสีก็แยกไม่ออก แต่แพ็กส่งนอกเป็นข้าวหอมมะลิ เขาตรวจ DNA แล้วก็โดนตีกลับหมด
เครื่องตรวจ DNA เราก็มีใช้อยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีที่บริษัทเอกชนก็อาจมีใช้ของเขา หากใครจะส่งออกข้าวหอมมะลิ ก็ต้องมาตรวจแล็บก่อน ไม่งั้นโดนตีกลับมาก็ไม่คุ้ม

ข้าวแบบที่โลกต้องการ
ตอนนี้กระแสความยั่งยืนกำลังมา ในมาตรฐานที่ตั้งใจจะทำทั้งหลาย มี ‘มาตรฐานข้าวยั่งยืน’ ด้วยมั้ยคะ
ถ้าพูดถึงความยั่งยืน มี 3 ประเด็น คือเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจ ชาวนาขายข้าวมีรายได้ยั่งยืน ได้ราคาสูง
สังคม ไม่ใช้แรงงานเด็ก มีมนุษยธรรมกับแรงงาน เป็นภาพแห่งความร่วมมือร่วมใจ
สิ่งแวดล้อม ลดละเลิกการใช้สารเคมี ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ใช้สารชีวภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับดิน น้ำ อากาศ
‘มาตรฐานข้าวยั่งยืน’ เพิ่งออกมาปีนี้เลย หน่วยงานที่รับรอง คือสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กรมการข้าวก็มารับลูกต่อในการพยายามทดลองแปลงสาธิตให้เป็นข้าวยั่งยืน
แต่ถ้าจะเคลมว่าเป็นข้าวยั่งยืน มันยากที่สุด ต้องตอบโจทย์ทั้ง 3 อย่าง ต้นทุนก็เพิ่ม แล้วจะไปขายใคร ตลาดก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญขนาดนั้น เราเลยลดระดับลงมาเป็นแค่เรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำเป็นข้าวรักษ์โลก ข้าวคาร์บอนต่ำ
เท่ากับว่าตอนนี้เรายังใช้คำว่า มาตรฐานข้าวยั่งยืน ได้ไม่เต็มปาก เพราะยังไปไม่ถึงด้านสังคม แต่หากวันหนึ่งสหภาพยุโรปออกมาบอกว่า ถ้าไม่เป็นข้าวยั่งยืนจะไม่ซื้อ เราก็ต้องไปให้ถึงตรงนั้น
แสดงว่ามาตรฐานข้าวที่จับต้องได้ตอนนี้ คือข้าวคาร์บอนต่ำ
ใช่ครับ เริ่มก่อนในปีนี้ แล้วค่อย ๆ ขยับไปเรื่อย ๆ
โครงการข้าวคาร์บอนต่ำที่ออกมาปีนี้ เราหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำประมาณ 1 ล้านไร่ ในโซนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แล้วก็ไปคุยกับกลุ่มพี่น้องเกษตรกรที่สนใจเข้าโครงการ ต้องมาปลูกตามวิธีการที่เราวางไว้ พอปลูกออกมาแล้วได้ผลผลิต เราก็จะหาตลาดที่จะซื้อข้าวคาร์บอนต่ำที่ได้ราคาที่แพงขึ้น
เพราะอะไรถึงมองว่าตลาดโลกจะให้ความสำคัญข้าวคาร์บอนต่ำ
ตอนนี้เทรนด์โลกเป็นแบบนั้นไปหมดแล้ว องค์กรใหญ่ ๆ ตระหนักถึงคาร์บอนเครดิต มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มารองรับมากมายในระดับสากล ใครใช้เยอะ ใครคายเยอะ ต้องจ่ายเยอะ ทุกคนต่างวิ่งหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชยสิ่งที่ตัวเองใช้ไป
ย้อนกลับมาที่ในไทย ลองคิดตามง่าย ๆ ร้านสะดวกซื้อที่เราเห็นอยู่ในทุกถนน เขามีตู้แช่เย็นในร้านกี่ตู้ ซึ่งมันคายความร้อนตลอดเวลา แล้วมันเป็นต้นเหตุที่ทำให้โลกร้อน ในอนาคตอาจจะมีกฎหมายที่ออกมาเรียกเก็บภาษีธุรกิจที่คายคาร์บอนเกินกำหนด ดังนั้น เขาต้องมารับซื้อข้าวคาร์บอนต่ำไปทำข้าวกล่องที่อุ่นไมโครเวฟที่มีอยู่ในทุกสาขา เพื่อเอาไปเคลมลดหย่อนภาษีแน่นอน ว่าร้านสะดวกซื้อของเขาในทุกสาขาทั่วประเทศใช้ข้าวที่เป็นข้าวคาร์บอนต่ำ รักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อม

ตั้งเป้าหมายไว้ไกลแค่ไหน
ตอนนี้บริษัททั่วโลกปล่อยคาร์บอนจนเจอภาษีในประเทศ เขาก็ต้องมาตระเวนลงทุนในต่างประเทศเพื่อลดหย่อนภาษี เราวางแผนจะออกตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Bond) ระดมเงินทุนเพื่อใช้ในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เขาเอาเงินมาลงทุน เราก็มีเงินให้ชาวนาปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ ไม่ต้องใช้เงินของรัฐ ไม่ต้องไปกู้ ธ.ก.ส. ให้เป็นหนี้ ผลิตออกมากรมการข้าวก็เตรียมหาตลาดรับซื้อไว้ให้
ดังนั้น ข้าวคาร์บอนต่ำจึงเป็นข้าวพรีเมียมที่ขายได้ในราคาสูงกว่าปกติ และยังได้คาร์บอนเครดิตมาขายด้วย
เรื่องที่ผมพูดมาเป็นเป้าหมายสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งผมยังมีวาระอีก 10 ปี กว่าจะเกษียณ เลยคิดทำเรื่องอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทายมาก ถ้าเกิดขึ้นจริงได้ก็จะดีมาก และตรงกันกับ New Rice Economy และข้าวประณีตของทางกระทรวงพาณิชย์ด้วย
ตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้ว
ก่อนอื่นผมต้องมีข้าวคาร์บอนต่ำออกมาให้ได้เห็น ไม่งั้นมันจะเป็นเพียงเรื่องเล่า เรากำลังจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังเดือนมกราคม นาปีปกติประมาณพฤษภาคม กลางปีหน้าก็จะมีข้าวคาร์บอนต่ำออกมาขายได้จริง
นี่จะเป็นตัวอย่างว่าโครงการทำได้จริง เกษตรกรได้เงินจริง แล้วชาวนารายอื่นก็จะอยากมาเข้าโครงการ หลังจากนั้นก็จะเริ่มลงไปเรื่องการระดมทุน
ถึงตอนนี้ยังไม่ได้ปลูกข้าวเลย แค่เริ่มประชาสัมพันธ์โครงการ ผู้ประกอบการก็เข้ามาบอกว่าจะขอรับซื้อแพงขึ้นตันละ 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมาก สมมติว่าขายข้าวหอมมะลิตันละ 15,000 บาท เขาขอซื้อ 16,000 บาท อันนี้ราคาคนไทย แต่ถ้าผมไปหาตลาดเมืองนอกได้ มันก็จะพรีเมียมขึ้นไปอีก
สุดท้ายนี้ คุณอยากบอกอะไรกับคนข้าวและชาวนาไทย
เทรนด์โลกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเกษตรกรไทยยังปลูกข้าวแบบเดิม ๆ ไม่ปลูกตามนโยบายที่กรมการข้าววางไว้ อนาคตอาจจะตกขบวนรั้งท้าย กลายเป็นข้าวเกรดต่ำที่โลกไม่ต้องการ หรือจบด้วยการบริโภคกันเองในประเทศ เพราะต่างประเทศเขาไปกินข้าวเวียดนามที่ปลูกแบบรักษ์โลก ซึ่งนำเข้าประเทศเขาได้
ผมอยากให้เกษตรกรรู้ด้วยว่าที่มาชวนกันปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่ช่วยให้ขายได้เท่านั้น แต่มันคือสิ่งที่ดีกับโลก กับดิน กับสิ่งแวดล้อม และกับตัวคุณ ครอบครัวคุณ คนที่คุณรักด้วย
อยากชวนผู้บริโภคเลือกทานข้าวที่รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม คุณอาจจ่ายมากหน่อย แต่มันดีกว่าทั้งกับสุขภาพของคุณ และช่วยให้พี่น้องเกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ทุกคนก็ Win-Win

10 Things you never know
about Arnon Noncie
1. เมนูข้าวจานโปรดคืออะไร
ข้าวกับแกงเขียวหวานไก่
2. พันธุ์ข้าวที่ชอบทานที่สุด
หอมมะลิ มันเหนียว นุ่ม หอม อร่อย แต่ต้องของแท้นะ
3. เมนูข้าวในความทรงจำ
สมัยเด็ก ๆ ยายทำพะแนงหมูเผ็ด ๆ ราดข้าวร้อน ๆ แล้วโรยน้ำปลาหน่อยหนึ่ง มันหอมมากเลย
4. ข้าวแพงที่สุดที่เคยทาน
เป็นแบบ Fine Dining คำเล็กมาก ราคาเซตละเป็นหมื่น เขามีเรื่องราวมาเล่าว่าข้าวนี้มาจากที่ไหน ใช้น้ำแร่ที่ไหลจากเทือกเขาในการปลูกข้าว ข้าวนี้จะออกแค่นาแปลงนี้เท่านั้น
5. กินข้าวมื้อแรกตอนกี่โมง
11 โมงถึงเที่ยง
6. ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวที่ชอบที่สุด
Rice Bar ข้าวแท่งกรอบ ๆ ชาวต่างชาติชอบมากเลย เด็กนักเรียน เด็กมหาลัย พกติดกระเป๋าไว้กินได้ทั้งวัน ขายดีมากในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ชาวต่างชาติมาพบผมที่กรมการข้าว ขอให้ทำข้าวคาร์บอนต่ำแล้วเขาจะซื้อไปทำ Rice Bar ที่เคลมว่ามาจากข้าวคาร์บอนต่ำเป็นจุดขาย ผมว่าน่าส่งเสริมให้คนไทยแปรรูปสินค้านี้มาก เราทำกันเองก็ได้
7. ถ้าไม่นึกถึงความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ อยากจินตนาการให้ข้าวแปรรูปเป็นอะไร
ข้าวกล่องที่เก็บได้เป็นปี แต่เปิดมาแล้วอุ่นร้อนทานได้เลย เอาไว้ในเหตุน้ำท่วมหรือภัยสงคราม
8. วิวทุ่งนาที่สวยที่สุดคือที่ไหน
ทุ่งนาสายรุ้งที่พะเยา ผมเป็นคนไปทำเอง ปลูกข้าว 7 สายพันธุ์ มีต้นข้าวหลากสี เลยปลูกเป็นรูปไดโนเสาร์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
9. ก่อนหรือหลังทานข้าว ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
ดื่มกาแฟ
10. ในจินตนาการ อยากไปปลูกข้าวที่ไหน
ในอวกาศ บนดวงจันทร์ อาจจะเป็นยานอวกาศก็ได้ ทดลองดูว่าข้าวจะออกมาเป็นยังไง
