เมฆอึมครึมปกคลุมตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน จนกระทั่งรถตู้เลี้ยวเข้าสู่ ‘หมู่บ้านสุขสำราญ’ ฝนจึงเริ่มตกปรอย ๆ
บ้านหลายหลังเรียงรายขนาบข้างถนน แม้แต่ละหลังจะหน้าตาคล้ายกัน แต่บางหลังมีไม้เลื้อยปกคลุมตัวบ้าน บางหลังปลูกไม้ประดับและผักสวนครัวที่หน้าบ้าน บางหลังมินิมอลสะอาดตาโชว์ให้เห็นบ้านทั้งหลัง แล้วรถของเราจอดลงที่หน้าบ้านซึ่งประดับด้วยพุ่มเฟื่องฟ้า มีป้ายเล็ก ๆ ติดไว้ว่า ‘MOLLY’
ทันทีที่ลงจากรถ บิ๋ม-อินธอร อังศวานนท์ อดีตโปรดิวเซอร์โฆษณา ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ยิ้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ก่อนที่เธอและ ก้านยาว ลูกชายพันธุ์คอร์กีตัวกลมจะนำทางเราไปนั่งสนทนากันที่ ‘DOLLY’ บ้านอีกหลัง ซึ่งใช้เวลาเดินจากบ้าน MOLLY เพียงนาทีเดียว

บ้านพักตากอากาศในวัยเด็ก
Molly Beach House และ Dolly Beach House by Yudee Assets เป็นบ้านพักตากอากาศ 2 หลังที่ตั้งชื่อตามปลามอลลีและดอร์ลี บิ๋มเรียกบ้าน 2 หลังนี้ว่า Beach House ไม่ใช่พูลวิลล่า เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าที่นี่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่เป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสุขสำราญ หมู่บ้านติดทะเลใจกลางหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ส่วน Yudee Assets (อยู่ดี แอสเซท) เป็นชื่อแสนเรียบง่ายที่บิ๋มตั้งขึ้นมา และเป็นแนวคิดหลักของการทำที่พักที่อยากให้ผู้เข้าพักอยู่แล้วดี มีความสุข
ก่อนจะมี Molly และ Dolly บิ๋มบอกว่าปกติครอบครัวเธออาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ตอนหมู่บ้านนี้เพิ่งสร้างเสร็จประมาณปี 1980 พ่อและแม่ของเธอซื้อบ้านหลังหนึ่งเอาไว้สำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศ ด้วยความที่พวกท่านชอบพื้นที่แถวหัวหินเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะแวะมาพักอยู่ที่บ้านหลังนั้น หรือพาครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้าในวันหยุดยาว เด็กหญิงบิ๋มจึงมีความทรงจำดี ๆ กับหมู่บ้านนี้ด้วยเช่นกัน
บิ๋มเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ และไปเรียนต่อด้าน Art and Design ที่ประเทศอังกฤษเพราะชอบศิลปะ เธอจึงยังไม่ได้กลับมาหัวหิน ระหว่างนั้นมีบ้าน 2 หลังในหมู่บ้านประกาศขาย แม่ของเธอจึงตั้งใจซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ไม่โปรโมตที่ไหน นาน ๆ ทีจะมีคนมาขอเช่าเป็นระยะเวลาสั้น ๆ
เวลาผ่านไป 10 กว่าปี มีคนมาเช่าน้อยลง บิ๋มที่ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์โฆษณาที่ Obk Studio อยู่ในขณะนั้น จึงตัดสินใจออกจากงานประจำมารีโนเวตบ้านเก่า 2 หลังให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงออกจากงานมาทำบ้านล่ะ – เราถามเธอไปตรง ๆ
“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ เราสนุกมากเลยเวลาอยู่กองถ่าย เพื่อนร่วมงานก็ดี สภาพแวดล้อมก็ดี แต่พออายุมากขึ้น เริ่มใช้ชีวิตแบบที่ต้องตื่นตี 3 – 4 ไปกองถ่ายไม่ค่อยได้แล้ว” เธอเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ
รีโนเวตใหม่ คงกลิ่นอายเดิม
กฎข้อหนึ่งของหมู่บ้านนี้ คือห้ามเปลี่ยนแปลงภายนอกตัวบ้าน ทำให้บ้าน Molly และ Dolly ยังหน้าตาเหมือนเมื่อปี 1980 ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ภายในเป็นการทำใหม่ทั้งหมด โดยยังคงสไตล์จี๊ดจ๊าดของยุค 80 เอาไว้
“เราต้องการให้คนที่มาพักรู้สึกตื่นเต้น เพราะเขาไม่ได้มาอยู่นานเป็นเดือน การที่เราทำบ้านให้มีสีสัน บ้านจะมีความสนุกสนาน ป้ายเล็ก ๆ ที่มีติดไว้ในบ้านก็เพื่อให้มีความขี้เล่นนิด ๆ”


พอได้เดินสำรวจบ้าน Molly เราถึงเข้าใจ การตกแต่งที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ดีเทลน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่ ตั้งแต่ใกล้ทางเข้ามีป้ายเขียนว่า ‘PET-FRIENDLY – Dogs are your best friends, but we apologize, snakes and gorillas can’t joint the party!’
การออกแบบแต่ละห้องคิดและเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งวัสดุ คู่สีที่ใช้ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายยุค 80 ทำให้บ้านออกมาสดใส มีชีวิตชีวาไปทั้งหลัง


เมื่อเปิดเข้ามาในบ้านจะสะดุดตากับโต๊ะทานอาหารและเก้าอี้ทรง Cantilever Chair ที่มีสีใสทั้งเซต ดูเก๋ เท่ และน่ารักในเวลาเดียวกัน ข้าง ๆ กันเป็นห้องครัวแบบบาร์ไอซ์แลนด์ มีเครื่องครัวครบครัน มีเก้าอี้บาร์ทรงเก๋ (อีกแล้ว) ไว้ให้นั่งพูดคุยกันระหว่างทำอาหาร
ที่นี่มีถึง 3 ห้องนอนด้วยกัน เป็นห้องเตียงเดี่ยว เตียงคู่ และ Family Bedroom ห้องนอนใหญ่เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มาแฮงก์เอาต์ มีหน้าต่างที่มองออกไปเป็นวิวหมู่บ้านแสนสงบ ตัดกับสีสันจัดจ้านภายในบ้าน หรือจะเดินออกไปสูดอาการบริสุทธิ์ยามเช้าที่ระเบียงก็ได้ แต่ต้องคอยระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กด้วยล่ะ (ตรงนี้ก็มีป้ายเตือนน่ารัก ๆ ไว้เหมือนกัน)

อีกความน่าสนใจคือบ้าน Molly มีห้องนั่งเล่นอยู่ชั้น 2 ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Chrome เงาวับที่ฮิตในยุค 80 สะท้อนกับกระเบื้องสลับลายเพิ่มความสนุก เหมาะที่จะหากิจกรรมมาทำร่วมกันยามค่ำ หรือจะนั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวีด้วยกันก็ยังได้


ห้องสุดท้ายที่สวยที่สุดของบ้านคือห้องน้ำบริเวณชั้น 1 เบื้องหลังประตูสีแดงสดนี้คือ ‘Happy Onsen’ ห้องน้ำที่มีอ่างเทอร์ราซโซรูปหัวใจขนาดยักษ์ ล้อมไปด้วยกระจกสะท้อนสีชมพู สวยจนอยากอยู่ในห้องนี้ทั้งวัน ถ้าเหนื่อยจากการทำกิจกรรมมาแล้วได้กลับมานั่งแช่น้ำอุ่น ๆ กลิ่นหอม ๆ เท่านี้ก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
ถัดมาคือบ้าน Dolly บิ๋มบอกว่าอยากให้บ้านหลังนี้มีต้นมะพร้าวหวายแบบที่บ้านของเธอเคยมีตอนเด็ก ๆ แต่ตอนนี้แทบไม่มีให้เห็นแล้ว



“วันหนึ่งเราไปเจอต้นมะพร้าวหวายที่ร้านขายของวินเทจในตึกแดงวินเทจ จตุจักร เรารีบแบกกลับมาเลย แล้วก็บอกกับนักออกแบบว่าบ้านนี้ต้องมีต้นนี้อยู่” เธอกับนักออกแบบเห็นตรงวันว่าบ้านหลังนี้ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหวาย แล้วเรียกเป็นชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า บ้านหวาย แม้แต่เก้าอี้ที่เรานั่งสนทนากันอยู่ตอนนี้ก็เป็นเก้าอี้หวายเหมือนกัน



สัดส่วนและแบบห้องที่นี่จะคล้ายกับ Molly แต่ห้องนั่งเล่นของบ้านหลังนี้อยู่ชั้น 1 ส่วนชั้น 2 และ 3 เป็นห้องนอน ความพิเศษคือมี Master Bedroom เป็นเตียงหวายสาน กระเบื้องลายหิน ต้นไม้สีเขียวจากด้านนอก และม่านพัดเมื่อมีลมโกรกให้ความรู้สึกราวกับอยู่ฮาวาย และห้องนี้ยังมีระเบียงกว้างพอที่จะพากันมานั่งจิบกาแฟยามเช้าด้วย
ด้วยความที่แต่ละห้องใช้เฟอร์นิเจอร์หวายทั้งหมด ทำให้บรรยากาศในบ้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และมีความเป็นผู้ใหญ่ แตกต่างจากบ้าน Molly ที่จี๊ดจ๊าดถึงใจ เป็นความตั้งใจของเจ้าของบ้านที่อยากให้บ้านแต่ละหลังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

เช่นเดียวกันกับบ้านอีกหลังของ Yudee Assets ที่เริ่มต้นมาพร้อม ๆ กันแต่ยังไม่เสร็จดี นั่นคือ Mahi Mahi Beachfront Villa บ้านพักตากอากาศริมหาดปึกเตียน จังหวัดเพชรบุรี
เมื่อ 30 ปีก่อนบ้านหลังนี้มีชื่อเล่นว่า ‘บ้านเกล็ดปลา’ เพราะมีผนังบ้านทั้งหลังเป็นลายเกล็ดปลาสีขาว ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ จรูญ อังศวานนท์ นักออกแบบภายในหรือคุณลุงของเธอเอง บิ๋มเอาไอเดียเกล็ดปลานี้มาตั้งเป็นชื่อบ้านเป็นปลา 3 ชนิดที่มีเสียงคล้องกัน คือ Molly, Dolly และ Mahi Mahi
“เพราะมันน่าจะเอามาทำอาร์ตเวิร์กสวยดี” เธออธิบายเหตุผลแบบติดตลก แต่หมายความตามนั้นจริง ๆ
อยู่ดีมีสุข
Stay Happy, Happy Stay
เป็นสโลแกนที่บิ๋มตั้งใจให้เป็นแนวคิดของบ้านทุกหลังตามชื่อ Yudee Assets
“เราอยากให้บ้านทุกหลังที่อยู่ภายใต้ Yudee Assets มีจุดยืนเดียวกัน คือความเป็นอยู่ที่ดี อยู่แล้วสุขกาย สุขใจ
“สุขใจ คือเวลาที่เราไปเที่ยวกันหลาย ๆ คน ต้องเป็นคนที่ถูกต้อง ไปกับครอบครัวที่เรารัก ไปกับเพื่อนสนิท ฉะนั้น บ้านที่เราทำต้องทำให้สุขกาย ให้กลุ่มคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงการอยู่แล้วสบาย ห้องนอนต้องมืดสนิท เตียงนอนสบาย แอร์เย็น น้ำแรง สบู่และแชมพูกลิ่นหอมคุณภาพดี มีไดร์เป่าผม จะไปว่ายน้ำก็มีผ้าเช็ดตัว ถ้าฝนตกก็มีร่มเตรียมไว้ให้ เราเลือกมาแต่ของดี แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราคิดถึงคนที่มาพักว่าอยู่แล้วต้องไม่ติดขัด แบบนั้นถึงจะเรียกว่าอยู่ดี”

Molly และ Dolly มีทีวีบ้านละ 1 เครื่อง เพราะบิ๋มอยากให้คนมาพักได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าอยู่ห้องใครห้องมัน ส่วนห้องครัวก็มีของจำเป็นมาให้พร้อม เหมาะสำหรับการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร หรือถ้าไม่สะดวก ใกล้ ๆ หมู่บ้านก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ช้อป หรืออยากหาร้านอาหารอร่อย ๆ ในหัวหินก็มีเพียบ
ที่สำคัญ ทั้ง Molly และ Dolly ยังต้อนรับน้องหมาขนาดเล็กถึงกลาง
“เราเองก็เป็นแม่หมา บางทีไปเที่ยวนาน ๆ ก็คิดถึงเขา แล้วหัวหินไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก เป็นโอกาสของคนมีสัตว์เลี้ยงที่พาลูก ๆ ขึ้นรถมาเที่ยวด้วยกันได้”
โฮ่ง!
เจ้าก้านยาวส่งเสียงเตือนว่าเราใช้เวลาพูดคุยกันมากเกินไปแล้ว
หลังสนุกกับสำรวจบ้านทั้ง 2 หลัง เผลอแป๊บเดียวก็ตกเย็น ฝนยังไม่ยอมหยุดง่าย ๆ แต่มาหัวหินทั้งที ขอไปเดินเล่นริมหาดทรายสักหน่อย ไม่มีอะไรห้ามเราได้ ว่าแล้วก็หยิบร่มที่บิ๋มเตรียมไว้ให้แล้วไปเดินเล่นกัน!

3 Things you should do
at Molly & Dolly Beach House

01
ลองชวนคนที่มาด้วยทำอาหารมื้อพิเศษ

02
ลองแวะไปเล่นเครื่องเล่นที่สวนน้ำ Vana Nava Water Jungle

03
ลองไปเดินเล่นที่หมู่บ้านศิลปิน ชม ช้อป งานศิลป์จากศิลปินหัวหิน




