หลังจาก ครูแตง-จันทรรัตน์ เหมเวช แบ่งปันเมนูจากภาคใต้ไว้ใน คอลัมน์สูตรประจำบ้าน มา 2 ตอนติด ทั้งไก่ฆอและสีขาวกับคั่วกลิ้งปลา และแกงคั่วส้ม ครั้งนี้ครูแตงจะพาเราไปทางตะวันออกของไทย เปิดสูตรเมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อนและมีกลิ่นรสเฉพาะตัวอย่าง ‘แกงป่าจันทบุรี’ แกงที่รวมทั้งความสดของวัตถุดิบจากป่าและความร้อนของเครื่องแกงไว้ในหม้อเดียว
“แกงป่าคือการเอาทุกอย่างที่หาได้ในป่าใส่ลงหม้อ เวลาพรานเข้าป่าไปล่าสัตว์แล้วเกิดหิว ก็จะรวบรวมผักที่หาได้ในละแวกนั้นมาต้มรวมกัน แล้วใส่เนื้อสัตว์ที่ล่าได้เพื่อกินเพื่อคลายหิว
“สมัยก่อนเนื้อสัตว์ที่พรานใส่ในแกงป่าอาจเป็นปลาหรือเก้ง หลังล่าเก้งได้พรานจะแล่เนื้อเป็นส่วน ๆ เอาเกลือทา แล้วห่อใบไม้ฝังใต้ดินก่อน เพราะบางทีเขาต้องเดินไปทำธุระที่ส่วนอื่นของป่า ถ้าแบกไปด้วยจะลำบาก เลยฝังไว้ก่อน เสร็จภารกิจเมื่อไหร่ค่อยมาเอากลับไป
“แกงป่าจันทบุรี เท่าที่เราเคยกินมามีลักษณะแตกต่างจากแกงป่าที่อื่นตรงใส่เครื่องเทศเยอะ เพราะจันทบุรีมีสภาพอากาศร้อนชื้น จึงมีพืชผักนานาชนิด อีกอย่างที่ทำให้แกงป่าจันทบุรีโดดเด่นจากแกงป่าทั่วไป คือกลิ่นหอมจากสมุนไพรที่มีแค่ในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น เร่วหอม


“สมุนไพรที่ใส่ในแกงป่าจันทบุรีมีเยอะมาก บางหม้อใช้มากกว่า 10 ชนิด สมุนไพรแต่ละชนิดมีกลิ่นและทำหน้าที่ต่างกัน อย่างเร่วหอมให้กลิ่นหอมลึก หรือขิงป่าก็ให้กลิ่นหอม รสเผ็ดซ่านเล็กน้อย และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยแก้อักเสบในท้องได้
“อีกอย่างที่พิเศษคือใบหูเสือ ลักษณะเป็นใบสามเหลี่ยม ขอบหยัก ๆ บางคนเรียกว่าออริกาโนไทย กลิ่นแรงแต่หอมลึก แกงป่าจันทบุรีจึงมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ต่างจากแกงป่าอื่น ๆ นอกจากนี้ยังใส่ไพลด้วย ให้ทั้งกลิ่นและสีเหลืองนวลสวย รวมกับผักชีไร่ ดอกกะเพราแห้ง ผักชีใบเลื่อย และผักป่าอื่น ๆ ตามฤดูกาล
“การปรุงแกงป่าในสมัยก่อนใส่แค่เกลือ เพราะพรานพกแค่เกลือเข้าป่าเท่านั้น และผักป่ามีความหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่น้ำตาล ความหวานจากผักพวกนี้จะหวานละมุนและติดปลายลิ้น แต่ทุกวันนี้เราปรับให้ใส่น้ำตาลปี๊บนิดหน่อย เพื่อให้รสกลมกล่อมขึ้น เวลาเสิร์ฟให้เด็กหรือคนที่ไม่คุ้นรสแกงป่าจะกินง่ายขึ้น”


วัตถุดิบเครื่องแกง
เร่วหอม ขิงแห้ง (ต้องใช้ขิงป่า ไม่ใช่ขิงทั่วไปที่นำไปตากแห้ง) ไพล พริกป่าหรือพริกขี้หนู ดอกกะเพรา ดอกโหระพา ดอกผักชีไร่ ผักชีใบเลื่อย ใบหูเสือ
วัตถุดิบใส่ในแกง
หน่อกระวาน ใบพริก ใบกะเพรา มะเขือ และเนื้อสัตว์ (ได้ทั้งปลาและเนื้อ)

วิธีทำ
- ตำเครื่องแกงทั้งหมดให้พอหยาบ แต่ไม่ต้องละเอียดมาก เริ่มจากใส่เร่วหอม ขิงแห้ง (ขิงป่า) ไพล พริกป่าหรือพริกขี้หนู (ใส่รังไข่และก้านไปด้วย) ตามด้วยดอกกะเพรา ดอกโหระพา ดอกผักชีไร่ ผักชีใบเลื่อย ใบหูเสือ จนมีกลิ่นหอมสมุนไพร
- ตั้งหม้อใส่น้ำรอจนเดือด แล้วจึงใส่เครื่องแกงที่ตำลงไป
- จากนั้นใส่เนื้อสัตว์ตาม แต่ยังไม่ต้องคน ให้รอจนเนื้อสัตว์สุก
- ใส่ผักหั่นชิ้น ใช้ผักที่มีในป่าถิ่นจันทบุรี เช่น หน่อกระวาน ใบพริก ใบกะเพรา มะเขือต่าง ๆ ปรุงรสด้วยเกลือ (หากมีรสฝาดปร่ามาก ให้ตัดด้วยน้ำตาลปี๊บนิดเดียว)
- รอผักสุก จึงตักใส่ชามเสิร์ฟได้


ถ้าคุณมี ‘สูตรเมนูพิเศษของครอบครัว’ และอยากบันทึกสิ่งนั้นไว้ในคอลัมน์สูตรประจำบ้าน เราพร้อมเปิดรับเรื่องราวของคุณ โดยเขียนเล่าความทรงจำ ความพิเศษของเมนูนั้นที่หากินไม่ได้จากที่อื่น ไม่จำกัดประเภทอาหารและวัฒนธรรม ส่งมาพร้อมกับรูปถ่ายเมนูอาหารนั้น ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ Facebook ของคุณ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์สูตรประจำบ้าน’ หากสูตรไหนมีเรื่องเล่าที่พิเศษและที่มาน่าสนใจ ทางทีมงานจะติดต่อกลับไป
