ฉันมักร้อง เฮอะ ในใจเสมอเวลาต้องอ่านคำเตือน ‘คน สถานที่ เหตุการณ์ สินค้า และบริการทั้งหมดเป็นเรื่องแต่ง’ จากนั้นฉันก็จะสรุปทันทีว่า ภาพและเสียงทั้งหมดที่ฉันกำลังจะดูนั้นเป็นเรื่องจริง
ฉันดูซีรีส์เกาหลี The Art of Sarah (ซาราห์ เริ่ดลวงโลก) อย่างมองเห็นผู้หญิงเริ่ดชื่อ ‘ซาราห์ คิม’ มีอยู่จริงที่ห้างหรูในกรุงโซลและกรุงเทพฯ ลวงฉันในไอจีด้วยภาพเอนร่างสยายผมบนเรือยอช์ต หรือดื่มสปาร์กลิงไวน์บนเก้าอี้บิซเนสคลาสในเครื่องบิน และอะแฮ่ม เห็นตัวฉันเองในบางเวลา

ดังนั้น เมื่อ ซาราห์ คิม ถามว่า “ผิดเหรอที่อยากจะเป็นคนรวยน่ะ” ฉันผู้เคยอยากรวยแต่ไม่รวยจนเลิกอยากจึงตอบว่า ไม่ผิดจ้ะซาราห์ สมัยยังสาวที่ฉันทำงานได้เงินเดือนจ้อยร่อย ฉันก็สวมสร้อยทองเก๊แหวนเพชรเก๊กับนาฬิกาคาร์เทียปลอมจากแผงแถวสีลม ฉันก็อยากดูรวยแหละ ฉันเรียกชื่อแบรนด์ด้วยสำเนียงฝรั่งเศสว่า การ์ติเยร์ ด้วยนะ เอาสิ

ซีรีส์ The Art of Sarah เล่าเรื่อง ซาราห์ คิม รับบทโดย ชิน ฮเยซอน (Shin Haesun) หญิงผู้สร้างตัวตนขึ้นมาเป็นผู้บริหารแบรนด์สินค้าหรู ซึ่งมีประวัติว่าผลิตขึ้นเพื่อราชวงศ์อังกฤษมานับร้อยปี เปิดเรื่องเล่านี้ด้วย EP 1 มีการพบศพในสภาพหน้าเละจนจำแทบไม่ได้ว่าเป็นเธอ มีเพียงรอยสักบนข้อเท้าเท่านั้นที่ทำให้หญิงเพื่อนสนิทของเธอยืนยันได้
การเปิดเรื่องอย่างนี้สำหรับคอซีรีส์แนวสืบสวนระทึกขวัญมันไม่เห็นจะใหม่ แต่สำหรับฉันผู้ยืนข้าง ซาราห์ คิม ก็ต้องกระโจนตามคำถามนี้ไปให้สุด
แม้มันจะทำลายความต้องการนอนหัวค่ำของฉันด้วยจริตจอมปลอมของเธอ และจริตงานสร้างอัครสถานแสดงสินค้าปลอมเวอร์วังที่โปรดักชันตั้งใจเสิร์ฟ งานภาพที่สื่อความหมาย และการแสดงของ ชิน ฮเยซอน ที่ ‘ทำถึง’ จนฉันมั่นใจว่าเธอต้องได้เข้าชิง Baeksang Arts Awards จากเรื่องนี้แน่

ฉันว่างานบทซีรีส์ The Art of Sarah สนุกมาก ฉันปลื้มบทที่ละเอียดเรื่องพฤติกรรม ความต้องการ และแรงจูงใจของตัวละครหลัก
เพราะเขาหรือเธอเป็นคนเช่นนั้นและต้องการสิ่งนั้น พวกเขาจึงกระทำสิ่งนั้น The Art of Sarah ใช้ 4 EP แรกปอกเปลือกตัวละครซาราห์เหมือนปอกหัวหอม ยิ่งปอกยิ่งแสบตา ทั้งตัวเธอและตัวคนดูอย่างฉัน แถมใช้วิธีหักมุมไปมาจนฉันต้องเกาะติด หักทุกกลาง EP (Midpoint) และตอนจบ EP หักไว้ให้ฉันเกาะ (Cliff Hanger) เรียกได้ว่าแม่นยำจังหวะหักตามโครงสร้างบทที่ดี แม้บางคนที่ดูแล้ววิจารณ์ว่าหักบ่อยไปมั้ย
สำหรับฉัน เหนือกว่าโครงสร้าง บทยังกระทำการตบหน้าคนบ้าแบรนด์จากเบาไปหนักด้วยสารเนื้อ ๆ เน้น ๆ ฉันรักเธอแบรนด์เนม ฉันต้องการเธอ ฉันอยากอยู่กับเธอไปชั่วชีวิต
ถึงจุดนั้นฉันก็หลุดปากว่า จริงด้วย เพราะแบรนด์เนมทำให้ฉันดูรวย – อุ๊ย พูดเองเจ็บเอง
ที่กลาง EP 5 ฉันอยากพบหน้าคนเขียนบทและกล่าวชื่นชมเขาหรือเธอ ตรงบทละเอียดสุดเรื่องการสร้างแบรนด์ เมื่อซาราห์เข้าห้องสอบสวนและฉันเกาะเธอเข้าไปด้วยในฐานะคนเคยทำงานโฆษณาและได้ร่วมสร้างแบรนด์ระดับลึกกับลูกค้า

เมื่อนายตำรวจเจ้าของคดีชื่อ พัค มูกยอง แสดงโดย อี จุนฮยอก (Lee Joonhyuk) กล่าวหาว่าฉัน – เย้ย ซาราห์โมเมสร้างประวัติปลอมของแบรนด์ขึ้นมาใช้โปรโมต ซาราห์ซึ่งอยู่ในใจฉันก็ใช้สายตาใสน้ำเสียงซื่อตอบนายตำรวจหน้าเก๊กไปว่า “มันคือเรื่องเล่าจากปากต่อปากค่ะ สินค้าฉันก็ใส่ใจในรายละเอียดจนคนเชื่อถือ แล้วพอความน่าเชื่อถือมันมากพอก็กลายเป็นความเชื่อมั่น จากความเชื่อมั่นก็กลายเป็นความศรัทธา…”
และในนาทีนั้นเอง ลูกค้าของฉันก็โฟนอินเข้ามาบอกว่า “ถูกต้อง แบรนด์อยู่ได้เพราะศรัทธา”
หรือนี่มันคือวิชา Brand Building เนียนมาในซีรีส์ที่โหด เร้าระทึก และสนุก

ซาราห์ คิม ผู้แม้จะปลอมวุฒิการศึกษา แต่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอม ปลอมจนติดลมขนาดตัวเองยังแยกไม่ออกว่ามีอะไรจริงตรงไหน เธอทำทุกสิ่งเหมือนว่าเป็นเรื่องสุจริต เริ่มจากเรื่องที่ดูธรรมดาอย่างโพสต์ภาพถือกระเป๋าในท่าสวยจนคนอยากซื้อตาม โดยใช้ภาพที่แคปตัวและท่าคนอื่นมาแล้วแปะหน้าตัวเธอลงไป พอมันได้ผลลัพธ์สมใจ เธอก็อัปเลเวลวิธีการปลอมขึ้นไปเรื่อย

คุ้น ๆ มั้ย เหมือนที่สมาชิกครอบครัวคิมในหนังเรื่อง Parasite (ชนชั้นปรสิต) ที่อัปเลเวลจากคนในบ้านกึ่งใต้ดินด้วยการปลอมตัวตนจนได้นอนฉ่ำในบ้านหรูบนดินของเศรษฐี และเหมือนที่เด็กสาวในหนังสารคดี Inventing Anna ชื่อแอนนาจากรัสเซียปลอมตัวตนในโซเชียลมีเดียว่าเป็นลูกเศรษฐี มีภาพร่วมเฟรมกับไฮโซและดาราดังคนนั้นคนนี้ จนเธอพาตัวเองไปซื้ออาคารแกลเลอรีชั้นสูงในสหรัฐอเมริกาได้ – ทั้ง 2 เรื่องเล่าสนุกและจบเศร้า

อ่านถึงตรงนี้คุณผู้อ่าน The Cloud ที่ยังไม่ได้ดูก็อาจบอกว่า รู้น่ะว่าซาราห์อยากรวยด้วยวิธีที่ผิด นี่มันจะพาให้เธอฉิบหาย จุดจบของซีรีส์ก็เดาได้ แต่คนชงให้ชิมอย่างฉันก็ขอเชียร์ว่า ดูเถอะค่ะ ตอนจบมีเซอร์ไพรส์ให้คุณได้อึ้ง แล้วนี่ตั้งแต่เริ่มสตรีมมิ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซีรีส์นี้ก็ขึ้นอันดับต้น ๆ ที่สมาชิก Netflix ในประเทศไทยดูกันมาก คงไม่ใช่เพราะคนไทยเราสนุกที่ได้ดูความฉิบหายของคนอื่นหรอกค่ะ ฮ่าฮ่า แต่คงเพราะใครได้ดูแล้วก็คันปากอยากหาคนถกประเด็นความจริงความปลอมของตัวตน ซึ่งดูจะเป็นสิ่งสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน
แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาดูเรื่องแต่งเรื่องนี้ คุณก็ดูเรื่องจริงในข่าวฟากฟ้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย ดูแล้วก็ได้ปัญญาดังที่คำกล่าวไว้นานมาว่า
All that glitters is not gold. – ใด ๆ ที่เราเห็นมันวาว ๆ อาจไม่ใช่ทอง
หมายเหตุ
- The Art of Sarah จัดอยู่ในแนว Mystery Thriller เขียนบทโดย Chu Songyeon กำกับโดย Kim Jinmin
- ทั้ง Parasite, Inventing Anna และ The Art of Sarah มีฉายทาง Netflix
- บางมหาวิทยาลัยในประเทศนี้มีคณะที่สอนวิชาการสร้างตัวตนและวิชาการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ฮรือ น่ากลัว ฉันภาวนาให้คนที่ร่ำเรียนมาใช้มันอย่างมีจริยธรรมด้วยเถิด
