หลายเดือนที่ผ่านมาเราเห็นกระแสมัทฉะเลิฟเวอร์กำลังมาแรง เลยคิดว่าน่าจะมีคนดื่มชามากขึ้นเป็นแน่ เพราะก่อนหน้านี้เครื่องดื่มที่ฮอตฮิตติดลมบนก็หนีไม่พ้นชาไทย กาแฟ โกโก้ และชานมไข่มุก เราเลยรวบรวม 6 ร้านชา 6 สัญชาติรอบกรุงเทพฯ ชวนนักอ่านและนักดื่มไปจิบชาร้อนและชาเย็น พลางสำรวจความหลากหลายของรสชาติชาและวัฒนธรรมที่เดินทางมาพร้อมกับวัฒนธรรมการดื่มชา
เริ่มกันตั้งแต่ชาไทย ชาไต้หวัน ชาพม่า ชาจีน ชาญี่ปุ่น และชาอินเดีย แต่ละร้านชาก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว บางร้านชานำเสนอรูปแบบดั้งเดิม บางร้านนำเสนอรูปแบบสร้างสรรค์ ให้คนดื่มตื่นเต้นทุกครั้งที่จิบ
บางร้านไม่เพียงขายชาในรูปแบบเครื่องดื่ม แต่เปิดเวิร์กช็อปให้คนมาดื่มด่ำและสนุกกับโลกของชา อนาคตอันใกล้ ชุมชนคนรักชาน่าจะเพิ่มขึ้น ทำให้เราได้เห็นความหลากหลายไม่รู้จิบ เอ้ย ไม่รู้จบ!
Citizen Tea Canteen of nowhere

เริ่มต้นที่ Citizen Tea Canteen of nowhere โรงน้ำชาสีเจ็บลายเสือดาว ในตรอกวานิช 2
จิบแรกที่คุ้นเคย จัดไปชาไทย! แต่ไม่ใช่ชาไทยธรรมดา เป็นชาที่เบลนด์มาอย่างดี 4 สูตร รสชาติไม่หวานแหลม เพราะใช้นมข้นสูตรพิเศษ ชาทุกแก้วเลยมีรสเฝื่อนเล็กน้อย ชอบนะ (เพราะเราไม่ใช่สาวหวานอยู่แล้ว) สูตรที่เราชอบที่สุด คือสูตร 4 Suede Sunset เพราะมีอาฟเตอร์เทสต์เป็นกลิ่นกล้วยตาก รสหวานหอม โดยชาไทยเบลนด์ 4 สูตรนี้ เลือกได้ว่าจะดื่มร้อนหรือดื่มเย็น มีระดับความหวานให้เลือก 5 ระดับ

สูตร 1 Vanilla Sky แก้วนี้ดื่มง่าย เหมาะกับสายชาไทยที่ยังไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน
สูตร 2 Dusty Dawn แก้วนี้รสสุขุมนุ่มลึก มีเทสต์โน้ตของ Nutty และ Woody
สูตร 3 Sweet Sunrise แก้วนี้สีชานมเข้มข้น นำรสด้วยวานิลลาที่ทิ้งกลิ่นหอมกรุ่นตอนท้าย
นอกจากชาไทยเบลนด์ ยังมีชาร้อนบริการด้วย ชาร้อนมีให้จิบ 13 รสชาติ มั่นใจเรื่องคุณภาพใบชาได้เลย Citizen Tea Canteen of nowhere คัดสรรมาอย่างดีจากไร่ชาในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
ใครใคร่ชาร้อน แนะนำให้ลอง ‘Duck Noodle’ ชาเขียวเบลนด์กับเครื่องเทศ ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ก๋วยเตี๋ยวเป็ดกรมเจ้าท่า’ ระหว่างจิบจะได้กลิ่นเครื่องพะโล้ ไม่ว่าจะเป็นโป๊ยกั๊ก อบเชย และชะเอม


Citizen Tea Canteen of nowhere
ThaiWan

เปลี่ยนรสชาติจากชาไทยมาจิบชาไต้หวัน ดินแดนเพื่อนพ้องที่เลื่องชื่อด้านชานมไข่มุกจนชาวเน็ตยกให้เป็นมิตรรักชานม กาดอกจันตัวโต ไม่ต้องบินไกลถึงไทเปก็ดื่มชาไต้หวันได้ที่ย่านปรีดี พนมยงค์
ThaiWan เป็นคาเฟ่ที่ขายชา กาแฟ และสินค้าดีไซน์น่ารักจากนักสร้างสรรค์ชาวไต้หวัน
เมื่อเปิดประตูเข้าร้านมาแล้ว จงพุ่งตัวไปที่โหลแก้วใสแจ๋ว ลองเปิดต่อมรับรสด้วย ‘ชาใบบัว’ รสหวานหอมเย้ายวนให้เรากดดื่มอีกหลาย ๆ แก้ว ซึ่งชาใบบัวนี้เกิดขึ้นจากการแก้ปัญหาเรื่องใบบัวล้นชุมชนจนกลายเป็นขยะ อ้อ ชาใบบัวนี้ดื่มฟรีนะ เป็นชาที่เจ้าบ้านไว้ต้อนรับแขกทุกคนที่มาเยือน


หากไม่รู้จะดื่มอะไรดี จดโพย 2 เมนูนี้ไว้ แก้วแรก ‘ชาเก๊กฮวยไต้หวันเลมอนฮันนี’ จุดเด่นคือดอกเก๊กฮวยที่ใช้ทำชา ชื่อ ‘小油菊’ (เสี่ยวโหย๋วจวี๋) เป็นสายพันธุ์เก๊กฮวยที่มีเฉพาะไต้หวันเท่านั้น
ไปกันต่อแก้วที่ 2 ‘ชานมไต้หวันรสฟักเขียวบราวน์ชูการ์’ แก้วนี้น่าจะใกล้เคียงกับชานมไข่มุกไต้หวันที่เราคุ้นเคยกัน และความพิเศษอยู่ที่ใบชาดำน้ำผึ้ง ไม่ใช่ชาดำเบลนด์กับน้ำผึ้งนะ แต่คือใบชาที่โดนแมลงกัดกินจนต้นชาต้องพยายามเร่งออกใบใหม่ ซึ่งแรงที่ใช้เร่งนั่นทำให้ใบชามีกลิ่นคล้ายน้ำผึ้ง
ทุกเมนูเครื่องดื่ม เราอยากให้คุณกินคู่กับเค้กไข่ไต้หวันปั๊มคำว่า ‘发财’ แปลว่า ร่ำรวย ซึ่ง ThaiWan พัฒนาสูตรเอง เค้กเนื้อเนียนนุ่มละมุนจนแทบจะละลายในปาก รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง
บางโอกาสเจ้าบ้านก็ใช้พื้นที่นี้เป็นห้องเวิร์กช็อปชงชาและชิมชาด้วยนะ

Thai灣 – ThaiWan (ไทยหวัน)
Rangoon Tea House Bangkok

มิงกะลาบา! – ยินดีต้อนรับสู่โรงน้ำชาย่างกุ้ง ณ ทองหล่อ
Rangoon Tea House Bangkok เป็นร้านอาหารพม่าและโรงน้ำชาแสนโมเดิร์นที่เดินทางจากย่างกุ้งมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ร้านนี้เปิดมานานถึง 10 ปี เป็นที่รู้จักกันดีของคนท้องถิ่นและนักเดินทางจากทั่วโลก วัฒนธรรมโรงน้ำชาบ้านเขาก็คล้ายคลึงกับสภากาแฟบ้านเรา เป็นพื้นที่ Social Club ของคนในชุมชน ยิ่งไปกว่านั้นยังรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมหลายสัญชาติจากผู้คนที่มาพบปะกัน

ชาซีลอนส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่บริเวณหน้าบาร์ แนะนำให้สั่ง Ceylon Tea มาจิบเป็นแก้วแรก พนักงานบอกว่าพวกเขาต้องต้มชาซีลอนตลอดทั้งวัน จนเกิดฟองนมเคลือบผิวด้านบนคล้ายฟองเต้าหู้ เราว่านั่นคือทีเด็ดเลยล่ะ เจ้าฟองน้ำนุ่มละลายหายวับไปในปาก แถมชาก็หอมละมุน มีรสหวานนิด
เราว่าชาพม่า (Laphet Yay) มีเสน่ห์อยู่อย่าง คือปรับสัดส่วนส่วนผสมได้มากถึง 20 สไตล์ ทั้งความขม ความหวาน และความมัน เพื่อให้ตรงกับรสชาติที่ต้องการ ซึ่งชาพม่ามีส่วนผสมระหว่างชาดำ นมข้นหวาน นมข้นจืด ที่ Rangoon Tea House Bangkok มีให้เลือกจิบ 8 รสชาติ ร้อนและเย็น
อ้อ อย่าลืมสั่งยำใบชาพม่านะ กลมกล่อมลงตัวให้คะแนนจานนี้ 10 คะแนนเต็ม

Rangoon Tea House Bangkok
Deng Deng เต่าแบกกระทะ

คาเฟ่ชื่อแปลกย่านตลาดพลูของสองพี่น้องจากเพจลูกคนจีนแห่งนี้ เสิร์ฟชา ขนมเปี๊ยะ และปิงเฟิ่น ที่ทุกเมนูล้วนมี ‘กระทะ’ มาเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต ส่วนคุณเต่าสื่อถึงความมั่นคงและยืนยาว
เมื่อมาเยือน Deng Deng เต่าแบกกระทะ คุณจะได้ลิ้มรสชาจีนสารพัดแบบที่เนรนิตเป็นเมนูสร้างสรรค์อย่าง ‘หอมหมื่นลี้’ กลายเป็นน้ำสาลี่หิมะหอมหมื่นลี้ ดื่มแล้วชื่นใจ หรือชาชิโสะแดงที่ท็อปปิงด้วยเจลลี่วุ้นหิมะ (ปิงเฟิ่น) วุ้นดับร้อนฉบับคนจีน สองพี่น้องแนะว่า แม้จะเป็นเมนูเย็นแต่พวกเขาก็ไม่ใส่น้ำแข็งลงไปใน เพราะคนจีนไม่ดื่มชาใส่น้ำแข็ง เพื่อรักษารสชาติของชาชนิดนั้น ๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด

พร้อมจิบกันต่อหรือยัง ถ้ายังไหว ยกมือออร์เดอร์เมนูชาขาวร้อนที่เสิร์ฟคู่กับองุ่นแห้ง 2 ชนิด พร้อมพุทราจีนดำ หรือจะเลือกองุ่นมรกตแห้งคู่กับลูกเกดสนมหอม (กลิ่นหอมเหมือนกุหลาบแห้งและลิ้นจี่) ก็ได้ ผลไม้แห้งช่วยเพิ่มรสหวานระหว่างจิบชาได้ดีเลย ซึ่งผลไม้แห้งเหล่านี้มีเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้นนะ


เพิ่มพลังลูกหลานชาวจีนด้วยการกินขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงไข่เค็มที่ใช้สูตรในการทำขนมเปี๊ยะแบบไต้หวัน ผสมเนยลงไปแทนการใช้น้ำมันหมูแบบขนมเปี๊ยะแต้จิ๋ว ปิดท้ายด้วยปิงเฟิ่นซุปน้ำตาดอกท้อที่เนื้อเจลลี่เหนียว นุ่ม หนึบ เป็นที่ถูกใจของทุกคนในครอบครัว นอกจากอร่อยยังมากด้วยประโยชน์
Deng Deng เต่าแบกกระทะ
Koto Tea Space – 琴

สาวกชาญี่ปุ่นมารวมพลกันตรงนี้ เพราะ Koto Tea Space คือพื้นที่ของคนรักชาญี่ปุ่นโดยแท้ ที่นี่มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แถมถูกใจคนญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่งจนต้องบอกต่อกันปากต่อปาก ซึ่งคู่รักเจ้าของร้านก็เริ่มต้นจากการทำเพจรีวิวชา ซื้อชามาสะสมจนเปิดเวิร์กช็อปให้คนมาดื่มชาญี่ปุ่นด้วยกัน
เขาทั้งคู่เปิดพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนหันมาดื่มชากันมากขึ้น และเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายให้กับนักดื่ม นอกจากกาแฟ ชานมไข่มุก หรือโกโก้ ที่นี่เน้นเสิร์ฟชาสเปเชียลตี้ญี่ปุ่นหลายสายพันธุ์
พวกเขาแบ่งประเภทชาเป็นโฮจิฉะ เซนฉะ มัทฉะ เกนไม อย่างมัทฉะมีมากถึง 60 ชนิด! ตอบโจทย์มือใหม่หัดดื่มจนถึงสายลึกเวอร์ชันฮาร์ดคอร์ จะไปทางแปลกหรือกลิ่นพิเศษ ที่ Koto Tea Space ก็มี


เมนูที่แนะนำคือชาขาวมะลิจากฟูเจี้ยน ชาสุดพรีเมียมหอมกลิ่นมะลิชัดเจน แก้วนี้คลายร้อนและรื่นรมย์ ดื่มคู่กับกรานิต้ามะม่วงเขียวเสวยกับเยลลี่บ๊วย (Plum Yokan) ยิ่งเข้ากัน ต่อด้วยเมนูดูตามฤดูกาลอย่างโคชุนกับชิราทามะในนมวอลนัท ใส่ดอกซากุระและไซรัปลำไย ซึ่งเจ้าโคชุนเป็นชาเซนฉะสายพันธุ์จากชิซุโอกะที่มีกลิ่นซากุระ กลิ่นหวานหอมไม่ฟุ้งกลิ่นดอกไม้จนเกินไป เข้ากันดีกับเมนูขนมหวานจานนี้

ส่วนมัทฉะ เจ้าของร้านให้เราเลือกภาชนะเซรามิกที่ชอบ แล้วจะชงใส่ถ้วยนั้นให้พร้อมเล่าเรื่องราวของถ้วยที่เราเลือกให้ฟังว่าศิลปินท่านไหนเป็นคนปั้นและมาจากเมืองอะไรของประเทศญี่ปุ่น
เรามั่นใจว่าการไปเยือน Koto Tea Space จะทำให้คุณต้องกลับไปอีกหลาย ๆ ครั้ง

Koto Tea Space – 琴
Himalaya Restaurant

นักดื่มท่านใดชอบความเผ็ดร้อนซู่ซ่าของชาอินเดีย ยกมือขึ้น!
ปิดท้ายจิบสุดท้ายด้วย Masala Chai ที่ Himalaya Restaurant ร้านอาหารเนปาลที่เสิร์ฟรสชาติจากเทือกเขาหิมาลัย นอกจากอาหารแล้วรสเข้มข้นแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือชาเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน

ความเผ็ดร้อนของ Masala Chai มาจากเครื่องเทศอินเดียหลาย ๆ ตัว ผสมกับเครื่องเทศเนปาล (เจ้าของเป็นคนเนปาล) ทีเด็ดน่าจะอยู่ที่ Timur หรือ พริกไทยเนปาล ที่เพิ่มความร้อนแรง ส่วนใบชาก็เดินทางมาจากประเทศเนปาลเช่นกัน ณ จังหวัดเมจิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดกับเมืองดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย
ความน่ารักอีกอย่างคือที่นี่เสิร์ฟแก้วชามาในหูหิ้วสเตนเลสคล้ายพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่ถ้ามาดื่มกันเป็นกลุ่ม ชาเครื่องเทศร้อน ๆ ก็จะเสิร์ฟในกระบอกชาสเตนเลสสีแดงลายดอกไม้

Himalaya Restaurant
ภาพ : ปฏิพล รัชตอาภา, พัทริกา ลิปตพัลลภ, ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ และ โตมร เช้าสาคร
