เวลา 09.30 น. เราถึงหน้าร้านก่อนเวลานัดหมายมากพอให้ได้สำรวจความเรียบหรูของสีเทาเข้มและการตกแต่งไฟที่ลากเป็นเส้นโค้งบนกำแพง
ชาในเมนูชวนให้คุ้นเคยแต่ก็พิเศษด้วยวัตถุดิบที่น่าสนใจ อย่าง ‘อู่หลงตานฉง’ ชื่ออาจคุ้นหู แต่ชานี้พิเศษตรงที่มาจากวิถีการดื่มชาแบบชาวแต้จิ๋วที่ผ่านการหมักและคั่วจนเข้มข้น หรือ ‘หอมหมื่นลี้’ ชาชนิดขึ้นชื่อ ที่นี่ก็มีให้ชิมในรูปแบบที่ชงมาพิเศษกว่า ออกมาเป็นน้ำสาลี่หิมะหอมหมื่นลี้ เป็นต้น
คาเฟ่ย่านตลาดพลูแห่งนี้มีชื่อว่า ‘Deng Deng (เติ๋งเติ่ง) เต่าแบกกระทะ’ เป็นชื่อท่ี่เรียบง่ายแต่ความหมายลึกซึ้ง พร้อมด้วยโลโก้เต่าน้อยแบกกระทะเหล็กก้นลึก ผสานความเชื่อของชาวจีนเข้ากับแนวคิดของผู้สืบทอดธุรกิจ โดยเต่าแทนความมั่นคงและอายุยืนยาว ส่วนกระทะเหล็กไม่ได้บอกแค่กรรมวิธีในการรังสรรค์ชาหรืออาหารของที่นี่ว่ามีทั้งการคั่วชา นวดแป้งขนมเปี๊ยะ และอีกมากมาย แต่กระทะเหล็กนี้
สะท้อนว่าพวกเขาผสานความทันสมัยและองค์ความรู้มาใช้ ราวกับว่ายกไร่ชาและสวนสมุนไพรมารอให้ทุกคนเข้าไปสำรวจ

ดี-สุภมาส และ ท็อป-ศตวรรษ สุระเรืองชัย สองพี่น้องผู้ก่อตั้งเพจลูกคนจีน เล่าสารพัดวัฒนธรรมอาหารจากเมืองจีน คือผู้ที่ก่อร่างสร้าง Deng Deng เต่าแบกกระทะ ขึ้นมา โดยเริ่มจากการเปิดพรีออร์เดอร์ใบชาในช่วงโควิด-19 สู่หน้าร้านที่เต็มไปด้วยชาหลากชนิด ละมุนด้วยสมุนไพร และหอมกรุ่นกลิ่นขนมตามตำรับจีนแท้
Absolute No Dilute
พวกเราเริ่มต้นบทสนทนาไปพร้อม ๆ กับสารพัดเมนูชาที่ทยอยมาเสิร์ฟ
สิ่งแรกที่ทำให้เราประหลาดใจปนสงสัยไม่ใช่ชา แต่เป็นวัตถุปริศนาที่ลอยอยู่ในแก้วชาชิโสะแดง แม้จะเป็นเมนูชาเย็น แต่สิ่งที่ลอยอยู่นั้นไม่ใช่น้ำเแข็ง ท็อปเลยเฉลยให้ฟังว่าเราคิดผิด!
ท็อปบอกว่าเขาตั้งใจไม่ใส่น้ำแข็งหากไม่จำเป็น (แม้ว่าจะเป็นเมนูชาเย็นก็ตาม) เพราะโดยปกติแล้วพี่น้องชาวจีนรวมถึงที่บ้านของเขาไม่นิยมดื่มชาใส่น้ำแข็ง เพื่อคงรสชาติของชาชนิดนั้น ๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด วัตถุปริศนาในแก้วนั้นจึงเป็นท็อปปิงปิงเฟิ่นเจลลี่วุ้นหิมะ เป็นส่วนประกอบของวุ้นดับร้อนแบบชาวจีนแทน

เปิดแก้วแรกด้วยชาเย็นชื่นใจ แก้วต่อไปขอเป็นชาร้อนสุดคลาสสิก
ชาขาวร้อนเสิร์ฟมาเป็นเซตกับองุ่นแห้ง 2 ชนิด พร้อมด้วยพุทราจีนดำหรือโอวจ้อในภาษาแต้จิ๋ว วัตถุดิบตามฤดูกาลที่เลือกชิมได้ตามชอบ หรือจะเลือกเป็นองุ่นมรกตแห้ง ลูกเกดสนมหอมก็ได้


เด็กสาวลูกเสี้ยวจีนแบบเราคุ้นเคยกับวัตถุดิบเหล่านี้อยู่บ้าง องุ่นมรกตแห้งรสหวานกำลังดีเข้ากับชาร้อน ส่วนลูกเกดสนมหอมให้รสและกลิ่นหอมสมกับอยู่ในตำนานสนมซินเจียง ที่ว่ากันว่ามีสนมนางหนึ่งตัวหอมมากจนคนจากวังหลวงมาเชิญไปเป็นสนมของจิ๋นซีฮ่องเต้
ลูกเกดสนมหอมให้กลิ่นหอมกุหลาบแห้งและลิ้นจี่ มีรสหวานเติมเต็มชาขาวร้อนได้อย่างพอดี ถ้าเทียบกับลูกเกดมรกตอาจหวานแหลมไปเสียหน่อย
ส่วนโอวจ้อที่ชื่อไม่คุ้นหู พอลองชิม ปรากฏว่ารสชาติเกินความคาดหมายเราไปมาก เป็นรสแปลกใหม่ที่เสริมให้ชาที่กินคู่กันพิเศษยิ่งขึ้น เหมาะกับคนไม่ชอบหวาน
วัตถุดิบที่ว่ามานี้ Deng Deng เต่าแบกกระทะ จัดเสิร์ฟตามฤดูกาล ถ้าคุณอ่านบทความนี้แล้วตามไปชิม อาจได้พบกับผลไม้แห้งเซตใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนเราก็ได้ ใครจะถูกโฉลกกับเซตไหน ต้องลองไปชิมให้ได้สักครั้ง
คุ้นเคยแค่ไหนก็แปลกใหม่
เมนูชาและขนมของ Deng Deng เต่าแบกกระทะ รังสรรค์มาจากวัฒนธรรมจีน วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรหรือผลไม้ชื่อไม่คุ้น แต่ก็มีอีกหลายเมนูที่มาจากวัตถุดิบที่เรา ๆ ท่าน ๆ เคยเห็นกันอยู่ทุกวัน
‘ชาอู่หลงตานฉงฝรั่งบ๊วย’ แก้วที่ฝรั่งบ๊วยเลิฟเวอร์อย่างเราจะไม่พลาด ดีเตือนว่าแก้วนี้มีคาเฟอีกค่อนข้างเยอะ เนื่องมาจากกระบวนการเบลนด์ชา ซึ่งที่นี่เบลนด์ชาโดยผ่านการปรึกษาจากแพทย์แผนจีนเพื่อรักษาสรรพคุณและสมดุลระหว่างชากับสมุนไพรแต่ละชนิดให้ยังคงให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนฝรั่งแช่บ๊วยส่องแสงสีเขียวนีออนในรถผลไม้ที่ดูเหมือนจะเป็นความชำนาญของชาวไทย แท้จริงแล้วก็เป็นวิธีถนอมผลไม้ที่คุ้นเคยกันดีในบ้านชาวจีนแต้จิ๋ว
อีกเมนูที่มองข้ามไม่ได้คือ ‘ชานมมะพร้าว’ เป็นหนึ่งในไม่กี่แก้วของที่นี่ที่จะเสิร์ฟแบบใส่น้ำแข็ง ส่วนกลิ่นมะพร้าวหอมอ่อน ๆ ที่ลอยขึ้นมาเตะจมูกนั้นก็ไม่ได้มาจากกะทิ แต่เป็นน้ำนมมะพร้าว ได้มาจากการนำทั้งน้ำและเนื้อมะพร้าวผสมกัน สองพี่น้องลูกคนจีนผู้สร้างสรรค์เมนูนี้บอกว่ามะพร้าวเป็นเหมือนพระเอกของอาหารและขนมไทย เมื่อได้มาเบลนด์เข้ากับชา จึงกลายเป็นตัวแทนความเป็นลูกหลานคนจีน-ไทยที่ผสมผสาน 2 วัฒนธรรมเข้ากันอย่างลงตัว
สดชื่นจากชาหลากหลายชนิดแล้ว Deng Deng เต่าแบกกระทะ ก็ยังไม่ยอมให้คุณออกจากร้านไปไหน เพราะที่นี่มีเมนูขนมเปี๊ยะที่สนุกและต้องลองให้ได้เช่นกัน
ขนมเปี๊ยะของที่ี่นี่ใช้สูตรผสมเนยแบบไต้หวันแทนน้ำมันหมูที่ใช้ในขนมเปี๊ยะแบบแต้จิ๋ว เพราะรสชาติเข้าถึงง่ายและเป็นที่คุ้นเคยกันในหมู่คนไทย แต่จริง ๆ แล้ววิธีนี้ได้รับอิิทธิพลมาจากตะวันตกในช่วงล่าอาณานิคม
ส่วนไส้เผือกโมจิหรือชาทิกวนอิมโมจิก็ซ่อนความหนึบหนับแบบขนมญี่ปุ่นเอาไว้ และที่ขาดไม่ได้ คือขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงไข่เค็ม ซึ่งพวกเขาทำไส้ออกมาให้ครีมมี่ตามวิถีไต้หวัน หอม นุ่ม ละมุนลิ้น ลงตัวพอดีกับสัดส่วนแป้งด้านนอก
รากเหง้าที่งอกเงย
ไม่เพียงเมนูชาและขนมเปี๊ยะ คาเฟ่ย่านตลาดพลูแห่งนี้ยังมี ‘ปิงเฟิ่นซุปน้ำตาดอกท้อ’ เป็นถ้วยปิดท้ายได้อย่างลงตัว
พอแยกส่วนประกอบในถ้วยนี้ออกมา เราก็พบว่าเจลลี่หนุบหนับดูทานง่ายถ้วยนี้อุดมไปด้วยสารพัดองค์ประกอบของหวานตามตำรับจีน ราวกับมีอากง อาม่า อากู๋ อาอี๊ มาเสิร์ฟ!

ในปิงเฟิ่นซุปน้ำตาดอกท้อมีเจลลี่เสฉวนจากเมล็ดเจียสั่วเจี้ย เจลลี่สีทอง หรือ เถาเจียว เป็นน้ำตาหรือยางต้นท้อเป็นก้อนสีอำพันแข็ง ๆ ก่อนจะมาเป็นเจลลี่ในถ้วยนี้ ดีเล่าว่าเถาเจียวเป็นส่วนผสมที่เธอไปเจอในครัวของอาม่า และด้วยความอยากรู้เลยถามจนหมดเปลือก ได้ความว่าดีงามจนน่าเอามาใช้เป็นส่วนผสมของเมนูพิเศษ
ส่วนน้ำเชื่อมหวาน ๆ เป็นน้ำที่ต้มพุทราจีนแดง มีเห็ดหูหนูขาวตุ๋นกับพุทราจีนแดงเป็นลูก ๆ ให้เคี้ยวกรุบ ๆ และเก๋ากี้คุณภาพดีจากหนิงเซี่ยท็อปปิ้งด้วยเคียมซิก
ปิงเฟิ่นซุปน้ำตาดอกท้อทำให้เรากินแล้วรู้สึกสุขภาพดีด้วยสรรพคุณมากมาย จนอยากพาสมาชิกในครอบครัวมาด้วยกัน เผื่อว่าพวกเขาจะได้ย้อนคิดไปถึงรสชาติในวัยเยาว์ เช่นเดียวกับความตั้งใจของดีและท็อป ลูกคนจีนผู้ก่อตั้ง Deng Deng เต่าแบกกระทะ ขึ้นมา พวกเขาอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ของครอบครัว จึงรังสรรค์สารพัดเมนูที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด มีชาทุกรูปแบบ ทั้งชาเย็น ชาร้อน ชานม ชาผลไม้ ไปจนถึงน้ำสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน พร้อมขนมหวานแบบเย็นชื่นใจและอุ่นจากเตา
และที่สำคัญ เป็นเพราะคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ อากงอาม่าหลาย ๆ ท่านจึงได้มีโอกาสมานั่งทานของอร่อย พร้อมกับเล่าความหลังให้ลูก ๆ หลาน ๆ ฟังไปด้วย





