“ผมอยากชวนกินข้าว”
คำชวนจาก บอม-อธิเชฐ แสวงเจริญ หลังเราติดต่อขอสัมภาษณ์เขาเรื่องการทำเพจ ‘รสวันวาน’ และก่อนหน้านี้เขายังเคยฝากสูตร ‘แคบหมูน้ำพริกเผา’ ของขบเคี้ยวรสเด็ดจากบ้านโพธารามเอาไว้ในคอลัมน์สูตรประจำบ้านของ The Cloud ด้วย

ส่งคำเชิญมาเสร็จ บอมอธิบายต่อว่า “จะได้คุยไปกินไป และบรรยากาศของบ้านผมเป็นอย่างไร”
รสวันวาน เป็นเพจที่พูดถึงอาหารไทยโบราณ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะซึ่งมีความหลงใหลในอาหาร ซึ่งเขาได้รับการถ่ายทอดความหลงใหลนี้มาจากผู้เป็นยาย เป็นเหตุผลว่าทำไมบอมชวนเราไปกินข้าว เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปในการสร้างรสวันวานตามแบบฉบับของเขา
มี 2 เหตุผลด้วยกันที่เขาเลือกเล่าเรื่องอาหารไทยโบราณ เหตุผลแรก คืออาหารไทยเป็นอาหารที่บอมชอบที่สุด และสอง เขามีคติประจำใจว่า ถ้าจะกินอาหารสักจาน ควรเป็นสูตรจากต้นตำรับ และให้ดีเลยต้องไปคุยกับคนคิดหรือคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปของอาหารจานนั้นมากกว่าแค่รสชาติ
แม้คำชวนบอมจะเย้ายวนใจมากแค่ไหน แต่ถ้าให้กินไปคุยไป เราเกรงว่าจะได้อิ่มท้องมากกว่าอิ่มข้อมูล เลยขอเวลาคุยกับเขา 2 ชั่วโมงแทน เจ้าตัวยิ้มรับอย่างยินดีแล้วเตรียมบ้านรอการนัดหมายครั้งนี้
คุณยาย
บรรยากาศบ้านบอมดูคึกคักเป็นพิเศษในสายตาเราที่นาน ๆ ทีญาติจะมารวมตัวกัน แต่สำหรับครอบครัวบอม การรวมตัวเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างน้อย 1 วันในสัปดาห์ พวกเขาจะนัดเจอที่บ้านคนใดคนหนึ่งเพื่อใช้เวลาร่วมกัน
“ตอนเด็ก ๆ ทุกวันเสาร์ พ่อแม่จะพาผมไปหาคุณตาคุณยายที่ราชบุรี มีญาติคนอื่นมาด้วย คุณยายจะเตรียมอาหารไว้รอ บางทีคุณแม่กับคุณน้าก็เข้าไปช่วยด้วย” ภาพที่บอมเห็นจนชินตาตั้งแต่เด็กและซึมซับกลายเป็นความรู้สึกชอบต่ออาหาร

สายหยุด คชะสุต คุณยายของบอมเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับคุณตาของบอมซึ่งเป็นหมอ ทั้งสองพบรักกันและตัดสินใจมาสร้างครอบครัวที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ต่อมาคุณตาตัดสินใจสร้างคลินิกรักษาคนไข้ โดยมีคุณยายเป็นผู้ช่วย
คุณยายสายหยุดชื่นชอบการทำอาหาร แม้ว่างานพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เมื่อเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงวัน เธอก็จะลงมือทำอาหารให้คนในครอบครัวทานเสนอ น่าเสียดายที่บอมไม่มีโอกาสได้เห็นภาพเหล่านั้น เพราะกว่าเขาจะลืมตาดูโลก คุณยายก็อยู่ในวัยเกษียณแล้ว แต่บอมรับทราบข้อมูลเหล่านี้จากคำบอกเล่าของคุณยายที่ชอบเล่าเรื่องชีวิตให้หลาน ๆ ฟังอยู่เสมอ
นิสัยอีกอย่างของคุณยาย คือชอบแกะสูตรอาหาร ถ้าไปกินอาหารที่ไหนแล้วชอบ คุณยายจะกลับบ้านมาแกะสูตรแล้วทำตาม โดยให้คนในบ้านชิม หากทุกคนชอบ เมนูนั้นจะกลายเป็นเมนูประจำบ้านไปโดยปริยาย
บอมบอกว่าครอบครัวเขาไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่ที่มีสูตรอาหารเป็นของตัวเอง แต่สูตรอาหารที่คุณยายแกะและเก็บไว้ก็มีมากพอที่เขาจะตีพิมพ์เป็นตำราอาหารประจำครอบครัวในวันเกิดปีที่ 80 ของคุณยาย
หนอนหนังสือ
ในวัยเด็กบอมใช้เวลากับคุณยายมากพอที่เขาจะซึมซับความชอบนี้ พื้นฐานบอมเป็นหนอนหนังสือ เขาอ่านหนังสือแทบทุกประเภท ตำราอาหารที่คุณยายเก็บสะสมไว้เป็นหนึ่งในหนังสือที่หลานชายชอบหยิบไปอ่าน อ่านเยอะจนรู้สึกอยากทำตาม ซึ่งเมนูแรกที่บอมทำก็เป็นสูตรจากหนังสือที่คุณพ่อซื้อให้
“ตอนนั้นผมอยู่ ป.3 คุณพ่อซื้อหนังสือเกี่ยวกับความรู้รอบโลกมาให้ มีเนื้อหาของประเทศอินเดีย ซึ่งมีสูตรอาหารมาให้ ด้วยเป็นเมนูแกงกะหรี่อินเดีย ผมอ่านแล้วรู้สึกน่ากินเลยตัดสินใจลองทำโดยมีคุณพ่อเป็นผู้ช่วย”


ทำสำเร็จไหม – เราถามทันที เพราะการเริ่มทำอาหารครั้งแรกด้วยอาหารอินเดียออกจะท้าทายเหมือนกัน เจ้าตัวตอบพร้อมรอมยิ้มว่า “อร่อยมาก ๆ” คำว่ามากลากเสียงยาวเพื่อเน้นว่าอร่อยจริง ๆ
จากแกงกะหรี่อินเดีย บอมลงมือทำอาหารเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ที่เขาอายุย่าง 35 ปี อาหารไทยเป็นอาหารที่บอมชอบและทำบ่อยที่สุด วิธีเรียนทำอาหารของเขาไม่ใช่การลงเรียนตามโรงเรียน แต่เริ่มจากมีเมนูที่สนใจหรือได้ยินแล้วอยากรู้จัก เขาจะไปตามหาผู้รู้จริงเพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมลงมือทำ ครูของบอมเลยมีหลากหลาย ตั้งแต่คุณยายสายหยุด คุณย่าของเพื่อน รุ่นพี่ เพื่อนในก๊วนทำอาหาร ไปจนถึงคนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพราะอาหาร
ความแตกต่างที่บอมสัมผัสได้ระหว่างอาหารไทยยุคปัจจุบันและอดีต คือขั้นตอนการทำ ในอดีตคนให้ความสำคัญกับการทำอาหาร บ้านไหนมีกำลังทรัพย์ก็ทุ่มเทกำลังคนเพื่อประกอบอาหารมื้อหนึ่ง ทำเองทุกอย่างตั้งแต่โขลกเครื่องแกงไปจนถึงคั้นกะทิ ส่วนปัจจุบันมีเครื่องทุ่นแรงเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เราประหยัดเวลามากขึ้น
“วัตถุดิบหรือเครื่องปรุงบางอย่างหาในยุคนี้ไม่ได้ บางเมนูเลยหายไปเพราะทำไม่ได้แล้ว ผมว่าการทำอาหารยุคนี้ง่ายขึ้น ทำให้เหมาะกับการใช้ชีวิตได้มากขึ้น แต่ก็ทำให้ความละเมียดแบบดั้งเดิมสูญเสียไป

“สิ่งที่แทบหายไปเลย คือการกินข้าวแบบสำรับ สมัยก่อนเวลาจะกินข้าวทีหนึ่งต้องเตรียมเป็นสำรับ มีแกง ผัด ทอด เครื่องจิ้ม แล้วต้องคิดเผื่อคนทั้งบ้าน ให้ทุกคนกินสำรับนี้เพื่อใช้เวลาไปด้วยกันได้ ผมเสียดายนะ เพราะเราเองโตมากับการกินข้าวเป็นสำรับ พอมาเป็นหมอยิ่งหาเวลากินยากขึ้น บางทีไม่ได้กินด้วยซ้ำ”
ระหว่างที่บอมกำลังเล่าเรื่อง และเพื่อให้คนฟังได้อรรถรสมากขึ้น ‘ขนมปังหน้าหมู’ ถูกยกมาให้เราได้ลองชิม บอมเล่าว่าเมนูนี้มีเรื่องราวน่ารักซ่อนอยู่ คือคุณยายเตรียมเมนูนี้ให้คุณตาที่กำลังยุ่งกับการทำงาน แต่อาจจะยุ่งสุด ๆ จนคุณตาหันมาบ่นว่าคุณยายทำอะไรไร้สาระ ไม่มาช่วยงาน คุณยายเกิดอาการงอนเลยทิ้งของทั้งหมด ส่วนคุณตาที่ทำงานเสร็จเกิดหิวแต่ไม่มีอาหารเตรียมไว้ให้ จากนั้นมาคุณตาไม่เคยว่าเวลาคุณยายทำอาหารอีกเลย
ขนมปังบาแกตหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ โปะหน้าด้วยหมูสับปรุงรสพูน ๆ ตัวขนมปังกรอบ ไม่อมน้ำมันเลย ตัดกับเนื้อสัมผัสนุ่ม ๆ ของหมูที่มีรสออกเค็มเผ็ดเล็กน้อย มีน้ำอาจาดวางเคียงคู่เอาไว้ตัดเลี่ยน ซึ่งคนทำจานนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือคุณยายสายหยุดเจ้าของสูตรที่กำลังวุ่นอยู่ในครัวเตรียมอาหารเช่นเคย
รสวันวาน
“เวลาคุณยายเล่าถึงอาหารสักจาน ท่านจะมีเล่าเรื่องน่ารัก ๆ หรือที่มาที่ไป เช่น เมนูก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ เป็นอาหารที่คุณยายได้กินตอนคุณตาพาไปโรงหนัง เป็นร้านที่ตั้งอยู่ด้านหน้า มีเมนูก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำมันใส่ซีอิ๊วนิดหน่อย ราดหน้าด้วยน้ำข้น ๆ และมีเนื้อสับผสมคล้าย ๆ น้ำเกรวี่
คุณยายที่ได้กินเมนูนี้เกิดอาการติดใจ กลับบ้านมาแกะสูตรลองทำ จนได้ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับรสชาติคล้ายต้นฉบับ เมนูนี้ก็กลายเป็นอาหารประจำบ้านไปอีกเมนู
วิธีทำความรู้จักอาหารของบอมไม่ใช่แค่รู้สูตรวิธีการทำหรือรสชาติ แต่ต้องรู้ที่มาที่ไปและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
“เคยมีเพื่อนจะแต่งงาน เขาขอให้เราทำเค้กแต่งงานให้ เจ้าสาวชอบเค้กเรดเวลเวต ผมก็ไปศึกษาว่าคำนิยามของเค้กเรดเวลเวตคืออะไร และสูตรเค้กแบบดั้งเดิมเป็นยังไง ไปหาข้อมูลจากหลายแหล่งจนได้ทราบว่าเรดเวลเวตเป็นเค้กที่ตัวเนื้อผสมระหว่างโก้โกกับวานิลลาอย่างละครึ่ง ในอดีตใช้ผงโกโก้ธรรมชาติ (Natural Cocoa Powder) ผสมกับน้ำส้มสายชู เพื่อทำให้เนื้อเค้กเป็นสีแดง แต่ยุคนี้นิยมใช้ผงโกโก้ที่ผ่านกระบวนการมาเยอะ จึงต้องหยดสีเพิ่มจะได้เนื้อเค้กสีแดง

“ตัวครีมสูตรดั้งเดิมเป็นแป้งกวนผสมกับนมและน้ำตาล รสชาติออกนมและมีเนื้อหนึบ ๆ ทำให้เค้กเซตตัวได้ดีในอุณหภูมิปกติโดยไม่ต้องแช่เย็น เรดเวลเวตเลยเป็นเค้กที่นิยมใช้ในงานแต่งงาน เพราะทนต่อสภาพอากาศและเก็บได้นาน”
บอมติดเป็นนิสัยว่าเวลาทำความรู้จักอาหารสักเมนู ต้องศึกษาที่มาอย่างลึกซึ้ง บอมมักเล่าเรื่องในเฟซบุ๊กส่วนตัว อย่างสูตรอาหาร ประวัติศาสตร์เมนูนั้น ๆ หรือประสบการณ์ที่ได้ไปเรียนรู้ทำอาหาร ด้วยความเป็นหนอนหนังสือ ทำให้บอมเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรได้ดี ฟังจากเสียงตอบรับของเพื่อน ๆ ที่ได้อ่านเรื่องเล่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวของบอม หลายคนเชียร์ให้เขาเปิดเพจจริงจัง เพื่อเป็นตู้เก็บเรื่องราวที่เขาเล่า และขยายฐานคนอ่านนอกจากคนรู้จัก
ตัวบอมเองก็สนใจอยากทำขนมขาย หลังจากทำให้คนรู้จักกินมานาน เขาอยากลองทำอาหารให้คนอื่นชิมบ้าง ทำให้เพจรสวันวานสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนอง 2 ความต้องการนี้ คือให้บอมได้เล่าเรื่องและทำอาหารขายไปด้วย
อาหารที่รสวันวานจะพูดถึงคืออาหารไทย ตั้งแต่อาหารที่สูญหายไปจากความทรงจำ เหลือเพียงบันทึกทิ้งไว้ ไปจนถึงเมนูที่เริ่มมีคนรู้จักน้อยลง บอมบอกว่าเขาไม่อยากเขียนถึงอาหารที่เคยถูกเล่าไปแล้ว เพราะจะเป็นการผลิตเนื้อหาซ้ำ ๆ จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกเรื่อง และเป็นเรื่องที่ศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้องได้

“ผมตั้งชื่อเพจว่า ‘รสวันวาน’ เพราะอยากใช้ชื่อเรียบง่าย อยากให้สื่ออย่างตรงไปตรงมา สื่อถึงความรู้สึก Nostalgia Flashback ถึงความทรงจำในอดีตที่อาหารทำให้คุณมีความสุข อาหารจากฝีมือคุณแม่ คุณย่า คุณยาย เราอยากให้คนอ่านมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องที่เราเขียน หรืออ่านเรื่องเราแล้วนึกถึงความทรงจำของเขาเองที่มีต่อเมนูต่าง ๆ ”
รสวันวานไม่ใช่เพจที่ให้ความรู้วิชาการ แต่ให้ความสุขคนอ่านเป็นหลัก บอมอยากให้เรื่องเล่าของเขาเป็นประตูให้คนได้กลับไปหาความสุขในอดีต
“ไม่ใช่มีแต่ผมเล่าเรื่อง บางทีคนอ่านก็เล่าเรื่องเขาให้ฟังด้วย ผมเคยเขียนเรื่องยำใหญ่ เป็นยำจับฉ่ายใส่สารพัดอย่างแต่อร่อยมาก ๆ พอลงเพจไป มีคนอ่านทักมาว่าตอนเด็ก ๆ แม่เคยทำให้กิน เขาอ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงคุณแม่
“ผมว่าสิ่งที่ทำให้เพจนี้ต่างจากเพจอาหารโบราณอื่น ๆ คงเป็นที่เรื่องเล่าของเราเป็นมุขปาฐะ ไม่ได้ใส่เนื้อหาวิชาการมากนัก เน้นความรู้สึกอารมณ์ที่มีต่ออาหารมากกว่า”
‘มาชะแมน’ เป็นเมนูแรก ๆ ที่บอมเขียนลงเพจและได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี มีคนนำสูตรไปลองทำและเขียนเล่าในกลุ่มทำอาหารบนเฟซบุ๊ก รวมถึงกลับมาเล่าให้บอมฟัง ซึ่งบอมบอกว่าสมัยก่อนเมนูนี้แทบจะไม่มีข้อมูลในอินเทอร์เน็ต


“มาชะแมนเป็นสูตรแกงมัสมั่นซึ่งเก่าแก่ที่สุดที่พบในตอนนี้ ตีพิมพ์ในตำราอาหารของ หม่อมซ่มจีน ราชานุประพันธ์ ประมาณช่วง ร.ศ. 110 ผมเข้าใจว่าสูตรนี้น่าจะได้รับอิทธิพลจากทางเปอร์เซีย เพราะเครื่องแกงใช้วัตถุดิบที่พบได้ในเครื่องแกงแขกมากกว่าไทย เช่น ลูกผักชี อบเชย ใบกระวาน
“นอกจากนี้ กรรมวิธีการทำยังแตกต่างจากวิธีทำแกงอย่างไทย เช่น ต้องนำเนื้อไปทอดกับเนยให้เกรียมก่อนนำมาต้ม ซึ่งแปลกมาก เป็นวิธีที่ไม่ค่อยพบในการทำอาหารไทย และใส่เมล็ดอัลมอนด์ลงไปต้มด้วย ทำให้ได้รู้ว่าจริง ๆ บ้านเราบริโภควัตถุดิบจากเมืองนอกมานานแล้ว เจ๋งมากนะ แค่แกงถ้วยเดียวทำให้เราเห็นภาพประวัติศาสตร์มากมาย มาชะแมนเป็นเมนูแรก ๆ ที่ทำให้ผมเริ่มกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงที่เมนูนั้นเกิด”
‘ขนมดอกดิน’ เป็นอีกจานที่เราได้ชิม ลักษณะภายนอกคล้ายขนมเข่งสีม่วงโรยหน้าด้วยมะพร้าว เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบหนับผสมกับเนื้อมะพร้าวอ่อน ที่มาที่ไปของขนมนี้ คือมีเพื่อนคนหนึ่งโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า ตามหาร้านขายขนมดอกดินเพราะคุณย่าอยากกิน บอมไม่เคยได้ยินชื่อขนมนี้มาก่อนเลยเกิดความสนใจ ไปถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเพื่อน ก่อนออกเดินทางตามหา
บอมไปได้สูตรจากคนที่เคยทำขาย และไปเจอกับกลุ่มคนขายดอกดินทางออนไลน์ สุดท้ายเขาก็ทดลองทำขนมดอกดินออกมาให้คุณย่าของเพื่อนได้
“เพื่อนอัดคลิปคุณย่ามาให้เรา เป็นคลิปคุณย่าเล่าว่าขนมที่เราทำรสชาติเหมือนต้นฉบับที่คุณย่าเคยกิน และขอบคุณที่เราทำให้ได้กินขนมดอกดินอีกครั้ง”

ความหลงใหล
ตั้งแต่คำแรกที่เราได้แลกเปลี่ยนกับบอมจนถึงช่วงท้าย เราเห็นความอินในอาหารของบอมที่แผ่ออกมาทางแววตาพอ ๆ กับรอยยิ้ม ทำให้เราสงสัยว่า ถ้าเขาชอบอาหารขนาดนี้ ทำไมถึงไม่เป็นเชฟหรือทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอาหาร
“เป็นจุดยืนของผมที่จะแยกอาชีพออกจากความชอบ ผมสนุกกับการเป็นหมอนะ แต่ไม่ได้หลงใหลเหมือนที่ผมมีให้อาหาร ผมรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ความชอบกลายเป็นอาชีพ มันจะเริ่มไม่สนุก เพราะต้องทำเพื่อหาเงิน”
สมาชิกในครอบครัวบอมทุกคนต่างอยู่ในวงการข้าราชการ ไม่ว่าจะคุณตาหรือคุณลุงที่เป็นหมอ คุณยายที่เป็นพยาบาล หรือคุณแม่ที่เป็นพยาบาลก่อนเปลี่ยนมาเป็นครู บอมเลยได้คลุกคลีกับระบบราชการ และเลือกทำอาชีพแพทย์ซึ่งมั่นคง มีรายได้ไปทำสิ่งที่ชอบ เช่นการออกตามหาสูตรอาหารและเรียนรู้วิธีทำ
“เคยมีคนถามว่าคุณเป็นหมอ ทำไมไม่ทำอาหารเพื่อสุขภาพล่ะ” คำตอบของบอมคือ “แล้วมันอร่อยเหรอ” เขาหัวเราะเสียงใสและเล่าต่อว่า คนเป็นหมอถึงจะรู้ว่าทำอะไรแล้วดีต่อสุขภาพ แต่หมอก็เป็นเหมือนทุกคนที่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุข ซึ่งความสุขของบอมก็คือการกิน
“อาจไม่ถึงขั้นไปตะลุยกินนะ แต่เป็นการเดินทางไปตามหาอาหารที่ผมอยากกิน เช่น ผมชอบกินลาบเหนือมาก ผมจะเดินทางไปตามจังหวัดในภาคเหนือแล้วถามคนในพื้นที่ว่า ถ้าจะกินลาบเหนือต้องไปกินที่ไหน จะได้ร้านที่ไม่เคยอยู่ในรีวิว แต่เป็นร้านที่คนท้องถิ่นกินจริง ๆ แล้วเราก็จะได้รู้ว่าลาบเหนือที่เชียงใหม่ต่างจากที่ลำปางยังไง”
อนาคตของ ‘รสวันวาน’ อาจจะยังไม่ใช่การขยายเพจให้ใหญ่โต หรือมุ่งไปทางธุรกิจอาหารเต็มตัว บอมยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่สนุกกับการทำเพจ ยังมีเรื่องที่อยากเล่า มีของที่อยากมาทำให้ทุกคนชิม เจ้าตัวนึกเล่น ๆ ว่า ถ้าวันไหนเขาได้ลองทำแกงโบราณหรืออาหารหากินยากในยุคนี้ อาจทำใส่ถุงแล้วโพสต์ขายในเพจให้คนอื่นได้ชิมด้วย
ขณะที่คนทำเพจตั้งใจมอบความสุขให้คนอ่าน พาย้อนกลับไปหาความทรงจำที่มีค่า คนอ่านเองก็มอบสิ่งเดียวกันให้กับคนทำ บางคนขอบคุณที่บอมเขียนถึงเมนูนี้ เพราะทำให้เขานึกถึงคนที่เคยทำให้กินซึ่งไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว
“ตอนที่ผมส่งเรื่อง แคบหมูผัดน้ำพริกเผา มาที่ The Cloud มีคนที่ได้อ่านและทักมาในเพจผม ถามว่าคุณยายของผมใช่คุณยายสายหยุดไหม เขาบอกว่าอ่านแล้วจำได้ทันที และดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวคราวคุณยาย เพราะคุณยายเป็นเพื่อนกับคุณแม่เขาที่เสียไปแล้ว แล้วตอนเด็ก ๆ เขาเคยเป็นคนไข้ของคุณตา เป็นคนไข้คนแรกในโพธารามที่คุณตาผ่าตัดทอนซิลให้”
เมื่อการพูดคุยจบลง เราบอกลาบอมพร้อมท้องที่อิ่มอาหาร สมองที่อิ่มข้อมูลและความรู้สึก แม้ว่าเราจะทำอาหารไม่เป็น แต่หลังจากการสนทนาในครั้งนี้ เราคงได้เริ่ม ๆ มองมันบ้างแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะได้สร้างสูตรอาหารที่กลายเป็นความทรงจำล้ำค่าเหมือนเช่นที่บอมทำก็เป็นได้

Facebook : รสวันวาน
