2 เมษายน 2026
373

OYU Thai Genmaicha’ คือแบรนด์ผลิตชาจากข้าวไทย 100% โดยนำ ‘ข้าวกล้อง’ ที่ปลูกในจังหวัดนครปฐม มาผ่านกระบวนการให้กลายเป็นชาข้าวที่ปราศจากคาเฟอีน ทำให้ดีต่อสุขภาพกายใจของคนดื่ม 

จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจาก ปาล์มมี่-ศศิภิมณฑ์ ธีรยุไกรหิรัญ ที่อยากสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้คนใช้ชีวิตช้าลง และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น

“เราโตมาในครอบครัวข้าราชการในจังหวัดนครปฐม เคยมีช่วงเวลาชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบตั้งแต่ยังเด็ก จนต้องเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ถึงสัมผัสได้ว่าชีวิตเร่งรีบเป็นยังไง การได้เห็นวิถีชีวิตที่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน ใช้เวลากับสิ่งอื่น ๆ มากมายตลอดทั้งวัน ทำให้กลับมาคิดว่า เราจะผ่อนความเร็วนี้ลงได้ยังไงบ้างด้วยทักษะและต้นทุนที่เรามี”

เธอมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจอาหารที่ผ่อนเวลาชีวิตของผู้คนให้ช้าลงได้ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งหมายถึงการมีเวลากลับมาใส่ใจกับสุขภาพกายและใจของตัวเอง

13 ปีก่อน OYU Thai Genmaicha จึงถือกำเนิดขึ้น ปาล์มมี่เริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยการทำเครื่องดื่มชาร้อนจากข้าวไทย มีต้นแบบเป็นชาเกนไมฉะหรือชาเขียวผสมข้าวกล้องคั่วที่มีต้นตำรับมาจากดินแดนแห่งชาอย่างญี่ปุ่น

“เราสนใจศาสตร์แพทย์แผนไทยอยู่แล้ว และรู้ว่าสมุนไพรไทยดี ๆ มีเยอะมาก หนึ่งในสมุนไพรที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือข้าว โดยเฉพาะข้าวกล้องสายพันธุ์พื้นบ้านที่หลากหลายทั้งรสชาติและโภชนาการ แต่สังคมยังไม่รู้จักในวงกว้าง พอศึกษาเรื่่องข้าวมากขึ้น ก็ตัดสินใจว่าเราจะทำงานกับข้าวกล้อง แต่โจทย์ต่อมาคือจะทำอะไรล่ะ 

“เลือกอยู่นานจนมาจบที่ชาข้าวกล้อง เนื่องจากเราอยากใช้ข้าวอินทรีย์ไทย 100% มาทำชา เพราะเชื่อว่าการดื่มชาข้าวไม่ใช่แค่การบำรุงสุขภาพกาย แต่ดูแลสุขภาพจิตใจได้ด้วย เหมือนกับการดื่มชาในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเรื่องของวิถีชีวิต เป็นสุนทรียะที่ผู้ดื่มต้องใช้เวลากับถ้วยชาตรงหน้า ซึ่งเป็นความงามที่เราอยากนำมาเป็นแก่นของชาข้าวกล้องของไทยเช่นกัน”

การนำข้าวกล้องมาทำเป็นชาช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารจากข้าวได้ไวมาก และดื่มได้เรื่อย ๆ โดยไม่หนักท้อง มากกว่านั้น กลิ่นหอมของข้าวกล้องคั่วอ่อน ๆ ยังช่วยปรับอารมณ์ให้แจ่มใสขึ้นได้ด้วย

เมื่อตกลงปลงใจเข้ามาสวมหมวกคนข้าว ปาล์มมี่และทีมงาน OYU Thai Genmaicha เริ่มตั้งต้นค้นหาสายพันธุ์ข้าวท้องถิ่นที่ถูกใจ โดยเริ่มต้นจากบ้านเกิดนครปฐม แหล่งปลูกข้าวสายพันธุ์ดีที่หลายคนมองข้าม 

“นครปฐมเป็นเมืองที่ปลูกข้าวมานานนับร้อยปีแล้ว มีข้าวท้องถิ่นของตัวเองเยอะมาก เราจึงเลือกทำงานกับพื้นที่ใกล้ตัวก่อน เริ่มจากข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวกล้องไรซ์เบอร์รีที่คนไทยคุ้นเคยมานาน นำมาทดลองอยู่หลายเดือนจนได้สูตรที่ถูกใจ คือใช้ข้าวล้วน ๆ ไม่ผสมใบชา ไม่มีคาเฟอีน จึงดื่มได้ทุกวัย ที่สำคัญต้องได้กลิ่นหอมและคุณค่าสารอาหารครบถ้วน เป็นหลักการเดียวกันกับการเข้าเครื่องยาสมุนไพรไทย 

“เราเลือกใช้ข้าวท้องถิ่นที่มีจุดเด่นหลากหลายมาผสมกัน บางตัวเด่นเรื่องกลิ่น บางตัวเด่นเรื่องรสชาติ บางตัวเด่นเรื่องสารอาหาร แต่เมื่อมาผสมกันแล้วได้ความสมดุล เพราะเราไม่ได้มองแค่ข้าวเป็นวัตถุดิบ แต่มองถึงการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวด้วย”

นอกจากทดเรื่องคุณภาพข้าวไว้เป็นปัจจัยสำคัญ อีกหนึ่งปัจจัยที่ปาล์มมี่ใส่ใจ คือการร่วมทำงานกับเกษตรกรที่มีวิถีชีวิตและทัศนคติสอดคล้องกัน

“เราเลือกทำงานกับเกษตรกรที่รักในข้าวของตัวเอง นอกจากจะปลูกขายเรา เขายังเก็บไว้กินเองด้วย แปลว่าเขาย่อมใส่ใจผลผลิตตัวเองเต็มที่”

เธอย้ำถึงเหตุผล พร้อมบอกว่าการเติบโตของ OYU Thai Genmaicha เคียงคู่ไปกับการเติบโตของเกษตรกรแบบทีละก้าวแต่ต่อเนื่อง

“เกษตรกรบางคนเริ่มต้นจากการทำเกษตรปลอดภัย พอทำงานด้วยกันไปเรื่อย ๆ ธุรกิจเราเริ่มมียอดขาย เขาก็ขยับมาตรฐานตัวเองขึ้นมาเป็นเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรออร์แกนิก เรียกว่าเห็นการพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน”

ใช่ว่าเส้นทางนี้จะเรียบลื่นไร้อุปสรรค เพราะเมื่อตัดสินใจทำผลิตภัณฑ์ชาร้อน อีกหนึ่งด่านที่ปาล์มมี่และทีมงานต้องเจอ คงหนีไม่พ้นพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองร้อนอย่างไทยที่คุ้นเคยกับการดื่มชาเย็นมากกว่าจิบชาร้อนเช่นในเมืองหนาวอย่างญี่ปุ่นหรือจีน

“เรารู้กันดีว่าคนไทยรักเครื่องดื่มใส่น้ำแข็ง (หัวเราะ) ก็ต้องพัฒนาจุดเด่นของแบรนด์ขึ้นมาว่า ถึงจะเป็นชาร้อน แต่มีกลิ่นรสที่คนไทยคุ้นเคยแน่นอนเพราะทำจากข้าว และพยายามนำเสนอไลฟ์สไตล์ทางเลือกให้กับตลาดที่อยากให้เขาได้จิบชาเพื่อใช้เวลาช้า ๆ กับตัวเอง เพราะชาข้าวกล้อง OYU Thai Genmaicha จะรสชาติกลมกล่อมที่สุดเมื่อแช่ในน้ำร้อน 8 – 10 นาที ต่างจากชาอื่น ๆ ที่ยิ่งแช่นานรสชาจะยิ่งขม แต่ชาข้าวยิ่งแช่นานยิ่งอร่อยและได้สารอาหารมากขึ้นด้วย” จุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่ปาล์มมี่ฟูมฟักมานับสิบปี 

หนึ่งในข้อเท็จจริงที่ปาล์มมี่พบระหว่างทางทำ OYU Thai Genmaicha ก็คือการดื่มชาข้าวเป็นสิ่งที่คนไทยทำตั้งแต่ในอดีต มันเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่วิถีชีวิตใหม่ เพียงแต่สังคมที่เดินเร็วเกินไปเลือกหันหลังให้สิ่งนี้เท่านั้นเอง เธอจึงลงรายละเอียดถึงวัฒนธรรมการดื่มข้าวของไทยที่คนปัจจุบันอาจไม่คุ้นเท่าไหร่นัก

“เมื่อก่อนเวลามีคนไม่สบาย กลืนอะไรไม่ลง น้ำข้าวที่ได้จากการหุงข้าวเช็ดน้ำเป็นอาหารชั้นดี เพราะมีสารอาหารจากข้าว แถมดื่มง่าย ช่วยบำรุงธาตุ เหมือนกับคนเกาหลีดื่มซุปโสมบำรุงร่างกาย 

“ถ้ามองในแง่สมุนไพร ข้าวแต่ละสายพันธุ์มีทั้งฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น การนำข้าวมาผสมกันทำชาต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน” เธอสำทับ

นอกจากสูตรชาข้าวกล้อง อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของ OYU Thai Genmaicha คือหีบห่อที่อยากสะท้อนคุณค่าที่แบรนด์ยึดถือ นั่นคือการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไทย

“เมื่อเราตั้งใจจะใช้วัตถุดิบทำชาเป็นข้าวท้องถิ่น แพ็กเกจที่หีบห่อชาเราก็เลยมองไปที่เครื่องจักสานไทยซึ่งมีคุณภาพดีเช่นกัน ผู้บริโภคเห็นแล้วรู้ทันทีว่าสินค้านี้ผลิตโดยคนไทย แถมได้ส่งเสริมการจ้างงานให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่องด้วย”

หลังเดินทางมายาวนาน OYU Thai Genmaicha ก็เริ่มมองหาบันไดขั้นถัดไป ปาล์มมี่ขยายความว่า เมื่อสูตรชาข้าวกล้องได้รับความไว้ใจจากคนดื่ม เธออยากเติมสีสัน ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ หนึ่งในนั้นคือน้ำส้มสายชูโพรไบโอติกส์ที่ใช้น้ำชาข้าวกล้องมาหมักเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ดีให้กับลำไส้

“ในอนาคตเราอยากเห็นข้าวไปผสมกับสมุนไพรไทยที่หลากหลาย อยากเพิ่มสรรพคุณและเพิ่มสีสันของรสชาติด้วย จริง ๆ ตอนนี้เรากำลังเรียนแพทย์แผนไทยอยู่ หลังเรียนจบคิดว่าน่าจะได้ลองหยิบสมุนไพรมาเจอกับข้าวอีกหลายชนิด อย่างที่มีตอนนี้ เช่น น้ำส้มสายชูจากชาข้าวกล้อง หรือสบู่จากชาข้าวกล้อง ก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี”

การตอบรับดังกล่าวไม่เพียงจากเสียงสะท้อนผู้บริโภค แต่รวมถึงรางวัลที่ OYU Thai Genmaicha ได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ Premium Herbal Products Sustainable 2024 จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และรางวัล The Selection Choice Awards 2025 ที่คัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล การันตีคุณภาพของชาข้าวกล้อง 100% ทั้งในแง่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงคุณภาพอันหอมกรุ่นได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายเมื่อถามถึงเป้าหมายระยะไกลที่ปาล์มมี่และทีมงานอยากเดินไปให้ถึง เธอตอบเต็มเสียงว่าคือการได้เห็นชาข้าวกล้องไทยเป็นตัวแทนสินค้าที่ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึงเมื่อเดินทางมาประเทศไทย เหมือนอย่างที่เดินทางไปชิมชาเขียว-มัทฉะถึงญี่ปุ่นอย่างไรอย่างนั้น

“เราอยากให้ OYU Thai Genmaicha เป็นตัวแทนในการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวไทย และทำให้ต่างชาติรู้ถึงคุณค่าของสิ่งนี้ รู้ว่าข้าวเป็นสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเราจริง ๆ” เธอทิ้งท้ายอย่างไม่ลังเล

Facebook : OYU Thai Genmaicha โอยุ ชาเก็นไมฉะไทย ไม่มีคาเฟอีน

Writer

อรุณวตรี รัตนธารี

นักสื่อสารเรื่องราวของมนุษย์ผ่านอาหาร ผู้อยากเห็นระบบอาหารของไทยใส่ใจคนทุกกลุ่ม

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ