14 กันยายน 2024
1 K

หลังการค้นพบผลงานเหรียญสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 (Pius XII) ที่เป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี แล้ว ผู้เขียนพยายามรวบรวมรูปแบบของ ‘เหรียญด้านหลัง’ ที่ ศิลป์ พีระศรี ทำขึ้นในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 1950 เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบทางศิลปกรรมและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ ซึ่งผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาโดยเฉพาะ อันแตกต่างไปจากเหรียญที่ระลึกประเภทอื่น ๆ

ตัวอย่างของเหรียญด้านหลังรูปแบบต่าง ๆ ที่ ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ไว้บนเหรียญสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 (Pius XII)

จากการค้นคว้า ทำให้พบเหรียญเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดหนึ่ง สำหรับจำหน่ายเป็นที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวและผู้มาจาริกแสวงบุญที่นครรัฐวาติกัน โดยบางเหรียญมีรูปแบบเหมือนกับผลงานบนเหรียญด้านหลังที่ ศิลป์ พีระศรี ทำไว้เมื่อคราวฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 1950 และบางเหรียญมีลักษณะและรูปแบบของ Florentine Style คล้ายกับผลงานเหรียญที่ Prof. C. Feroci เคยทำไว้ในอดีต 

(ซ้าย) St.Peter & St.Paul ด้านหลังเหรียญ Pius XII, (ขวา) เหรียญที่ระลึก St.Paul จากนครรัฐวาติกัน
ลายกรอบรอบวงทอนโด (Tondo) รูปแบบเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่าง Della Robbia แห่งฟลอเรนซ์ นิยมทำประติมากรรมกระเบื้องเคลือบดินเผา (Ceramic) เป็นลวดลายมาลัยพฤกษามาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองส์
(ซ้าย) เหรียญตราสัญลักษณ์หอการค้าฯ แห่งฟลอเรนซ์ Camera di Commercio di Firenze, (ขวา) ประติมากรรมทอนโด (Tondo) ทำจากกระเบื้องเคลือบดินเผาเป็นตราสัญลักษณ์ของ Arte della Lana (สมาคมฯ ผ้าขนแกะแห่งฟลอเรนซ์) เป็นรูปพระเมษโปดก Agnus Deī ยืนถือธงรูปไม้กางเขน อยู่ภายในวงพวงหรีดลูกไม้และพรรณพฤกษา, ฝีมือสกุลช่าง Della Robbia

โดยเหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้มีลักษณะเป็นเหรียญที่แสดงเนื้อหาเพียงด้านเดียว (เหรียญหน้าเดียว) ส่วนมากเป็นเหรียญที่แสดงรูปของนักบุญ (Saint) องค์ต่าง ๆ เหรียญพระแม่มารีย์ เหรียญแสดงเรื่องราว หรือเหตุการณ์ที่บันทึกอยู่ใน พระคัมภีร์ไบเบิล เหรียญแสดงหลักคำสอน และความเชื่อทางคริสต์ศาสนา (โรมันคาทอลิก) ตลอดจนเหรียญที่มีผลงานของศิลปินชั้นครู (Master Artists) อย่าง มิเกลันเจโล (Michelangelo), ราฟาเอล (Raphael) เป็นต้นแบบ และเหรียญที่รังสรรค์ขึ้นจากผลงานภาพเขียนเนื่องในคริสต์ศาสนาของศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น มูริโย (Murillo), ฟรา บาร์โทโลมิโอ (Fra Bartolommeo), คาร์โล ดอลชี (Carlo Dolci) อันเป็นสิ่งที่ ศิลป์ พีระศรี ประติมากรผู้มีความแม่นยำในเรื่องสัดส่วน (Proportion) เคยรังสรรค์ไว้บนเหรียญที่ระลึก เมื่อคราวฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 1950 

ผลงานภาพเขียน Assumption of the Virgin (ปี 1516 – 1518) ของ ทิเชียน (Titian หรือ Tiziano Vecellio, ปี 1488 -1576) ประดับอยู่เหนือแท่นบูชาใน Basilica di Santa Maria Gloriosa dei Frari เมืองเวนิส ที่ ศิลป์ พีระศรี นำมาแสดงเป็นเนื้อหาบนเหรียญที่ระลึก (ปี 1950) เกี่ยวกับคำประกาศของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 (Munificentissimus Deus) “…ให้สันนิษฐานว่าทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของพระมารีย์ได้ถูกยกขึ้นสู่สวรรค์”

ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายแรกของการสร้างสรรค์เหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเหรียญด้านหลัง ในบทบาทที่เน้นการแสดงเนื้อหาและความหมายทางศาสนาของพระศาสนจักรเป็นสำคัญ ทำให้ผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้ขาดความโดดเด่น และมีรายละเอียดแตกต่างไปจากผลงานเหรียญที่ระลึกของ ศิลป์ พีระศรี ที่เราเคยพบเห็นทั่วไป

 (ซ้าย) เหรียญนักบุญเปโตร เปรียบเทียบกับรูปปั้นที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์, (ขวา) เหรียญนักบุญเปาโล และรูปปั้นที่หน้ามหาวิหารเซนต์พอลนอกกำแพง (Basilica of Saint Paul Outside the Walls) 

พระเยซูเจ้าทรงสถาปนาคริสตจักรของพระองค์บนศิลา (Simeon Petrus) ซึ่งหมายถึง นักบุญเปโตร (St.Peter) ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของศาสนจักร และเป็นผู้ถือกุญแจแห่งสวรรค์ สัญลักษณ์อันทรงพลังที่พระคริสต์ได้ประทานให้ ส่วน นักบุญเปาโล (St.Paul) คือผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง (The Apostle of Gentiles) ดาบและพระคัมภีร์ เป็นสื่อแทนการประกาศพระกิตติคุณ และแสดงถึงการเป็นนักรบฝ่ายจิตวิญญาณ สัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ศรัทธาอันแน่วแน่ 

นักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลเปรียบเสมือนฐานรากของพระศาสนจักร เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อพระคริสต์ศาสนา ท่านต้องเผชิญกับการเบียดเบียน (Persecution) ในสมัย จักรพรรดิแนโร (Nero, ปี 54 – 68) แม้จะต้องทนกับความทุกข์ทรมาน แต่ศรัทธาของพวกท่านไม่เคยหวั่นไหว คำสอนเหล่านั้นยังคงได้รับการเผยแผ่ให้แก่คริสตชนมาจนถึงทุกวันนี้

ตัวอย่างผลงานเหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี

เมื่อศึกษาพิจารณาในรายละเอียดแล้ว ผลงานเหรียญที่ระลึกเหล่านี้มีลักษณะและระเบียบทางศิลปะบางประการที่แสดงออกให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันในด้านรูปแบบและการจัดวางองค์ประกอบที่กลมกลืนกันค่อนข้างจะชัดเจน แต่เนื่องด้วยผลงานเหรียญที่ระลึกในคริสต์ศาสนาที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือการรังสรรค์ของ ศิลป์ พีระศรี นั้นไม่ปรากฏว่ามีการลงชื่อของท่านกำกับไว้บนเหรียญ ผู้เขียนจึงต้องอาศัยวิธีเปรียบเทียบรูปแบบกับผลงานของท่านในอดีต เพื่อช่วยจำแนกอัตลักษณ์และลักษณะทางฝีมือในเชิงศิลปะให้เห็น ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดบ้าง อันเป็นธรรมดาสามัญของกระบวนการศึกษา 

เหรียญที่ระลึกพิธีศีลกำลัง (Confirmation)

พระสังฆราช (Bishop) วางมือลงบนศีรษะเพื่อประทานพรที่ได้รับจากพระจิต และเจิมหน้าผากด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (Chrism) เพื่อยืนยันความเชื่อและเสริมสร้างพลังให้ผู้รับศีล มีกำลัง และพร้อมสำหรับการต่อสู้ทางจิตวิญญาณตามแนวทางของพระคริสต์ตลอดไป

(ซ้าย) ผลงานแผ่น Plate เกี่ยวกับคริสต์ศาสนาของ C. Feroci, (ขวา) เหรียญที่ระลึกเนื่องในศาสนาของพระศาสจักรเกี่ยวกับศีลศักดิ์สิทธิ์

  ศิลป์ พีระศรี ถ่ายทอดความหมายของพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยการจัดวางองค์ประกอบและรายละเอียดของเนื้อหา ผ่านทักษะอันยอดเยี่ยมของท่าน นกพิราบที่อยู่ด้านบนเป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) มีลายเส้นสถาปัตยกรรมภายในโบสถ์บริเวณ Chancel-Arch เป็นฉากหลัง และบาทหลวงที่ยืนถือภาชนะใส่น้ำมันคริสมา สำหรับใช้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ร่วมเป็นพยาน

ศีลกำลัง เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยยืนยันศรัทธาอันแน่วแน่แห่งจิตวิญญาณ เพื่อมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิตตามคำสอนทางคริสต์ศาสนา เหรียญที่ระลึกเนื่องในคริสต์ศาสนาของพระศาสจักร แห่งนครวาติกันเหรียญนี้ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยยืนยันและสนับสนุนข้อสันนิษฐานของผู้เขียน เกี่ยวกับผลงานเหรียญที่ระลึกชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ จึงมั่นใจได้ว่าเหรียญที่ระลึกเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาชุดนี้น่าจะเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงปี 1950 – 1960 เพื่ออุทิศให้กับพระศาสนจักร 

เหรียญพระแม่มารีย์ แห่งลูร์ด (Notre-Dame de Lourdes)

(ซ้าย) Plaque Mold รูป Notre-Dame de Lourdes (พระแม่แห่งลูร์ด) ผลงานของ C. Feroci, (ขวา) เหรียญที่ระลึกพระแม่แห่งลูร์ด (Our Lady of Lourdes) ที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระศาสนจักร

เรื่องราวของ เด็กหญิงเบอร์นาเด็ตต์ (Bernadette) ที่พบการปรากฏกายของพระแม่มารีย์ในถ้ำ Massabielle ที่เมืองลูร์ดของฝรั่งเศส ในปี 1858 หลังการออกประกาศของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 เรื่องการปฏิสนธินิรมล (Immaculate Conception) เพียง 4 ปี และวาจา ฉันคือการปฏิสนธินิรมล ของพระแม่ในการเสด็จมาให้ประจักษ์ที่ลูร์ดนั้น เหมือนเป็นการประกาศความถูกต้องและยืนยันความเชื่อของพระศาสนจักร

เหรียญพระแม่แห่งสายประคำแห่งปอมเปอี (Our Lady of the Rosary of Pompeii)

ปลายปี 1875 Bartolo Longo (ปี 1841 – 1926) ฆราวาสโดมินิกันชั้นสาม (Dominican Tertiary) ได้รับภาพวาด Our Lady of the Rosary of Pompeii ที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่าในนาโปลี ภาพวาดพระแม่แห่งสายประคำได้รับการซ่อมแซมจากศิลปินสมัครเล่น และนำประดับไว้ในโบสถ์เมื่อต้นปี 1876 กระทั่งปาฏิหาริย์จากภาพวาดพระแม่สร้อยประคำเริ่มเป็นที่กล่าวขาน ผู้แสวงบุญจำนวนมากจึงเดินทางมาที่โบสถ์แห่งนี้

ปี 1965 ภาพพระแม่แห่งสายประคำแห่งปอมเปอีได้รับการบูรณะ โดยคณะทำงานจากวาติกัน สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 (Paul lX) ทรงประทานพิธีประดับมงกุฎอันศักดิ์สิทธิ์ (Canonical Coronation) ลงบนภาพเขียนนี้ ให้แก่พระแม่และพระกุมารเยซูด้วย 

(ซ้าย) ภาพวาด Our Lady of the Rosary of Pompeii ที่ประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาใน Pontifical Shrine of the Blessed Virgin of the Rosary of Pompeii, (กลาง) เหรียญที่ระลึกพระแม่แห่งสายประคำแห่งปอมเปอี, (ขวา) Plaque Mold ‘Maria SS. del Rosario Pompei’ ผลงานของ Prof. C. Feroci

ภาพแสดงเหตุการณ์ขณะที่พระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู (Virgin Mary & Child Jesus) ประทานสร้อยประคำให้แก่ นักบุญโดมินิก (St.Dominic) และ นักบุญแคทเธอรีนแห่งเซียน่า (St.Catherine of Siena) ที่นั่งคุกเข่าอยู่ในเครื่องแต่งกายแบบนักบวชโดมินิกัน (Dominican)

เหรียญนักบุญจอร์จ (Saint George)

ปี 303 จักรพรรดิดิออเกลติอานุส (Diocletianus, ปี 244 – 311) ออกประกาศให้กําจัดคริสตศาสนิกชนทั่วจักรวรรดิโรมัน และบังคับให้ทหารในกองทัพนับถือบูชาเทพเจ้า แต่นายทหารอย่าง นักบุญจอร์จ ปฏิเสธที่จะทําตามคําสั่ง และสารภาพว่าตนเองนั้นนับถือศาสนาคริสต์ จึงทําให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิต นักบุญจอร์จเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความเคารพนับถือและยกย่องเป็นพิเศษในฐานะนักบุญทางทหาร สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและการอุทิศตน

(ซ้าย) ผลงาน St.George and the Dragon (ปี 1506) ของราฟาเอล และเหรียญ San Giorgio (นักบุญจอร์จ) ฝีมือ Prof. C. Feroci ที่ทำขึ้นเนื่องในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 1925 (จากแค็ตตาล็อก ของ SAF), (ขวา) St.George and the Dragon (ปี 1503 – 1505) ผลงานของราฟาเอล และเหรียญ St.George (ปี 1950) ของ ศิลป์ พีระศรี (ในนามของ R. Ricci – Firenze)

ผลงานภาพเขียน Saint George and the Dragon ทั้ง 2 ชิ้นของราฟาเอลนั้น วาดขึ้นจากตำนานของชาวคริสต์ที่แต่งเสริมขึ้นมาภายหลังเกี่ยวกับ The Dragon of Silene เป็นเรื่องนักบุญจอร์จ ทหารโรมันที่มีความเชื่อแบบคริสเตียนขี่ม้าไปยังเมือง Silene เพื่อปลดปล่อยชาวเมืองจากการคุกคามของมังกร และปกป้องเจ้าหญิงที่เป็นธิดาของกษัตริย์นอกรีต 

ฉากปราบมังกร ถือเป็นตอนสำคัญของเรื่องเล่าที่นิยมนำมาถ่ายทอด ภาพของนักบุญจอร์จในชุดอัศวินขณะอยู่บนหลังม้ากำลังใช้หอกสังหารมังกรนั้น แสดงถึงชัยชนะของความดีเหนือความชั่ว

(ซ้าย) เหรียญที่ระลึกของกองทหารราบที่ 156 ในสมรภูมิ Monte San Michele ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ผลงานของ Giuseppe Cassioli (ผู้เปรียบเสมือนเป็นอาจารย์ของ ศิลป์ พีระศรี), (ขวา) เหรียญรูป St.George ที่ประดับอยู่บนเหรียญเกียรติยศรูปกางเขน Maltese ผลงานของ Prof. C. Feroci 

นักบุญจอร์จกลายเป็นแสงสว่างนำทางสำหรับนักรบในภารกิจศักดิ์สิทธิ์ช่วงสงครามครูเสด (Crusades) ตำนานที่กล้าหาญกลายเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะแห่งศรัทธาเหนือความชั่วร้าย อันเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่ศรัทธามานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะเหล่าทหารหาญและผู้ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และความท้าทายจากอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต

เหรียญพระแม่แห่งนกโกลด์ฟินซ์ (Madonna of the Goldfinch)

Madonna of the Goldfinch เป็นภาพเขียนที่แสดงสุนทรียศาสตร์อันโดดเด่นของราฟาเอล ใช้การจัดวางองค์ประกอบหลักอยู่ในรูปสามเหลี่ยม และการจัดวางท่าทางของบุคคลทั้ง 3 ในภาพให้แสดงความใกล้ชิดและสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งผ่านบทสนทนาทางอารมณ์ ด้วยลักษณะใบหน้าที่อ่อนหวานของพระแม่ ตลอดจนภาพทิวทัศน์ที่เหมือนจริงของฉากหลัง

(ซ้าย) ผลงาน Madonna of the Goldfinch (ปี 1505 – 1506) ของ Raphael, (ขวา) เหรียญที่ระลึกที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือ ศิลป์ พีระศรี

พระแม่มารีย์ประคองนักบุญยอห์นที่ถือนกโกลด์ฟินซ์ (สัญลักษณ์ของความทุกข์ทรมานทางร่างกายและจิตใจของพระเยซูก่อนจะถูกตรึงกางเขน) อยู่ในมือ และพระกุมารเยซูกำลังยื่นมือไปลูบหัวนกโกลด์ฟินซ์ ในท่ายืนทิ้งน้ำหนักแบบ Contrapposto เอนกายพิงพระแม่ ขณะที่เท้าอีกข้างสัมผัสอยู่บนเท้าของพระแม่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความรักของพระแม่ต่อเด็กทั้งสอง ส่วนอาภรณ์บนองค์พระกุมารเยซูที่ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกนั้น อาจเป็นสิ่งที่ทางศาสนจักรต้องการให้ปกปิดไว้

ผลงานภาพเขียนรูปเทวดาในภาพ Sistine Madonna (ปี 1512 – 1514) ของราฟาเอล และเหรียญที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี

ภาพ The Sistine Madonna (ปี 1513 – 1514) ของราฟาเอล (Raffaello Sanzio da Urbino, ปี 1483 – 1520) ศิลปินคนสำคัญแห่งยุคเรอเนสซองส์ เป็นผลงานรูปพระแม่มารีย์ชิ้นสุดท้ายที่ราฟาเอลสร้างสรรค์ไว้ให้กับพระศาสนจักร ซึ่งมีรูป Cherub หรือเทวดาน้อยมีปีก (Putti) อยูที่บริเวณส่วนล่างของภาพ และเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นของภาพนี้ ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของเครูบที่ ศิลป์ พีระศรี นำมารังสรรค์ไว้บนเหรียญที่ระลึกด้วย

เหรียญพระนางมารีย์ ผู้ปฏิสนธินิรมล (Our Lady of the Immaculate Conception)

ปี 1854 สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 ออกประกาศความเชื่อเรื่องการปฏิสนธินิรมล (Immaculate Conception) ของพระนางมารีย์พรหมจารี หรือการปฏิสนธิของพระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์โดยปราศจากบาปดั้งเดิม อันถือเป็นข้อยุติของความเชื่อตามธรรมเนียมที่ถือกันมาหลายศตวรรษ

หลักคำสอนของการปฏิสนธินิรมล กำหนดความเชื่อของคาทอลิกว่า พระนางมารีย์ทรงถือกำเนิดมาโดยไม่มีบาป แม้จะกำเนิดจากพ่อแม่ของเธอ (St.Joachim & St.Anne) แต่ก็ยังปราศจากมลทินของบาปดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มของการปฏิสนธิ การชำระและพิทักษ์พระแม่ให้บริสุทธิ์นั้นก็เพื่อสร้างบทบาทอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางในฐานะมารดาของพระคริสต์แห่งพระศาสนจักร

ภาพเขียนการปฏิสนธินิรมลของพระแม่มารีย์ของ Murillo และผลงานเหรียญของ C. Feroci

บาร์โตโลเม เอสเตบัน มูริโย (Bartolomé Esteban Murillo, ปี 1618 – 1682) จิตรกรชาวสเปน ผู้สร้างผลงานภาพเขียนเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาอันยิ่งใหญ่แห่งยุคบาโรก (Baroque) โดยเฉพาะภาพการปฏิสนธินิรมลของพระนางมารีย์ในรูปลักษณ์หญิงสาวผู้สวยงาม แลดูอ่อนหวาน ประทับยืนอยู่บนบัลลังก์เมฆและพระจันทร์เสี้ยว โดยมีเด็ก ๆ ที่แสดงอิริยาบถเหมือนลูก ๆ รายล้อมอยู่

ภาพ The Aranjuez Immaculate Conception (ปี 1675 – 1680) ของมูริโย และผลงานเหรียญฝีมือ ศิลป์ พีระศรี

พระนางมารีย์ที่ปรากฏอยู่บนผลงานภาพเขียนการปฏิสนธินิรมลที่มูริโยวาดให้โบสถ์ San Antonio de Padua ในเมืองอารันเควซ (Aranjuez) ของสเปนนี้ ถือเป็นภาพที่แสดงสุนทรียศาสตร์แห่งความงามของพระแม่ที่แลดูสง่างามที่สุดในผลงานของมูริโย และยังถ่ายทอดความรู้สึกของการถูกยกขึ้นสู่สวรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย ปัจจุบันภาพ The Aranjuez Immaculate Conception เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติปราโด (Museo del Prado) 

เหรียญนักบุญแอนโธนี (Saint Anthony)

นักบุญแอนโธนี (Anthony, ปี 1195 – 1231) แห่งปาดัว (Padua) เป็นนักบุญคาทอลิกที่ได้รับการยอมรับและความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องการเทศนาที่แสดงผ่านความรู้และความเข้าใจอันถ่องแท้ใน พระคัมภีร์ ท่านเข้าร่วมกับคณะฟรานซิสกัน (Franciscan) ที่ก่อตั้งโดย นักบุญฟรานซิส (Saint Francis) แห่งอัสซีซี (Assisi) 

ท่านได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญในปี 1232 โดย สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 (Gregory IX) และในปี 1946 สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ประกาศยกย่องให้นักบุญแอนโธนีเป็นนักปราชญ์แห่งคริสตจักร (Doctor of the Church)

(ซ้าย) บล็อกเหรียญที่ระลึก St.Anthony ของ SAF ผลงาน C. Feroci, (กลาง) ภาพ The Vision of Saint Anthony of Padua ของมูริโย, (ขวาบน) เหรียญที่ระลึกนักบุญฟรานซิส แห่งอัสซีซี ฝีมือ ศิลป์ พีระศรี (ปี 1950), (ขวาล่าง) เหรียญที่ระลึกนักบุญแอนโธนีที่สันนิษฐานว่ารังสรรค์ขึ้นใหม่

ภาพ The Vision of Saint Anthony of Padua ของมูริโย แสดงภาพลักษณ์ของนักบุญแอนโทนีขณะอุ้มพระกุมารเยซู อันเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง ส่วนการโกนศีรษะ Tonsure แบบโรมันของนักบุญฟรานซิสและนักบุญแอนโธนี เป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศตนทางศาสนา 

Jesus

เหรียญที่ระลึกจากนครรัฐวาติกัน (ปี 1950) แสดงพระพักตร์ของพระเยซู สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี เปรียบเทียบกันในรายละเอียดกับผลงาน Sacred Heart of Jesus (รูปกลาง) ที่ทำขึ้นประมาณปี 1925
ศิลป์ พีระศรี (ปี 1932) ในฐานะ Godfather (พ่ออุปถัมภ์หรือพ่อทูนหัว) ในพิธีบัพติศมา (Baptism) ให้ลูกชายของ Eduardo Sparrotti (ผู้ออกแบบก่อสร้างอารามพระหฤทัย) โดยมี บาทหลวงเลออง-ฟรองซัวส์ แปร์รูดง (Léon- François Perroudon) เป็นผู้ทำพิธีล้างบาปให้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 1932 แต่ดูจากรูปแบบของอาคารที่ปรากฏเป็นฉากหลังของภาพนี้แล้ว สันนิษฐานว่ารูปนี้อาจจะถ่ายที่อารามพระหฤทัยคลองเตยที่ เอโดราโด สปารอตตี เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง และมีพิธีเสกอารามเมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 1932 ซึ่งขณะนั้นคุณพ่อแปร์รูดงเป็นพระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาปของภคินี
ภาพ : Facebook Puttipong Puttansri

ศีลล้างบาป (Baptism)

เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ศีลแรกของชาวคาทอลิก สัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณที่จะช่วยขจัดบาปดั้งเดิม ผ่านพิธีการแช่น้ำอันเป็นเครื่องหมายของการชำระล้างทางจิตใจให้บริสุทธิ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่พระคริสต์ 

…เมื่อคนทั้งหลายรับบัพติศมา พระเยซูก็ทรงรับด้วย ขณะเมื่อทรงอธิษฐานอยู่ ท้องฟ้าก็เปิดออก และพระวิญญาณบริสุทธิ์ในรูปของนกพิราบก็เสด็จลงมาประทับเหนือพระองค์… (ลูกา, 03.21 – 03.22)

เหรียญที่ระลึกของพิธีศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนานี้แสดงให้เห็นทูตสวรรค์ 2 องค์กำลังช่วยกันประคับประคองเด็กที่ผ่านพิธีศีลล้างบาปขึ้นจากอ่างบัพติศมา ให้เข้ามาอยู่ในอาณาจักรของพระองค์ ผ่านการรับรู้ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) ที่ปรากฏให้เห็นในรูปสัญลักษณ์นกพิราบ

ศีลมหาสนิท (Holy Communion)

ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดและเป็นหลักความเชื่อสูงสุดของพระศาสนจักร สัญลักษณ์ของความใกล้ชิดกับพระคริสต์และพระกายของพระองค์ เป็นการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า 

พิธีศีลมหาสนิทเป็นสัญลักษณ์แห่งการไถ่บาปด้วยเลือดและเนื้อของพระเยซูคริสต์ เพื่อระลึกเหตุการณ์ในวันขอบคุณพระเจ้า (มิสซา) เทศกาลปัสกา (Passover) และพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) เมื่อพระเยซูประทานขนมปัง (สัญลักษณ์แทนพระกายของพระองค์) และเหล้าองุ่น (สัญลักษณ์แทนพระโลหิต) แก่บรรดาอัครสาวก อันแสดงถึงความเสียสละของพระองค์และการร่วมสนิทกันอย่างลึกซึ้งในองค์พระคริสต์

เหรียญที่ระลึกพิธีศีลมหาสนิทที่สันนิษฐานว่า ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้นใหม่นี้แสดงรูปของพระคริสต์กำลังโอบกอดเด็กน้อยให้เข้าใกล้พระองค์ ในพระหัตถ์มีถ้วยกาลิกส์ (Chalice) ที่ใส่เหล้าองุ่น และแผ่นขนมปังมีลาย Christogram เป็นตัวอักษรละติน IHS อันหมายถึงพระเยซูคริสต์ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของพิธีศักดิ์สิทธิ์

(ซ้าย) Plaque Mold ผลงาน Comunione (ศีลมหาสนิท) ของ C. Feroci, (กลาง) ภาพเหรียญพิธีศีลมหาสนิทที่ทำขึ้นเนื่องในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 1925 จากแค็ตตาล็อกของ SAF, (ขวา) เหรียญที่ระลึกพิธีศีลมหาสนิทของ ศิลป์ พีระศรี ที่ยังคงผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้จาริกแสวงบุญที่นครวาติกัน

ศีลสมรส (Matrimony)

พิธีแต่งงานตามแบบคาทอลิก สัญลักษณ์การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของหญิงและชายบนสายสัมพันธ์แห่งรักที่ไม่อาจสิ้นสุด เป็นการสมรสกันของวิญญาณที่จะประสานชีวิตของทั้งคู่เข้ากับคำสอนของพระคริสต์ อันถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับครอบครัว (ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ หรือ Holy Family ประกอบด้วย พระกุมารเยซู พระแม่มารีย์ และนักบุญโยเซฟ)

ภาพ The Marriage of the Virgin (ปี 1504) ของราฟาเอล และเหรียญที่ระลึกศีลสมรส (Matrimony)

เหรียญที่ระลึกพิธีศีลสมรสแสดงเนื้อหาจากภาพเขียนการสมรสของพระนางพรหมจารี (Joseph & Mary) ของราฟาเอลที่ได้อิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากอาจารย์ของเขา (Pietro Perugino, ปี 1466 – 1524) นักบุญโยเซฟ (Saint Joseph) ถือกิ่งไม้ที่ปลายผลิดอก (สัญลักษณ์ของ Protoevangelium) ไว้ในมือข้างหนึ่ง และกำลังใช้มืออีกข้างหนึ่งสวมแหวนให้พระนางพรหมจารี ต่อหน้าพระผู้เป็นตัวแทนองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพที่กำลังจับมือของทั้งคู่ไว้ เหมือนเป็นการแสดงความผูกพันบนพื้นฐานของพันธสัญญา ฉากหลังเป็นงานสถาปัตยกรรม Tempietto รูปทรง Spherical อันเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาล ผลงานการออกแบบของ บรามันเต (Donato Bramante, ปี 1444 – 1514) 

เหรียญพระคริสตสมภพ (Holy Nativity) 

ฟรา บาร์โทโลมิโอ (Fra Bartolommeo, ปี 1472 – 1517) จิตรกรคนสำคัญของฟลอเรนซ์ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ผลงานภาพวาดเนื่องในศาสนาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความศรัทธา ไม่ต่างไปจาก ฟรา แองเจลิโก (Fra Angelico, ปี 1395 – 1455) 

(ซ้าย) ภาพ Adoration of the Child (ปี 1499) ของ Fra Bartolomeo, (ขวา) เหรียญที่ระลึกการประสูติของพระเยซู (Holy Nativity)

Tondo ภาพการนมัสการพระกุมาร (Adoration of the Child) ของบาร์โทโลมิโอ แสดงเหตุการณ์ตอนพระแม่มารีย์คุกเข่าอธิฐานต่อหน้าพระกุมารเยซูที่นอนอยู่บนเบาะ กำลังเอื้อมมือไปหาพระนางมารีย์ มีนักบุญโยเซฟนั่งแสดงกิริยานอบน้อม มือทั้ง 2 ข้างประคองไม้เท้า ฉากหลังแสดงองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์ตามแบบที่บาร์โทโลมิโอถนัด

เหรียญพระคริสต์สมภพ (Holy Nativity) แสดงให้เห็นถึงลักษณะทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ ศิลป์ พีระศรี อย่างค่อนข้างชัดเจน ซึ่งท่านปรับเปลี่ยนปลายไม้เท้าในมือของโยเซฟให้เป็นสัญลักษณ์รูปไม้กางเขน

เหรียญ Our Lady of Divine Providence 

เรื่องราวของ Our Lay of Divine Providence หรือ พระแม่แห่งการปกป้องคุ้มครอง เกิดขึ้นในปี 1521 ที่เมือง Fossano ทางเหนือของอิตาลี เหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับชายใบ้หูหนวกเกี่ยวกับคำเตือนของพระแม่เรื่องโรคระบาด เป็นแรงบันดาลใจให้ ชีปีโอเน ปุลโซเน (Scipione Pulzone, ปี 1544 – 1598) สร้างสรรค์ผลงานภาพวาด Mater Divinae Providentiae ขึ้นในปี 1580 แต่การเคารพบูชาพระแม่แห่งการปกป้องคุ้มครองนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนกระทั่งภาพเขียนของปุลโซเนถูกนำไปประดับไว้ที่โบสถ์ San Carlo ai Catinari กรุงโรม ในช่วงหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17

(ซ้าย) Our Lady of Divine Providence (ปี 1580), (ขวา) Madonna of the Streets (ปี 1897) ของ Ferruzzi

เหรียญ MADONNA OF FERRUZZI

ภาพ Madonna of the Streets หรือ Madonnina ของ โรแบร์โต เฟอร์รุซซี (Roberto Ferruzzi, ปี 1854 – 1934) ไม่ใช่ภาพเขียนที่เป็นผลงานเกี่ยวกับศาสนา แต่กลับได้รับความนิยมในความหมายที่สื่อถึงพระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู และกลายเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Ferruzzi (นางแบบในภาพวาดนี้คือ Angelina Cian ขณะอายุ 11 ปี กำลังอุ้มน้องชายของเธอ)

ปี 1897 ภาพ Madonna ได้รับการจัดแสดงในงานเทศกาลศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ (Venice Biennale) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอาจจะเคยทอดพระเนตรภาพต้นฉบับของเฟอร์รุซซีก่อนที่ภาพจะสูญหายก็เป็นได้ เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จฯ ร่วมงานเทศกาลศิลปะนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1897 (ก่อนเสด็จฯ เข้าเฝ้า สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ในวันที่ 29 ตุลาคม ปี 1897)

เหรียญนักบุญมิคาเอล อัครทูตสวรรค์ (Saint Michael Archangel)

(ซ้าย) เหรียญ Saint Michael ของ SAF,(กลาง) ภาพ The Archangel Michael Defeating Satan (ปี 1635), ของ กีโด เรนี (Guido Reni, ปี 1575 – 1642) เป็นหนึ่งในผลงานภาพเขียนชิ้นสำคัญที่นำมาใช้ประดับตกแต่งภายในโบสถ์ Santa Maria della Concezione dei Cappuccini ที่กรุงโรม, (ขวา) เหรียญที่ระลึกนักบุญมิคาเอลอัครทูตสวรรค์ สันนิษฐานว่า ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้นใหม่

เทวทูตไมเคิล นักรบแห่งสวรรค์ ทูตสวรรค์ชั้นสูง ผู้มีปีกแห่งความกล้าหาญและพลังแห่งการปกป้องอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสำคัญในประเพณีของคริสเตียน นักสู้ผู้ต่อกรกับซาตานและพวกนอกรีต เป็นตัวอย่างของชัยชนะของความชอบธรรมเหนือความชั่วร้าย

เหรียญนักบุญฟิลิป เนรี (Saint Philip Neri)

นักบุญฟิลิป เนรี (Philip Neri, ปี 1515 – 1595) ชาวฟลอเรนซ์ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Second Apostle of Rome เหรียญที่ระลึกนักบุญฟิลิปซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี ได้แรงบันดาลใจจากภาพ St.Philip Neri ของ เซบาสเตียนโน คอนกา (Sabastiano Conca, ปี 1680 – 1764) ซึ่งการทำภาพเหมือนบุคคลนั้นเป็นความสามารถอันเชี่ยวชาญของประติมากรอย่าง ศิลป์ พีระศรี โดยเฉพาะเทคนิคการพลิก (Flip) ภาพให้แตกต่างไปจากต้นแบบนั้นเราพบเห็นได้บ่อยบนผลงานของท่าน

ภาพเขียน St.Philip Neri ผลงานของ Sebastiano Conca และเหรียญที่ระลึกนักบุญฟิลิป เนรี ที่ ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้น

ในวาระปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้พบเห็นผลงานเหรียญที่ระลึกทางศาสนารูปแบบต่าง ๆ ถูกนำออกมาจำหน่ายให้แก่ผู้มาจาริกแสวงบุญที่นครรัฐวาติกัน ซึ่งเอกลักษณ์บางประการที่ ศิลป์ พีระศรี บรรจงฝากฝีมือไว้ให้พระศาสนจักรเมื่อร้อยปีที่แล้วนั้นอาจกลับมาปรากฏให้เห็นกันอีกครั้ง

เหรียญที่ระลึกเนื่องในคริสต์ศาสนาของพระศาสนจักร แห่งนครรัฐวาติกัน ที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี

ความลงตัวของเนื้อหาและความสมบูรณ์แบบของผลงานที่ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกทางจิตใจเหล่านี้ จะถูกใช้เป็นตัวแทนของวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์แห่งศรัทธาและความเชื่อที่หยัดยืนผ่านร่องรอยของกาลเวลา เฉกเช่นภาพเขียนของศิลปินชั้นครูหรืองานสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในศาสนา 

ผลงานเหรียญนักบุญคริสโตเฟอร์ (St.Christopher) ของ ศิลป์ พีระศรี เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักเดินทางที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย ก่อนที่ทางพระศาสนจักรจะประกาศลดความสำคัญลงในปี 1969 เนื่องจากขาดหลักฐานทางประวัติศาสตร์

เหรียญนักบุญซิเซเลีย (Saint Cecilia)

นักบุญซิเซเลีย นักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักดนตรี ผู้อุทิศตนให้กับพระคริสต์และขับร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ในขณะที่เธอเสียชีวิตจากการเบียดเบียนชาวคริสเตียนในช่วงของจักรวรรดิโรมันสมัยแรก

(ซ้าย) แผ่นประติมากรรม St.Cecilia ของ C. Feroci, (กลาง) เหรียญ St.Cecilia ที่สันนิษฐานว่า ศิลป์ พีระศรี รังสรรขึ้นใหม่, (ขวา) ภาพวาด St.Cecilia ของ Carlo Dolci ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Prof. C. Feroci

คาร์โล ดอลชี (Carlo Dolci, ปี 1616 – 1686) เป็นศิลปินชาวฟลอเรนซ์คนสำคัญในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ผู้อุทิศอาชีพให้กับการวาดภาพทางศาสนา

เหรียญพระแม่ระทมทุกข์ 

(ซ้าย) เหรียญ Mater Dolorosa หรือ Our Lady of Sorrows (พระแม่มารีย์ผู้ทุกข์ระทม) ของ C. Feroci, (กลาง) ภาพ Mater Dolorosa ของ Carlo Dolci, (ขวา) เหรียญที่ระลึก Mater Dolorosa สันนิษฐานว่า ศิลป์ พีระศรี รังสรรค์ขึ้นใหม่

Mater Dolorosa ภาพเขียนเนื่องในคริสต์ศาสนาแบบบาโรกของ คาร์โล ดอลชี เป็นต้นแบบให้ศิลปินจำนวนมากสรรสร้างผลงานตามอย่าง ปฏิทินของพระศาสนจักรกำหนดให้วันที่ 15 กันยายน เป็นวัน พระแม่มารีย์ผู้ทุกข์ระทม (Mater Dolorosa) เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่พระแม่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้า 7 ประการ (The Seven Sorrows of Mary) ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นมารดาของพระเยซู 

เหรียญที่ระลึกนักบุญลูเซีย (Santa Lucia)

นักบุญลูเซีย (Saint Lucy, ปี 283 – 304) แห่งซีราคิวส์ (Syracuse) บนเกาะซิซิลี (Sicily) เรื่องราวความเชื่อของหญิงสาวผู้มีความกล้าและความหวัง ต้องเผชิญกับการเบียดเบียน (Persecution) ในสมัยจักรพรรดิดิโอเคลเชียน นักบุญลูเซียได้รับการเคารพยกย่องในฐานะที่เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานเกี่ยวกับโรคตา ภาพของนักบุญลูเซียที่ปรากฏจึงมักถือถาดที่มีดวงตาคู่หนึ่งอยู่ด้วยเสมอ (Lucia ในภาษาอิตาลีแปลว่า แสงสว่าง) เป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับการเคารพอย่างสูง

(ซ้าย) เหรียญที่ระลึกทางศาสนาที่วางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้า Souvenir บริเวณหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์, (ขวา) Prayer Card มีคำอธิษฐานและบทสวดบูชา Santa Lucia และเหรียญที่ระลึกที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือ ศิลป์ พีระศรี

ศิลป์ พีระศรี เคยประสบกับปัญหากับอาการสายตาสั้น หลังจากที่ท่านได้เข้ารับการผ่าตัดแล้ว ต้องนอนพักเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ ท่านถึงกับพูดเปรยว่า ถ้าให้ฉันนอนเช่นนี้ต่อไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ให้ฉันตายเสียดีกว่า

ส่วนเพลง Santa Lucia เดิมเป็นเพลงพื้นเมืองของนาโปลี (Neapolitan Song) มีเนื้อร้องเป็นภาษาเนเปิลส์ (Naples) ได้รับการแปลเป็นภาษาอิตาลีในปี 1849 โดย Teodoro Cottrau (ปี 1827 – 1879) เป็นบทเพลงที่คนเรือร้องเชื้อเชิญให้ผู้คนมาล่องเรือชมความงามของทัศนียภาพบริเวณชายฝั่งของนาโปลี (Napoli) เรียกว่า Borgo Santa Lucia (ตั้งชื่อตามอาสนวิหาร Santa Lucia a Mare ที่ตั้งอยู่ตรงย่านประวัติศาสตร์ของเมือง) ช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะตก ซึ่งบรรดาลูกศิษย์มักจะได้ยินท่านขับร้องเพลงนี้ (และเพลงพื้นบ้านของนาโปลีอย่าง O Sole Mio และ Torna a Surriento ที่ท่านโปรดปราน) ในงานฉลองวันเกิดเป็นประจำ แต่เนื้อเพลง Santa Lucia ในเวอร์ชันภาษาอิตาเลียนที่ชาวศิลปากรขับร้องกันนั้นเป็นเพียงส่วนแรกของเนื้อเพลงทั้งหมด

ในบริบทของกาลเวลาตามปฏิทินของพระศาสนจักร (General Roman Calendar) ที่ประกาศใช้เมื่อปี 1970 กำหนดให้วันที่ 13 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันระลึกถึงนักบุญลูเซีย ชาวคริสต์ที่อยู่ในแถบสแกนดิเนเวียมีประเพณีเฉลิมฉลองด้วยการจุดเทียนและขับร้องบทเพลง Santa Lucia (เวอร์ชันสแกนดิเนเวีย) แต่หากชาวคาทอลิกท่านใดหลงเข้ามาในมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วได้ยินเสียงเพลงนี้ดังขึ้นในวันที่ระลึกของ Mater Dolorosa ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะวันที่ 15 กันยายนของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของ ศิลป์ พีระศรี ศาสดาผู้ให้กำเนิดศาสนา ‘ศิลปะ’ 

…ศิลปินอดข้าว เขาไม่ตาย แต่ถ้าห้ามเขาไม่ให้ทำงานศิลปะ เขาต้องตาย…

Writer

จิรศักดิ์ แต่งเจนกิจ

มหาบัณฑิตจากวังท่าพระฯ ปัจจุบันนิยมเป็นผู้เสาะแสวงหาผลงาน Medallist ของ Prof. FEROCI เพื่อการศึกษาและการอนุรักษ์