23 กรกฎาคม 2024
1 K

ปกติแล้ว หากพูดถึงพื้นที่ที่ช่วยให้แต่ละย่านมีชีวิตชีวามากขึ้น คงหนีไม่พ้นพื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ ร้านรวง ตลาดนัด ลานกิจกรรม หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในแนวราบ

แต่คราวนี้เราจะพูดถึงตึกระฟ้าที่ดำรงตำแหน่ง ‘อาคารสูงที่สุดในสิงคโปร์’ ในปัจจุบัน นาม Guoco Tower ออกแบบโดย Skidmore, Owings & Merrill (SOM) บริษัทด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมระดับนานาชาติอายุใกล้ 100 ปี มีศักยภาพภาพทั้งด้านการทำอาคารสูง และการนำสถาปัตยกรรมเข้าไปผนวกกับเมืองทำให้เมืองดีขึ้นภายใต้แนวคิดด้านความยั่งยืน

Guoco Tower

ตึกสูงปรี๊ดนี้บรรจุฟังก์ชันไว้หลายหลาก ตั้งแต่รีเทล พื้นที่สาธารณะ สวน ออฟฟิศ โรงแรม ส่วนพักอาศัย ทั้งหมดรวมอยู่ที่นี่ที่เดียว

เหล่านักออกแบบอย่าง Nicolas Medrano Design Principal จาก SOM Hong Kong และ Vram Malek Managing Principal จาก SOM New York จะมาเฉลยว่า ท่ามกลางฟังก์ชันมากมายนี้ พวกเขาออกแบบยังไงให้ไม่ตัดขาดออกจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ และทำให้เมืองสิงคโปร์ดีขึ้นได้อย่างที่ตั้งใจ

ทุกวันนี้นักออกแบบวางผังเมืองต่างพยายามทำให้เมืองอยู่ได้สะดวกขึ้น สบายขึ้น จึงมักเกิดอาคาร Mixed-use สมัยใหม่ที่มีหลาย ๆ อย่างอยู่ในอาคารเดียว โปรเจกต์ Guoco Tower ประเทศสิงคโปร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น มาถึงนี่ก็ทำธุระได้แทบทุกอย่าง

Guoco Tower ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 ย่านสำคัญของเมืองสิงคโปร์ คือย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD-Central Business District) และย่าน China Town

ความท้าทายของ SOM คือการเชื่อมย่านทั้งสองที่มีสเกลแตกต่างกันลิบลับเข้าด้วยกัน ทำให้พวกเขาตัดสินใจแบ่ง Mass (มวล) ของอาคารออกเป็น 2 ทาวเวอร์

ทาวเวอร์แรกอยู่ฝั่ง CBD สูงกว่าทาวเวอร์ที่ 2 เพื่อให้เข้ากับย่านตึกระฟ้าที่อยู่ไม่ไกล และเป็นตัวแทนของ Gateway / Entry ตามสัญลักษณ์ของของจีน

ทาวเวอร์ที่ 2 อยู่ฝั่ง China Town เตี้ยกว่าทาวเวอร์ที่ 1 เพื่อลดหลั่นให้เข้ากับสัดส่วนคนเดินถนนให้มากที่สุด และเป็นตัวแทนของ People ตามสัญลักษณ์ของจีน

อาจดูเหมือนออกแบบด้วยฮวงจุ้ยเพราะความเป็นจีน แต่จริง ๆ ก็คิดมาด้วยตรรกะอย่างชัดเจน

“ไม่ใช่แค่สเกลนะ แต่เป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้ด้วย เราพยายามใช้วัสดุวอร์ม ๆ ปลูกต้นไม้ ให้รู้สึกว่านี่คือ Human Scale” ผู้ออกแบบอธิบายให้เราฟัง “เวลาไปเดินบริเวณนั้น ก็ไม่รู้สึกเลยว่ามีตึกสูงปรี๊ดอยู่ข้าง ๆ แต่จะรู้สึกสบาย ๆ กับสภาพแวดล้อม”

ที่สิงคโปร์มีผังเฉพาะระดับย่านที่ UIA กำหนดว่าอาคารจะเชื่อมกับย่านได้อย่างไรบ้าง สูงเท่าไหร่ เปิดมุมมองยังไง ให้คนทะลุยังไงบ้าง และมีสิทธิประโยชน์ตอบแทนสำหรับผู้ที่ปฏิบัติตาม แต่ประเทศไทยยังไม่มีผังแบบนี้ ทำให้อาคาร Mixed-use ยังไม่ได้เชื่อมโยงกับชุมชนมากนัก

“ที่นี่ไม่ได้สำคัญแค่โปรแกรมของตึก แต่สำคัญที่เราจะทำยังไงจึงจะสร้างสเปซให้เป็น City Room ได้”

นักออกแบบตั้งใจให้ Guoco Tower เป็นเสมือน ‘ห้องนั่งเล่น’ แห่งใหม่ของเมืองที่ผู้คนมากหน้าหลายตาจะมาปฏิสัมพันธ์กัน โดยมีทั้งรูปแบบ Indoor และ Outdoor 

และสิ่งที่ SOM ซึ่งเป็นบริษัทนานาชาติทำ คือการหาข้อมูลอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะไปใช้ชีวิตตรงนั้น มีประสบการณ์กับพื้นที่ด้วยตัวเอง หรือ Research Interview

พวกเขาบอกว่า ไม่ใช่จะจับนักออกแบบจากฮ่องกงหรือลอนดอนมาแล้วจะออกแบบอาคารให้สิงคโปร์ได้เลย แต่ต้องคิดจากบริบทวัฒนธรรมของพื้นที่นั้น ๆ ให้ถี่ถ้วน

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่นักออกแบบเห็นว่าเป็นหัวใจของสิงคโปร์ คือสิ่งธรรมดาสามัญอย่าง ‘Hawker Center’ หรือแหล่งรวมสตรีตฟู้ดที่คนที่นี่นัดเจอญาติสนิทมิตรสหาย

“แต่สเปซที่นี่ต่างออกไป เพราะเป็น Farmer Market ได้ เป็นร้านอาหารได้ เป็นที่จัดคอนเสิร์ตก็ได้ เรียกได้ว่าเราเอาไอเดียของ Hawker Center มา แต่ต่อยอดให้กลายเป็นพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและคิดถึงส่วนรวมมากยิ่งขึ้น”

สิงคโปร์ก็ร้อนแบบเมืองไทย ใครจะอยากออกไปใช้พื้นที่นอกอาคาร – คุณอาจจะคิดแบบนี้เมื่อเราเอ่ยถึงพื้นที่นอกอาคาร แต่ Guoco Tower ได้รับการออกแบบ Micro Climate หรือสภาพอากาศบริเวณนั้น

SOM ทำงานร่วมกันทั้งดีไซเนอร์ วิศวกร ภูมิสถาปนิก คำนวณความสูงและ Volumn ของสเปซ คำนวณว่าลมมาจากทางไหน คำนวณความทึบ-โปร่งของกระจก เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพอากาศจะดีที่สุดสำหรับผู้คน

“ถ้าได้มา Guoco Tower คุณจะรู้สึกเลยว่าอุณหภูมิที่นี่ต่ำกว่าบริเวณอื่นของเมือง” นักออกแบบยิ้ม

“สิ่งที่เรารู้สึกว่าประสบความสำเร็จมากก็คือทุกสเปซถูกจับจองทุกเวลา 24 ชั่วโมง แม้กระทั่งตอนแดดออกร้อน ๆ เป็นเพราะวิศวกรรมที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายตัว และทำให้สเปซใช้งานได้จริง ๆ”

Micro Climate เป็นประเด็นสำคัญมาก ๆ ในการพัฒนาเมืองตอนนี้ โดยเฉพาะกับเมืองที่อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตร ซึ่งชัดเจนว่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะทนไม่ไหว การใส่ใจกับ Microclimate จะทำให้ผู้คนยังอยู่ในเมืองได้ 

ซึ่งผู้คนที่ว่านี้ก็ไม่ใช่แค่พนักงานออฟฟิศที่อยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แต่หมายถึงผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้มีทางเลือกมากมายด้วย

สิ่งที่ดีอีกอย่างของเมืองสิงคโปร์คือ Masterplan ของเมืองที่ทำให้พื้นที่สาธารณะแต่ละแห่งเชื่อมกันเป็นเครือข่าย

ระหว่าง CBD กับ China Town เองก็มี ‘Green Necklace’ ซึ่งของ Guoco Tower ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น โดยใช้โมเดลเป็น Privately Owned Open Public Space (POPS)

มีพื้นที่สาธารณะหลักแล้ว ด้วยความที่อาคารประกอบไปด้วย 2 แท่ง สูงและต่ำ จึงมีสเตปลดหลั่นระหว่างกันด้วย ทำให้หลายฟังก์ชันในอาคารมีเทอเรสสวย ๆ ไว้ให้ชม ทั้งหมดนี้เอื้อประโยชน์แก่ทั้ง Microclimate และ Biodiversity (ความหลากหลายทางชีวภาพ) เลยทีเดียว

ซึ่งความพิเศษของ Masterplan นี้ และกฎหมายที่กำหนดให้ ‘ต้องมี’ พื้นที่สีเขียว ก็คือการที่เหล่าดีไซเนอร์ที่ได้ทำงานในสิงคโปร์มีโอกาสสนุกกับวิธีการเติมพื้นที่สีเขียวอย่างหลากหลายมาก ๆ หากได้เดินดูในเมืองสิงคโปร์ก็คงเห็นหลายรูปแบบ

ทั้งนี้นอกจากพื้นที่สีเขียวแล้ว อาคารนี้ยังได้ LEED Platinum ด้วยหลายเหตุผลด้วยกัน เช่น ถูกคิดมาให้ประหยัดพลังงานที่สุด และผู้คนมาถึงที่นี่ได้โดยขนส่งสาธารณะ ไม่ต้องใช้รถส่วนตัวแต่อย่างใด

หากจะสรุปว่าเราเรียนรู้อะไรจาก Guoco ได้บ้าง อย่างแรกคงเป็นการพัฒนาเมืองที่ไม่ได้มองแค่โปรเจกต์ของตัวเอง แต่เชื่อมโยงกับเมืองด้วย และอย่างที่ 2 คงเป็นข้อดีของผังเฉพาะระดับย่านที่ช่วยให้ทำงานออกมากลมกลืน ส่งเสริมเมือง และสร้างอิมแพกต์ในทางที่ดี

เราได้คุยกับ SOM ถึงแนวคิดในการทำงาน ณ ปัจจุบัน พวกเขาก็พูดถึงสถานการณ์หลังวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้จินตนาการถึงโฉมหน้าของพื้นที่ที่ผู้คนต้องการขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ออฟฟิศก็ตาม

และมากไปกว่านั้น พวกเขาหวังว่าเมืองในอนาคตจะช่วยเยียวยาคนได้ด้วย

ล่าสุด SOM ก็ได้ทำโปรเจกต์ One City Centre (OCC) อาคารสำนักงานย่านสุขุมวิท ร่วมกันกับ Shma โดย SOM เป็นผู้ออกแบบอาคารให้เชื่อมโยงกับย่าน และ Shma เป็นผู้ออกแบบแลนด์สเคป ซึ่งก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันมากมายจากโปรเจกต์นี้

น่าติดตามว่าหลังจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านตึกสูงอย่าง SOM จะนำเสนออะไรดี ๆ ให้โลกอีก

ภาพ : Skidmore, Owings & Merrill (SOM)

Writers

ยศพล บุญสม

ภูมิสถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฉมาและกลุ่ม we!park นักเคลื่อนไหวผู้เห็นโอกาสในพื้นที่รกร้างและสนใจการพัฒนาเมืองอย่างมีส่วนร่วมด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ทุกภาคส่วนในสังคม WIN ไปด้วยกัน

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน